- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 180 จดบัญชีแค้น
180 จดบัญชีแค้น
180 จดบัญชีแค้น
น่าเสียดายที่สกิล 'ทำลายล้างโลหิต' จะลบล้างสถานะบัฟทั้งหมดของตัวเองเมื่อร่ายเสร็จ ต่อให้เปิดใช้งาน 'ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด' เอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ดันเต้จำได้แม่นเลยว่า ตอนที่มาร์ควิสโรเดอริคระเบิดตัวเองตาย เสียงร้องโหยหวนของมันอนาถขนาดไหน หลังจากนี้ถ้าไม่ถึงคราวคอขาดบาดตายจริงๆ โคลอิกซ์คงไม่ยอมระเบิดตัวเองสักตู้มใหญ่แบบนี้แน่ๆ
"จะว่าไป การท้าทายโลกเงาครั้งหน้า...ในที่สุดพวกเราก็พาโคลอิกซ์มาด้วยได้สักทีนะ"
หลังจากดันเต้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นระดับสี่ เขาก็ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่จะจัดปาร์ตี้กับโคลอิกซ์ที่อยู่ระดับ 6 ได้แล้ว แต่ดันเต้ก็แอบกังวลขึ้นมานิดๆ ถ้าเกิดว่าการเข้าไปลุยโลกเงาในครั้งหน้า โลกเงาดันจับได้ว่าโคลอิกซ์เป็นคนถือการ์ด 'ทำลายล้างโลหิต' เอาไว้ มันจะโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลยหรือเปล่านะ
โลกเงาที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าอาจจะตั้งใจป่วนประสาทพวกเขาตั้งแต่เริ่มโลกเงาเลยก็ได้ อย่างเช่น ยัดเยียดบทบาทประหลาดๆ ให้ดันเต้ หรือไม่ก็เปิดเกมมาด้วยระดับความยากขั้นนรกไปเลย
"หึๆ ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก ผมล่ะอยากเห็นระบบโลกเงาหัวเสียจนอกแตกตายจะแย่อยู่แล้ว"
......
จากนั้นสองคนกับอีกหนึ่งตัวก็พากันเดินออกจากพื้นที่รอยต่อ ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าออกมา สิ่งที่ทำให้ดันเต้ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจก็คือ นอกจากโคลอิกซ์แล้ว ศาสตราจารย์อาร์โนก็มายืนรอพวกเขาอยู่ที่ทางออกด้วยเหมือนกัน อีกทั้งดันเต้ยังสังเกตเห็นว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาดูมีสีหน้าเคร่งเครียดนิดๆ
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? ศาสตราจารย์?"
ดันเต้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เฮ้อ..."
ศาสตราจารย์อาร์โนถอนหายใจยาว
"ความจริงก็คือ เรื่องสถานะการลงทะเบียนปาร์ตี้ของพวกเธอสามคน ตอนนี้มันอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างพิเศษน่ะ พวกเธอต้องพิจารณาการลงทะเบียนในฐานะปาร์ตี้ระดับ 7 แล้วล่ะ"
ศาสตราจารย์ตอบกลับ
ถึงแม้ดันเต้กับโคนีเลียจะอยู่แค่ระดับ 4 ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าระบบของโลกเงาจะตั้งค่าให้พวกเขาจับคู่เข้าสู่โลกเงาระดับ 6 โดยอัตโนมัติไปแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผลงานของทั้งสองคนในโลกเงาก่อนหน้านี้มันโดดเด่นสะดุดตาเกินไป โลกเงาก็เลยมีเกณฑ์การประเมินพวกเขาที่แตกต่างไปจากระดับปกติ
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ยิ่งจำนวนคนในปาร์ตี้เยอะเท่าไหร่ โลกเงาก็ยิ่งประเมินความแข็งแกร่งของปาร์ตี้ไว้สูงขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าการจัดปาร์ตี้กับคนที่คุ้นเคยกันดี ย่อมสร้างความได้เปรียบทั้งในเรื่องข้อมูลและแทคติกการต่อสู้อยู่แล้ว
ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว ผู้คนจึงนิยมจัดปาร์ตี้กันแค่สองหรือสามคน มีเพียงปาร์ตี้ส่วนน้อยที่มีเคมีเข้ากันและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้ที่ติเท่านั้น ถึงจะใช้การ์ดปาร์ตี้แบบห้าคน ผู้ท้าทายทั่วไปไม่กล้าจัดปาร์ตี้คนเยอะๆ หรอก ไม่อย่างนั้นระดับความยากของดันเจี้ยนมีหวังพุ่งทะลุเพดานแน่
ดันเต้เข้าใจความหมายที่ศาสตราจารย์อาร์โนจะสื่อในทันที ดูได้จากโลกเงารอบล่าสุดที่เพิ่งจบไป พอดันเต้กับโคนีเลียจับคู่กัน โลกเงาก็ประเมินว่าพวกเขาเหมาะกับโลกเงาระดับ 6 ถ้างั้นพอรวมกับโคลอิกซ์ที่อยู่ระดับ 6 อยู่แล้ว แถมยังต้องบวกคำสาปบนตัวโคลอิกซ์ที่ช่วยเพิ่มระดับความยากให้โลกเงาเข้าไปอีก หากพวกเขาสามคนรวมหัวกันตั้งปาร์ตี้ ก็แทบจะการันตีได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าต้องถูกส่งไปลุยโลกเงาระดับ 7 อย่างแน่นอน
ทว่าสำหรับโลกเงาตั้งแต่ระดับ 7 ขึ้นไป โลกเงาระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสุ่มเจอได้ทุกเมื่อตามใจนึกหรอกนะ จำนวนของมันมีค่อนข้างจำกัด อย่างเร็วก็เดือนนึง อย่างช้าก็ครึ่งปีถึงจะโผล่มาสักครั้ง และที่สำคัญที่สุดก็คือ ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันของสมาพันธ์ราชอาณาจักร โลกเงาระดับนี้ ผู้ท้าทายจะไม่สามารถเลือกเข้าไปท้าทายได้อย่างอิสระ
ทันทีที่มีสัญญาณเตือนของโลกเงาระดับ 7 หรือสูงกว่าปรากฏขึ้น ทางสมาพันธ์ราชอาณาจักรจะจัดตั้งการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า แล้วค่อยคัดเลือกผู้ท้าทายที่เหมาะสมที่สุดเข้าไปท้าทาย เพราะถ้าโลกเงาระดับนี้เกิดเคลียร์ไม่สำเร็จขึ้นมา มันจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงอย่างยิ่ง ทางสมาพันธ์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มโอกาสในการเคลียร์ให้มากที่สุด ต่อให้มันจะเพิ่มมาแค่ 0.1% ก็ตาม
"งั้นพวกเราต้องทำยังไงถึงจะผ่านการอนุมัติจากสมาพันธ์ราชอาณาจักรได้ล่ะครับ?"
ดันเต้เอ่ยถาม
"ทางอาณาจักรนอร์ตันก็พยายามสู้เพื่อรักษาสิทธิ์ให้พวกเธออย่างเต็มที่แล้วล่ะ แต่ว่า...ดันมีพวกพยายามเตะถ่วงจากฝั่งสมาพันธ์ราชอาณาจักรน่ะสิ ผมเดาว่าเธอก็น่าจะรู้ดีว่าเป็นฝีมือของพวกตัวปัญหาจากกลุ่มอาณาจักรทางเหนือที่ไม่ยอมอยู่เฉยๆ นั่นแหละ ดังนั้นสุดท้ายเราก็เลยต่อรองมาได้แค่โอกาสในการทดสอบอย่างยุติธรรมให้พวกเธอ ไม่สามารถยื่นขอสิทธิพิเศษเพื่อยกเว้นการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 ให้พวกเธอได้"
ศาสตราจารย์อาร์โนตอบ
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เหล่าผู้ท้าทายระดับสูงจัดปาร์ตี้กันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างพวกอีลิทหัวกะทิที่มีผลงานโดดเด่นซึ่งปกติมักจะชอบฉายเดี่ยวและนานๆ ทีถึงจะยอมมารวมทีมเฉพาะกิจ ดังนั้นจึงมีระบบช่องทางด่วนรองรับ เพื่อให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทางอาณาจักรนอร์ตันเล็งเห็นว่าปาร์ตี้ของดันเต้นั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับสิทธิ์ช่องทางด่วนนี้ ยังไงซะผลงานการเคลียร์โลกเงาระดับ 6 ของดันเต้กับโคนีเลียในครั้งนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้ว แถมพอได้โคลอิกซ์มาร่วมปาร์ตี้ ต่อให้ตัวเลขระดับขั้นบนหน้ากระดาษของพวกเขาจะดูต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ศักยภาพของพวกเขาก็เหลือเฟือพอที่จะท้าทายโลกเงาระดับ 7 ได้สบายๆ
ทว่าฝ่ายที่ตั้งแง่คัดค้านกลับกัดไม่ปล่อย หยิบยกเอาเรื่องระดับพลังของทั้งสามคนมาเป็นข้ออ้าง พวกนั้นยืนกรานหัวชนฝาว่า จะปล่อยให้พวกรุกกี้ระดับ 4 กับระดับ 6 สามคนนี้ไปลุยดันเจี้ยนระดับ 7 ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นจะยิ่งทำให้โอกาสที่โลกเงาจะล้มเหลวเพิ่มสูงขึ้นไปอีก และเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของโลกเงาระดับสูงแล้ว ทางสมาพันธ์ราชอาณาจักรจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมประนีประนอม แล้วใช้วิธีการประเมินตามขั้นตอนปกติที่ไม่มีใครโต้แย้งได้แทน
"งั้นเหรอครับ..."
ดันเต้ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่า ต้องเป็นฝีมือของไอ้พวกเวรตะไลที่มีชื่ออยู่ในแบล็กลิสต์ของเขามาคอยหาเรื่องป่วนเขาอีกแน่ๆ เพราะยังไงซะ การกีดกันไม่ให้ดันเต้ได้ก้าวเท้าเข้าสู่โลกเงาระดับ 7 ก็ถือเป็นวิธีสกัดดาวรุ่งเพื่อหยุดการเติบโตของดันเต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง
"เพราะงั้น ถ้าพวกเธอสามคนอยากตั้งปาร์ตี้ไปท้าทายโลกเงา ก็ต้องผ่านการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 ของสมาพันธ์ราชอาณาจักรให้ได้ซะก่อน ซึ่งกำหนดการสอบรอบต่อไปก็คืออีกสองเดือนข้างหน้านี้พอดี"
ศาสตราจารย์อาร์โนอธิบายเสริม
"แล้วสนามสอบจัดที่ไหนล่ะครับ?"
"เรื่องนั้นสบายใจได้ สถานที่สอบตั้งอยู่ในอาณาจักรที่วางตัวเป็นกลาง แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอกนะ ว่าจะไม่มีพวกที่คอยลอบกัดเข้ามาขัดขวางพวกเธอน่ะ"
ทว่าศาสตราจารย์อาร์โนกลับรู้สึกได้ว่า พอเด็กดันเต้ได้ยินว่าสนามสอบไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือ สีหน้าของเขากลับดูผิดหวังขึ้นมานิดๆ ซะงั้น
"ว่าแต่ ถ้าเกิดผมจับได้ว่ามีใครจงใจมาหาเรื่องป่วนพวกเราตอนสอบ ผมสามารถเล่นงานพวกมันได้ถึงขั้นไหนครับ?"
ดันเต้เอ่ยปากถามอีกครั้ง
ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาไม่อยากจะทำเรื่องที่ทำให้อาณาจักรนอร์ตันต้องลำบากใจมากนัก ดังนั้นการถามหาลิมิตขอบเขตที่รับได้จากศาสตราจารย์อาร์โนเอาไว้ก่อนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
"ถ้าเกิดมีไอ้หน้าไหนกะจะเอาชีวิตพวกเธอ เธอไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ลงมือจัดหนักทำทุกอย่างที่อยากทำได้เลย"
ศาสตราจารย์อาร์โนตอบกลับด้วยน้ำเสียงและแววตาเย็นชา
คำตอบนี้ทำเอาดันเต้แอบอึ้งไปเล็กน้อย เขาอุตส่าห์นึกว่าศาสตราจารย์อาร์โนจะห้ามไว้ว่า อย่างน้อยก็อย่าไปทำให้ใครพิการก็พอ
"ได้จริงๆ เหรอครับ!"
"เดี๋ยวก่อนนะดันเต้ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเธอแอบตื่นเต้นจนเนื้อเต้นอยู่ล่ะเนี่ย?!"
ศาสตราจารย์อาร์โนเริ่มสงสัยตัวเองแล้วว่าเมื่อกี้ไม่ควรจะพูดแบบนั้นออกไปหรือเปล่า
ถ้าเป็นการสอบปกติของคนอื่นๆ เขาก็คงไม่อยากให้ดันเต้ทำรุนแรงเกินไปนักหรอก แต่เขาอดห่วงไม่ได้ว่าไอ้พวกสวะจากกลุ่มอาณาจักรทางตอนเหนืออาจจะฉวยโอกาสนี้เล่นสกปรกลอบกัดดันเต้น่ะสิ ดังนั้นเมื่อเอาความปลอดภัยของลูกศิษย์เป็นที่ตั้ง เขาก็เลยสนับสนุนให้ดันเต้ลงมือได้เต็มที่ไปเลย แต่พอดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ดันเต้ที่ได้รับใบอนุญาตให้สวนกลับได้อย่างชอบธรรม คงจะกะเอาให้ตายกันไปข้างแน่ๆ
"หึๆๆ..."
ดันเต้แสยะยิ้มหัวเราะเสียงเย็น เขากำลังเตรียมตัวจะเช็คบิลไอ้พวกกลุ่มอาณาจักรทางเหนืออยู่พอดี นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้พวกนี้จะสรรหาโอกาสมาแส่หาเรื่องถึงที่ ถ้าอย่างนั้น เขาคงต้องหาผู้โชคดีสักคนมาเชือดไก่ให้ลิงดูซะหน่อยแล้ว
"ศาสตราจารย์อาร์โนครับ...ตัวประกันระดับ 7 เนี่ย น่าจะเรียกค่าไถ่ได้หลายตังค์อยู่ใช่มั้ยครับ?"
จู่ๆ ดันเต้ก็โพล่งถามขึ้นมาหน้าตาเฉย
ศาสตราจารย์อาร์โน: "???"
ในใจของศาสตราจารย์อาร์โนเริ่มกรีดร้องแหกปากอย่างบ้าคลั่ง
ไอ้คำว่า ‘ทุกอย่าง’ ที่ผมหมายถึง มันไม่ได้รวมถึงการจับคนไปเรียกค่าไถ่หรอกนะโว้ย!!