- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 27 ลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดิน?
บทที่ 27 ลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดิน?
บทที่ 27 ลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดิน?
บทที่ 27 ลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดิน?
หลิวซิงยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวย "ไม่ต้องหรอก"
"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง" เซี่ยเชียนเชียนถึงได้ยอมส่งมอบรถเข็นให้หลิวซิง ส่วนตัวนางก็เดินขนาบข้างไปกับรถเข็น
ทันทีที่พวกเขาเดินออกจากหมู่บ้านสือฮวา ก็เห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งสวนเข้าไปในหมู่บ้าน ม้าที่ลากจูงนั้นทั้งสูงใหญ่และกำยำ
เซี่ยเชียนเชียนปรายตามองด้วยความอิจฉา เมื่อไหร่นางถึงจะมีพาหนะเป็นของตัวเองบ้างนะ?
"นั่นเป็นรถม้าจากบ้านเศรษฐีที่ดินในตำบลน่ะ" หลิวซิงบอกกับเซี่ยเชียนเชียน
เซี่ยเชียนเชียนโพล่งขึ้นมา "ลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดินงั้นรึ?"
"ชู่ว! อย่าพูดจาเหลวไหลสิ" หลิวซิงรีบเอ่ยปราม
"โอ๊ะ!" เซี่ยเชียนเชียนรีบหุบปากฉับทันที
สังคมศักดินานั้นมีการแบ่งชนชั้นกันอย่างเคร่งครัด หากพูดจาไม่ระวังปากอาจถูกตีตายเอาได้ง่ายๆ!
เมื่อครู่นางเผลอส่งเสียงดังเกินไป ไม่รู้ว่าเจ้าโง่นั่นจะได้ยินเข้านางหรือไม่ นางจึงรีบสับเท้าวิ่งหนี
หลิวซิงเองก็หวาดกลัวเช่นกัน เขาออกแรงเข็นรถสุดกำลังแล้ววิ่งตามไปติดๆ
รถม้าหยุดลงอย่างกะทันหัน กู้ฉางเซิงยกมือขึ้นเลิกม่านหน้าต่างด้วยความไม่สบอารมณ์
ใบหน้าของเขาหล่อเหลาดั่งหยกสลัก นัยน์ตาเย็นเยียบประดุจดวงดาวอันหนาวเหน็บ
เขามองตามแผ่นหลังของเซี่ยเชียนเชียนที่กำลังถอยห่างออกไป ใบหน้าหล่อเหลาแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบและมืดครึ้ม
นางเรียกเขาว่าลูกชายปัญญาอ่อนของเศรษฐีที่ดิน!
ร่างเล็กบอบบางนั้นกำลังวิ่งหน้าตั้ง ท่าทางการวิ่งของนางดูทุลักทุเลเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขา
เด็กหนุ่มข้างกายนางกำลังช่วยเข็นรถเข็นที่บรรทุกอิฐสีเขียวไว้จนพูนพะเนิน
นางวิ่งจากหมู่บ้านหยางหลิ่วมาถึงหมู่บ้านสือฮวาได้อย่างไร? แล้วเหตุใดนางถึงมาอยู่กับหลิวซิง ลูกชายคนเดียวของตระกูลหลิวได้?
สีหน้าของกู้ฉางเซิงขรึมลง ปลายนิ้วของเขากำแน่นขึ้นเล็กน้อยจนม่านรถม้ายับย่น
"คุณชาย ท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือขอรับ" ชิงถงชะเง้อคอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เอ๊ะ นั่นแม่นางเซี่ยที่อยู่ข้างหน้านี่ขอรับ เหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
กู้ฉางเซิงเองก็อยากรู้เหมือนกัน!
ชิงถงพึมพำ "หรือบางทีชีวิตอาจจะยากลำบากเกินไป นางเลยอยากหาที่พึ่งพิง! ตระกูลเซี่ยทำเตาเผากระเบื้อง ส่วนตระกูลหลิวทำเตาเผาอิฐ สองตระกูลนี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเนิ่นนาน"
สีหน้าของกู้ฉางเซิงยิ่งทะมึนทึนทึบกว่าเดิม "แล้วคุณชายอย่างข้าไม่คู่ควรให้เป็นที่พึ่งพิงหรืออย่างไร"
ชิงถงกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง "คุณชาย?"
"ไปกันเถอะ ไปบ้านตระกูลหลิว" กู้ฉางเซิงสูดลมหายใจลึกแล้วทิ้งผ้าม่านลง ไม่เห็นเสียจะได้ไม่รกหูรกตา
หลิวฉีออกมาต้อนรับกู้ฉางเซิงอย่างกระตือรือร้น ทั้งรินชาและนำผลไม้ออกมาต้อนรับ "คุณชายกู้ เหตุใดปีนี้ท่านถึงมาสั่งซื้อด้วยตัวเองเล่าขอรับ"
"ไม่ต้อนรับงั้นรึ" กู้ฉางเซิงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ภาพของเซี่ยเชียนเชียนกับหลิวซิงที่กำลังเข็นรถวิ่งหนีเอาเป็นเอาตายยังคงฉายชัดอยู่ในหัว เขารู้สึกราวกับถูกเมฆหมอกทะมึนปกคลุม มืดมนและยากจะเข้าถึง
"ต้อนรับสิขอรับ ย่อมต้องต้อนรับอยู่แล้ว เป็นเกียรติของตระกูลหลิวอย่างยิ่งที่คุณชายกู้มาเยือนด้วยตัวเอง!" หลิวฉีเอ่ยพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง "ไม่ทราบว่าปีนี้ที่จวนของท่านต้องการอิฐจำนวนเท่าใดหรือขอรับ"
"สองพันก้อน" กู้ฉางเซิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจนัก "เมื่อครู่ข้าเห็นเด็กสาวจากตระกูลเซี่ยที่ทำเตาเผากระเบื้องด้วย"
"อ้อ แม่นางเซี่ยก็มาซื้ออิฐเช่นกันขอรับ" หลิวฉีกล่าว
โลกของกู้ฉางเซิงพลันสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น "นางซื้ออิฐไปทำไมรึ"
"ได้ยินว่านางอยากจะสร้างเตาเผาขอรับ"
"อิฐแค่นั้นจะเอาไปสร้างเตาเผาอะไรได้" กู้ฉางเซิงแค่นเสียงเยาะ
"นางบอกว่าจะสร้างเตาขนาดเล็กสำหรับเผากระเบื้องไปก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่ ค่อยสร้างเตาที่ใหญ่กว่าเดิมขอรับ"
กู้ฉางเซิงลูบคลำถ้วยชาในมือ เปลือกตาของเขาหลุบต่ำลงครึ่งหนึ่ง
เขาเองก็เคยมีเตาเผาขนาดเล็กเช่นกัน มันถูกสร้างไว้ในคฤหาสน์ของเขาเพื่อใช้เผาเครื่องเคลือบ ถือเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตอันแสนจืดชืดของการเป็นประธานบริษัท
"คุณชายกู้วางใจได้เลยขอรับ ข้าจะคัดเลือกอิฐที่ดีที่สุดสำหรับจวนของท่านและไปส่งให้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน" หลิวฉีถูมือไปมา ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นไว้ได้มิด
ตระกูลกู้เป็นลูกค้ารายใหญ่ พวกเขาจะมาสั่งซื้อวัสดุสำหรับซ่อมแซมจวนทุกปี
"ดี" กู้ฉางเซิงวางถ้วยชาลง "หลายปีมานี้ ตระกูลเจ้าเป็นฝ่ายส่งอิฐ ส่วนตระกูลเซี่ยเป็นคนส่งกระเบื้อง ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเซี่ยเกิดเรื่องขึ้น และบุตรีคนโตของตระกูลเซี่ยก็ต้องมาซื้ออิฐอีก เอาเป็นว่าบอกนางไปว่าเป็นของขวัญจากสหายเก่าก็แล้วกัน ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้มาเก็บที่ข้า"
หลิวฉีตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ "คุณชายกู้เป็นคนดีจริงๆ ที่ยังไม่ลืมมิตรภาพเก่าก่อน!"
กู้ฉางเซิงไม่ได้อธิบายสิ่งใด เขาให้ชิงถงจ่ายเงินก่อนจะขอตัวลากลับ
หากเร่งรถม้าให้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย บางทีเขาอาจจะยังตามนางทัน