เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 เทพจวินแห่งพันธมิตรเซียนจุติ

ตอนที่ 58 เทพจวินแห่งพันธมิตรเซียนจุติ

ตอนที่ 58 เทพจวินแห่งพันธมิตรเซียนจุติ


ตอนที่ 58 เทพจวินแห่งพันธมิตรเซียนจุติ

สำนักหลิงเซียว ณ บริเวณค่ายกลเคลื่อนย้าย

ฟึ่บ!

ค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งแสงแสงวูบวาบ ความเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้คนในบริเวณรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง

ผืนแผ่นดินมีความกว้างใหญ่ไพศาลเกินไปแล้ว บางพื้นที่ห่างไกลกันเป็นระยะทางนับล้านหรือสิบล้านลี้ ต่อให้มีความเข้มแข็งถึงระดับขั้นก่อเกิดทารกวิญญาณ ความเร็วในการบินก็ย่อมยากที่จะเดินทางไปถึงได้ในเวลาอันสั้น

ดังนั้น ค่ายกลเคลื่อนย้ายจึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางในระยะทางที่ห่างไกลแสนไกล!

ทว่าเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายมีระดับที่สูงยิ่ง สำนักโดยทั่วไปย่อมไม่สามารถมีกำลังทรัพย์นำมาใช้งานได้ มีเพียงสำนักหลิงเซียวที่เป็นถึงห้าร้อยอันดับแรกของพันธมิตรเซียนปานนี้จึงจะสามารถครอบครองเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

และในชั่วขณะนี้ แสงสว่างของค่ายกลเคลื่อนย้ายมีความเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง ความเคลื่อนไหวก็ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งมีความเคลื่อนไหวรุนแรงมากเท่าใด ระยะทางในการเคลื่อนย้ายของผู้ที่เดินทางมาก็ย่อมมีความห่างไกลแสนไกลมากเท่านั้น

นั่นก็หมายความว่า ตัวตนที่กำลังจะเดินทางออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักหลิงเซียวในชั่วขณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่จะเดินทางมาจากสถานที่ที่ห่างไกลนับสิบล้านลี้!

สถานที่ที่ห่างไกลแสนไกลปานนี้ ทว่ากลับมีคนเดินทางมาถึงจักรวรรดิต้าจ้าวอันเล็กจ้อย แทบจะไม่จำเป็นต้องคาดเดาอันใดเลย ก็รับรู้ได้แล้วว่าผู้ที่เดินทางมาคือคนประเภทใด!

คนชราที่มีผมขาวราวกับขนนกกระเรียนทว่ามีผิวพรรณงดงามราวกับเด็กน้อยของสำนักหลิงเซียวท่านนั้น หลังจากจัดแต่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยแล้ว ก็นำพากลุ่มผู้เข้มงวดของสำนักรวมถึงชายหนุ่มชุดดำผู้กุมดาบเดินทางมาถึงบริเวณทางออกของค่ายกลเคลื่อนย้าย

"วาบ!"

ประจวบเหมาะกับแสงสีหมุนวนอันน่าตาพร่าสายหนึ่ง ลำแสงยาวสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากด้านใน ลอยเด่นอยู่กึ่งกลางท้องฟ้า ไม่ยอมร่อนลงสู่พื้นดินเป็นเวลานาน

"พวกข้าคนของสำนักหลิงเซียว ขอกราบไหว้บูชาเทพจวินแห่งพันธมิตรเซียน!"

คนชราของสำนักหลิงเซียวโค้งกายคำนวณกราบไหว้ ทำการกราบไหว้ไปที่เงาร่างของบุคคลบนท้องฟ้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

ชายหนุ่มชุดดำและคนอื่นๆ รีบทำตามอย่างรวดเร็ว โดยการคุกเข่าลงข้างหนึ่ง พลางทำความเคารพอย่างนอบน้อม!

รอจนกระทั่งแสงสีเลือนหายไป คนอ้วนผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดเสื้อผ้าอันหรูหราก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่กึ่งกลางแสงนั้น ในมือข้างหนึ่งกุมน่องไก่ขนาดใหญ่เอาไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งกุมเนื้อย่างของสัตว์อสูรที่ไม่ทราบนามเอาไว้ รับประทานจนปากเต็มไปด้วยคราบน้ำมันมันเยิ้ม

เมื่อมองดูท่าทางการรับประทานอันหยาบโลน และใบหน้าที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ปานนั้นของเขา ช่างมีความคล้ายคลึงกับสุกรตัวหนึ่งเสียเหลือเกิน

บรรพชนของสำนักหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองดู แสงสว่างของค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ดับสนิทลงเรียบร้อยแล้ว ที่กึ่งกลางท้องฟ้า มีเพียงคนอ้วนตรงหน้าอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

กระแสพลังของเขา.......ระดับขั้นแกนทองคำสมบูรณ์? (จินตาน)

กระทั่งระดับขั้นก่อเกิดทารกวิญญาณ(หยวนอิง)ก็ยังไม่มีอย่างนั้นหรือ?

"ไม่ทราบว่าเทพจวินเดินทางมาจากขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ฝ่ายใดของพันธมิตรเซียนหรือขอรับ? มีผู้ใหญ่ติดตามเดินทางมาด้วยหรือไม่?"

คนชราเอ่ยปากถามเพื่อเป็นการทดสอบ ภายในใจเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย

ทว่าคนอ้วนกลับไม่ได้ทอดสายตามองดูเลยแม้แต่น้อย และยิ่งไม่ได้เอ่ยปากพูดจาตอบรับอันใด ยังคงก้มหน้าก้มตารับประทานของอร่อยของตนเองต่อไป

เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ในลักษณะนี้ คนชราของสำนักหลิงเซียวก็เกิดความอับอายขายหน้าอยู่บ้าง ภายในใจปรากฏเพลิงโทสะที่ไม่มีสาเหตุพรั่งพรูขึ้นมาสายหนึ่ง

ทว่าก็ไม่กล้าที่จะสำแดงความโกรธออกมาโดยง่าย อย่างไรเสียก็ไม่รับรู้ว่าคนอ้วนตรงหน้าผู้นี้แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึงถึงระดับใด!

ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ของขุมกำลังฝ่ายใดในสามสิบสองอันดับแรกของพันธมิตรเซียน ย่อมไม่ใช่ตัวตนที่สำนักหลิงเซียวจะสามารถไปก่อเรื่องล่วงละเมิดได้เลยอย่างเด็ดขาด!

หรือกระทั่ง ขุมกำลังที่มีความเข้มแข็งบางฝ่าย แม้กระทั่งตระกูลผู้พึ่งพิงที่อยู่เบื้องหลังของสำนักหลิงเซียวก็ยังไม่กล้าที่จะไปก่อเรื่องล่วงละเมิดเลยด้วยซ้ำ!

ทว่า ตัวเขาเองสามารถอดทนรั้งเอาไว้ได้ ทว่าชายหนุ่มชุดดำผู้กุมดาบที่อยู่ข้างกายกลับไม่สามารถอดทนรั้งเอาไว้ได้แล้ว

"คนอ้วน อาจารย์ของข้ากำลังพูดจากับเจ้าอยู่นะ!"

ชายหนุ่มชุดดำผู้กุมดาบส่งเสียงตวาดอย่างเฉียบขาดออกมาคำหนึ่ง

หากผู้ที่เดินทางมาเป็นถึงระดับขั้นก่อเกิดทารกวิญญาณก็สิ้นเรื่อง ทว่าระดับขั้นแกนทองคำสมบูรณ์ที่มีระดับขั้นเสมอกันกับตัวเขาเพียงแค่นี้ ถึงกับมีความกล้าหาญมาแสดงท่าทางโอหังปานนี้เชียวหรือ?

ในที่สุดคนอ้วนก็วางน่องไก่ในมือลง พลางเช็ดคราบน้ำมันตรงมุมปาก พลางส่งเสียงเรอออกมาคำหนึ่ง จากนั้นจึงหมุนลำคอหันไปเหลือบมองดูชายหนุ่มชุดดำทีหนึ่ง ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ปรากฏแสงสว่างอันอันตรายพุ่งทะยานออกมา!

"ไสหัวไป!"

สิ้นคำกล่าวคำเดียว ชายหนุ่มชุดดำผู้นั้นก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ ทรวงอกถูกกระแทกจนบุบยุบลงไป

พรวด!

หยาดเลือดคำหนึ่งพ่นทะยานออกมา!

ท่าทางลักษณะอันเย่อหยิ่งโอหังในตอนแรก สูญสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือความตื่นตระหนกตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง!

"เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็นระดับขั้นแกนทองคำสมบูรณ์ ตัวข้าเองก็เป็นระดับขั้นแกนทองคำสมบูรณ์ ทว่าเหตุใดกัน....."

ชายหนุ่มชุดดำกุมทรวงอกของตนเอง พลางส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ในดวงตาเต็มไปด้วยความสั่นสะเทือนและความหวาดกลัว!

คนอ้วนผู้นี้ดูเหมือนจะมีท่าทางเกียจคร้าน หรือกระทั่งเปลือกตาก็ยังไม่ได้กะพริบเลย ทว่าในลมหายใจเมื่อสักครู่นี้ เขากลับเกิดความรู้สึกราวกับตนเองกำลังถูกสัตว์อสูรดุร้ายในยุคโบราณจับจ้องเอาไว้ ขอเพียงมีความคิดอ่านเพียงชั่วครู่ ก็จะสามารถฉีกกระชากตัวเขาให้แหลกลาญได้ในทันที!

จำต้องรับรู้ว่า ตัวเขาหลิงเซียวคือนักพรตผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของจักรวรรดิเชียวนะ!

ในอนาคตการก้าวเท้าเข้าสู่ระดับขั้นก่อเกิดทารกวิญญาณย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว แทบจะสามารถบอกกล่าวได้เลยว่าเป็นผู้ไร้ผู้ต่อต้านในระดับขั้นแกนทองคำแล้ว!

"เทพจวินโปรดลดความโกรธ ศิษย์ของข้าผู้นี้ไม่รู้ความ ขอท่านอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองเลยขอรับ!"

คนชราของสำนักหลิงเซียวรีบเอ่ยปากพูดจาเพื่อขอความเมตตาแทนหลิงเซียวในทันที

แม้ว่าเขาจะเกิดความสั่นสะเทือนต่อพลังอำนาจที่ระเบิดออกมาของคนอ้วนด้วยเช่นกัน ทว่ากลับมีความเข้าใจแจ้งมากกว่าว่า ชายผู้นี้แม้ว่าภายนอกจะดูมีความตามสบาย ทว่าย่อมต้องมีความไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!

ระดับขั้นแกนทองคำ ทว่ากลับครอบครองความสามารถที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับขั้นก่อเกิดทารกวิญญาณ!

นี่ก็คือ บรรดาศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ของสำนักเซียนระดับสูงสุดเหล่านั้นอย่างนั้นหรือ?

"มดปลวกเพียงแค่นี้ ตัวข้าคิดอยากจะทำลายสำนักของพวกเจ้า ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!"

คนอ้วนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาคำหนึ่ง พลางละสายตากลับคืนมา

หัวใจของคนชราของสำนักหลิงเซียวเกิดความสั่นสะท้านขึ้นมาทีหนึ่ง บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อกาฬ พลางรีบกล่าวคำว่าถูกต้องอย่างต่อเนื่อง

ใบหน้าของหลิงเซียวมีความมืดมนจนน่ากลัว ตัวเขาที่เป็นถึงนักพรตผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เคยต้องมาได้รับความอัปยศอดสูในลักษณะนี้?

ทว่าในชั่วขณะนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนอ้วนที่มีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งผู้นำคนนี้ กลับไม่กล้าที่จะกล่าวคำโต้เถียงอันใดออกไปเลย

"ตัวข้าคือศิษย์สายในของตำหนักสวรรค์ ไม่ทราบว่าสำนักหลิงเซียวของพวกเจ้า มีเรื่องราวสิ่งใดที่มีความสำคัญหรือ?" คนอ้วนหลังจากเหลือบมองดูหลิงเซียวทีหนึ่งแล้ว ก็เอ่ยปากถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจอันใด

"สิ่งใดกัน ศิษย์ของตำหนักสวรรค์อย่างนั้นหรือ?"

ดวงตาทั้งคู่ของคนชราของสำนักหลิงเซียวพลันเบิกกว้างขึ้นมาในทันที ลมหายใจเริ่มมีความกระชั้นชิดรัวเร็วขึ้นมา

เขาคาดเดาขุมกำลังระดับมหาอำนาจเอาไว้มากมายมหาศาล ทว่ากลับไม่มีความคาดคิดเลยว่าจะกลายมาเป็นขุมกำลังฝ่ายนี้ได้!

นั่นก็คือ ตำหนักสวรรค์อันอยู่เหนือหัวและสูงสุดยอด!

เขาเกิดความตื่นเต้นยินดีจนร่างกายต้องสั่นเทาออกมาเลือนลาง ส่วนภายในใจกำลังส่งเสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า สำนักเทียนเต้า เจ้าพินาศย่อยยับแล้ว!

.....................

สำนักเทียนเต้า ซูไป๋เฝ้ามองดูบันไดปีนป่ายสู่สรวงสวรรค์อย่างเงียบสงบ มีคนรุ่นใหม่คนแล้วคนเล่าก้าวเท้าเข้าสู่ชั้นที่หกสิบ

นี่เพิ่งจะผ่านพ้นไปเพียงครึ่งวัน จำนวนศิษย์ใหม่ที่ก้าวเท้าเข้าสู่ชั้นที่หกสิบ ก็มีความเหนือกว่าเมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันเรียบร้อยแล้ว!

หากดำเนินไปด้วยความเร็วในลักษณะนี้ต่อไป ในวันนี้จำนวนของศิษย์ใหม่ ก็ย่อมมีความหวังที่จะเหนือกว่าจำนวนห้าร้อยคนอย่างแน่นอน

"ความเร็วในการรับสมัครคนใหม่ปานนี้ ชุดเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งหมื่นชุดเมื่อมองดูแล้วก็คงจะเป็นปริมาณสำหรับเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ดูท่าในคราวหน้า จำเป็นต้องจัดเตรียมชุดเอาไว้ให้พร้อมจำนวนหนึ่งแสนชุดแล้วสินะ"

ซูไป๋เอามือลูบขัดที่บริเวณคาง พลางส่งเสียงบ่นพึมพำออกมาเบาๆ

และก็เป็นช่วงเวลานี้เอง เงาร่างที่ไม่มีความสะดุดตาผู้หนึ่ง ก็ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ขอบเขตพื้นที่ของสำนักเทียนเต้าอย่างเงียบเชียบ

นั่นคือขอทานผู้หนึ่ง ก้าวเดินออกมาจากภายในเมืองอวิ๋นสุ่ย เดินทางมาถึงบริเวณข้างบันไดปีนป่ายสู่สรวงสวรรค์ที่ใช้สำหรับการทดสอบระดับขั้นที่เชิงเขาของสำนักเทียนเต้าตามกลุ่มผู้คนจำนวนมหาศาล

ขอทานผู้นั้น เงยหน้าขึ้นมองดูบันไดปีนป่ายสู่สรวงสวรรค์อันมีความครึกครื้นตรงหน้า และรวมถึงเสียงพูดจาวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มผู้คนในบริเวณรอบข้าง

"การทดสอบมีความเปิดเผยแจ่มแจ้ง.......ไม่จำกัดช่วงอายุ........ไม่จำกัดฐานะ......ร่างกายธรรมดาก็ย่อมสามารถเข้าร่วมได้......."

ขอทานส่งเสียงบ่นพึมพำกับตนเอง

วิธีการทดสอบของสำนักในลักษณะนี้ ต่อให้เป็นตัวเขาเอง ก็ทำไม่ได้ที่จะต้องเกิดความสั่นสะเทือนใจขึ้นมา

จำต้องรับรู้ว่า ต่อให้เป็นในยุคสมัยของเขา ขุมกำลังสำนักที่ครอบครองมังกรทองคำแห่งโชคชะตา ยามที่จะทำการรับสมัครศิษย์ ก็ย่อมต้องมีข้อจำกัดในเรื่องของรากปราณใช่หรือไม่!

อย่างไรเสีย ทรัพยากรของสำนักย่อมมีจำนวนจำกัด ศิษย์ที่ไม่มีรากปราณ ย่อมไม่สามารถฟูมฟักสั่งสอนได้ไหวหรอก!

ทว่าสำนักเทียนเต้าตรงหน้าผู้นี้ กลับมีความกล้าหาญที่จะปฏิบัติต่อศิษย์ที่ไม่มีรากปราณด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกันทั้งหมด!

จิตใจที่กว้างขวางและบารมีอันน่าเกรงขามในลักษณะนี้ ทำให้เขาต้องเกิดความเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมา

เพราะ สิ่งที่สำนักเทียนเต้ากระทำสำเร็จ ก็คือเรื่องราวที่ในอดีตพวกข้าไม่สามารถกระทำสำเร็จได้นั่นเอง!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็เงียบสงบไปครู่หนึ่ง ในแววตามีความซับซ้อนอยู่บ้าง

"สำนักในลักษณะนี้ ด้วยกำลังความสามารถทั้งหมดของตัวข้าสามารถคงอยู่ต่อไปได้เพิ่มอีกหนึ่งวัน ก็ให้คงอยู่ต่อไปเพิ่มอีกหนึ่งวันเถิด......"

"ก็เพียงแต่หวังว่า เรื่องราวที่น่าเสียดาย อย่าได้เกิดขึ้นมารวดเร็วปานนั้นเลย......"

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางบันไดปีนป่ายสู่สรวงสวรรค์อย่างช้าๆ

...

จบบทที่ ตอนที่ 58 เทพจวินแห่งพันธมิตรเซียนจุติ

คัดลอกลิงก์แล้ว