- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 81: คุณตา "เก็บตก" ของดี
บทที่ 81: คุณตา "เก็บตก" ของดี
บทที่ 81: คุณตา "เก็บตก" ของดี
บทที่ 81: คุณตา "เก็บตก" ของดี
ในจังหวะนั้น ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกก็เดินออกจากร้านไป เสียงเด็กเปรตที่โวยวายค่อยๆ แว่วหายไปไกล หยางจิ้งส่ายหน้าอีกครั้งด้วยความระอา เถ้าแก่ร้านรีบเดินกลับมาหาพลางยิ้มแห้งๆ
“เด็กสมัยนี้เนี่ย ทำเอาปวดหัวจริงๆ ครับ... เป็นไงบ้างน้องชาย หนังสือเล่มนี้ดูถึงไหนแล้ว?”
หยางจิ้งพยักหน้าตอบ
“เป็นฉบับแกะไม้พิมพ์สมัยหมิงที่น่าสนใจมากครับ แต่ติดที่เก็บรักษาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สภาพมันดูจะ...”
เถ้าแก่พอจะเข้าใจความหมาย จึงยิ้มสู้
“ในเมืองเล็กๆ แบบเราเนี่ย มีฉบับแกะไม้พิมพ์สมัยหมิงของแท้ติดร้านสักเล่มก็ถือว่าบุญโขแล้ว คุณว่าจริงไหมล่ะ?”
หยางจิ้งยักไหล่พลางถาม
“งั้นเล่มนี้เถ้าแก่จะปล่อยเท่าไหร่ครับ?”
“น้องชาย ถ้าคุณอยากได้จริงๆ ผมให้ที่ 12,000 หยวน”
หยางจิ้งส่ายหน้าเบาๆ ถ้าสภาพถึงระดับ 8 หรืออย่างน้อย 7.5 ราคานี้ก็พอฟังขึ้น แต่นี่สภาพฝืนๆ ได้แค่ระดับ 7 ยังไงก็ไม่ถึงหมื่นสองแน่นอน อย่างไรก็ตาม หยางจิ้งไม่ได้กดราคาจนน่าเกลียด เขาชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วยิ้มพูดว่า
“10,000 หยวนถ้วน แล้วถ้ารวมกับเล่มเมื่อกี้ด้วย ก็เป็น 11,000 หยวน ถ้าเถ้าแก่โอเค ผมรับทั้งสองเล่มไปในราคานี้เลยครับ”
ความจริงแล้ว สำหรับหยางจิ้งในตอนนี้ จะหมื่นสองหรือหนึ่งหมื่นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย แต่ธรรมเนียมวงการของเก่า เมื่อเขาเปิดราคามา เราก็ต้องต่อเป็นพิธี หรือที่เรียกกันว่าพวก ‘ไม่ต่อราคาแล้วนอนไม่หลับ’ นั่นแหละ
อีกประเด็นที่สำคัญคือในเล่มฮวาเจียนจี๋นี้มี ‘ฉบับแกะพิมพ์เสฉวนสมัยซ่ง’ แทรกอยู่ถึง 5 หน้า แม้สภาพจะไม่กริบ แต่การขายให้ได้ราคา ‘หนึ่งหน้าต่อทองหนึ่งตำลึง’ นั้นถือเป็นเรื่องจิ๊บๆ เดิมทีฉบับเสฉวนก็หายากกว่าฉบับเจ้อเจียงหรือฉบับฝูเจี้ยนอยู่แล้ว ขนาดฉบับสมัยซ่งทั่วไปยัง ‘หน้าละตำลึงทอง’ แล้วฉบับเสฉวนที่หายากกว่าย่อมต้องมีค่ามหาศาลแถมหนังสือเล่มนี้ยังมี ‘ไอสมบัติ’ อยู่ไม่น้อย ถ้าเถ้าแก่ยืนกรานราคาเดิม หยางจิ้งก็คงไม่ลังเลที่จะควักเงินจ่ายทันที แต่ดูเหมือนเถ้าแก่จะเริ่มขยาดหยางจิ้งตั้งแต่โดนกระชากหน้ากากเรื่องเล่มเกร็ดความรู้คนโบราณ เมื่อครู่จนเกิดเป็นปม
ในใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลงรับข้อเสนอของหยางจิ้งทันที หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขายกันเรียบร้อย หยางจิ้งก็รูดบัตรแล้วหิ้วหนังสือเดินออกจากร้าน เดิมทีเขาตั้งใจจะมาสอยภาพ ‘ดอกเหมยขาว’ ของวังซื่อเซิ่น
แต่กลายเป็นว่า ‘ตั้งใจปลูกดอกไม้ ดอกไม้ไม่บาน ไม่ตั้งใจปลูกหลิว หลิวกลับให้ร่มเงา’ (มีโชคโดยไม่คาดฝัน) แม้จะพลาดภาพวาด แต่กลับได้ ‘ของตก’ (ของล้ำค่าที่คนมองข้าม) ชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาแทน หนังสือสมัยซ่งนั้นมีค่ามหาศาลมาแต่ไหนแต่ไร ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน (ปี 2003) เพียงหน้าเดียวของคัมภีร์แกะพิมพ์มองโกลสมัยซ่งใต้ เสวียนตูเป่าจั้งยังประมูลไปได้ถึง 49,500 หยวน ถ้าเป็นตอนนี้ หน้าเดียวนั้นไม่พุ่งไปถึง 2 แสนหยวนเลยหรือ? แล้วนี่เป็นฉบับแกะพิมพ์เสฉวนตัวอักษรโซ่วจินถีที่หายากกว่าฉบับมองโกลอีกตั้งหลายเท่า มันจะมีค่าเท่าไหร่กัน? แถมมีตั้ง 5 หน้า!
หยางจิ้งแทบไม่กล้าคิดคำนวณต่อ บอกเลยว่าส้มหล่นครั้งนี้ไม่ธรรมดา! แม้จะเทียบไม่ได้กับภาพสเก็ตช์ 3 ใบของปิกัสโซที่ฟิชการ์ดหรือนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ที่ฝรั่งเศส แต่นี่ก็ถือเป็นโชคก้อนโตจริงๆ ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่า 5 หน้านี้มาจากฝีมือของ "จิ่งเซี่ยนเมิ่ง" จริงๆ การจะนำไปประมูลให้ได้ราคาหลักล้านหยวนก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย!
เรื่องพิสูจน์คงต้องรอจังหวะไปก่อน หยางจิ้งปลอบใจตัวเองในใจ เดินพ้นประตูร้านมาได้ไม่กี่ก้าว หยางจิ้งก็แอบเปิดระบบ "แหวนศักดิ์สิทธิ์" เพื่อดูดซับไอสมบัติจากหนังสือทั้งสองเล่มทันที ทันใดนั้น "บ่อพักไอสมบัติสายมนุษยศาสตร์" ที่เดิมทีดูเงียบเหงาก็พลันเดือดป่านน้ำเดือด พลังงานไหลบ่าเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ลำพังแค่ไอสมบัติจาก 5 หน้าฉบับซ่งเสฉวน ก็มีปริมาณมากกว่าภาพสเก็ตช์ 3 ใบของปิกัสโซรวมกันเสียอีก หรืออาจจะมากกว่าไอสมบัติสายมนุษยศาสตร์ทั้งหมดที่เคยดูดมาด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่แปลกหรอก นี่คือคัมภีร์โบราณล้ำค่าที่มีอายุกว่า 900 ปี แถมอาจจะเป็นฉบับเดียวที่เหลืออยู่ในโลก การจะมีไอสมบัติมหาศาลขนาดนี้จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนเล่มเกร็ดความรู้คนโบราณก็ให้
ไอสมบัติมาไม่น้อย เพราะมันมีอายุร้อยกว่าปีและหนาถึง 70 กว่าหน้า เมื่อรวมกับ 45 หน้าสมัยหมิงในเล่มฮวาเจียนจี๋รอบนี้หยางจิ้งเรียกได้ว่า "เก็บเกี่ยวไอสมบัติครั้งใหญ่" เลยทีเดียว จากเดิมที่กะว่าจะพาคุณตามาเดินเล่นคลายเครียด กลับกลายเป็นว่าได้ลาภลอยก้อนโตแบบไม่ตั้งตัว ทำให้หยางจิ้งอารมณ์ดีสุดๆ ถ้าจะให้พูดแบบเพื่อนเขา (เจ้าอ้วน) ก็คือถ้าไม่มีไอ้ "ไข่สองใบ" ถ่วงล่างไว้อยู่ ป่านนี้ตัวเขาคงลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว......
หยางจิ้งเดินตามหาจนเจอคุณตากับน้าชายในร้านขายเครื่องรางและของกระจุกกระจิกอีกร้าน น้าชายเพิ่งควักเงิน 380 หยวน ซื้อ "วอลนัทสำหรับคลึงมือ" ให้คุณตาหนึ่งคู่ คุณตายิ้มจนรอยตีนกาบานแฉ่ง ส่วนเถ้าแก่ร้านกลับทำหน้าอมทุกข์ ตอนหยางจิ้งเดินเข้าไป เถ้าแก่ยังบ่นอุบอิบว่า
“วอลนัทดีขนาดนี้ เมื่อก่อนคู่หนึ่งขายได้ตั้ง 5,000 หยวน เดี๋ยวนี้พับผ่าสิ... ไม่ถึง 400 ยังขายแทบไม่ได้ โลกเรามันเป็นอะไรไปหมดแล้วเนี่ย...”
ก็ไม่แปลกที่เถ้าแก่จะทำหน้าเบี้ยวขนาดนั้น เพราะราคาวอลนัทคลึงมือในตอนนี้ตกลงอย่างรุนแรง จะเรียกว่า "ดิ่งพสุธา" ก็ยังน้อยไป กระแสฟีเวอร์วอลนัทคลึงมือในจีนเริ่มมาตั้งแต่ปี 2000 พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงปี 2008-2011 แล้วค้างฟ้าอยู่นาน แต่พอถึงปี 2014 จู่ๆ วอลนัทที่เคยบ้าคลั่งก็เบรกตัวโก่ง วอลนัทคู่ที่เคยขายได้ 30,000 หยวน ตอนนี้ตั้งราคา 3,000 ยังไม่มีใครแม้แต่จะชายตามอง เถ้าแก่ร้านคนนี้น่าจะเป็นคนที่ผ่านยุค "วอลนัทบ้าคลั่ง" มา และคงจะเป็นคนรักวอลนัทจริงๆ ไม่อย่างนั้นการเห็นของที่เคยมีค่า 5,000 หยวน โดนคนซื้อไปในราคา 380 หยวน คงเป็นเรื่องที่หัวใจแทบจะรับไม่ได้ แต่นี่แหละคือความจริงอันโหดร้าย อย่างที่เขาว่ากันว่า "สิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สิบปีอยู่ฝั่งตะวันตก" (โชคชะตาผันผวน) คำนี้ใช้บรรยายราคาวอลนัทคลึงมือได้เห็นภาพที่สุดแล้ว คุณตาย่อมต้องดีใจแน่นอน เพราะความทรงจำของท่านยังหยุดอยู่ที่ปีก่อน 2010 ซึ่งเป็นยุคที่วอลนัทเฟื่องฟูถึงขีดสุด วอลนัทคู่แบบนี้ต้องมี 5,000 ถึงจะได้มา แต่นี่จ่ายไปไม่ถึง 400 ก็ได้ครอบครองแล้ว คุณตาคงกำลังแอบคิดในใจแน่ๆ ว่า "ข้าเก็บตกของดีได้แล้วโว้ย!"
เห็นคุณตามีความสุข หยางจิ้งกับน้าชายก็พลอยมีความสุขไปด้วย วันนี้เป้าหมายคือพาคุณตามาคลายเครียด ในเมื่อตอนนี้ท่านยิ้มแก้มปริเหมือนเด็กๆ เป้าหมายก็บรรลุแล้วไม่ใช่หรือ? สองน้าหลานช่วยกันเข็นคุณตาออกไปจากตลาด ท่านผู้เฒ่าคลึงวอลนัทในมืออย่างหวงแหน ส่วนหยางจิ้งก็แอบกระซิบเล่าน้าชายเรื่องที่เขา "เก็บของตก" เป็นคัมภีร์สมัยซ่งเสฉวน 5 หน้ามาได้ ผลคือพอน้าชายฟังจบ ตกใจจนเกือบจะเข็นวีลแชร์ของคุณตาตกร่องถนนไปเลยทีเดียว......
จบตอนที่ 81