- หน้าแรก
- จอมราชันย์เวทธาตุทลายสวรรค์
- บทที่ 17 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
บทที่ 17 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
บทที่ 17 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
บทที่ 17 ทดสอบฝีมือเป็นครั้งแรก
หลังจากสั่งให้ระบบปิดหน้าต่างข้อมูล ลู่อวิ๋นเซียวก็หยัดกายลุกขึ้น
เขายืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องลับ
ภายในร้าน ไห่ปัวตงกำลังนั่งรออยู่ น้ำชาในถ้วยถูกดื่มจนแห้งเหือด ชายชรามีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย แววตาฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ไห่ปัวตงก็รู้สึกตัวและอดไม่ได้ที่จะหันขวับไปมอง
"ทะลวงระดับแล้วงั้นรึ?" เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลู่อวิ๋นเซียวที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไห่ปัวตงก็หรี่ตาลงและเอ่ยถามเสียงเบา
"อืม การทะลวงระดับราบรื่นดีมาก ข้าทะลวงรวดเดียวถึงระดับโต้วเจ่อสี่ดาวเลย" ลู่อวิ๋นเซียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"สั่งสมมานาน พลิกทะยานในคราเดียว" ไห่ปัวตงทอดถอนใจ เขามองความเฉียบคมที่เผยออกมาจากหว่างคิ้วของลู่อวิ๋นเซียวด้วยแววตาเป็นประกาย
"ดูจากลักษณะของเจ้าแล้ว พลังปราณน่าจะเป็นธาตุทองสินะ? คนที่มีพลังปราณธาตุนี้มีไม่มาก เคล็ดวิชาธาตุทองก็เลยค่อนข้างหายากตามไปด้วย แต่ถือว่าเจ้ายังโชคดี บังเอิญว่าข้ามีเคล็ดวิชาธาตุทองระดับซวนขั้นกลางอย่าง 'คัมภีร์กระบี่หยวนเกิง' ที่บังเอิญได้มาเมื่อนานมาแล้วอยู่พอดี ข้ายกให้เจ้าก็แล้วกัน เจ้าเด็กบ้า"
ขณะที่ไห่ปัวตงเอ่ย แสงสว่างก็วาบขึ้นจากแหวนมิติของเขา ม้วนคัมภีร์ม้วนหนึ่งปรากฏขึ้นในมือพร้อมกับเรืองแสงสีทองอ่อนๆ
"'คัมภีร์กระบี่หยวนเกิง' ยังมาพร้อมกับทักษะยุทธ์เพลงกระบี่ซึ่งอยู่ในระดับซวนขั้นกลางเช่นกัน เมื่อนำมารวมกันแล้ว มูลค่าของเคล็ดวิชานี้ไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาระดับซวนขั้นสูงเลย เจ้าเด็กบ้า รับไปสิ"
ไห่ปัวตงยื่นม้วนคัมภีร์ที่เปล่งประกายสีทองในมือให้ลู่อวิ๋นเซียว
ลู่อวิ๋นเซียวรับม้วนคัมภีร์เนื้อนุ่มมาถือไว้ นัยน์ตาของเขาวูบไหวและรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ลึกๆ
ก่อนหน้านี้ก็ผงรวบรวมปราณ มาตอนนี้ก็ 'คัมภีร์กระบี่หยวนเกิง' อีก แม้ว่าเขาจะไม่ได้ต้องการของพวกนี้ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ไห่ปัวตงมีให้เขาอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น 'คัมภีร์กระบี่หยวนเกิง' ที่มาพร้อมทักษะยุทธ์คู่กันนั้นมีค่าไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาระดับซวนขั้นสูง มูลค่าของมันอย่างน้อยก็หลายแสนเหรียญทอง จำนวนเงินขนาดนี้ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยสำหรับไห่ปัวตง
ย้อนกลับไปตอนนั้น เขาต้องใช้เวลาหลายเดือนอย่างยากลำบาก สังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งไปเกือบสองร้อยตัว ฆ่าวันละสองสามตัวจนเหนื่อยแทบขาดใจ เพียงเพื่อรวบรวมแก่นอสูรไปขายให้ได้เงินมารวมแล้วแค่หกหมื่นกว่าเหรียญทองเท่านั้น
การหาเงินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แม้ว่าเขาจะมี 'คัมภีร์ธาตุ' อยู่แล้ว แต่ลู่อวิ๋นเซียวก็ไม่ได้ปฏิเสธ ท้ายที่สุดนี่ก็คือน้ำใจจากไห่ปัวตง เขาไม่อาจทำให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจได้
ทว่าเขาได้จดจำความกรุณาของไห่ปัวตงในครั้งนี้ไว้ในใจแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยและซาบซึ้งใจของลู่อวิ๋นเซียว ไห่ปัวตงก็กระแอมไอและกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้าได้เคล็ดวิชาไปแล้วก็เก็บไว้เถอะ ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว รีบไปทำมื้อเย็นได้แล้ว ข้าหิวจนใกล้จะตายอยู่แล้วเนี่ย เจ้าใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับการทะลวงระดับเลยนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่อวิ๋นเซียวก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองนอกร้าน แล้วก็พบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้วจริงๆ
เขาต้องทะลวงระดับเป็นโต้วเจ่อก่อน จากนั้นก็คลายผนึกร่างกาย แล้วยังต้องบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาอีก ซึ่งก็กินเวลาไปไม่น้อยเลย
"เข้าใจแล้ว ท่านรอประเดี๋ยว ข้าจะไปเตรียมมื้อเย็นให้" ลู่อวิ๋นเซียวเก็บม้วนคัมภีร์ลงในแหวนมิติแล้วเอ่ยเสียงเบา
"ไปๆ เร็วเข้า!" ไห่ปัวตงโบกมือไล่ ท่าทางดูร้อนรนไม่น้อย
ลู่อวิ๋นเซียวยิ้มบางๆ ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปเตรียมอาหารเย็น
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น!
ดวงอาทิตย์สีแดงเพลิงลอยเด่นอยู่กลางนภา สาดแสงเจิดจรัสลงมาอาบไล้ผืนปฐพี
ลู่อวิ๋นเซียวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ถือกระบี่รุ้งทะยานไว้ในมือ และก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังทะเลทรายถาเกอเอ่อร์
ทะเลทรายในยามเช้าตรู่ยังคงหลงเหลือความเย็นสบายอยู่บ้าง สายลมพัดโชยมาให้ความรู้สึกสดชื่น
นี่เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่หาได้ยากในทะเลทราย ทว่าเมื่อยามเฉินผ่านพ้นและก้าวเข้าสู่ยามซื่อ อุณหภูมิในทะเลทรายจะเริ่มพุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดที่ร้อนระอุ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลู่อวิ๋นเซียวถึงสวมชุดคลุมสีขาว นอกจากความชอบส่วนตัวในโทนสีเรียบง่ายสีเดียวแล้ว สีขาวยังช่วยสะท้อนแสง ซึ่งสามารถลดความร้อนลงได้มากที่สุดอีกด้วย
รองเท้าบูทสีเทาของเขาย่ำลงบนผืนทรายจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ สีหน้าของลู่อวิ๋นเซียวราบเรียบขณะเดินตามรอยเท้าเดิมของตนมุ่งหน้าลึกเข้าไปในทะเลทราย
การเดินทางครั้งนี้คือการฝึกฝนที่เขากำหนดขึ้นมาเอง เขาตั้งใจจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้
ก่อนหน้านี้ ระยะเวลาที่เขาอยู่ในทะเลทรายนานที่สุดก็แค่หนึ่งสัปดาห์ ในเมื่อตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว เนื้อหาการฝึกฝนก็ย่อมต้องเพิ่มระดับความเข้มข้นตามไปด้วยเป็นธรรมดา
ภายในแหวนมิติของเขามีน้ำสะอาดและเสบียงอาหารเพียงพอแล้ว ด้วยสิ่งเหล่านี้ เขาจึงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจสำหรับการฝึกฝนในครั้งนี้
ลู่อวิ๋นเซียวเดินต่อไปอย่างช้าๆ ดวงตะวันบนท้องฟ้าเคลื่อนตัวไปเล็กน้อย อุณหภูมิในอากาศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
"ฟ่อ!" ระหว่างที่ลู่อวิ๋นเซียวกำลังเดิน เสียงแปลกประหลาดแผ่วเบาก็ดังเข้าหู ทำให้ฝีเท้าของเขาหยุดชะงักลงทันที
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ประกายความเฉียบคมวาบผ่านนัยน์ตา ลู่อวิ๋นเซียวกระทืบเท้าขวาลงพื้นอย่างแรงจนฝุ่นทรายสาดกระเซ็น กระบี่รุ้งทะยานในมือถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ประกายแสงเย็นเยียบสะท้อนวูบวาบขณะที่ปราณกระบี่อันแหลมคมพุ่งทะยานออกไป
"ฉัวะ!" ปราณกระบี่ทะลวงผ่านร่าง ห่างออกไปทางขวาของลู่อวิ๋นเซียวหนึ่งเมตร สัตว์อสูรขนาดเท่ากะละมังที่มีเปลือกหุ้มเกราะสีดำและมีตะขอหางยาวถูกผ่าออกเป็นสองซีก ร่างของมันร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังตุบ
เลือดสีเขียวไหลซึมออกจากซากศพ หยดลงสู่ผืนทรายเบื้องล่าง
สัตว์อสูรชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า แมงป่องปีศาจทะเลทราย เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ซึ่งบางตัวอาจเติบโตไปจนถึงระดับสองได้ แต่ตัวที่อยู่ตรงหน้าลู่อวิ๋นเซียวนี้มีระดับพลังเพียงระดับหนึ่งขั้นต้นเท่านั้น
สัตว์อสูรชนิดนี้มักจะซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนทราย ทำให้ยากแก่การตรวจพบ หากไม่ระวังให้ดี นักเดินทางที่ผ่านมาก็อาจถูกซุ่มโจมตีได้ง่ายๆ
แมงป่องปีศาจทะเลทรายมีพิษร้ายแรงมาก หากระดับโต้วเจ่อโชคร้ายถูกโจมตีเข้าและไม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เป็นแน่
ทว่าสำหรับลู่อวิ๋นเซียวแล้ว ลูกไม้พรรณนี้ไม่อาจทำให้เขาจนมุมได้ นอกเหนือจากประสบการณ์อันโชกโชนแล้ว พลังวิญญาณอันยอดเยี่ยมและสัมผัสการรับรู้ที่เพิ่งตื่นขึ้นของเขาก็เพียงพอที่จะตรวจจับร่องรอยของแมงป่องปีศาจทะเลทรายได้แล้ว
"ดูเหมือนจะไม่มีแก่นอสูรแฮะ" ลู่อวิ๋นเซียวปรายตามองมันแวบหนึ่งก่อนจะละสายตาไป
แก่นอสูรคือผลึกแห่งพลังต้นกำเนิดของสัตว์อสูร โดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรระดับสูงมักจะมีแก่นอสูร แต่ในหมู่สัตว์อสูรระดับต่ำ สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าจะมีกันทุกตัว บางครั้งการจะได้แก่นอสูรมาก็ขึ้นอยู่กับโชคล้วนๆ
เห็นได้ชัดว่าโชคของลู่อวิ๋นเซียวไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
ลู่อวิ๋นเซียวส่ายหน้าเบาๆ พลางเก็บกระบี่รุ้งทะยานเข้าฝัก สมกับที่เป็นกระบี่เลื่องชื่อจริงๆ หลังจากสังหารแมงป่องปีศาจทะเลทราย บนใบกระบี่ก็ไม่มีแม้แต่รอยเลือดหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับกระบี่เหล็กธรรมดาเล่มเก่าของเขา
"หลังจากทะลวงระดับเป็นโต้วเจ่อแล้ว ความแข็งแกร่งของข้าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยจริงๆ สังหารแมงป่องปีศาจทะเลทรายระดับหนึ่งขั้นต้นได้ในดาบเดียว แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่การทดสอบฝีมือเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น มันยังวัดความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้าไม่ได้ ข้ายังต้องเดินหน้าต่อไป"
ลู่อวิ๋นเซียวนึกในใจ มือกระชับกระบี่แน่น และเริ่มออกเดินทางต่อไป
ในทะเลทรายมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากมาย และส่วนใหญ่ก็เก่งกาจเรื่องการซ่อนตัว ความเร็วในการเดินทางของลู่อวิ๋นเซียวจึงค่อนข้างล่าช้า