- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 60: 【อ่านฟรี!】 ความยากจนจำกัดจินตนาการ
EP 60: 【อ่านฟรี!】 ความยากจนจำกัดจินตนาการ
EP 60: 【อ่านฟรี!】 ความยากจนจำกัดจินตนาการ
EP 60: 【อ่านฟรี!】 ความยากจนจำกัดจินตนาการ
ชายชราประสานมือคารวะเย่หลิน “หลังจบงานประมูล เจ้าจะได้รับสารจากนกกระเรียนกระดาษ เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าก็มารับเงินส่วนแบ่งของเจ้าได้เลย”
เย่หลินไม่กล้าชักช้า รีบลุกขึ้นยืนและค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นก็รบกวนผู้อาวุโสด้วยขอรับ”
ชายชราลูบเคราขาวพร้อมกับแย้มยิ้ม ก่อนจะเดินถือยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพก้าวออกจากห้องรับรองไป
หลังจากนั้นไม่นาน ศิษย์พี่หญิงหน้าตาสะสวยก็ก้าวเข้ามาในห้องรับรองอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย ท่าทีของนางดูจะกระตือรือร้นและนอบน้อมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“ศิษย์น้อง ตอนนี้เราไปชมโอสถกันได้แล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านต้องการเริ่มจากชั้นหนึ่งก่อน หรือจะขึ้นไปชมชั้นอื่นเลยเจ้าคะ”
เย่หลินเอ่ยตอบ “ชั้นหนึ่งก่อนเถิด ขอบอกตามตรง ศิษย์พี่ คราวนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อซื้อโอสถเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเจตนาจะมาเปิดหูเปิดตาให้กว้างไกลขึ้นด้วย ดังนั้นข้าจึงอยากจะขอชมโอสถให้ครอบคลุมและหลากหลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
หากเย่หลินเอ่ยประโยคนี้ออกไปในอดีต เขาย่อมถูกมองด้วยสายตาดูแคลนและได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชา ทว่าเย่หลินในเวลานี้กลับแตกต่างออกไป
เพราะศิษย์พี่หญิงผู้นี้ตระหนักดีว่า เขามีศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์อยู่ในครอบครอง... และมีมากมายเสียด้วย
นางเอ่ยชมเชยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ศิษย์น้องอายุยังน้อยแต่กลับมีความใฝ่รู้ถึงเพียงนี้ ภายหน้าย่อมได้เป็นยอดคนในหมู่มวลมนุษย์เป็นแน่ ศิษย์น้องตามข้ามาเถิด ศิษย์พี่จะจัดการทุกอย่างให้เป็นที่พอใจของท่านเอง”
เย่หลินเดินตามศิษย์พี่หญิงเข้าไปในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโอสถ ภายในห้องนั้นเรียงรายไปด้วยตู้กระจกที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งลี้ลับโปร่งใส มองทะลุผ่านความเย็นยะเยือกของน้ำแข็งลี้ลับเข้าไป ก็จะเห็นกล่องหยกสลักลวดลายวิจิตรวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภายในกล่องหยกแต่ละใบคือโอสถเม็ดกลมเกลี้ยงเกลาคุณภาพล้ำเลิศ
ข้างกล่องหยกแต่ละใบ มีป้ายไม้สลักราคาของโอสถแต่ละชนิดวางกำกับไว้อย่างชัดเจน
โอสถในตู้ใบแรกเป็นสิ่งที่เย่หลินคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือโอสถรวบรวมปราณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินมีความต้องการใช้มากที่สุด
ตู้กระจกใบนี้จัดแสดงกล่องหยกที่บรรจุโอสถรวบรวมปราณไว้สี่ระดับด้วยกัน ได้แก่ ขั้นล่าง ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด เย่หลินสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ยิ่งโอสถมีคุณภาพสูงมากเท่าใด ผิวสัมผัสของมันก็จะยิ่งเรียบเนียนเกลี้ยงเกลามากขึ้นเท่านั้น โอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอด ถึงกับมีแสงสีทองอร่ามเรืองรองแผ่ซ่านออกมาบางๆ
เมื่อเขาเหลือบไปเห็นราคาที่ระบุไว้ เขาก็ต้องตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองยังคงเป็นเพียงคนยากจนข้นแค้นอยู่ดี
โอสถรวบรวมปราณขั้นล่างทั่วไป สนนราคาอยู่ที่เม็ดละสิบศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์
โอสถรวบรวมปราณขั้นกลาง สนนราคาอยู่ที่เม็ดละสามสิบศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์
โอสถรวบรวมปราณขั้นสูง สนนราคาอยู่ที่เม็ดละหนึ่งร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์
และโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอด สนนราคาอยู่ที่เม็ดละห้าร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์
หากประเมินจากทรัพย์สินในกระเป๋าของเขาตอนนี้ เขาสามารถซื้อโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดได้เพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น
เย่หลินลอบบ่นอุบอิบในใจ “โอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดเม็ดนี้ กินเข้าไปแล้วจะเหินฟ้าขึ้นสวรรค์ได้เลยเชียวหรือ? มันก็แค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังปราณเท่านั้นมิใช่หรือ กินเม็ดเดียวจะได้ผลดีกว่ากินโอสถขั้นล่างถึงห้าสิบเม็ดเลยหรืออย่างไร?”
ศิษย์พี่หญิงสังเกตเห็นความประหลาดใจของเย่หลิน นางจึงคลี่ยิ้มบางพลางอธิบาย “ศิษย์น้องอาจจะยังไม่ทราบ โอสถทุกชนิดย่อมมีพิษเจือปนอยู่สามส่วน ยามที่เรากลืนกินโอสถเพื่อบำเพ็ญเพียร พิษส่วนหนึ่งจะถูกขับออกมาพร้อมกับของเสียในร่างกาย ทว่าอีกส่วนหนึ่งจะตกค้างอยู่ภายใน หากสะสมเป็นเวลานาน ก็จะบั่นทอนรากฐานของร่างกาย จำเป็นต้องใช้โอสถชำระกายที่มีราคาสูงลิ่วมาช่วยขับพิษออก มิฉะนั้นก็อาจจะเผชิญกับคอขวด ทำให้ระดับพลังหยุดชะงักไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้”
“ยิ่งโอสถมีคุณภาพสูงเท่าใด ปริมาณพิษตกค้างก็จะยิ่งน้อยลง และส่งผลดีต่อร่างกายมากขึ้นเท่านั้น ลองจินตนาการเปรียบเทียบผู้ฝึกตนที่กินโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดทุกวัน กับผู้ฝึกตนที่กินโอสถรวบรวมปราณขั้นล่างเป็นประจำดูสิ ในระยะสั้นอาจจะไม่เห็นความแตกต่างของระดับพลังมากนัก ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความห่างชั้นของทั้งสองก็จะกว้างไกลราวฟ้ากับดิน”
“ยอดอัจฉริยะของสำนักชั้นนำทั้งหลาย รวมถึงห้ายอดอัจฉริยะแห่งสำนักไท่เสวียนของเรา ล้วนบริโภคโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดในการบำเพ็ญเพียรประจำวันทั้งสิ้น หากมิใช่เพราะเหตุนี้ การจะบรรลุขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสิบสาม หรือแม้แต่ระดับสิบสี่อันน่าสะพรึงกลัวตั้งแต่อายุยังน้อย ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้พวกเขาจะครอบครองรากวิญญาณระดับสุดยอดก็ตาม”
เย่หลินรู้สึกเหมือนถูกความจริงตอกย้ำซ้ำเติมอีกครั้ง
ในอดีตเขาเพียงแค่รับรู้ว่าห้ายอดอัจฉริยะนั้นเก่งกาจเหนือมนุษย์ ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ โอสถรวบรวมปราณราคาก้อนละห้าร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ กลับเป็นเพียงมาตรฐานพื้นฐานของพวกเขาเท่านั้น
ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง!
ก่อนหน้านี้เขายังแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ว่าตนเองหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำจนกลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ ทว่าเมื่อมาเผชิญความจริง เขาก็ยังคงเป็นเพียงคนยากจนที่ไร้ซึ่งความหมาย หากปรารถนาจะไล่ตามรอยเท้าของห้ายอดอัจฉริยะให้ทัน เขาก็จำต้องหาหนทางกอบโกยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ให้จงได้
บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร พรสวรรค์ย่อมสำคัญ ทว่าทรัพย์สินเงินทองก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก “ศิษย์พี่ ข้าขอดูโอสถแต่ละคุณภาพให้ชัดเจนหน่อยจะได้หรือไม่?”
“ย่อมได้เจ้าค่ะ”
ศิษย์พี่หญิงส่งยิ้มหวาน พลางส่งกระแสพลังปราณเข้าไปในตู้กระจก บานประตูน้ำแข็งลี้ลับเปิดออกอย่างนุ่มนวล นางหยิบโอสถออกมาส่งให้เย่หลิน
เย่หลินพิจารณาโอสถแต่ละเม็ดอย่างตั้งใจ และเมื่อเขาหยิบโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของมัน เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณฟ้าดินที่พรั่งพรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขาราวกับเกลียวคลื่น
มันช่างให้ความรู้สึกราบรื่นราวกับเพิ่งกลืนกินเมล็ดสลอดเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
ความตกตะลึงก่อตัวขึ้นภายในใจของเขา
“มิน่าล่ะ ราคาของมันถึงได้แพงหูฉี่เยี่ยงนี้ อาชีพนักปรุงยาช่างเปรียบเสมือนเหมืองศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนที่โดยแท้ ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องไปเรียนรู้วิชาปรุงยาให้แตกฉานเสียแล้ว!”
“หรือไม่ก็ต้องหาแมลงวิญญาณสักตัวไปเรียนปรุงยาแทนข้า”
บัดนี้เย่หลินตระหนักถึงความสำคัญของโอสถคุณภาพสูงแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงไม่มีปัญญาซื้อหามาครอบครองอยู่ดี
เมื่อไม่อาจซื้อได้ ก็มีเพียงหนทางเดียวคือต้องลงมือปรุงด้วยตนเอง
เย่หลินเชื่อมั่นว่า สักวันหนึ่งเขาจะก้าวขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์ปรุงยา หรือไม่ก็ต้องครอบครองแมลงวิญญาณที่มีความสามารถระดับยอดปรมาจารย์ปรุงยาให้จงได้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะสามารถผลิตยาอายุวัฒนะขั้นสุดยอดออกมาเป็นกอบเป็นกำ ศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ขั้นสุดยอดที่หามาได้ เขาก็จะนำมาปูลาดเป็นพื้นจวนเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
เสี่ยวไป๋ส่งกระแสจิตบอกเย่หลิน “เจ้านาย ส่วนผสมของโอสถเหล่านี้ล้วนเหมือนกันทุกประการ ทว่าโอสถคุณภาพสูงจะใช้สมุนไพรที่มีคุณภาพเหนือกว่าโอสถคุณภาพต่ำมาก โอสถรวบรวมปราณขั้นล่างใช้เพียงหญ้าวิญญาณอายุร้อยปีเป็นส่วนประกอบ ทว่าโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอด กลับต้องใช้หญ้าวิญญาณอายุถึงห้าร้อยปี”
เย่หลินวางโอสถรวบรวมปราณขั้นสุดยอดลง ก่อนจะตัดใจควักเงินหนึ่งร้อยห้าสิบศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ซื้อโอสถรวบรวมปราณขั้นกลางมาหนึ่งขวด ซึ่งบรรจุโอสถห้าเม็ด เขาตั้งใจจะนำกลับไปทดสอบดูว่า สรรพคุณของมันจะแตกต่างจากโอสถรวบรวมปราณขั้นล่างทั่วไปมากน้อยเพียงใด
หลังจากนั้น ศิษย์พี่หญิงก็พาเย่หลินไปเดินชมตู้จัดแสดงโอสถตู้ต่อไป ตลอดทางนางคอยเปิดตู้ให้เย่หลินได้ชมโอสถอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เย่หลินพินิจพิเคราะห์โอสถแต่ละชนิด พลางให้เสี่ยวไป๋ที่แปรสภาพเป็นสร้อยข้อมือจดจำกลิ่นหอมของโอสถเหล่านั้นไว้ ในขณะที่หูของเขาก็คอยรับฟังคำอธิบายจากศิษย์พี่หญิง
เมื่อพบเจอโอสถที่เขาคิดว่าจำเป็นต้องใช้ เขาก็จะซื้อเก็บไว้ในถุงเฉียนคุนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยามฉุกเฉิน
เขาซื้อโอสถแก้พิษขั้นกลางมาในราคาที่ใกล้เคียงกับโอสถรวบรวมปราณขั้นกลาง มันสามารถถอนพิษร้ายทั่วไปได้หลากหลายชนิด แม้กระทั่งพิษร้ายแรงก็ยังพอจะบรรเทาอาการลงได้บ้าง
เย่หลินวางแผนจะลองบำเพ็ญเพียร 'เคล็ดวิชาเพลิงราคะ' ในเร็วๆ นี้ หากเขาทนต่อพิษไม่ไหว โอสถแก้พิษก็น่าจะช่วยทุเลาอาการลงได้
เขาจ่ายเงินไปถึงห้าร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ เพื่อซื้อโอสถรักษาบาดแผลขั้นสูงมาหนึ่งขวด
โอสถรักษาบาดแผลมีสรรพคุณในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายในได้อย่างรวดเร็ว ดังคำกล่าวที่ว่า ท่องยุทธภพ ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงคมดาบ โอสถรักษาบาดแผลจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เดินทางในยุทธภพต้องมีติดตัวไว้ หลายครั้งที่โอสถเพียงเม็ดเดียวอาจหมายถึงการต่อชีวิตได้อีกหนึ่งชีวิต ในเรื่องของการรักษาชีวิตแล้ว ไม่ควรตระหนี่ถี่เหนียวจนเกินไป
นอกจากนี้ เย่หลินยังซื้อโอสถต้านทานปราณพิษ โอสถปราณแท้ โอสถฟื้นฟูปราณ และโอสถจิปาถะอื่นๆ ที่แม้จะไม่ได้ใช้บ่อยนักในยามปกติ ทว่าในยามจำเป็น หากไม่มีติดตัวก็อาจหมายถึงชีวิตได้
จากชั้นหนึ่ง สู่ชั้นสอง และขึ้นไปถึงชั้นสาม
หลังจากเดินชมหอสมบัติล้ำค่าจนทั่ว เย่หลินก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น
เขายืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าประตูหอสมบัติล้ำค่าด้วยสีหน้าเหม่อลอย
ศิษย์พี่หญิงส่งยิ้มหวานหยดย้อย “ศิษย์น้อง อย่าลืมแวะมาอุดหนุนอีกนะเจ้าคะ ศิษย์พี่จะเฝ้ารอคอยท่านอยู่ที่นี่เสมอ”
เย่หลินถึงกับขนลุกซู่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อย ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็ว…