- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดริมชายฝั่งพกมิติลับมาสร้างครอบครัว
- บทที่ 16: ขายเห็ดหลินจือและเผชิญการกดราคา
บทที่ 16: ขายเห็ดหลินจือและเผชิญการกดราคา
บทที่ 16: ขายเห็ดหลินจือและเผชิญการกดราคา
บทที่ 16: ขายเห็ดหลินจือและเผชิญการกดราคา
ในชีวิตก่อน มู่ชิงชิงเรียนจบชั้นมัธยมปลายและไปเที่ยวฉลองเรียนจบที่ยูนนาน นางกินเห็ดพื้นเมืองที่ยังปรุงไม่สุกดีเข้าไป จึงบอกให้คนขับแท็กซี่ขับช้าๆ หน่อย เพราะถ้ารถวิ่งเร็วเกินไปนางจะหกเลอะเทอะเอาได้
เมื่อคนขับแท็กซี่ถามเหตุผล นางก็ตอบไปว่าเพราะตอนนี้นางคือชานมไข่มุกหนึ่งแก้ว
คนขับแท็กซี่จึงหักพวงมาลัยเลี้ยวขวับ ส่งนางตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลทันที
เหตุการณ์นั้นทำให้นางยังคงหวาดกลัวเห็ดฝังใจ แต่ถ้าแค่เก็บเห็ดก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียมันก็เอาไปขายเป็นเงินได้
ไม่นานตะกร้าของนางก็เต็ม ไก่ป่าจึงต้องถูกนำมาห้อยต่องแต่งไว้ด้านนอก มู่ชิงชิงยืดตัวขึ้นกวาดสายตามองต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะขยี้ตาแล้วร้องตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ "นั่นมันเห็ดหลินจือไม่ใช่หรือไง!"
มันเป็นเห็ดหลินจือรูปพัดสีน้ำตาลที่มีสามแฉก มู่ชิงชิงเก็บมันอย่างระมัดระวังและนำไปเก็บไว้ในมิติซูเปอร์มาร์เก็ต
หากขายเห็ดหลินจือดอกนี้ได้ นางก็น่าจะมีเงินพอสำหรับสร้างบ้าน มู่ชิงชิงคิดอย่างมีความสุขว่าคราวนี้นางคงมีเงินมากมายจนใช้ไม่หวาดไม่ไหวแน่ๆ
มู่ชิงชิงกะเวลาคร่าวๆ แล้วสะพายตะกร้าเดินกลับบ้าน ระหว่างทางนางก็ใช้วิธีเดิมจับไก่ป่าได้อีกหนึ่งตัว
มู่ชิงชิงกลับมาพร้อมกับของเต็มไม้เต็มมือ ทันทีที่เดินออกจากเทือกเขาพยัคฆ์ นางก็ถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่จ้องมองนางราวกับเห็นตัวประหลาด
"ชิงชิง เจ้าจับไก่ป่าได้ตั้งสองตัวเชียวหรือ"
ท่านป้าฮวาและกลุ่มหญิงชาวบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นมารอดักดูว่ามู่ชิงชิงเข้าไปทำอะไร แต่กลับพบว่านางหิ้วไก่ป่ากลับมาถึงสองตัวจริงๆ
ดวงตาของหญิงคนอื่นๆ ลุกวาวด้วยความอิจฉาตาร้อน แทบอยากจะแย่งไก่ป่าเหล่านั้นกลับไปตุ๋นกินที่บ้านตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ใช่จ้ะ ข้าโชคดีเลยจับไก่ป่ามาได้สองตัว!"
มู่ชิงชิงรู้ดีว่าพวกป้าแก่ๆ เหล่านี้มารอเพื่อจะหัวเราะเยาะนาง ซึ่งมันเข้าทางนางพอดิบพอดี เพราะนางกะจะยืมปากคนพวกนี้กระจายข่าวอยู่แล้ว
เมื่อกล่าวจบ นางก็หยิบเห็ดหลินจือที่หามาได้ออกมาโชว์ให้ดูพลางกล่าว "ข้าหาเห็ดหลินจือเจอด้วยแหละ ตั้งแต่หลิงโม่ตัดขาดกับบ้านตระกูลหลิง หลังคาบ้านเราก็รั่วจนแสงทะลุลงมาได้ โชคดีที่สวรรค์ยังมีเมตตา ดลใจให้ข้าเจอเห็ดหลินจือดอกใหญ่ ต่อไปนี้พวกเราจะได้สร้างบ้านใหม่กันเสียที"
"ชิงชิง เจ้าช่างดวงดีเสียจริง"
ท่านป้าฮวาอิจฉาจนแทบอยากจะกราบมู่ชิงชิง ยายอ้วนคนนี้ไปเอาโชคดีมาจากไหนกันนะ ในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางก้มมองลูกชายของตนแล้วขอบตาก็เริ่มแดงเรื่อ
มู่ชิงชิงทิ้งสายตาแห่งความอิจฉาริษยาและเกลียดชังเหล่านั้นไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวเดินกลับบ้านด้วยฝีเท้าอันเบาสบาย
ปกตินางไม่ใช่คนชอบโอ้อวด แต่การสร้างบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่ป่าวประกาศเรื่องเห็ดหลินจือให้คนรู้ คนบ้านตระกูลหลิงจะต้องคิดว่าหลิงโม่ยังมีเงินเก็บซุกซ่อนอยู่แล้วมาระรานหาเรื่องแน่ แต่ถ้าเป็นของที่นางหามาได้ด้วยตัวเอง มันก็ย่อมไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนพวกนั้น
ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องทำให้เอิกเกริกเข้าไว้ ทันทีที่ท่านป้าฮวาและพวกขาเมาท์รู้เรื่อง คนทั้งหมู่บ้านก็จะรู้กันถ้วนหน้า เผลอๆ อาจจะลือไปถึงหมู่บ้านข้างเคียงด้วยซ้ำ วิธีนี้ช่วยประหยัดแรงในการรับมือกับความวุ่นวายไปได้มาก
เมื่อกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี ทันทีที่เสี่ยวจือเห็นนางกลับมา เขาก็พุ่งเข้ามาจับมือนางไว้ไม่ยอมปล่อย แต่แล้วก็ยอมคลายมือออกเพราะกลัวว่าจะทำให้นางเกะกะเวลาทำงาน
เขาเดินตามหลังนางต้อยๆ ราวกับลูกหางตัวน้อยๆ
"ชิงชิง เจ้าจับไก่ป่ามาได้ด้วย!"
หวังซิ่วเจินกำลังอุ้มทารกคนหนึ่งอยู่ที่ลานบ้าน ส่วนอีกสองคนกำลังหลับอยู่ด้านใน
มู่ชิงชิงคิดว่านางน่าจะทำเปลเด็กสักสองสามอัน เพื่อที่จะได้เข็นเด็กๆ ออกมารับแสงแดดพร้อมกันได้
"ใช่จ้ะ ข้าโชคดีไม่เบาเลย แถมยังเก็บเห็ดหลินจือมาได้อีกด้วย หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จข้าจะเข้าเมืองไปรีบขายมันให้เรียบร้อย จะได้เตรียมตัวสร้างบ้านใหม่กัน"
แม่นมหยางยกโต๊ะสี่เหลี่ยมมาตั้งไว้กลางลานบ้าน พร้อมกับวางจานซาลาเปาไส้ผักและผัดผักป่าอีกสองจานลงบนโต๊ะ
มู่ชิงชิงบ่นกระปอดกระแปดอย่างน่าสงสาร "แม่นมหยาง ข้าขอต่อรองหน่อยเถอะ วันหลังเวลาทำผัดผักช่วยใส่เนื้อสัตว์ลงไปบ้างได้หรือไม่ แฮะๆ!"
มู่ชิงชิงทำตัวออดอ้อนพลางเขย่าแขนแม่นมหยาง แม่นมหยางจึงเอ่ยด้วยความเอ็นดูว่า "ได้ๆๆ!"
มู่ชิงชิงรู้ว่าแม่นมหยางหวังดี ครอบครัวมีคนเยอะ นางจึงอยากช่วยประหยัดเงินให้
แต่ตอนนี้ทุกคนในบ้านล้วนต้องการสารอาหารบำรุงร่างกาย ยกเว้นก็แต่นาง ยายอ้วนที่ได้รับสารอาหารเกินขนาดคนนี้แหละ
หลังมื้อเที่ยง มู่ชิงชิงก็ออกเดินทางเข้าเมือง นางนั่งเกวียนวัวมาจนถึงตัวตำบล แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังร้านสมุนไพรที่มาเมื่อวานทันที
ลูกมือตัวน้อยไม่คิดว่ามู่ชิงชิงจะกลับมาอีกในวันนี้ จึงก้าวออกไปถามว่า "ท่านป้า ยาเทียบเมื่อวานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าขอรับ"
"ไม่มีปัญหาหรอก วันนี้ข้าแค่มาดูว่าร้านของเจ้ารับซื้อสมุนไพรหรือไม่" มู่ชิงชิงได้แต่ทำใจยอมรับคำเรียกขานว่า "ท่านป้า" อย่างจนใจ
ลูกมือตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็เบิกบานใจ "จริงหรือขอรับ ท่านเก็บสมุนไพรมาได้จริงๆ หรือ"
"ใช่สิ" พูดจบนางก็หยิบเห็ดหลินจือออกมา
"เห็ดหลินจือ! ท่านป้า ท่านหาเห็ดหลินจือมาได้จริงๆ ด้วย!"
ลูกมือตัวน้อยก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความประหลาดใจ แต่เขาไม่ได้แตะต้องมัน เพียงแค่พินิจดูอย่างระมัดระวังแล้วเอ่ยต่อ "นี่มันต้องอายุราวสิบปีแน่ๆ ท่านป้า ท่านเก่งกาจยิ่งนัก!"
ลูกมือตัวน้อยเอ่ยชื่นชมมู่ชิงชิง ก่อนจะหันหลังกลับไปหลังร้านเพื่อเชิญเถ้าแก่หวงผู้เป็นอาจารย์ออกมา
เถ้าแก่หวงเดินออกมาโดยมีลูกมือตัวน้อยคอยประคอง หลังจากตรวจดูจนแน่ใจว่าเป็นเห็ดหลินจือ เขาก็เอ่ยด้วยท่าทีเฉยเมย "ก็ไม่เลว แต่อายุของมันน่าผิดหวังไปสักหน่อย ข้าให้สิบตำลึงก็แล้วกัน เสี่ยวซานจื่อ มัวเหม่ออะไรอยู่ รับของมาสิ"
มู่ชิงชิงมองออกทันทีว่าเถ้าแก่คนนี้เป็นพ่อค้าหน้าเลือดที่เห็นนางเป็นคนโง่ เขาเทียบลูกมือตัวน้อยไม่ได้เลยสักนิด
จริงสิ เสี่ยวซานจื่อ—ถึงชื่อนี้จะฟังดูมักง่ายไปหน่อยก็เถอะ
"นี่เป็นเห็ดหลินจืออายุสิบปีจากป่าลึกเลยนะ ท่านแน่ใจหรือว่าจะให้ข้าแค่สิบตำลึง" มู่ชิงชิงเพ่งมองอีกครั้งเพื่อดูว่าสายตาของเถ้าแก่หวงฝ้าฟางไปแล้วหรืออย่างไร
"ให้เต็มที่สิบตำลึงก็ดีถมไปแล้ว หากไม่ขายที่ตำบลชิงสือ ก็ไม่มีใครรับซื้อของของเจ้าแล้วล่ะ!"
ท่าทางเย่อหยิ่งของเถ้าแก่หวงทำให้มู่ชิงชิงตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังจงใจกดราคาอย่างร้ายกาจ
"ช่างเถอะ ข้าไม่ขายแล้ว ข้าไปดูร้านอื่นดีกว่า" มู่ชิงชิงหันหลังเตรียมเดินออกจากร้าน
"หึ หากผิงเหอตังของข้าไม่รับซื้อ ข้าก็อยากจะรู้นักว่าใครจะกล้ารับ!" เถ้าแก่หวงแค่นเสียง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหลังร้าน
ในขณะเดียวกัน เสี่ยวซานจื่อก็รีบวิ่งตามมู่ชิงชิงออกมาแล้วกล่าวว่า "ท่านป้า ในตำบลชิงสือของเรามีร้านสมุนไพรแค่สองแห่งเท่านั้น อีกร้านหนึ่งก็เป็นของหลานชายหมอหวง ข้าเกรงว่าเห็ดหลินจือของท่านคงจะขายออกได้ยากแล้วล่ะขอรับ"
"นี่น่ะหรือที่เจ้าบอกว่าให้ราคาเป็นธรรม ข้าว่าพวกเจ้าเป็นยิ่งกว่าโจรเสียอีก นี่มันปล้นกันชัดๆ!"
มู่ชิงชิงประชดประชันด้วยความหงุดหงิด
อันที่จริงนางก็ค่อนข้างถูกชะตากับลูกมือคนนี้ แม้ว่าเขาจะเรียกนางว่าท่านป้าตลอดก็ตาม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางมาร้านของเขาเป็นที่แรก แต่กลับต้องมาเจอเถ้าแก่หน้าเลือดแบบนี้เสียนี่
"ท่านป้า ข้าขออภัยจริงๆ ขอรับ ตั้งแต่ร้านสมุนไพรท้ายถนนปิดตัวไป เถ้าแก่หวงก็นับวันยิ่งหน้าเลือดขึ้นเรื่อยๆ" เสี่ยวซานจื่ออธิบายให้มู่ชิงชิงฟัง
"ท่านไม่ต้องเสียเวลาไปที่เป่าเหรินตังอีกร้านหรอกขอรับ พวกเขาจะให้ราคาน้อยกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ไม่มีทางให้มากกว่าแน่นอน
ทำไมท่านไม่ลองไปเสนอขายให้พวกบ้านเศรษฐีดูเล่า ในตำบลของเรามีเศรษฐีหลิวผู้เป็นคหบดีชื่อดังประจำท้องถิ่นอยู่ บางทีหากเขาถูกใจของของท่าน เขาอาจจะให้ราคาที่น่าพึงพอใจก็ได้นะขอรับ"
เสี่ยวซานจื่อกระตือรือร้นเสนอแนะแนวทางให้แก่มู่ชิงชิง ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในร้าน เพราะหากชักช้าเขาคงโดนด่ากระเจิงแน่
มู่ชิงชิงคิดว่าความคิดของเสี่ยวซานจื่อก็ไม่เลว การไปลองเสี่ยงโชคที่บ้านของเศรษฐีหลิวก็ไม่ได้เสียหายอะไร ขณะที่นางกำลังเดินไปตามทาง นางก็บังเอิญพบกับกลุ่มเด็กที่เคยรังแกเสี่ยวจือเมื่อคราวก่อน
พวกเขากำลังเป่าปากผิวปากอยู่บนถนน ท่าทางเกเรไม่เบา—ช่างเป็นแก๊งเด็กอันธพาลข้างถนนเสียจริง!
เด็กชายตัวโตที่เป็นหัวโจกเมื่อเห็นร่างของมู่ชิงชิงก็ชะงักงันไปในทันที ทำไมเขาถึงต้องมาเจอกับนางมารร้ายคนนี้อีกแล้วเนี่ย!