- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 61 หลิวซิงนำขนมมาให้
บทที่ 61 หลิวซิงนำขนมมาให้
บทที่ 61 หลิวซิงนำขนมมาให้
บทที่ 61 หลิวซิงนำขนมมาให้
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เซี่ยเชียนเชียนยุ่งอยู่กับการทำงาน
นางมีเทคนิค แต่ขาดกำลังผลิต นางไม่มีวันลืมความอับอายตอนที่เข้าไปขายเมล็ดพันธุ์ในเมือง แล้วถูกลูกค้าเมินเพราะมีของน้อยเกินไป ครั้งนี้นางจึงอยากเตรียมการให้พร้อมและมีของมากพอ
ทว่าด้วยแรงงานเพียงสามคน พวกนางต้องทั้งขุดดินโคลน ผสมโคลนเพื่อปั้นกระเบื้องดิบ แถมยังต้องขึ้นเขาไปตัดฟืนอีก ลำพังแค่นี้ก็รับมือแทบไม่ไหวแล้ว
เซี่ยเชียนเชียนจึงกัดฟันจ้างคนงานมาช่วยเพิ่มอีกสองคน
ข่าวที่เซี่ยเชียนเชียนเผากระเบื้องได้สำเร็จแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้าน
หลิวซิงจากหมู่บ้านสือฮวาถึงกับอุตส่าห์ซื้อขนมหวานมาแสดงความยินดีกับเซี่ยเชียนเชียนโดยเฉพาะ
วันนี้ชายหนุ่มแต่งกายสะอาดสะอ้านเรียบร้อย แม้ผิวจะคล้ำไปสักหน่อย แต่ก็นับว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่ง
เขาเอ่ยด้วยท่าทีขวยเขิน "แม่นางเซี่ย ยินดีด้วยนะขอรับ ท่านเก่งกาจจริงๆ!"
"ขอบคุณนะ" เซี่ยเชียนเชียนส่งยิ้มหวาน เพราะกำลังทำงานอยู่ บนหน้าผากจึงมีหยาดเหงื่อเกาะพราว ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
หลิวซิงใจเต้นแรง เขาแย่งจอบมาจากมือนาง "ข้าช่วยท่านเองขอรับ"
"ดีเลย" เซี่ยเชียนเชียนได้ทีจึงรีบนั่งลงพักผ่อน หลังจากทำงานหนักมาหลายวัน ไหล่ของนางก็ปวดเมื่อยไปหมด ตอนนี้นางต้องการอบซาวน่า! นางต้องการคนนวด!
คิดดูสิว่าภรรยาท่านประธานที่ถูกประคบประหงมอย่างนาง ไม่เคยต้องทำงานใช้แรงงานมาตั้งกี่ปีแล้ว แต่ตอนนี้กลับต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้ หากกู้เหยียนจิ่งมาเห็นเข้า เขาจะต้องเยาะเย้ยนางว่ามีวาสนาแต่ไม่รู้จักเสวยสุขเป็นแน่!
เมื่อนึกถึงกู้เหยียนจิ่ง ความรู้สึกซับซ้อนก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจของเซี่ยเชียนเชียน นำพาความเจ็บปวดจางๆ มาสู่หัวใจ
หลังจากการหย่าร้าง เรื่องราวในอดีตก็กลายเป็นเพียงความทรงจำ กาลเวลาเปรียบเสมือนตัวกรองชั้นดีที่ช่วยชะล้างความบาดหมางทิ้งไป เหลือไว้เพียงความงดงาม แม้แต่การทะเลาะเบาะแว้ง การต่อปากต่อคำ และการแง่งอน ในตอนนี้กลับดูอบอุ่นและน่าประทับใจ
อันที่จริงกู้เหยียนจิ่งก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมด เขาไม่ใช่คนที่ริเริ่มไปจับมือผู้หญิงคนนั้นก่อน เป็นฝ่ายหญิงต่างหากที่เป็นคนเริ่ม นางเห็นมากับตาชัดๆ
แต่ในตอนนั้น นางแค่ต้องการข้ออ้างเพื่อขอหย่า ก็เลยทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ลองนึกย้อนดูแล้ว นางนี่มันเล่นใหญ่เกินไปจริงๆ
"เชียนเชียน หลิวซิงเป็นคนดีนะ" ฉินซื่อขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วเอ่ยอย่างมีความนัย
โชคร้ายที่ตอนนั้นเซี่ยเชียนเชียนกำลังนึกถึงกู้เหยียนจิ่งอยู่ จึงไม่เข้าใจความหมายแฝงนั้น นางตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "เขาก็ดีแหละเจ้าค่ะ แรงงานฟรีแถมยังมีขนมมาฝากพวกเราด้วย"
"เชียนเชียน ลองเปิดใจดูสิ!" ฉินซื่อสนับสนุน
"ลองอะไรหรือเจ้าคะ" เซี่ยเชียนเชียนถามอย่างงุนงง
"บ้านตระกูลหลิวในหมู่บ้านสือฮวาก็มีความคุ้นเคยกับพ่อของเจ้าอยู่บ้าง เขาน่าจะเป็นคู่ครองที่ดีสำหรับเจ้าได้นะ"
"พรืด... ท่านแม่ ท่านพูดเรื่องนี้เองหรอกหรือ!" เซี่ยเชียนเชียนหัวเราะ พลางเอาหลิวซิงไปเปรียบเทียบกับกู้เหยียนจิ่งในใจอย่างลืมตัว เมื่อเทียบกันแล้ว... มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด! รัศมีท่านประธานของกู้เหยียนจิ่งนั้นเจิดจ้าเกินไปจริงๆ
"เชียนเชียน แม่รู้ว่าเจ้ายังกังวลเรื่องบ้านตระกูลกู้ แต่แม่หวังอยากให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบายขึ้นนะ มีผู้ชายสักคนคอยเป็นที่พึ่งให้มันย่อมดีกว่าอยู่แล้ว" ฉินซื่อกุมมือเซี่ยเชียนเชียนไว้ นางพึงพอใจในตัวหลิวซิงเอามากๆ
"ท่านแม่ ข้ายังไม่คิดเรื่องแต่งงานจนกว่าจะอายุยี่สิบหรอกเจ้าค่ะ"
"อะไรนะ? ยี่สิบเชียวหรือ! แบบนั้นเจ้าจะไม่กลายเป็นสาวเทื้อไปหรอกหรือ!" ฉินซื่อตกใจแทบสิ้นสติ
"สตรีที่มีความสามารถไม่กลัวเรื่องอายุหรอกเจ้าค่ะ"
"ชาวบ้านจะหัวเราะเยาะเจ้าเอานะ แม่คลอดเจ้าตอนอายุแค่สิบหกเอง..."
"หยุดเลยเจ้าค่ะ!" เซี่ยเชียนเชียนรีบร้องห้าม "ท่านแม่ รอให้บ้านเรามีเงินพอจะจ่ายค่าสินสอดก่อนเถอะค่อยมาคุยเรื่องนี้กัน!"
ฉินซื่อส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ความสามารถของเชียนเชียนไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษเลยสักนิด น่าเสียดายนักที่นางเกิดมาเป็นสตรี
บนภูเขาฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ชิงถงกำลังเคี้ยวผลไม้อย่างสบายอารมณ์ ขณะทอดสายตามองคุณชายของตนแอบดูแม่นางเซี่ยอยู่เงียบๆ
คุณชายคงจะตกหลุมรักแม่นางเซี่ยเข้าให้แล้วเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาแอบดูนางทุกวันเช่นนี้หรอก
แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่า ในเมื่อคุณชายชอบนาง ทำไมถึงไม่ขอซื้อตัวนางมาโดยตรง จะมัวทำลับๆ ล่อๆ อยู่ทำไม
"ชิงถง อย่าได้มาคาดเดาความคิดของเจ้านาย" น้ำเสียงเย็นชาของกู้เหยียนจิ่งดังขึ้นมาถูกจังหวะพอดี
ชิงถงสะดุ้งโหยง "คุณชาย ข้าน้อยยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะขอรับ..."
"เจ้ากำลังบ่นข้าอยู่ในใจ" กู้เหยียนจิ่งวางกล้องส่องทางไกลลง ดวงตาที่ลึกล้ำประดุจดวงดาราจ้องมองไปที่ชิงถง "เจ้าอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่เข้าไปหานางตรงๆ"
ชิงถงพยักหน้า ก่อนจะรีบส่ายหน้ารัวๆ
"เพราะเวลายังไม่เหมาะสมน่ะสิ"