- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 38: กระเบื้องดินดิบถูกทำลาย
บทที่ 38: กระเบื้องดินดิบถูกทำลาย
บทที่ 38: กระเบื้องดินดิบถูกทำลาย
บทที่ 38: กระเบื้องดินดิบถูกทำลาย
ผู้เฒ่าเซี่ยเองก็ปวดใจเช่นกัน ไม่เพียงแต่ต้องสูญเงินไปถึงยี่สิบตำลึง แต่ยังทิ้งหอกข้างแคร่ไว้ให้ตระกูลเซี่ยอีกด้วย—หากเซี่ยเชียนเชียนทำกระเบื้องสำเร็จจริงๆ นางจะต้องแย่งกิจการของตระกูลเซี่ยไปอย่างแน่นอน
"เจ้าลูกรอง ต่อให้ตอนนี้เจ้าฆ่าคนตระกูลเจียงทิ้ง เซี่ยเชียนเชียนก็ยังขายอะไรไม่ได้อยู่ดี สู้ปล่อยพวกเขาไป ให้พวกเขาไปงัดข้อกับเซี่ยเชียนเชียน แล้วทำลายเตาเผากระเบื้องของนางซะ" ผู้เฒ่าเซี่ยกล่าว
เซี่ยติ้งไห่ตระหนักขึ้นมาได้ทันที "นั่นก็เป็นวิธีที่ดีนะขอรับ!"
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดครึ้ม ลมหนาวพัดกรรโชกมาเป็นระลอก เซี่ยเชียนเชียนและสตรีอีกสองคนในครอบครัวทำงานหนักมาทั้งวัน พวกนางปั้นอิฐดินดิบได้กว่าสองร้อยก้อน และแผ่นกระเบื้องดิบอีกหลายสิบแผ่น
การใช้แรงงานคนล้วนๆ ช่างเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส ซ้ำยังได้ผลผลิตต่ำต้อยยิ่งนัก! นางอดคิดถึงเครื่องจักรสายพานในยุคปัจจุบันไม่ได้เลยจริงๆ
"พี่ใหญ่ ดื่มน้ำสิเจ้าคะ" อวิ๋นอวิ๋นวิ่งเตาะแตะด้วยขาสั้นๆ นำชามใส่น้ำมาให้เซี่ยเชียนเชียน
"เด็กดีอวิ๋นอวิ๋น" เซี่ยเชียนเชียนรับน้ำมา ดื่มไปสองสามอึก แล้วจึงส่งต่อให้ฉินซื่อ "ท่านแม่ ท่านก็ดื่มบ้างเถิดเจ้าค่ะ"
"ได้จ้ะ" ฉินซื่อดื่มน้ำ จากนั้นก็คลำทางง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเย็น
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ภายในกระท่อมหญ้าคามีเพียงตะเกียงน้ำมันจุดอยู่ดวงเดียว สาดแสงสลัวราง ฉินซื่อมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างยากลำบาก เซี่ยเชียนเชียนจึงต้องลุกขึ้น "ท่านแม่ นั่งลงเถิดเจ้าค่ะ ข้าทำกับข้าวเอง"
"เชียนเชียน วันนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ให้แม่ทำเถอะ!"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะทำของอร่อยให้ท่านกินเอง" เซี่ยเชียนเชียนล้วงมือเข้าไปในถังข้าวสาร แล้วหยิบไข่เป็ดป่าออกมาสองฟอง
ดวงตาของอวิ๋นอวิ๋นเป็นประกาย "พี่ใหญ่ ท่านเอาไข่มาจากไหนหรือเจ้าคะ?"
"ข้าเก็บไข่เป็ดป่าพวกนี้ได้ตอนไปหาบน้ำที่แม่น้ำ แถมยังเก็บต้นหอมป่ามาได้อีกกำหนึ่งด้วยนะ!" เซี่ยเชียนเชียนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ นางถือว่าตัวเองอาจจะไม่มีทักษะความสามารถอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก แต่ฝีมือการทำอาหารนั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
แม้สภาพความเป็นอยู่ที่นี่จะแร้นแค้น แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งรสมืออันยอดเยี่ยมของนางได้!
เซี่ยเชียนเชียนตอกไข่เป็ดป่าใส่ชาม เติมเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็หั่นต้นหอมป่าแล้วคนให้เข้ากัน ก่อนจะนำไปรวนในกระทะที่ใส่น้ำมัน กลิ่นหอมของไข่ผัดต้นหอมลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
"ว้าว ข้าหิวจังเลยเจ้าค่ะ" อวิ๋นอวิ๋นลูบพุงกะทิของตัวเอง ยืนเขย่งเท้าอยู่หน้าเตา มองดูพลางน้ำลายสอ
ท้องของฉินซื่อก็ร้องจ๊อกๆ เช่นกัน พวกนางไม่ได้ตกถึงท้องด้วยเมนูเนื้อสัตว์มานานมากแล้ว
"เอาล่ะ อาหารเย็นพร้อมแล้ว" เซี่ยเชียนเชียนนำข้าวต้มที่ทำไว้เมื่อเช้ามาอุ่นให้เดือด สตรีทั้งสามกินข้าวต้มคู่กับไข่ผัดต้นหอม
การไม่ได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์มาเป็นเวลานาน ทำให้มื้อนี้รู้สึกราวกับงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ แม้แต่เซี่ยเชียนเชียนยังรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างล้นเหลือ ลืมไปเลยว่าตัวเองเคยเป็นคนกินยากจู้จี้แค่ไหน
หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน สตรีทั้งสามก็หลับสนิทและไม่ตื่นขึ้นมาเลยจนกระทั่งรุ่งสาง เมื่อมีเพื่อนบ้านมาเคาะประตู "เชียนเชียน! เชียนเชียน!"
ท่านยายหลิวนั่นเอง
เซี่ยเชียนเชียนขยี้ตาที่ยังงัวเงียและเดินไปเปิดประตู
"เชียนเชียน รีบไปดูที่ลานดินเร็วเข้า อิฐดินดิบของเจ้าถูกคนทำลายหมดแล้ว" ท่านยายหลิวกล่าวด้วยความร้อนรน
สีหน้าของเซี่ยเชียนเชียนแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นางรีบสวมเสื้อผ้าแล้ววิ่งตรงไปยังลานดิน
หมอกยามฤดูสารทปกคลุมเลือนราง หยาดน้ำค้างหยดซึมเปียกชื้นไปถึงเท้าและขากางเกงของนาง อิฐดินดิบที่ปั้นไว้เมื่อวานถูกคนใช้ไม้ทุบทำลายจนแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี!
เมื่อมองดูเศษซากเละเทะบนพื้น เซี่ยเชียนเชียนก็โกรธจัดจนอยากจะร้องไห้ "ไอ้สารเลวหน้าไหนมันมาทำลายอิฐดินดิบของข้า? ข้าจะตีมันให้ตายเลยคอยดู!"
"เชียนเชียน แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี?" ท่านยายหลิวมองเซี่ยเชียนเชียนด้วยความเห็นใจ ทว่านางก็อับจนหนทาง
คนที่กล้าทำเรื่องพรรค์นี้ได้ หากไม่ใช่ตระกูลเซี่ยก็คงเป็นตระกูลเจียง แต่พวกนางก็ไม่มีหลักฐาน
ฉินซื่อวิ่งตามมาเช่นกัน และเมื่อเห็นภาพตรงหน้า นางก็ทรุดตัวลงกับพื้น "จบสิ้นแล้ว..."
"จะทำอย่างไรได้ล่ะเจ้าคะ? ก็ต้องทำต่อไปสิ! ข้าตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำกระเบื้อง ใครหน้าไหนจะมาหยุดข้าได้?" เซี่ยเชียนเชียนยืนอยู่กลางลานดินแล้วประกาศเสียงกร้าว "ท่านแม่ ลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ วันนี้เราจะเริ่มต้นทำกันใหม่!"
เซี่ยเชียนเชียนเปลี่ยนความโกรธแค้นให้เป็นพลัง นางดึงฉินซื่อให้ลุกขึ้น แล้วเริ่มหาบน้ำและขุดโคลนทันที
เมื่อเห็นว่าพวกนางน่าเวทนาเพียงใด ท่านยายหลิวจึงอยู่ช่วยงานชั่วครู่หนึ่งแล้วเสนอแนะว่า "เชียนเชียน ทำไมไม่ลองไปขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยสืบดูเล่า?"
"ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ ข้าจัดการเองได้" เซี่ยเชียนเชียนแค่นรอยยิ้มเยียบเย็น
จับโจรต้องมีของกลาง จับชู้ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา หากนางไปโวยวายเอาเรื่องตอนนี้โดยไม่มีหลักฐาน ก็มีแต่จะแหวกหญ้าให้งูตื่นเปล่าๆ
ไม่ใช่เพราะเห็นว่าพวกนางเป็นแม่ม่ายกับเด็กกำพร้าหรอกหรือถึงได้กล้ารังแกกันง่ายๆ? แน่จริงคืนนี้ก็ลองโผล่หัวมาอีกสิ!