- หน้าแรก
- ระบบโคลนนิ่งไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 35 พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว โจวเฉียนคุนเป็นผู้ฝึกวิญญาณ?
บทที่ 35 พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว โจวเฉียนคุนเป็นผู้ฝึกวิญญาณ?
บทที่ 35 พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว โจวเฉียนคุนเป็นผู้ฝึกวิญญาณ?
“เจ้าจะท้าทายข้าหรือ?”
โจวเฉียนคุนมองเหยียนขวงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ พลางเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย
“ถูกต้อง! ทำไม หรือว่าเจ้าไม่กล้ารับคำท้าของข้า?”
“ไม่จำเป็นต้องใช้วิธียั่วยุหรอก ในเมื่อเจ้าดื้อดึงจะประลองกับข้า งั้นก็เริ่มเถอะ”
“ดี! รอสักครู่ ข้าจะให้ผู้คุ้มกันผนึกพลังของข้าก่อน”
หลังจากได้ยินว่าโจวเฉียนคุนตอบตกลง เหยียนขวงก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เตรียมจะให้ผู้คุ้มกันผนึกระดับพลัง เพื่อจะได้ประลองกันอย่างยุติธรรม
แต่โจวเฉียนคุนกลับส่ายหน้า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น เหยียนกงจื่อ เจ้าสามารถใช้พลังในตอนนี้ประลองกับข้าได้เลย”
“โจวเฉียนคุน! เจ้ามีเพียงระดับราชายุทธ์ ยังไม่ถึงขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ แต่กลับจะท้าสู้กับข้าที่เป็นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด นี่เจ้ามั่นใจในตัวเอง หรือคิดว่าข้าเป็นขยะกันแน่!”
“เหยียนกงจื่อไม่ต้องโมโห ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า เพียงแค่คิดว่าการผนึกพลังมันเสียเวลาเท่านั้น”
“ดี! ในเมื่อเจ้ามีน้ำใจ ข้าก็จะไม่เกรงใจ!”
ในตอนนี้ เปลวโทสะของเหยียนขวงพลุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาไม่สนศักดิ์ศรีอีกต่อไป ใช้พลังระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดขึ้นไปยืนบนเวทีของผู้ฝึกระดับราชายุทธ์ รอเพียงโจวเฉียนคุนขึ้นเวที แล้วจะทำให้เขาต้องชดใช้ความโอหัง
แต่โจวเฉียนคุนกลับไม่คิดจะขึ้นเวที เขาเพียงถามว่า “เจ้าพร้อมหรือยัง?”
“เจ้าหมายความว่าอะไร?”
“ยังไงก็ใช้แค่กระบวนท่าเดียว ไม่จำเป็นต้องขึ้นเวทีหรอก”
“งั้นก็ให้ข้าได้เห็นกระบวนท่านั้น!”
ขณะนั้น ความโกรธของเหยียนขวงพุ่งถึงขีดสุด พลังเปลวเพลิงรอบกายรวมตัวอย่างรวดเร็ว กระตุ้นปราณวิญญาณของฟ้าดินให้สั่นสะเทือน ราวกับจะปลดปล่อยการโจมตีสะเทือนโลกในชั่วพริบตา
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะลงมือ เขากลับสบเข้ากับดวงตาของโจวเฉียนคุน
ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่าง แต่กลับแฝงแรงกดดันไร้ขอบเขต ทำให้เขารู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แค่ราชายุทธ์ หากแต่เป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่เทพยุทธ์
ภายใต้แรงกดดันที่ยากจะต้านทาน ความคิดของเหยียนขวงหยุดชะงักไปในทันที ไม่อาจนึกได้เลยว่าควรทำสิ่งใด
เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าอาภรณ์สมบัติสีแดงบนร่างได้ขาดวิ่นไปแล้ว เต็มไปด้วยรอยคมดาบ แม้แต่เกราะในระดับสวรรค์ขั้นต้นที่สวมอยู่ด้านในก็ไม่รอดพ้น รอยฟันนับไม่ถ้วนทำให้ทั้งชุดกลายเป็นเพียงเศษผ้าและเศษเหล็ก ทำให้เขาดูไม่ต่างจากขอทาน
เห็นดังนั้น เหยียนขวงก็ไม่สนสิ่งอื่น รีบหยิบชุดใหม่จากแหวนเก็บของมาสวมอย่างลนลาน
หลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาจึงหันไปมองโจวเฉียนคุนที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ “เจ้าทำอะไรกับข้า?”
“คำพูดของเหยียนกงจื่อนี่แปลกนัก ข้าแค่ประลองกับเจ้าเท่านั้น เจ้าอยากเห็นข้าลงมือ ข้าก็ลงมือ เพียงแต่เจ้ารับไม่ไหว จึงหมดสติไปชั่วคราว”
“เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าปฏิเสธผลการประลอง และต้องเสียเวลาซ้ำอีก ข้าจึงพิสูจน์ให้ดูในตอนที่เจ้าขาดสติ”
“บนเกราะของเจ้ามีรอยดาบ 180 รอย นั่นหมายถึงการโจมตี 180 ครั้งที่สามารถสังหารเจ้าได้ แบบนี้เจ้าคงไม่มีอะไรจะพูดแล้วสินะ”
กล่าวจบ โจวเฉียนคุนก็วางถ้วยชา แล้วหยิบดาบสมบัติที่เปล่งประกายเย็นเยียบออกมา ดาบเล่มนี้เองที่ฟันเกราะของเหยียนขวงจนแหลก
เมื่อเห็นดาบนั้น เหยียนขวงก็ยอมรับมากขึ้น เพราะกลิ่นอายมหาวิถีจากดาบบ่งบอกว่านี่คืออาวุธระดับสวรรค์ขั้นสูง เพียงใช้พลังเล็กน้อย ก็ไม่ใช่สิ่งที่อาภรณ์และเกราะของเขาจะต้านทานได้
“เจ้า…เป็นผู้ฝึกวิญญาณ?”
เหยียนขวงเอ่ยออกมา แม้เหมือนตั้งคำถาม แต่ในใจกลับมั่นใจแล้ว
มนุษย์ล้วนมีวิญญาณ เมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น พลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นตาม เมื่อถึงระดับราชายุทธ์และหลอมรวมพลังยุทธ์แล้ว ก็สามารถรับรู้และใช้พลังวิญญาณได้
แต่สำหรับผู้ฝึกทั่วไป พลังวิญญาณยังด้อยกว่าพลังยุทธ์และร่างกายมาก
ทว่าบางคนมีพรสวรรค์ด้านวิญญาณโดยกำเนิด สามารถฝึกเคล็ดวิชาวิญญาณ เพิ่มพลังวิญญาณอย่างมหาศาล และใช้มันโจมตีได้ คนเช่นนี้เรียกว่า “ผู้ฝึกวิญญาณ”
ผู้ฝึกวิญญาณนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะพลังวิญญาณคือจุดอ่อนของผู้ฝึกส่วนใหญ่ ใช้จุดแข็งของตนโจมตีจุดอ่อนของศัตรู ย่อมได้เปรียบอย่างยิ่ง จึงสามารถสู้ข้ามระดับได้
ผู้ฝึกวิญญาณระดับราชายุทธ์ หากหาโอกาสเหมาะสม สังหารจักรพรรดิยุทธ์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ผู้ฝึกวิญญาณนั้นหายากมาก ทั้งพรสวรรค์ เคล็ดวิชา และทรัพยากรล้วนหายาก ทำให้จำนวนมีน้อยยิ่ง
อย่างน้อยในเขตชิงหยาง ก็ไม่เคยมีผู้ฝึกวิญญาณตัวจริงมาก่อน ดังนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าโจวเฉียนคุนจะเป็นหนึ่งในนั้น
“ข้าไม่อาจนับว่าเป็นผู้ฝึกวิญญาณได้ เพียงแค่รู้เทคนิคเล็กน้อยเท่านั้น”
ได้ยินดังนั้น เหล่าศิษย์ตระกูลใหญ่ต่างแอบบ่นในใจ
ใครจะไปเชื่อกัน?
พวกเขาเห็นกับตาว่าเพียงแค่สายตาเดียว เหยียนขวงก็หมดสติ ต่อให้ถูกฟันเกราะจนพัง ก็ยังไม่รู้สึกตัว สถานการณ์นี้เหมือนถูกโจมตีทางวิญญาณไม่มีผิด
ดังนั้นพวกเขาไม่เชื่อว่าโจวเฉียนคุนไม่ใช่ผู้ฝึกวิญญาณ ตรงกันข้าม ยังคิดว่าเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
เพราะแม้ผู้ฝึกวิญญาณจะสู้ข้ามระดับได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกินจริง เช่น ราชายุทธ์อาจสังหารจักรพรรดิยุทธ์ทั่วไปได้ แต่หากเป็นจักรพรรดิยุทธ์ช่วงกลางถึงปลาย การโจมตีก็ยากจะส่งผลมาก
แต่เหยียนขวงไม่เพียงเป็นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด ยังเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเหยียน แม้นิสัยจะเลวร้าย แต่พรสวรรค์และพื้นฐานแข็งแกร่งยิ่ง พลังวิญญาณจึงเหนือกว่าคนทั่วไป และมีความต้านทานสูง
ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น เขาก็ยังไร้ทางต้านต่อหน้าโจวเฉียนคุน เพียงเท่านี้ก็พอจะเห็นได้ว่าพลังวิญญาณของอีกฝ่ายน่าหวาดหวั่นเพียงใด