- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 59: 【อ่านฟรี!】 ฝากประมูลโอสถอายุวัฒนะเสื่อมสภาพ
EP 59: 【อ่านฟรี!】 ฝากประมูลโอสถอายุวัฒนะเสื่อมสภาพ
EP 59: 【อ่านฟรี!】 ฝากประมูลโอสถอายุวัฒนะเสื่อมสภาพ
EP 59: 【อ่านฟรี!】 ฝากประมูลโอสถอายุวัฒนะเสื่อมสภาพ
หอสมบัติล้ำค่าแห่งนี้ กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมว่า ต้องมีระดับพลังขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสามขึ้นไป เย่หลินที่เพิ่งจะบรรลุขั้นนี้ได้ไม่นาน ก็ถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจเสียก่อน บัดนี้ความปรารถนาของเขาจึงได้เป็นจริงเสียที
ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่บริเวณหน้าประตูหอสมบัติล้ำค่า ศิษย์พี่สตรีผู้มีรูปโฉมงดงามก็ค้อมกายต้อนรับพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ “ศิษย์น้องท่านนี้ เชิญด้านในเจ้าค่ะ”
ขณะที่นางเดินนำเย่หลินเข้าไปด้านใน นางก็กล่าวแนะนำสถานที่ไปด้วย “หอสมบัติล้ำค่าของเราแบ่งออกเป็นสามชั้นเจ้าค่ะ ชั้นที่หนึ่งจะจัดจำหน่ายของวิเศษที่มีมูลค่าไม่เกินหนึ่งร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ชั้นที่สองจะเป็นของวิเศษที่มีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งร้อยถึงหนึ่งพันศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ส่วนชั้นที่สาม จะเป็นศูนย์รวมของวิเศษล้ำค่าที่มีมูลค่าเกินหนึ่งพันศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปเจ้าค่ะ”
“หากท่านปรารถนาจะขึ้นไปยังชั้นที่สอง ท่านจำเป็นต้องแสดงหลักฐานยืนยันฐานะทางการเงิน ว่าท่านครอบครองศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์มากกว่าหนึ่งร้อยก้อนจึงจะสามารถผ่านขึ้นไปได้ สำหรับชั้นที่สามก็ใช้หลักการเดียวกันเจ้าค่ะ”
“ภายในหอสมบัติล้ำค่าแห่งนี้ ท่านสามารถเลือกสรรโอสถคุณภาพเยี่ยม ศาสตราวิญญาณชิ้นใหม่ อาภรณ์เวทล้ำค่า หรือแม้กระทั่งสมุนไพรหายากอายุหลายร้อยปี หากท่านมีของวิเศษที่ต้องการฝากขาย ทางเราก็ยินดีให้บริการ โดยคิดค่าธรรมเนียมเพียงสิบส่วนจากราคาขายเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“มิทราบว่าศิษย์น้อง ต้องการมองหาสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ?”
เย่หลินตอบกลับ “ข้าอยากจะดูโอสถหลากหลายชนิด และซื้อติดตัวไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินยามที่ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจภายนอก”
เย่หลินกำลังขาดแคลนโอสถสำหรับใช้ในยามฉุกเฉินจริงๆ เช่น โอสถแก้พิษ โอสถต้านทานปราณพิษ และโอสถปราณแท้ ในการเดินทางครั้งก่อน เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากเพราะไม่มีโอสถแก้พิษติดตัว จนเกือบจะทำให้เส้นทางการบำเพ็ญเพียรของเขาต้องจบสิ้นลง
แน่นอนว่า จุดประสงค์หลักของเขาคือการนำเสี่ยวไป๋มาจดจำกลิ่นของโอสถชนิดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงในภายหน้า
หอสมบัติล้ำค่าคือร้านค้าที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในตลาดการค้าสวินหลง โอสถที่มีจำหน่ายที่นี่ ย่อมมีความหลากหลายและครอบคลุมที่สุดเช่นกัน
กล่าวจบ เขาก็หยิบถุงศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ออกมา ศิษย์พี่หญิงผู้งดงามรับถุงนั้นไปลองประเมินน้ำหนักดู เพียงแค่น้ำหนักของมัน นางก็คาดเดาได้ทันทีว่าภายในบรรจุศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ไว้มากกว่าหนึ่งพันก้อน รอยยิ้มของนางจึงยิ่งเบ่งบานและหวานหยดย้อยยิ่งกว่าเดิม
นางไม่คาดคิดเลยว่า เย่หลินที่ดูเผินๆ เหมือนผู้ฝึกตนระดับรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสามทั่วไป จะซุกซ่อนความมั่งคั่งไว้มากมายถึงเพียงนี้ แม้แต่ศิษย์สายในระดับสูงบางคน ก็ยังยากที่จะควักศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์หนึ่งพันก้อนออกมาได้ในคราวเดียว
นางส่งถุงศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์คืนให้เย่หลิน “ศิษย์น้อง ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สามของหอสมบัติล้ำค่าของเราเจ้าค่ะ ที่นั่นมีของวิเศษหายากระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินรอให้ท่านได้ยลโฉม ข้ารับรองว่าท่านจะต้องถูกตาต้องใจอย่างแน่นอน”
เย่หลินพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ที่นี่รับฝากขายยาอายุวัฒนะหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำว่า ยาอายุวัฒนะ สีหน้าของศิษย์พี่หญิงก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง
“ยาอายุวัฒนะ... ยาอายุวัฒนะของแท้อย่างนั้นหรือ? นี่... นี่มันล้ำค่าเกินไปแล้ว!”
ยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ด มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งหมื่นศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ เทียบเท่ากับศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงหนึ่งก้อนเลยทีเดียว แม้แต่ยอดฝีมือระดับก่อผลึกทองคำก็ยังต้องตาลุกวาวเมื่อได้ยินชื่อของมัน!
เย่หลินกระแอมเบาๆ สองครั้ง “ศิษย์พี่โปรดใจเย็นก่อน มันเป็นเพียงยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพเท่านั้น”
เย่หลินไม่คิดจะเสี่ยงชีวิตกลืนกินโอสถเสื่อมสภาพเม็ดนี้อยู่แล้ว แทนที่จะปล่อยให้มันเสื่อมสภาพคามือ สู้รีบนำไปขายแลกเป็นเงิน แล้วนำเงินนั้นไปแปรเปลี่ยนเป็นหญ้าวิญญาณในมิติของแหวนโบราณจักรพรรดิแมลง ซึ่งจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้กับเหล่าแมลงวิญญาณของเขาได้โดยตรง
ศิษย์พี่หญิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “หากเป็นโอสถเสื่อมสภาพทั่วไป ทางหอสมบัติล้ำค่าของเราคงไม่รับฝากขาย ทว่าหากเป็นยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพนั้นเป็นข้อยกเว้น ศิษย์น้องโปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบไปเรียนท่านผู้ดูแลที่รับผิดชอบเรื่องการฝากขาย เมื่อตกลงเงื่อนไขการฝากขายเรียบร้อยแล้ว ข้าจะนำทางท่านไปชมโอสถต่างๆ ในภายหลังเจ้าค่ะ”
เพียงชั่วครู่ ชายชราผมขาวโพลนผู้ใช้ไม้เท้าค้ำยัน แววตาเต็มไปด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ก็เดินนำเย่หลินเข้าไปในห้องรับรอง ศิษย์พี่หญิงผู้เลอโฉมจัดการรินน้ำชาให้ทั้งสองคนอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องไป
“ผู้อาวุโส นี่คือยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพขอรับ”
เย่หลินหยิบกล่องหยกใบงามออกมาวางบนโต๊ะ
หอสมบัติล้ำค่าเป็นกิจการของสำนักไท่เสวียน เย่หลินจึงค่อนข้างวางใจในความน่าเชื่อถือของที่นี่ หากเป็นร้านค้าทั่วไป เขาคงไม่กล้าเปิดเผยความมั่งคั่งและโอสถล้ำค่าเช่นนี้เป็นแน่ เขาเชื่อว่าสำนักไท่เสวียนคงไม่คิดจะยักยอกโอสถที่มีมูลค่าไม่ถึงหนึ่งพันศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปหรอก
ชายชราแย้มยิ้มพลางเปิดกล่องหยกออก เขาพินิจพิจารณาโอสถเม็ดนั้นอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ “พ่อหนุ่ม จากการตรวจสอบของข้า สิ่งนี้คือยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพของแท้ ระดับความเสื่อมสภาพอยู่ที่ประมาณห้าส่วน!”
เย่หลินเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ความเสื่อมสภาพระดับห้าส่วนงั้นหรือ?”
ชายชราลูบเคราขาวพลางหัวเราะเบาๆ “เจ้าอาจจะยังไม่รู้ โอสถที่สมบูรณ์นั้นมีการแบ่งแยกคุณภาพออกเป็นสี่ระดับ ได้แก่ ขั้นล่าง ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด แม้จะเป็นโอสถชนิดเดียวกัน ทว่าคุณภาพที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลให้สรรพคุณแตกต่างกันไปด้วย โอสถเสื่อมสภาพก็ใช้หลักการเดียวกัน”
“ยิ่งโอสถเสื่อมสภาพมีคุณภาพดีเท่าใด สรรพคุณที่หลงเหลืออยู่ก็จะยิ่งมาก และปริมาณพิษก็จะยิ่งน้อยลง ระดับความเสื่อมสภาพหนึ่งส่วนถือเป็นระดับที่ดีที่สุด ส่วนระดับเก้าส่วนคือระดับที่แย่ที่สุด หากต่ำกว่านั้นคือระดับสิบส่วน จะถูกเรียกว่าโอสถพิษ ซึ่งหลงเหลือเพียงพิษร้าย ไร้ซึ่งสรรพคุณใดๆ โดยสิ้นเชิง”
เย่หลินกระจ่างแจ้งในทันที เขาประสานมือคารวะชายชรา “ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่กรุณาชี้แนะ”
ชายชราอธิบายต่อ “ยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพระดับห้าส่วน หากผู้กลืนกินสามารถต้านทานพิษร้ายของมันได้ ก็อาจจะช่วยยืดอายุขัยได้ประมาณยี่สิบถึงสามสิบปี ซึ่งเกือบจะเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของสรรพคุณยาอายุวัฒนะขั้นล่าง ทว่าราคากลับไม่ถึงครึ่งของยาอายุวัฒนะขั้นล่างอย่างแน่นอน เพราะการกลืนกินมันเข้าไปก็เหมือนกับการเอาชีวิตไปเดิมพันกับพิษร้าย มูลค่าของมันจึงลดหลั่นลงมามาก”
“ส่วนมูลค่าที่แท้จริงของมันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เจ้าเลือกในการเสนอขาย”
เย่หลินเกิดความสงสัย “ไม่ใช่ว่าต้องฝากขายที่หอสมบัติล้ำค่าของท่านหรอกหรือ?”
ชายชราอธิบายไขข้อข้องใจ “การฝากขายแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือการฝากขายที่เคาน์เตอร์ ยาอายุวัฒนะของเจ้าสามารถนำไปวางขายที่ชั้นสามของหอสมบัติล้ำค่า โดยตั้งราคาไว้ที่สองพันศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะต่อรองราคา ซึ่งคาดว่าน่าจะขายได้ในราคาประมาณหนึ่งพันห้าร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์”
เย่หลินลอบกลืนน้ำลายลงคอ มูลค่าของยาอายุวัฒนะเม็ดนี้สูงกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากทีเดียว
ในตอนนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของเขามีเพียงสองพันกว่าศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นเงินที่เขาต้องเอาชีวิตเข้าแลกมาทั้งสิ้น
“อีกวิธีหนึ่งคือการนำเข้าร่วมประมูล หอสมบัติล้ำค่าของเราจะร่วมมือกับร้านค้าชั้นนำในตลาดการค้าสวินหลง จัดงานประมูลขึ้นทุกๆ ไตรมาส ในงานประมูลจะเต็มไปด้วยของวิเศษล้ำค่านานาชนิด บางครั้งอาจมีแม้กระทั่งยอดฝีมือระดับก่อผลึกทองคำจากสำนักอื่นเดินทางมาร่วมงาน”
“ยาอายุวัฒนะนั้นเป็นของหายาก มีเพียงนักปรุงยาระดับก่อผลึกทองคำที่มีฝีมือเป็นเลิศเท่านั้นจึงจะสกัดมันขึ้นมาได้ แม้จะเป็นเพียงโอสถเสื่อมสภาพ ทว่ามันก็ยังมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะนำขึ้นประมูล เมื่อถึงเวลานั้น โอสถของเจ้าอาจจะทำราคาได้สูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาประเมินก็ได้ ทว่าก็คงไม่ต่ำจนเกินไปนัก ราคาเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันสองร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์”
ดวงตาของเย่หลินเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น “มิทราบว่างานประมูลครั้งต่อไปจะจัดขึ้นเมื่อใดหรือขอรับ?”
ชายชราตอบ “อีกครึ่งเดือนข้างหน้า หลังจากการประลองแลกเปลี่ยนฝีมือระหว่างศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักไท่ชางและสำนักไท่เสวียนสิ้นสุดลง งานประมูลก็จะเริ่มต้นขึ้นในทันที ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานมากที่สุด”
เย่หลินไม่รอช้า ประสานมือคารวะชายชรา “ข้าขอเลือกนำขึ้นประมูล เพื่อลองเสี่ยงโชคดูสักตั้งขอรับ”
ตอนนี้เย่หลินยังมีศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่อีกสองพันกว่าก้อน ซ่งหลิงเทียนก็น่าจะนำเตาหลอมโอสถไปขายแลกเงินมาให้เขาได้อีกก้อนหนึ่ง เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนใช้เงินในตอนนี้
หากขายที่เคาน์เตอร์ เขาจะได้เพียงพันห้าร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ ทว่าหากนำขึ้นประมูล เขาอาจจะโชคดีได้เจอกับพวกตาเฒ่าใกล้ตายที่พอเห็นยาอายุวัฒนะเสื่อมสภาพแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน เขาอาจจะทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ
ในเวลาไม่นาน ชายชราก็นำกระดาษและพู่กันมาเขียนหนังสือสัญญา จากนั้นเขาก็หยดเลือดของตนเองลงไปข้างๆ ลายเซ็น เย่หลินก็ทำตาม โดยหยดเลือดของตนลงข้างชื่อของเขาเช่นกัน
หยดเลือดซึมผ่านกระดาษสัญญาทั้งสองใบอย่างรวดเร็ว ทั้งสองฝ่ายเก็บสัญญากันไว้คนละใบ ถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำสัญญา