- หน้าแรก
- จอมราชันย์เวทธาตุทลายสวรรค์
- บทที่ 27 ลู่อวิ๋นเซียวมีคิ้วดุจคมกระบี่
บทที่ 27 ลู่อวิ๋นเซียวมีคิ้วดุจคมกระบี่
บทที่ 27 ลู่อวิ๋นเซียวมีคิ้วดุจคมกระบี่
บทที่ 27 ลู่อวิ๋นเซียวมีคิ้วดุจคมกระบี่
นัยน์ตาเปล่งประกายดั่งดวงดาว ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกแกะสลัก หากพูดถึงรูปร่างหน้าตา เขาย่อมไร้ที่ติ และกลิ่นอายอันสง่างามไร้พันธนาการที่แผ่ออกมาก็ทำให้นัยน์ตาของอาจารย์สาวเป็นประกาย
"หล่อจัง!" นัยน์ตาของอาจารย์สาวทอประกายวูบวาบ เธออดไม่ได้ที่จะกระซิบกับตัวเอง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที
บุรุษชอบโฉมงาม สตรีก็ย่อมชอบบุรุษรูปงามเป็นธรรมดา รูปลักษณ์อันโดดเด่นของลู่อวิ๋นเซียวทำให้อาจารย์สาวต้องตกตะลึง และท่าทีของเธอก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"นักเรียนคนนี้ เธอชื่อลู่อวิ๋นเซียวใช่ไหม?" อาจารย์สาวเอ่ยถามเสียงนุ่มพลางจ้องมองลู่อวิ๋นเซียวตาไม่กะพริบ
"อืม ใช่ครับ"
ลู่อวิ๋นเซียวตอบรับ เมื่อเห็นอาจารย์สาวเอาแต่จ้องมองตน เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "อาจารย์ครับ ผมขอลงทะเบียนต่อได้ไหม?"
"แน่นอนจ้ะ" อาจารย์สาวดึงสติกลับมา พยักหน้าแล้วถามต่อ "นักเรียน เธออายุเท่าไหร่จ๊ะ?"
"ผมอายุสิบสี่ครับ" ลู่อวิ๋นเซียวตอบ
"สิบสี่? ยังเด็กมากเลยนะ" อาจารย์สาวประหลาดใจเล็กน้อย ตั้งแต่เปิดรับสมัครมา ลู่อวิ๋นเซียวคือคนที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ
ผู้สมัครส่วนใหญ่มักจะอายุสิบแปดหรือสิบเก้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นคนอายุสิบสี่มาสมัคร
"นักเรียน เธอไปถึงระดับโต้วเจ่อขั้นแปดแล้วหรือยังจ๊ะ?" อาจารย์สาวถามด้วยความสงสัย
มีคนมาสมัครมากมาย แต่มีน้อยคนนักที่จะผ่านเกณฑ์ หากลู่อวิ๋นเซียวไปถึงระดับโต้วเจ่อขั้นแปดตั้งแต่อายุสิบสี่ พรสวรรค์ของเขาก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว
"แน่นอนครับ!" ลู่อวิ๋นเซียวพยักหน้าและตอบ
"เข้าใจแล้ว ถ้างั้นนักเรียน ลองทดสอบดูสิจ๊ะ" อาจารย์สาวหยิบลูกแก้วใสออกมาและกล่าวว่า "ตราบใดที่เธอไปถึงระดับโต้วเจ่อขั้นแปด ลูกแก้วนี้ก็จะสว่างขึ้น และถือว่าเธอผ่านการทดสอบ เมื่อผ่านการทดสอบ ก็หมายความว่าเธอได้เป็นสมาชิกของสถานศึกษาเจียหนานแล้วจ้ะ"
"ตกลงครับ!" ลู่อวิ๋นเซียวพยักหน้าเล็กน้อย เขายกมือขวาขึ้นวางทาบลงบนลูกแก้วอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น ลูกแก้วก็เปล่งแสงสีแดงเจิดจ้าออกมา
"ยินดีด้วยจ้ะนักเรียน เธอผ่านการทดสอบแล้ว เข้าไปข้างในได้เลยจ้ะ ด้านในจะมีอาจารย์พิเศษคอยประเมินศักยภาพของเธอ ยิ่งมีศักยภาพสูง ทางสำนักก็จะยิ่งให้ความสำคัญกับเธอมากขึ้น ฉันคาดว่าด้วยพรสวรรค์ของเธอ ศักยภาพก็คงไม่ธรรมดาแน่ๆ"
"อ้อ นักเรียน ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ เพื่อเป็นการดัดนิสัยหยิ่งผยองของนักเรียนใหม่บางคน และเพื่อง่ายต่อการดูแล สถานศึกษาเจียหนานก็เลยมีกฎพิเศษบางอย่างสำหรับนักเรียนใหม่ อย่าขัดขืน ทำตามกฎไปเถอะ มิฉะนั้นเธอจะต้องเจ็บตัวเอาได้นะ"
นัยน์ตาของอาจารย์สาวฉายแววประหลาดใจในตอนแรก จากนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงมองลู่อวิ๋นเซียวแล้วลดเสียงลงกระซิบเตือน
"ขอบคุณที่เตือนครับอาจารย์ แต่เผอิญว่าผมเป็นพวกชอบเจ็บตัวเสียด้วยสิ"
ลู่อวิ๋นเซียวยิ้มบางๆ ให้อาจารย์สาว สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและฮึกเหิม จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า
เมื่อมองแผ่นหลังของลู่อวิ๋นเซียว อาจารย์สาวก็ชะงักไปเล็กน้อย ประกายบางอย่างวาบขึ้นในดวงตา นักเรียนลู่คนนี้เวลายิ้มช่างหล่อเหลาเหลือเกินจริงๆ
...
ทางด้านนี้ หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ลู่อวิ๋นเซียวก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังทิศทางหนึ่ง
"โฮสต์ เสน่ห์ของท่านนี่ไม่เบาเลยนะ ขนาดอาจารย์รับสมัครยังหลงใหลเลย ขอเตือนไว้ก่อนนะว่านักเรียนคนอื่นไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้นะ"
ขณะที่ลู่อวิ๋นเซียวเดินไป เสียงหยอกล้อแกมประชดประชันของระบบก็ดังขึ้นในหัว
"ใครบอกเจ้าล่ะว่านี่ไม่ใช่โลกที่ตัดสินคนจากหน้าตา? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหนุ่มหล่อคนนั้นมีพรสวรรค์สูงส่งด้วยแล้ว การจะดึงดูดความสนใจจากอิสตรีก็เป็นเรื่องธรรมดา"
ลู่อวิ๋นเซียวกล่าวในใจด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ถุย โฮสต์ หน้าท่านชักจะหนาขึ้นทุกทีนะ นั่นถือเป็นการชมตัวเองหรือเปล่า? ไม่อายบ้างหรือไง!"
ระบบกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"ข้าแค่พูดความจริง ทำไมข้าต้องอายด้วยล่ะ?"
ลู่อวิ๋นเซียวกล่าวอย่างใจเย็น เขามองไปยังโถงใหญ่เบื้องหน้าและเดินตรงเข้าไป ระหว่างทาง เขาเห็นนักเรียนใหม่หลายคนยืนตากแดดอยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าหดหู่และอิดโรย
"นี่คงจะเป็นกฎพิเศษที่ว่าสินะ การแสดงอำนาจข่มขวัญชัดๆ รุ่นพี่รังแกรุ่นน้องเพื่อดับความอวดดีงั้นหรือ?"
ลู่อวิ๋นเซียวยิ้มพลางส่ายหน้า จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในโถงใหญ่
เมื่อเทียบกับอากาศร้อนระอุเบื้องนอก ภายในโถงใหญ่นั้นเย็นสบายและผ่อนคลายกว่ามาก
มีคนยืนอยู่ในโถงหลายคน อายุไม่มากนัก มีทั้งชายและหญิง ตามที่ลู่อวิ๋นเซียวคาดเดา พวกนี้น่าจะเป็นรุ่นพี่ของสถานศึกษาเจียหนาน
ส่วนอาจารย์ ลู่อวิ๋นเซียวมองไปรอบๆ ก็ไม่พบใครที่ดูเหมือนอาจารย์เลย พวกเขาคงจะหลบอยู่ด้านหลัง รอจนกว่านักเรียนใหม่จะถูกดับความอวดดีจนพอใจแล้วค่อยปรากฏตัว การทำเช่นนี้น่าจะทำให้ดูแลง่ายขึ้น
เหอะ ก็แค่ลูกไม้เดิมๆ!
ขณะที่ลู่อวิ๋นเซียวกำลังสังเกตการณ์ภายในโถง ทุกคนในโถงต่างก็กำลังจับจ้องมาที่เขาเช่นกัน เพราะทุกคนเห็นเขาเดินเข้ามา
"ว้าว รุ่นน้องหล่อจังเลย รูปร่างหน้าตาน่าหลงใหลสุดๆ"
"ไม่เพียงแต่จะหน้าตาดี แต่บุคลิกก็ยังดูสูงส่งสง่างามอีกด้วย โอย หัวใจสาวน้อยของฉัน!"
"ยังไม่หมดแค่นั้นนะ รุ่นน้องคนนี้ดูอายุไม่มากเลย น่าจะแค่สิบสี่สิบห้าเองมั้ง อายุเท่านี้ก็ไปถึงระดับที่เหนือกว่าโต้วเจ่อขั้นแปดแล้วหรือ? พรสวรรค์ช่างล้ำเลิศจริงๆ!"
"ลูกหมาน้อยน่ารักจังเลย ฉันตกหลุมรักแล้ว ตกหลุมรักแล้ว"
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของลู่อวิ๋นเซียว หญิงสาวหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะซุบซิบและอุทานออกมาด้วยความชื่นชม
มุมปากของลู่อวิ๋นเซียวตุกเล็กน้อย พวกนี้คือนักเรียนของสถานศึกษาเจียหนานจริงๆ หรือ?
ทำไมถึงดูเหมือนพวกนักเลงหญิงเลยล่ะ?
นักเรียนชายสองสามคนที่อยู่ด้านข้างก็มุมปากกระตุกเช่นกัน ผู้หญิงพวกนี้ไม่ห่วงภาพลักษณ์กันเลยจริงๆ อย่างว่าล่ะนะ เวลาผู้หญิงบ้าคลั่งขึ้นมา ผู้ชายก็ไม่มีที่ยืนหรอก
นักเรียนชายมองหน้ากัน จากนั้นนักเรียนชายร่างกำยำใบหน้าเหลี่ยมคนหนึ่งก็เดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่อวิ๋นเซียว
"นักเรียนใหม่ รู้กฎหรือเปล่า?" นักเรียนชายถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ไม่รู้สิครับ รุ่นพี่มีคำแนะนำอะไรหรือเปล่า?" ลู่อวิ๋นเซียวมองนักเรียนร่างกำยำตรงหน้าและถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ในเมื่อนายไม่รู้ ฉันก็จะบอกให้ฟัง หลังจากลงทะเบียนเสร็จ นักเรียนใหม่ทุกคนจะต้องไปยืนตากแดดอยู่ข้างนอกเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้น ออกไปซะ" นักเรียนร่างกำยำชี้มือไปข้างนอกพลางเอ่ย
"อย่างนั้นหรือครับ? แต่ผมไม่อยากออกไปนี่นารุ่นพี่ ข้างนอกมันร้อนจะตาย อยู่ข้างในเย็นกว่าตั้งเยอะ" ลู่อวิ๋นเซียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"นี่คือกฎ" นักเรียนร่างกำยำกล่าวเสียงต่ำ
"แต่กฎไม่ได้มีไว้แหกหรอกหรือครับ?" ลู่อวิ๋นเซียวยังคงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"แหม รุ่นน้อง นายมั่นใจในตัวเองจังเลยนะ แต่คนที่มาก่อนนายก็มั่นใจแบบนี้แหละ สุดท้ายก็ต้องออกไปยืนข้างนอกอย่างว่าง่ายกันทุกคน"
นักเรียนร่างกำยำไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของลู่อวิ๋นเซียว ทุกคนที่สามารถผ่านการทดสอบของสถานศึกษาเจียหนานได้ ย่อมถือเป็นอัจฉริยะในถิ่นฐานของตน และอัจฉริยะทุกคนก็ย่อมมีความเย่อหยิ่งจองหอง
และพวกเขาก็มีหน้าที่ดับความเย่อหยิ่งนี้และทำให้อัจฉริยะเหล่านั้นรู้ซึ้งถึงสถานะของตนเอง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล
แม้แต่ตัวเขาเองก็เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วในอดีต เขาเคยถูกรุ่นพี่สั่งสอนมาแล้วเหมือนกัน
และในตอนนั้นเองที่เขาตระหนักว่า แม้เขาจะเป็นอัจฉริยะในถิ่นฐานของตน แต่พรสวรรค์ของเขากลับไม่นับเป็นอะไรเลยในสถานศึกษาเจียหนาน ตั้งแต่นั้นมาเขาก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาก
ในสายตาของเขา ลู่อวิ๋นเซียวในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตัวเขาในตอนนั้นเลย