เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

181 ประตูต้องห้าม (1/2)

181 ประตูต้องห้าม (1/2)

181 ประตูต้องห้าม (1/2)


หอพักห้อง 404 ของวิทยาลัยอัศวิน กลายเป็นตำนานลี้ลับเรื่องใหม่ที่ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหูในสถาบันเฮเวนลิธช่วงนี้ไปซะแล้ว เจ้าของห้องพักแห่งนี้ก็คือ ดันเต้ ผู้ที่เพิ่งเข้ามาเรียนได้แค่เทอมเดียว แต่กลับป่วนจนสมาพันธ์ราชอาณาจักรต้องปวดหัวกันไม่เว้นแต่ละวัน

ถึงแม้ความเร็วในการกระจายข่าวจะไม่ได้ไวปานสายฟ้าแลบ ต่อให้ดันเต้กำลังจะกลายเป็นนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษคนที่ 13 ของโลก ก็ใช่ว่าชาวบ้านตาดำๆ ทั่วทุกมุมโลกจะรู้เรื่องนี้กันหมด เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว ดันเต้มักจะถูกจับตามองจากเหล่าผู้มีอำนาจในอาณาจักรที่อยู่ห่างไกลซะมากกว่า

แต่ถึงอย่างนั้น บนโลกใบนี้ก็มีคนไม่น้อยที่เคยได้ยินฉายา “มิสเตอร์ D”! ขนาดมอเรียนที่อยู่ทางตอนใต้ก็ยังรู้จักชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของ "มิสเตอร์ D" เลย ถึงแม้ลัทธิคืนชีพจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามิสเตอร์ D คือใคร แต่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของพวกเชาก็แทบจะแปะชื่อดันเต้ไว้หราอยู่แล้ว ก็แน่ล่ะ บนโลกนี้มันไม่มีใครคนอื่นที่เข้าข่ายแล้วนี่นา

แน่นอนว่าเรื่องที่มิสเตอร์ D มีตัวตนอยู่จริงไหม เขาเกี่ยวข้องอะไรกับนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษคนใหม่หรือเปล่า แล้วลัทธิคืนชีพกำลังใส่ร้ายดันเต้อยู่หรือไม่ เรื่องพวกนี้ก็กลายเป็นหัวข้อให้ชาวบ้านเอาไปเมาท์มอยกันเองอย่างสนุกปาก

ตอนที่ดันเต้เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงในเมืองหลวงใหม่ๆ ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่สนใจในตัวเขาและพยายามจะขุดคุ้ยเรื่องราวของเขา แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปทิ้งด้วยการไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนกับดันเต้แล้ว ถึงคนส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าดันเต้ไม่มีทางเป็นบิชอปแห่งความเจ็บปวดไปได้ก็เถอะ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีอีวานส์ บิชอปแห่งการทำลายล้าง แล้วตามมาด้วยมาร์ควิสโรเดอริค...เป็นใครมันก็ต้องปอดแหกกันทั้งนั้นแหละ

ถึงแม้ว่าดันเต้จะไม่ได้ปะทะตรงๆ กับศัตรูตัวฉกาจระดับ 8 ทั้งสองคนนี้ แถมภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาก็เป็นแค่สายซัพพอร์ตจอมตุกติก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ดันเต้สามารถชักนำศัตรูไปสู่ความพินาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พวกนักศึกษาต่างกังวลกันว่า ถ้าเกิดพวกเขาเผลอไปล่วงเกินดันเต้เข้า ถึงแม้ดันเต้จะไม่ได้ลงมือเชือดทิ้งด้วยตัวเอง แต่ผู้เคราะห์ร้ายก็คงจะได้ตายไปแบบงงๆ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง ด้วยเหตุนี้ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับดันเต้จึงเริ่มกลายเป็นสิ่งต้องห้ามไปโดยปริยาย

ในหอพักนักศึกษาของวิทยาลัยอัศวิน มักจะมีนักศึกษาเดินผ่านโถงทางเดินหน้าห้องของดันเต้อยู่เป็นประจำ พวกเขาทั้งกลัวดันเต้ แต่บางทีก็อยากจะมาท้าความกล้าแถวๆ นี้ตอนดึกๆ อยู่ไม่น้อย อีกทั้งมีนักศึกษาตาดีหลายคนสังเกตเห็นว่า ประตูห้องพัก 404 มันมีความแปลกประหลาดไม่เหมือนใครอยู่จุดหนึ่ง

อย่างแรกเลยคือ บนบานประตูมีรอยบุบเล็กๆ ยุบลงไป เมื่อกะจากความสูงแล้ว ดูเหมือนจะเกิดจากใครสักคนมาเคาะประตูดันเต้แล้วออกแรงเยอะเกินไปหน่อย แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะคงไม่มีใครอยากอายุสั้นกล้ามาเคาะประตูหาเรื่องดันเต้ถึงหน้าบ้านแบบนี้หรอก เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้ว รอยบุบบนบานประตูนี้ ดันเต้น่าจะเป็นคนทำเองซะมากกว่า

ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาหลายคนในสถาบันจึงเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความหมายแฝงของรอยบุบนี้ บางคนมองว่านี่คืองานศิลปะแนวแอบสแตรกต์ของดันเต้ที่ชื่อว่า "ขุมนรกบนบานประตู" ในขณะที่บางคนเชื่อว่าดันเต้ต้องการใช้รอยนี้เตือนพวกที่คิดจะมารบกวนเขาว่า "อย่ามาเคาะประตูสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่งั้นผมจะจับฝังเข้ากับบานประตูซะเลย"

เมื่อเหล่านักศึกษาไปลองถามโคลอิกซ์ คนที่ดูเหมือนจะพูดคุยด้วยง่ายที่สุดในปาร์ตี้ของดันเต้ โคลอิกซ์ก็บอกแค่ว่า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารอยบุบนั่นมันมาได้ยังไง ตอนที่เขารู้จักกับดันเต้ ประตูบานนี้มันก็มีสภาพแบบนี้อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เอง มันก็เลยยิ่งกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของพวกนักศึกษาถึงที่มาที่ไปของมันมากขึ้นไปอีก

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่โคตรจะหลอนเลยก็คือ 'ลูกบิด' ประตูห้องของดันเต้ ถึงแม้ภายนอกลูกบิดจะดูสภาพดีไม่มีรอยขีดข่วน แต่ถ้าลองสังเกตดีๆ ก็จะพบว่ามันถูกบิดจนพังไปแล้ว ไส้กุญแจข้างในน่าจะแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีไปแล้วแน่ๆ มันทำได้แค่ปิดประตูให้สนิท แต่ไม่สามารถล็อกกลอนจากข้างในได้ ตอนนี้มันก็เลยอยู่ในสภาพที่มีไว้ประดับแต่ใช้งานจริงไม่ได้ ใครก็ตามที่มาที่นี่ เพียงแค่ลองหมุนลูกบิดเบาๆ ก็จะสามารถเปิดประตูห้องของดันเต้เข้าไปสำรวจสถานที่ที่อันตรายที่สุดในสถาบันแห่งนี้ได้เลย

แต่ทว่า...กลับไม่มีใครกล้าลองดีหรอกนะ

ประตูห้องของดันเต้ที่ไม่ได้ล็อก มันดูน่าสะพรึงกลัวกว่าประตูที่ล็อกกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนาหลายเท่าตัวนัก ราวกับว่าดันเต้กำลังงัดเอามุกล่อเหยื่อที่เขาโปรดปรานมาใช้ เพื่อหลอกล่อศัตรูที่คิดร้ายกับเขาให้มาติดกับ หากใครก็ตามเหยียบย่างเข้าไปในห้องนี้ ก็จะเจอกับคอมโบกับดักที่เปรียบดั่ง 'การต้อนรับระดับวีไอพีเทียบเท่าบิชอปแห่งการทำลายล้าง' ในทันที

ประตูบานนี้จึงค่อยๆ กลายเป็นสิ่งลี้ลับต้องห้ามที่พวกนักศึกษามองว่าห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด! และห้องพัก 404 ของดันเต้ก็เริ่มกลายเป็นจุดเช็กอินสุดแปลกที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในสถาบันแห่งนี้ ต่อให้เป็นนักศึกษาที่แค่เดินผ่านใต้ตึกหอพักของวิทยาลัยอัศวิน แค่เงยหน้าขึ้นไปมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าหน้าต่างบานไหนเป็นของห้อง 404

……

หลังจากที่กลับมาจากเมืองทริสตินคราวก่อน ดันเต้ก็ยังไม่ได้เรียกช่างมาซ่อมลูกบิดประตูให้เขาเลย นั่นเป็นเพราะตอนนั้นดันเต้ต้องให้โคนีเลียช่วยขนสต๊อกการ์ด [กัปตันดันเต้น้อย] ล็อตใหญ่ที่เก็บไว้ในหอพักไปให้เขาที่เมืองทริสติน แต่โคนีเลียไม่มีกุญแจห้องของเขา ดังนั้นดันเต้เลยบอกโคนีเลียผ่านการติดต่อสื่อสารให้พังประตูห้องเขาเข้าไปขนเอาสต็อกการ์ด [กัปตันดันเต้น้อย] ออกมาได้เลย หลังจากกลับมาถึงเมืองหลวง เดิมทีดันเต้ก็กะจะเรียกให้ช่างมาซ่อมประตูอยู่หรอก แต่พอดันเต้ได้ลองใช้ชีวิตแบบไม่ต้องใช้กุญแจห้องอยู่สองวัน เขาก็พบสัจธรรมข้อหนึ่งว่า—

การไม่ต้องลีอคประตูห้องนี่มันโคตรจะสะดวกเลยนี่หว่า!

ไม่เพียงจะช่วยลดขั้นตอนการต้องมานั่งไขกุญแจล็อกประตูตอนออกจากห้องทุกวันแล้ว แต่มันยังช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องมากดล็อกกลอนจากข้างในตอนกลับมาอีกด้วย! ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เพื่อนๆ มาหาเขาที่หอ ดันเต้ก็ไม่ต้องวิ่งไปเปิดประตูให้เมื่อย แค่ตะโกนบอกว่า "เข้ามาเลย!" ก็พอแล้ว วันๆ นึงประหยัดเวลาไปได้ตั้งหลายสิบวินาทีเชียวนะ! พอนานวันเข้า เวลาที่สะสมไว้ก็เปลี่ยนจากปริมาณเป็นคุณภาพ! ดังนั้นลูกบิดประตูบานนี้ก็เลยถูกปล่อยให้พังทิ้งไว้แบบนั้นแหละ

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ดันเต้ไม่ได้รู้สึกกังวลเลยสักนิด จากการที่เขาได้ใช้เวลาร่วมกับโคนีเลีย เขาก็บรรลุสัจธรรมอีกข้อหนึ่งนั่นคือ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกบิดประตู หรือแม้แต่ประตูทั้งบาน มันก็เป็นแค่ของประดับตกแต่งเท่านั้นแหละ คนที่ถูกประตูขวางไว้ได้ แน่นอนว่าพวกนั้นไม่มีทางกล้ามาแหยมกับเขาอยู่แล้ว ส่วนพวกที่ประตูขวางเอาไว้ไม่ได้...ถ้าเจ้าตัวอยากจะบุกเข้ามาจริงๆ ล่ะก็ ต่อให้ใช้วิธีทั่วไปมาเสริมความแข็งแกร่งให้ประตูหรือแม่กุญแจมากแค่ไหน มันก็ไร้ความหมายอยู่ดี สู้ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ การรู้จักปล่อยจอยซะบ้าง ก็ถือเป็นความฉลาดอันลึกล้ำอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ

นับตั้งแต่กลับมาจากโลกเงา 'ความลับแห่งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ร่วงโรย' สู่โลกความเป็นจริง ก็ผ่านไปสองสัปดาห์แล้ว วันหยุดฤดูหนาวอันแสนสั้นกำลังจะสิ้นสุดลง เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว

ช่วงที่ผ่านมา โคลอิกซ์เป็นคนคอยดูแลเรื่องของแฮปปี้กรุ๊ปมาตลอด ตอนนี้แฮปปี้กรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ถึงแม้จะมีบุคลากรชั้นยอดที่แลมพาร์ด เจ้าเมืองทริสตินแนะนำมาให้พวกเขามากมาย แต่ยังไงซะพวกเขาก็ยังต้องการหัวเรือใหญ่มาคอยนั่งแท่นบริหารองค์กรอยู่ดี ดังนั้น โคลอิกซ์จึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในบรรดา 'ปาร์ตี้จิตใจอันงดงาม' ของพวกเขาทั้งสามคนอย่างไม่ต้องสงสัย ก็แน่ล่ะ เขาเป็นทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นทั้งท่านประธานนี่นา

แถมในเทอมหน้า โคลอิกซ์ก็ไม่ต้องลงเรียนวิชาความรู้พื้นฐานบังคับอะไรแล้วด้วย เพราะเขาเเรียนผ่านไปหมดแล้วตั้งแต่ตอนอยู่ปีสาม ส่วนหน่วยกิตวิชาเลือก เขาก็เก็บครบหมดแล้วเหมือนกัน ดังนั้น โคลอิกซ์ก็เลยมีเวลาว่างแบบเหลือเฟือ เขาแค่ต้องเคลียร์โลกเงาให้ผ่านอีกสักรอบ ก็จะสามารถเรียนจบได้อย่างราบรื่นแล้ว

โคลอิกซ์วางแผนไว้ว่าพอเรียนจบเขาจะอยู่เป็นอาจารย์สอนที่นี่ต่อ ดังนั้นการเรียนจบตามเกณฑ์จึงสำคัญกับเขามาก แต่ก็นั่นแหละ อย่างน้อยๆ ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ โคลอิกซ์ก็สามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับการเป็นท่านประธานได้อย่างเต็มที่

รอจนกว่าพวกเขาจะสามารถลากตัว 'มอเรียน' อัจฉริยะด้านธุรกิจกลับมารับตำแหน่งซีอีโอของแฮปปี้กรุ๊ปได้สำเร็จ เมื่อถึงตอนนั้นโคลอิกซ์ก็จะได้เป็นบอสใหญ่นั่งกระดิกเท้าสบายใจเฉิบเสียที

จบบทที่ 181 ประตูต้องห้าม (1/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว