- หน้าแรก
- ผมเป็นพ่อของตัวร้ายนะ ทำไมนางเอกถึงอยากเป็นลูกบุญธรรมผมล่ะเนี่ย
- บทที่ 5 ขาดความรักจากพ่อเหรอ? ฉันมีนะ!
บทที่ 5 ขาดความรักจากพ่อเหรอ? ฉันมีนะ!
บทที่ 5 ขาดความรักจากพ่อเหรอ? ฉันมีนะ!
เหลยถิงในทรงผมหางม้าเดี่ยวแผ่ซ่านกลิ่นอายความห้าวหาญออกมา
บุคลิกของเธอแข็งกร้าว ดวงตาดั่งสายฟ้าแลบ และแววตานั้นดูดุดันเป็นอย่างมาก
ความประทับใจแรกที่เธอทิ้งไว้ให้ก็คือ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะไปล้อเล่นด้วยได้
เธอรูปร่างสูงโปร่งกว่าร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร เรียวขายาวตรงเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง กางเกงยีนส์รัดรูปเผยให้เห็นเส้นสายของช่วงขาและสะโพกที่สมบูรณ์แบบ
เธอคือผู้หญิงที่มีหุ่นดีที่สุดในนิยายเรื่องนี้ ไม่ใช่หุ่นแบบสะบึมดึงดูดสายตาขั้นสุด แต่เป็นรูปร่างที่ทุกสัดส่วนโค้งเว้าจัดวางได้อย่างลงตัวพอดี
โดยเฉพาะเรียวขาของเธอ
ในหนังสือบรรยายเรียวขาของเธอเอาไว้ว่า... ขาน้ำผึ้ง!
ขาน้ำผึ้งคืออะไรน่ะเหรอ?
มันคือเรียวขาที่ไม่ได้ดูผอมบางจนเกินไป หากใหญ่กว่านี้อีกนิดก็จะดูอวบไป แต่ถ้าเล็กกว่านี้อีกหน่อยก็จะดูผอมไป เป็นเรียวขายาวที่ได้สัดส่วนสวยงามและดูแข็งแรงทรงพลังสุดๆ
เหยียดตรงและอวบอิ่ม
ขาของเธอแข็งแรงมากอย่างเหลือเชื่อ มากพอที่จะบดขยี้เอว... รวมถึงลำคอได้เลยทีเดียว
โดยเฉพาะความมันวาวของผิวพรรณ ผิวของเธอไม่ได้ขาวผ่องดั่งหิมะ แต่เป็นสีแทนราวกับน้ำผึ้ง เปล่งประกายโดยไม่ต้องพึ่งถุงน่องมาประดับประดา
เคยดูเรื่องยอดกุ๊กแดนมังกรไหม?
เรื่องที่มีการทำอาหารน่ะ
ขาคู่นี้มันเปล่งประกายได้ เชื่อไหมล่ะ?
ทำเอาคนมองถึงกับน้ำลายสอ
ขาน้ำผึ้ง ช่างสมชื่อจริงๆ!
น่าเสียดายที่วันนี้เธอสวมกางเกงยีนส์ เลยมองไม่เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
แต่ก็ต้องยอมรับว่า กางเกงยีนส์รัดรูปตัวนี้ก็ยังพอให้เห็นเค้าลาง ทรงขาของเธอช่างไร้ที่ติจริงๆ
ประกอบกับใบหน้าและคิ้วที่ทั้งงดงามและแฝงไปด้วยความห้าวหาญ ทำให้คะแนนรวมของเธอเมื่อเทียบกับบรรดานางเอกระดับเดียวกันนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก
ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้องทำงาน สายตาของเฉาชวนก็กวาดมองเธอราวกับกำลังสแกน
เขาแอบทึ่งอยู่ลึกๆ
ขาคู่นั้น
สะโพกนั่น
กางเกงยีนส์รัดรูปนี่มันของโคตรดีจริงๆ!
คำบรรยายส่วนใหญ่ในเนื้อเรื่องมุ่งเน้นไปที่รูปร่างของเธอ
แต่พอยังไม่เคยเห็นตัวจริง มันก็มีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง
พอได้มาเห็นตอนนี้ ความคิดอกุศลบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
สายตาของเขาแทบจะละไปทางอื่นไม่ได้เลย!
ผู้ชายปกติคนไหนที่ได้เห็นผู้หญิงหุ่นทรงระเบิดแบบนี้ ก็คงต้องมีความคิดอะไรบ้างแหละ
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะป่วย
โชคดีที่เฉาชวนเตรียมใจมาบ้างแล้ว
สายตาของเขาละออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ดูหื่นกามจนเกินงาม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจอมปลอมอันน่าเลื่อมใส... ในขณะเดียวกัน เหลยถิงเองก็กำลังประเมินเศรษฐีชื่อดังแห่งจงไห่คนนี้อยู่เช่นกัน
เธอเคยเห็นเขาตามรายงานข่าวมาก่อน เขาเป็นมหาเศรษฐีพันล้านและเป็นนักการกุศลที่มีชื่อเสียงดีงามในจงไห่
ข้อมูลจากทางการก็ยืนยันเช่นกันว่า ทางการได้มอบฉายาผู้ประกอบการใจบุญให้กับเขา
เขาไม่มีประวัติเสื่อมเสียเลยแม้แต่น้อย
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ การมีลูกชายที่ไม่เอาถ่านและไร้การศึกษา
"หนุ่มกว่าที่คิดไว้เยอะเลย"
"ตามข้อมูล ประธานเฉาอายุน่าจะสี่สิบกว่าแล้ว แต่ดูเหมือนเพิ่งจะสามสิบเองไม่ใช่เหรอ?"
"ยังดูหนุ่ม แล้วก็หล่อมากด้วย... หล่อกว่าในรูปเยอะเลย"
"คนรวยนี่รู้จักดูแลตัวเองจริงๆ!"
เหลยถิงพยักหน้าเงียบๆ ความประทับใจของเธอที่มีต่อเขาอยู่ในเกณฑ์ดี
เหลยถิงแสดงบัตรประจำตัว
"สวัสดีค่ะ ประธานเฉา ฉันเหลยถิง หัวหน้าทีมสามของหน่วยอาชญากรรมร้ายแรงประจำสถานีตำรวจเมือง ส่วนสองคนนี้คือเพื่อนร่วมงานของฉันค่ะ"
"สวัสดีครับ ผู้กองเหลย"
เฉาชวนพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปพูดกับคนข้างๆ
"เจ้าหน้าที่ทั้งสามท่านเชิญนั่งก่อนครับ หลี่น่า ยกชามาที"
เหลยถิงดูจะไม่ชอบการพูดคุยตามมารยาทสักเท่าไหร่ เธอโบกมือแล้วพูดว่า
"ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ประธานเฉา เราแค่มีคำถามจะมาถามนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะกลับแล้ว"
"อ้อ ได้ครับ" เฉาชวนไม่ได้เซ้าซี้ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้หลี่น่าออกไปก่อน
หลี่น่าเดินออกไปพร้อมกับปิดประตู
เฉาชวนเริ่มพูดขึ้นก่อน
"เจ้าหน้าที่ทั้งสามท่านต้องการจะสอบถามเรื่องอะไรหรือครับ? ถามมาได้เลย ผมจะบอกทุกอย่างที่ผมรู้ แต่ว่าเรื่องคนร้ายเมื่อวานนี้ ผมไม่รับการยอมความนะครับ เขาควรถูกตัดสินไปตามกระบวนการ และก็ต้องมีการตรวจร่างกายเพื่อประเมินอาการบาดเจ็บตามขั้นตอน ผมเชื่อว่ากฎหมายจะให้ความยุติธรรมกับผม และผมจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของพวกคุณอย่างเต็มที่ครับ"
เหลยถิงกล่าว
"เรื่องนั้นจะมีคนรับผิดชอบติดตามคดีต่อค่ะ จุดประสงค์หลักที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อจะมาถามประธานเฉาว่า ช่วงนี้คุณไปล่วงเกินใครมาบ้างหรือเปล่าคะ?"
"ล่วงเกินใครเหรอครับ? ผู้กองเหลย หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างนั้นเหรอ? แต่มีคนจงใจพุ่งเป้ามาที่ผม?" เฉาชวนผงะไป เขาแกล้งทำเป็นสับสนพลางจ้องมองไปที่เหลยถิง
เหลยถิงไม่ได้อธิบายเรื่องทหารรับจ้างข้ามชาติ เธอเพียงแค่พูดว่า
"เรามีเหตุผลให้สงสัยว่านี่เป็นการจ้างวานทำร้ายร่างกาย และอาจเป็นไปได้ว่าคุณ หรือไม่ก็ลูกชายของคุณไปล่วงเกินใครเข้า"
"ประธานเฉา รบกวนลองนึกดูให้ดีนะคะ มันจะช่วยรูปคดีได้มาก"
เป็นเพราะมีทหารรับจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาจึงสงสัยว่าศัตรูของเฉาชวนเป็นคนจ้างวานมา
ไม่อย่างนั้น เหลยถิงคงไม่ต้องถ่อมาถามเฉาชวนถึงที่หรอก เธอแค่ไปจับกุมหลินฮั่นก็สิ้นเรื่อง อย่างมากสุดก็แค่ไปที่โรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำเฉาเจิ้งหยาง
เฉาชวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
"ผมไปล่วงเกินคนมาไม่น้อยเลยครับ ทำธุรกิจน่ะจะให้ไม่ขัดขาใครเลยมันเป็นไปไม่ได้หรอก ภายนอกอาจจะดูเหมือนว่าทุกคนเข้ากันได้ดีและร่วมกันทำเงิน แต่พอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเอี่ยวเมื่อไหร่ มันก็มักจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายกันทั้งนั้น"
"การที่ครอบครัวพังพินาศเพราะผลประโยชน์มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย"
"แต่ว่า..."
"ในช่วงหลายปีมานี้ ไม่น่าจะมีความแค้นฝังลึกขนาดนั้นนะครับ เป็นไปได้ว่าไอ้ลูกไม่รักดีนั่นอาจจะไปก่อเรื่องข้างนอกแล้วไปเหยียบตาปลาใครเข้า"
เฉาชวนถอนหายใจ
"ผมละเลยการอบรมสั่งสอนเขามาตลอด เอาแต่มุ่งมั่นกับหน้าที่การงาน ไอ้ลูกคนนี้มันไม่เคยทำตัวดีเลยตั้งแต่เด็ก แม่เขาก็ด่วนจากไปเร็ว เลยไม่มีใครคอยคุม เขาชอบทำอะไรบุ่มบ่าม อาศัยว่าที่บ้านมีเงินก็เลยไปก่อเรื่องอยู่บ่อยๆ น่าจะไปล่วงเกินคนไว้เยอะเลยล่ะครับ"
เหลยถิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนจะมาที่นี่ แน่นอนว่าเธอได้สืบประวัติของเฉาเจิ้งหยางมาแล้ว
เป็นลูกแหง่จอมผลาญเงินโดยสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น การที่มีลูกเศรษฐีรุ่นสองจอมเสเพลแบบนี้ คนเป็นพ่อก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า... มันอาจจะเป็นกรณีของพ่อเป็นพยัคฆ์แต่ลูกเป็นสุนัขเสียมากกว่า
นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยวโดยแท้!
ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยอาชญากรรมร้ายแรง เธอเคยเห็นอาชญากรที่มาจากครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมามากมายและเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
น้ำเสียงของเหลยถิงอ่อนลงเล็กน้อย เธอกล่าว
"เกี่ยวกับลูกชายของคุณ เราจะติดตามสืบสวนด้วยเช่นกันค่ะ หากประธานเฉานึกอะไรขึ้นมาได้ โปรดติดต่อเราทันทีนะคะ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคุณเอง"
เฉาชวนพยักหน้า
"ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนผู้กองเหลยแล้ว"
เหลยถิงมาเร็วเคลมเร็ว และตอนกลับก็ยิ่งไวกว่าเดิม
เธอทิ้งเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานของหน่วยเอาไว้ให้
บุคลิกที่เด็ดขาดและมีประสิทธิภาพในการทำงานของเธอนั้น ตรงตามที่บรรยายไว้ในนิยายไม่มีผิด
ในเนื้อเรื่อง เธอปฏิบัติกับทุกคนด้วยท่าทีเป็นงานเป็นการไปเสียหมด
และเป็นเพราะพ่อแม่ของเธอด่วนจากไปตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอจึงขาดความรักความอบอุ่นอย่างหนัก อาจกล่าวได้ว่าเธอขาดความรักจากคนเป็นพ่อเลยทีเดียว
เธอถึงได้เป็นคนเย็นชามาก
ความเย็นชาก็คือสีสันที่ใช้ปกป้องตัวเอง
ผู้หญิงประเภทนี้จริงๆ แล้วเข้าถึงได้ง่ายมาก แต่ต้องหาจังหวะให้ดี
ตอนนี้แค่ได้ทำความรู้จักกันก็พอแล้ว... ความจริงแล้ว เฉาชวนสามารถใช้ประโยชน์จากการรู้เนื้อเรื่องล่วงหน้าได้
ด้วยการแกล้งทำตัวเป็นญาติของเหลยถิง
ตัวอย่างเช่น เป็นเพื่อนสนิทของพ่อแม่เธอสมัยที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ หรือแม้กระทั่งสร้างตัวตนลึกลับในฐานะพ่อทูนหัวขึ้นมา
แน่นอนว่า ไม่ใช่เพราะเฉาชวนเสพติดการเป็นพ่อทูนหัวหรอกนะ
แต่เป็นเพราะตัวตนบางอย่าง สามารถทำให้นางเอกลดกำแพงในใจลงได้ง่ายกว่าต่างหาก
แต่หลังจากลองทบทวนดูแล้ว เฉาชวนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น
เพราะก่อนหน้านี้เขามีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก
เหลยถิงอาจจับพิรุธได้ง่ายๆ และมันจะกลายเป็นหาเหาใส่หัวเปล่าๆ
เหลยถิงไม่ใช่นางเอกประเภทหญิงสาวตกที่นั่งลำบากทั่วไปเสียด้วย
สู้ทำความรู้จักกันไปก่อน แล้วค่อยลงมือทำตามแผนเมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วจะดีกว่า
เธอแค่ขาดความรักจากพ่อ
ฉันมีนี่ไง!
เป้าหมายหลักในตอนนี้คือการจับกุมหลินฮั่น
พละกำลังของหลินฮั่นนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ แถมเขายังเป็นบุตรแห่งโชคชะตา ที่ได้รับการคุ้มครองจากฟ้าดินในโลกที่มองไม่เห็นอีก
แต่เขาจะกล้าขัดขืนการจับกุมงั้นเหรอ?
คำตอบก็คือเขาไม่กล้าหรอก เขาไม่กล้าแม้แต่จะสู้กลับด้วยซ้ำ
โชคชะตาของประเทศสามารถสะกดข่มโชคชะตาระดับบุคคลได้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นบุตรแห่งโชคชะตาก็ไม่อาจต้านทานได้
ถ้ากล้าขัดขืน ก็จะถูกลบให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
ลองคิดดูสิ โชคชะตาของประเทศมันโหดเหี้ยมขนาดไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาจะหนีไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะกลับไปหาลูกสาวได้ยังไงล่ะ?
จะไปเจอลูกสาวในฐานะผู้ร้ายหลบหนีงั้นเหรอ?
ส่วนลูกสาวของเขาน่ะ... เขาคงไม่ได้เจอหรอก!