- หน้าแรก
- หวนคืนสู่ปี 1980 แก้ไขชีวิตครอบครัว
- บทที่ 66 น่าตกใจจริงๆ
บทที่ 66 น่าตกใจจริงๆ
บทที่ 66 น่าตกใจจริงๆ
ต่อให้แค่ต้องควักเงินจ่ายค่าต้นกล้า ก็ยังต้องใช้เงินถึงเจ็ดแปดร้อยหยวน นี่สำหรับคู่สามีภรรยาเติ้งชางฝูแล้ว ยังคงเป็นจำนวนเงินมหาศาลอยู่ดี
เติ้งชางฝูอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ลุงเก้า ลงทุนเงินเยอะขนาดนี้ นานเท่าไหร่ถึงจะหาเงินกลับคืนมาได้ครับ?”
“กล้าไม้ผลที่ฉันซื้อมาทั้งหมดเป็นแบบตอนกิ่ง ถ้าเป็นไปได้ราบรื่น ปีที่สองที่ปลูกก็สามารถออกผลได้แล้ว”
เติ้งซื่อหรงวางบ้องสูบยาลงแล้วกล่าวว่า “แน่นอนว่าปีที่สองเป็นเพียงการออกผลเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นจำนวนผลจะค่อย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ช่วงออกผลผลิตเต็มที่ ลิ้นจี่สายพันธุ์ที่ฉันเลือกนี้ จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยทั่วไปแล้วเมื่อลิ้นจี่เข้าสู่ช่วงออกผลผลิตเต็มที่ ต้นหนึ่งสามารถให้ผลได้ถึง 50 ถึง 100 จิน”
ตอนนี้ฉันลองคำนวณให้พวกเธอฟังนะ ปีที่สองเพราะจำนวนผลยังค่อนข้างน้อย ฉันขอคำนวณจากค่าเฉลี่ยต้นละ 5 จินก่อน ต้นลิ้นจี่ 1,000 ต้นของฉันรวมกันแล้วก็สามารถผลิตลิ้นจี่ได้อย่างน้อย 5,000 จิน
และราคาลิ้นจี่ในปัจจุบัน ตามสายพันธุ์ที่แตกต่างกันราคาจะขายได้อยู่ที่ประมาณสองเหมาถึงห้าเหมาต่อจิน ลิ้นจี่สายพันธุ์ที่ฉันปลูกชื่อว่ากุ้ยเว่ย เป็นสายพันธุ์ลิ้นจี่คุณภาพเยี่ยมที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก ราคาย่อมอยู่ในเกณฑ์ที่สูงสุด ราคาขายปลีกห้าเหมาต่อจินไม่มีปัญหาแน่นอน ต่อให้เป็นราคาขายส่งก็ไม่ควรต่ำกว่าสี่เหมา
สี่เหมาต่อจิน 5,000 จิน ก็คือ 2,000 หยวน
นั่นหมายความว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในปีที่สองที่ฉันปลูกลิ้นจี่ ก็สามารถคืนทุนได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน แถมอาจจะมีกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดไม้ติดมือมาด้วย หลังจากนั้นขอเพียงแค่จัดการสวนผลไม้ให้ดี สวนนี้ก็จะนำรายได้มหาศาลมาให้ฉันทุกปี
ถ้าพวกเธอลงทุนแค่ค่ากล้าไม้ ส่วนที่เหลือลงมือทำเองทั้งหมด ปีที่สองก็สามารถทำกำไรก้อนโตได้เลย”
เติ้งซื่อหรงเปิดเผยอนาคตของการปลูกลิ้นจี่ออกมาโดยไม่มีปิดบัง ท้ายที่สุดเขาคือคนที่ย้อนเวลากลับมา อาศัยความทรงจำจากชาติก่อน ต่อให้ชาตินี้เขาไม่ประกอบธุรกิจด้วยตัวเอง เพียงแค่ให้คำแนะนำลูก ๆ ของเขาในเวลาที่เหมาะสม ครอบครัวของพวกเขาก็ไม่มีทางขาดแคลนเงินทองแน่นอน
ดังนั้น สวนผลไม้เพียงแห่งเดียว สำหรับเขาแล้วไม่จำเป็นต้องปิดบังอำพรางเลย
สู้พูดออกมาอย่างเปิดเผย นำพาชาวบ้านที่เชื่อใจเขาให้หาเงินได้มากขึ้นในยุคนี้ และปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนล้าหลังในหมู่บ้านให้ดีขึ้นจะดีกว่า
ประการแรก สามารถยกระดับความน่าเชื่อถือของเขาในหมู่บ้านได้
ประการที่สอง รอจนชาวบ้านทุกคนมีเงินทองแล้ว ตอนที่เขาช่วยทำหน้าที่เป็นแม่สื่อ ค่าตอบแทนแม่สื่อที่ได้รับย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
คำพูดของเขาชุดนี้ ทำให้คู่สามีภรรยาเติ้งชางฝูถึงกับอ้าปากค้างจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
เพราะอนาคตที่ลุงเก้าพรรณนาถึงนั้น เกินกว่าจินตนาการของพวกเขาไปไกลมากจริง ๆ
หากเป็นไปตามที่ลุงเก้าพูดจริง ลงทุนเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเพื่อทำสวนผลไม้นี้ ถ้าพื้นที่ปลูกไม่น้อยไปกว่าบ้านลุงเก้า รอจนปีที่สองลิ้นจี่ออกผล ก็สามารถหาเงินได้ถึงหนึ่งพันกว่าหยวนแล้วหรือ?
ปีที่สองที่ออกผลเพียงเล็กน้อยก็หาเงินได้มากขนาดนี้ แล้วถ้าต้นไม้เข้าสู่ช่วงออกผลผลิตเต็มที่ ปีหนึ่งไม่สามารถหาเงินได้เป็นหมื่นเลยหรือ?
“ซี้ด...”
เมื่อคิดได้ดังนี้ คู่สามีภรรยาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจเต้นแรงอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าได้รับความตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว
ทว่า ไม่นานเติ้งชางฝูก็นึกถึงปัญหาที่เป็นจริงมากกว่าประเด็นหนึ่ง นั่นคือการซื้อกล้าไม้ 1,000 ต้นต้องใช้เงินอย่างน้อยเจ็ดแปดร้อยหยวน เงินจำนวนนี้อย่าว่าแต่สองสามีภรรยาจะไม่มีเลย ต่อให้รวมเงินพ่อแม่ของเขาก็ไม่สามารถหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาได้เช่นกัน
ดังนั้น เติ้งชางฝูจึงพูดอย่างท้อแท้ว่า “น่าเสียดายที่บ้านเราหาเงินมาซื้อกล้าไม้ไม่ได้เลยครับ”
กวนหย่งอิงในใจยังคงกุมเงินก้นหีบที่พ่อแม่ให้มาไว้ เธอจึงกล่าวทันทีว่า “เราไม่มีต้นทุนมากขนาดนั้น ก็ปลูกน้อยลงหน่อยก็ได้ค่ะ ต่อให้ปลูกแค่สองสามร้อยต้น รายได้ก็ยังถือว่าอู้ฟู่มากแล้ว รอจนทางบ้านคล่องตัวขึ้น แล้วค่อยปลูกเพิ่มก็ได้ค่ะ”
เติ้งซื่อหรงยิ้ม “เงินไม่ใช่ปัญหาเลย บ้านพวกเธอถ้าตั้งใจจะปลูกลิ้นจี่ตามฉันจริงๆ เงินไม่พอแค่ไปกู้ที่สหกรณ์สินเชื่อก็พอแล้ว นี่เป็นนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อเกษตรกรเรา ดอกเบี้ยก็ไม่คิดด้วยซ้ำ”
เติ้งชางฝูคนซื่อตรงพอได้ยินคำว่า “กู้เงิน” ก็รู้สึกตื่นตระหนกในใจ ไม่กล้าตัดสินใจเสียที
แต่กวนหย่งอิงกลับยังมีความกล้าหาญอยู่บ้าง เธอรู้ว่าลุงเก้าไม่มีทางคิดร้ายกับพวกเธอ จึงพยักหน้าพูดว่า “ลุงเก้า งั้นพวกเราเชื่อลุงค่ะ เดี๋ยวกลับไปจะไปปรึกษาพ่อสามีแม่สามีเรื่องปลูกไม้ผล ถ้าพวกท่านตกลง เราก็จะไปกู้เงินที่สหกรณ์สินเชื่อค่ะ”
เติ้งซื่อหรงมองไปที่เติ้งชางฝู “เธอเนี่ยนะ ความกล้าหาญยังสู้ภรรยาไม่ได้ เดิมทีฉันตั้งใจจะรอให้ต้นไม้ผลรอดก่อนแล้วค่อยพาพวกเธอปลูกด้วยกัน ท้ายที่สุดแล้วการลงทุนเรื่องกล้าไม้นี้ไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ฉันก็เท่ากับทำร้ายพวกเธอ
แต่ในเมื่อพวกเธอเดินเข้ามาหาเอง การปลูกล่วงหน้าก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
เพราะฉันซื้อกล้าไม้มาจากฟาร์มของรัฐ และอำเภอของเราก็เป็นผืนดินที่เหมาะสมแก่การปลูกผลไม้ที่สุด โอกาสที่กล้าไม้จะเกิดอุบัติเหตุมีน้อยมาก ดังนั้นถ้าพูดกันตามจริงก็ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรมากนัก”
เติ้งชางฝูได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเกรงใจ เขาเป็นคนนิสัยซื่อตรงแบบนี้ ทำอะไรเน้นความเป็นจริงไม่เพ้อฝัน ไม่เคยใช้เงินเกินตัว (หมายถึงการบริโภคก่อนมีรายได้) ดังนั้นเรื่องกู้เงินจึงเป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงและไม่เคยคิดจะทำมาโดยตลอด
ต่อจากนั้น คู่สามีภรรยาก็สอบถามปัญหาบางอย่างกับลุงเก้าอย่างละเอียดจนเข้าใจสิ่งที่ต้องรู้เกือบหมด ทั้งสองคนจึงกลับบ้านด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
ระหว่างทางกลับบ้าน กวนหย่งอิงกำชับว่า “สามีคะ เส้นทางทำเงินที่ปลูกลิ้นจี่ได้เงินเยอะขนาดนี้ ลุงเก้ายังไม่ปิดบังพวกเราแม้แต่นิดเดียว กลับไปเธอต้องบอกพ่อกับแม่ดี ๆ ให้ท่านตกลงทำสวนผลไม้นี้ พวกเราจะอยู่บ้านสวย ๆ เหมือนบ้านลุงเก้า และใช้ห้องน้ำสะอาด ๆ แบบนั้นได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับสวนผลไม้นี้แล้วล่ะค่ะ!”
เติ้งชางฝูพยักหน้า “พี่รู้แล้ว ลุงเก้าดูแลพวกเราดีจริง ๆ”
ไม่นานคู่สามีภรรยาก็กลับถึงบ้าน เห็นพ่อกำลังนั่งสูบยาอยู่ที่ประตูบ้าน เติ้งชางฝูจึงพูดกับกวนหย่งอิงว่า “เธอเข้าไปเรียกแม่ข้างในออกมาหน่อย”
กวนหย่งอิงอืมรับคำ แล้วเข้าไปเรียกแม่สามี
เติ้งอวิ๋นเฉียงที่กำลังสูบยาอยู่เห็นลูกชายคนโตเดินเข้ามาจึงถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า?”
เติ้งชางฝูพยักหน้า “ครับ มีธุระครับ”
เติ้งอวิ๋นเฉียงยัดยาเส้นใส่ปากบ้องพลางถามว่า “เรื่องอะไรล่ะ?”
ในเวลานี้ แม่ของชางฝูก็ถูกกวนหย่งอิงเรียกออกมาแล้วเช่นกัน จึงถามตามมาว่า “พวกเธอสองคนมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?”
เติ้งชางฝูเห็นแม่มาแล้ว จึงเล่าบทสนทนาที่เพิ่งคุยกับลุงเก้าให้ฟังอย่างละเอียดละออ จบแล้วจึงถามว่า “พ่อ แม่ พวกคุณคิดว่าสวนผลไม้นี้ บ้านเราควรทำดีไหมครับ?”
ไม่ต้องสงสัยเลย คู่สามีภรรยาเติ้งอวิ๋นเฉียงก็ถูกทำให้ตกตะลึงด้วยคำพูดเหล่านี้เช่นกัน ปีที่สองที่ปลูกลิ้นจี่จะมีรายได้ตั้งหนึ่งพันกว่าหยวน ต่อจากนั้นถ้าราบรื่น รายได้ก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จุดสูงสุดอาจทำรายได้ถึงหลักหมื่น
ในชนบทของยุคนี้ ใครได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วจะยังรักษาความนิ่งเฉยไว้ได้?