- หน้าแรก
- ยอดภรรยาชาวนาผู้มีพลังวิเศษ
- บทที่ 11 แตงโม
บทที่ 11 แตงโม
บทที่ 11 แตงโม
บทที่ 11 แตงโม
“ได้ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” สวี่หว่านหรงเดินออกไปอย่างร้อนใจ ฝีเท้าของนางรวดเร็วจนก่อให้เกิดสายลมพัดชายกระโปรงพลิ้วไหว
ฉู่ชิงจื่อบิดขี้เกียจก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ นางไม่ได้ปรุงยามานานแล้ว จึงรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
สวี่หว่านหรงกลับมาอย่างรวดเร็ว “พี่สาว ข้าล้างหน้าแล้วเจ้าค่ะ”
ฉู่ชิงจื่อลุกขึ้นแล้วให้สวี่หว่านหรงนั่งลงบนเก้าอี้แทน “อยู่นิ่งๆ นะ ส่วนที่เหลือข้าจัดการเอง”
สวี่หว่านหรงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยอย่างขวยเขินเล็กน้อยว่า “พี่สาว ข้าอยากส่องกระจกเจ้าค่ะ”
ฉู่ชิงจื่อพยักหน้ารับ “ได้สิ”
สาวใช้นำกระจกมาวางไว้บนโต๊ะหนังสือทันที จากนั้นก็ถอยกลับไปยืนด้านข้าง รอคอยคำสั่งอย่างเงียบๆ และเพื่อเป็นพยานในปาฏิหาริย์ครั้งนี้ด้วย
ฉู่ชิงจื่อหยิบหวีมารวบผมของสวี่หว่านหรงไปด้านหลัง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นบนหน้าผากอย่างชัดเจน จากนั้นนางจึงชโลมยาลงบนรอยแผลนั้น
“ตัวยานี้อ่อนโยนมาก มันจะไม่ทำให้เจ็บ แต่เจ้าอาจจะรู้สึกอุ่นๆ นิดหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ไม่ต้องตกใจไป”
สวี่หว่านหรงมองตัวเองในกระจก แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอันล้นปรี่ “พี่สาว ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หยางอีเมี่ยวเดินมาที่ประตูห้องหนังสือเล็ก แล้วชะโงกหน้ามองเข้าไป เมื่อเห็นรอยแผลเป็นที่กินพื้นที่ไปครึ่งซีกหน้าของบุตรสาว ขอบตาก็ร้อนผ่าวและแดงก่ำขึ้นมาทันที
นับตั้งแต่ใบหน้าของบุตรสาวเสียโฉม นางก็ไม่เคยยิ้มได้อีกเลย นางหวังเพียงว่าฉู่ชิงจื่อจะสามารถรักษาใบหน้าของบุตรสาว และทวงคืนความสดใสร่าเริงไร้เดียงสาของนางกลับมาได้
หลังจากทายาให้สวี่หว่านหรงเสร็จแล้ว ฉู่ชิงจื่อก็วางถ้วยยาลงบนโต๊ะ “ข้าเตรียมยาไว้ให้เจ้าสำหรับ 10 วัน แต่รอยแผลเป็นจะเริ่มจางลงในวันที่ 5 หรือ 6”
สวี่หว่านหรงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “5 หรือ 6 วันหรือเจ้าคะ?”
ฉู่ชิงจื่อคิดในใจ นางเรียนจบเอกแพทยศาสตร์มา เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จึงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก “เดี๋ยวเจ้าก็จะได้เห็นผลลัพธ์แล้ว”
ดวงตาของสวี่หว่านหรงเป็นประกาย “อืม”
ฉู่ชิงจื่อกวักมือเรียกเสี่ยวฟาง สาวใช้รีบเดินเข้ามาหาทันที “แม่นาง โปรดสั่งการมาได้เลยเจ้าค่ะ”
ฉู่ชิงจื่อเอ่ยถาม “เมื่อครู่นี้เจ้าเห็นขั้นตอนที่ข้าทายาให้คุณหนูของเจ้าทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่?”
เสี่ยวฟางพยักหน้ารัว “เห็นเจ้าค่ะ”
ฉู่ชิงจื่อกำชับ “ตั้งแต่นี้ไป เจ้าต้องทายาให้คุณหนูของเจ้าแบบนี้ทั้งเช้าและเย็น จำไว้ให้ดีล่ะ”
เสี่ยวฟางตอบรับ “บ่าวจำได้แล้วเจ้าค่ะ”
สวี่หว่านหรงเอาแต่จ้องมองตัวเองในกระจก นางหวังอย่างสุดหัวใจว่ารอยแผลเป็นบนใบหน้าจะหายวับไปในทันที และเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝันร้าย “เสี่ยวฟาง รีบไปนำแตงโมแช่เย็นมาให้พี่สาวเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
เสี่ยวฟางกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับจานใส่เนื้อแตงโมสีแดงสด นำมาวางตรงหน้าฉู่ชิงจื่อ “แม่นาง เชิญเจ้าค่ะ”
แน่นอนว่าฉู่ชิงจื่อไม่ได้เกรงใจ นางหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วเริ่มกิน “หว่านหรง เจ้าจะรับสักหน่อยหรือไม่?”
สวี่หว่านหรงส่ายหน้าเบาๆ “ข้าไม่รับเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี้ให้พี่สาวเลย”
ฉู่ชิงจื่อตบไหล่สวี่หว่านหรงเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน “เจ้าเป็นคนจิตใจดี สวรรค์ย่อมไม่ปฏิบัติกับเจ้าอย่างไม่เป็นธรรมหรอก”
สวี่หว่านหรงคลี่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “พี่สาวคือดาวนำโชคของข้าเจ้าค่ะ”
1 ชั่วโมงครึ่งผ่านไป สวี่หว่านหรงมองใบหน้าตัวเองในกระจก ตรวจสอบดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า “พี่สาว ข้ารู้สึกว่ารอยแผลเป็นมันดูจางลงไปนิดหน่อยเจ้าค่ะ”
ฉู่ชิงจื่อย้ำชัด “เจ้าไม่ได้ตาฝาดไปหรอก มันจางลงจริงๆ”
สวี่หว่านหรงรีบสั่งให้สาวใช้ไปตามมารดาของตนมา
สาวใช้รีบวิ่งออกไปทันที
หยางอีเมี่ยวมาถึงห้องหนังสือเล็กอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ รีบดูหน้าข้าสิเจ้าคะ มันดีขึ้นนิดหน่อยแล้วใช่หรือไม่?”
หยางอีเมี่ยวโน้มตัวเข้าไปพินิจใบหน้าของสวี่หว่านหรง ครู่ต่อมานางก็เอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า “ยาวิเศษแท้ๆ! ใบหน้าของหว่านหรงฟื้นฟูขึ้นมากทีเดียว”
ฉู่ชิงจื่อเผยรอยยิ้ม “ใช้ยาต่อไปเรื่อยๆ แล้วมันจะหายเป็นปกติภายใน 5 หรือ 6 วัน”
หยางอีเมี่ยวถึงกับอึ้งไป ก่อนจะร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ “5 หรือ 6 วันหรือ? แม่นางมั่นใจหรือ?”
ฉู่ชิงจื่อกล่าวอย่างมั่นใจ “แน่นอนว่าข้ามั่นใจ อย่างไรเสียก็แค่ 5 หรือ 6 วันเท่านั้น ถึงตอนนั้นพวกท่านก็จะรู้เอง”
หยางอีเมี่ยวกุมมือสวี่หว่านหรงเอาไว้และเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ใช่ๆๆ อีก 5 หรือ 6 วันเราก็จะได้รู้กันแล้ว...”
ฉู่ชิงจื่อเอ่ยขึ้น “ข้าต้องกลับแล้ว หากมีเรื่องอันใด ท่านสามารถส่งคนไปหาข้าที่หมู่บ้านตระกูลฉู่ได้ ท่านพ่อของข้าคือฉู่หรง ส่วนท่านปู่ของข้าคือฉู่ไท่”
สวี่หว่านหรงลุกขึ้นยืน “พี่สาว ข้าจะเดินไปส่งนะเจ้าคะ”
ฉู่ชิงจื่อพยักหน้าและเดินออกไปข้างนอก
ที่ประตูหน้า สวี่หว่านหรงรับตะกร้าใบหนึ่งมาจากมือเสี่ยวฟาง ตะกร้าใบนั้นถูกคลุมด้วยผ้าจึงมองไม่เห็นของที่อยู่ด้านใน นางส่งมันให้แก่ฉู่ชิงจื่อ “พี่สาว นี่คือของขวัญแทนคำขอบคุณจากข้า ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลยนะเจ้าคะ”
ฉู่ชิงจื่อยิ้ม “ตกลง”
สวี่หว่านหรงยืนอยู่หน้าประตู มองดูฉู่ชิงจื่อเดินจากไป...
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉู่ชิงจื่อก็บังเอิญพบว่าคนในครอบครัวกำลังเตรียมตัวออกไปรดน้ำพืชผลพอดี นางจึงร้องห้ามพวกเขาไว้ “รอก่อนเถิด”
นางส่งตะกร้าให้แก่หลี่ซื่อ “ทุกคน กินแตงโมกันก่อนแล้วค่อยไปเถอะ”
แม้จะมองไม่เห็นของที่อยู่ด้านใน แต่เพราะแตงโมลูกใหญ่มาก นางจึงรู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไรโดยไม่ต้องเปิดดู
แตงโมเป็นผลไม้ล้ำค่า มีเพียงครอบครัวเศรษฐีเท่านั้นที่ซื้อหามาได้ นางไม่คาดคิดเลยว่าสวี่หว่านหรงจะมอบให้มาทั้งลูก ซึ่งน่าจะหนักราวๆ 15 หรือ 16 จิน
“แตงโมหรือ?”
ทุกคนมีสีหน้าราวกับว่าตัวเองหูฝาดไป
ฉู่ชิงจื่อเปิดผ้าคลุมออก แตงโมเปลือกเขียวลูกโตก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน “แตงโมแช่เย็นน่ะ ทุกคนรีบกินคลายร้อนกันเถอะ”
เมื่อมองดูแตงโมลูกยักษ์ คนตระกูลฉู่ก็ถึงกับตัวแข็งทื่อไปในทันที
นี่คือแตงโมลูกโตอย่างนั้นหรือ?! แตงโมในตำนานลูกนั้น?!!! พวกเขาต้องกำลังฝันไปแน่ๆ!!!!