- หน้าแรก
- บุตรแห่งโชคชะตาอย่างข้า ยังสู้เจ้าที่บำเพ็ญเซียนมาสามชั่วคนไม่ได้หรือ
- บทที่ 7 ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิว
บทที่ 7 ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิว
บทที่ 7 ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิว
ครืน~~
ในชั่วพริบตา เจียงฝานรับรู้ได้ว่ามีกระแสปราณลึกลับสายหนึ่งทะลักล้นออกมาจากส่วนลึกแห่งห้วงจิตสำนึกของตนเอง แฝงไว้ด้วยพลังงานอันเหลือเชื่อ จากนั้นก็ลุกลามไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวหนังทั่วเรือนร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
คล้ายกับมีกระแสปราณรูปร่างดั่งอสรพิษแหวกว่ายไปตามทุกซอกทุกมุมในร่างกายของเขา
ทุกคราที่พวกมันเคลื่อนผ่าน ล้วนส่งผลให้ผิวหนังบนร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเนียนและเหนียวทนทานมากยิ่งขึ้น
หายใจเข้า หายใจออก หายใจเข้า หายใจออก...
นี่คือเคล็ดการหายใจเถิงเสอที่ถูกบันทึกเอาไว้ในเคล็ดวิชาเถิงเสอ
อาศัยพลังของเคล็ดการหายใจ มาชุบสกัดหล่อหลอมเรือนร่าง เพื่อให้ได้รับวิวัฒนาการที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
ภายใต้การชักนำของพลังอันลึกลับนี้ เจียงฝานคล้ายกับได้ก้าวเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง เคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับสูงสุดที่เดิมทีแสนจะยากเย็นต่อการทำความเข้าใจ บัดนี้เขากลับสามารถตีฉานบรรลุแจ้งได้ในพริบตา
ท่ามกลางฟ้าดิน พลังงานอันลึกลับเป็นสายๆ พวยพุ่งเข้ามาภายใต้การชักนำของเคล็ดการหายใจ
ในวินาทีนี้ บนร่างของเจียงฝานราวกับถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยกลุ่มหมอกสีขาวขนาดใหญ่ คล้ายกับตกอยู่ในสภาวะเหาะเหินเดินอากาศ
อีกทั้งกลุ่มหมอกเหล่านี้ยังลอยเข้าออกผ่านทางรูจมูก ปาก ดวงตา ตลอดจนทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขา
ราวกับว่าในวินาทีนี้เขาได้กลายเป็นเซียนไปแล้วอย่างนั้น
บริเวณโดยรอบของต้นกุ้ยฮวาเองก็ถูกกลุ่มหมอกห่อหุ้มเอาไว้เช่นกัน
โชคดีที่เวลานี้เป็นยามสามของค่ำคืน ยามวิกาลเงียบสงัด รอบด้านไร้ซึ่งผู้คน หลงเหลือเพียงเสียงแมลงและนกร้องประปราย มิเช่นนั้นความเคลื่อนไหวใหญ่โตปานนี้ จะต้องถูกชาวบ้านพบเห็นเข้าอย่างแน่นอน
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด นิมิตประหลาดเช่นนี้ก็ยุติลงในที่สุด
เจียงฝานเองก็หลุดพ้นจากสภาวะอันพิสดารนี้อย่างสมบูรณ์
"เคล็ดวิชาเถิงเสอบรรลุขั้นเริ่มต้นเช่นนี้เลยหรือ"
เจียงฝานมองดูหน้าต่างสถานะบนร่างของตนเองครู่หนึ่ง
[ชื่อ: เจียงฝาน]
[ชะตาชีวิต: วาสนาเทียมฟ้า, คุณสมบัติ: รอดพ้นภัยพาล ย่อมมีวาสนาตามมา]
[อายุขัย: 60]
[แต้มโชคชะตา: 0]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเถิงเสอ (ไม่สมบูรณ์), ขั้นที่หนึ่ง]
[ทักษะ: หาปลา (ขั้นเริ่มต้น)]
[ขอบเขต: สกัดผิว (53%)]
"ฮ่าๆ ทะลวงผ่านแล้วจริงๆ ตอนนี้ข้าได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิวแล้ว"
เจียงฝานกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขาตระหนักได้ในทันทีว่าผิวหนังบนร่างของตนเองเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
เดิมทีเป็นเพราะต้องตากแดดตากฝน ทำงานหนักอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงส่งผลให้ผิวหนังบนร่างของเขาแห้งกร้านเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีรอยแผลเป็นอยู่นับไม่ถ้วน สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวเขาดูแก่ชราทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งที่อายุเพียงแค่สิบเจ็ดสิบแปดปีแท้ๆ แต่กลับดูเป็นผู้ใหญ่มากเกินวัย คล้ายกับคนอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปีก็ไม่ปาน
นี่คือเอกลักษณ์ของชาวประมงทุกคน รูปลักษณ์ภายนอกมักจะดูโตเกินวัยและแก่ชราได้ง่ายดาย
แต่พอมาตอนนี้ หลังจากที่ได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิว เขาก็เปรียบเสมือนดั่งเถิงเสอที่กำลังลอกคราบก็ไม่ปาน ผิวหนังทั่วทั้งเรือนร่างล้วนเรียบเนียนไร้ที่ติ รอยแผลเป็นต่างๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ผิวหนังแปรเปลี่ยนเป็นเหนียวทนทานเป็นอย่างยิ่ง สามารถต้านทานการโจมตีจากคมมีดและกระบองได้
"ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิวในคำเล่าลือกันว่ามีผิวหนังทนทานประดุจหนังวัว มีความสามารถในการต้านทานการโจมตีอันแข็งแกร่ง"
"ต่อให้เป็นหมัดของคนธรรมดาซัดเข้าใส่ร่างของพวกเขา ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายได้มากนัก"
"เพราะผิวหนังที่พิเศษนี้ สามารถช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ลดทอนแรงกระแทกไปได้อย่างมหาศาล"
"กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิวที่แข็งแกร่งบางคน ยังสามารถต้านทานการโจมตีจากคมมีดและกระบองได้อีกด้วย"
"ต่อให้ต้องยืนหยัดรับการรุมกินโต๊ะจากคนนับสิบ ก็ยังไร้ซึ่งรอยขีดข่วน"
เจียงฝานพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดคนของพรรคราชันมังกรกลุ่มนั้นถึงได้กำเริบเสิบสานนัก เพราะพวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์
ต่อให้มีเพียงแค่สองสามคน แต่ต่อให้ชาวหมู่บ้านกุ้ยฮวาหลายสิบหรือหลายร้อยคนบุกเข้าไปพร้อมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่มือของพวกเขาอยู่ดี
นี่คือการเปลี่ยนแปลงและยกระดับความแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดโดยแท้จริง
ทว่าเคล็ดวิชาวรยุทธ์เองก็มีการแบ่งแยกเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับสูงสุดเช่นกัน
หากเป็นเคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับต่ำ เช่นนั้นขอบเขตของการสกัดผิวก็ไม่อาจครอบคลุมไปได้ทั่วทั้งร่าง ทำได้เพียงครอบคลุมแค่สองมือ หรือไม่ก็แค่สองเท้าเท่านั้น มีเพียงเคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับสูงสุดเท่านั้น ขอบเขตของการสกัดผิวถึงจะสามารถครอบคลุมไปทั่วทุกซอกทุกมุมของร่างกายได้
น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับสูงสุดเช่นนี้มีอยู่น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แทบจะนับนิ้วได้เลยทีเดียว
คาดว่าสถานที่อย่างอำเภอทงเหอแห่งนี้ ก็อาจจะยังหาไม่พบด้วยซ้ำ
และเคล็ดวิชาเถิงเสอก็คือหนึ่งในเคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับสูงสุด ขอบเขตของการสกัดผิวของมันสามารถครอบคลุมไปทั่วทุกซอกทุกมุมของร่างกาย ส่งผลให้ผิวหนังบนร่างของผู้ฝึกยุทธ์เกิดการผลัดเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า
เฉกเช่นเดียวกับเถิงเสอลอกคราบอย่างไรอย่างนั้น
"ตอนนี้พละกำลังของข้าแข็งแกร่งมากจริงๆ"
"ปล่อยหมัดออกไปเพียงหนึ่งครั้ง อย่างน้อยก็มีพละกำลังถึงสามร้อยจิน"
เจียงฝานกำหมัดแน่น สัมผัสได้ว่าทุกสัดส่วนบนร่างกายของตนเองล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
แม้จะเกิดเป็นบุตรของชาวประมง ต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ พละกำลังในร่างก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงแล้ว ก็ยังคงห่างชั้นกันอยู่มากโข
อีกทั้งเนื่องจากทำงานหนักมากจนเกินไป จึงส่งผลให้ร่างกายมีโรคร้ายแอบแฝงอยู่ไม่น้อย ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย
แต่พอมาตอนนี้ หลังจากที่เคล็ดวิชาเถิงเสอบรรลุสู่ขั้นเริ่มต้น สมรรถภาพทางร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
โรคร้ายแอบแฝงภายในร่างกายเลือนหายไปจนหมดสิ้น
พลังวังชาเต็มเปี่ยมจนถึงขั้นที่ไม่อาจจินตนาการได้
และด้วยเหตุนี้เอง อายุขัยของเขาจึงเพิ่มขึ้นเป็นหกสิบปี
นั่นก็หมายความว่า การยกระดับตบะบารมีในครั้งนี้ ทำให้อายุขัยของเขาเพิ่มพูนขึ้นมาอีกถึงสิบสองปี
แม้แต้มโชคชะตาทั้งหนึ่งร้อยแต้มจะถูกผลาญไปจนเกลี้ยงแล้วก็ตาม ทว่าทั้งหมดนี้ก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว
"ไม่ใช่แค่พละกำลังที่ได้รับการยกระดับเท่านั้น"
"แม้กระทั่งความเร็วและพลังทำลายล้างในตัวข้าก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอีกด้วย"
เจียงฝานปล่อยหมัดออกไปหนึ่งครั้ง ความเร็วในการออกหมัดของเขารวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าตัว
ต่อให้เขาจะไม่เชี่ยวชาญทักษะยุทธ์ใดๆ เลยก็ตาม แต่เพียงแค่อาศัยพลังทำลายล้างและความเร็วอย่างแท้จริง ชายฉกรรจ์ทั่วไปก็ไม่ใช่คู่มือของเขาแล้ว ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิวเหมือนกัน ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของเขาได้เลย
ถึงอย่างไรเคล็ดวิชาเถิงเสอก็เป็นถึงเคล็ดวิชาระดับสูงสุดที่ช่วยชุบสกัดหล่อหลอมร่างกายของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เคล็ดวิชาวรยุทธ์ทั่วไป ย่อมไม่อาจมีสรรพคุณเช่นนี้ได้
"ไม่รู้เลยว่าความแข็งแกร่งของเจิ้งเหวินปิงผู้นั้นจะอยู่ในระดับใด"
เจียงฝานหวนนึกถึงเจิ้งเหวินปิงผู้เป็นหัวหน้าพรรคราชันมังกรขึ้นมา อีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสกัดผิว หรือเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตที่สูงกว่านั้น
ทว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มพูนขึ้นมากแล้ว ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเจิ้งเหวินปิง ก็ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกต่อไป
นี่คือความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่ได้มาจากความแข็งแกร่ง
"ได้เวลาพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่ต้องกลับเสียที"
ในตอนนั้นเอง เจียงฝานก็แหงนหน้ามองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า หากยังคงมัวชักช้าอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่แน่ว่าชาวบ้านหมู่บ้านกุ้ยฮวาจำนวนมากอาจจะทยอยกันตื่นนอนแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะค้นพบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ และนำไปสู่การเปิดเผยความลับในตัวของเขาได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบตวัดจอบเหล็กในมือเพื่อตักดินกลับไปกลบหลุมเอาไว้ตามเดิม
เพียงไม่นาน สถานที่แห่งนี้ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
ต่อให้มีคนมาคอยสังเกตการณ์อย่างละเอียด ก็ไม่อาจค้นพบร่องรอยการขุดดินในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน
จากนั้นเขาก็ถือกล่องไม้ใบนี้ แล้วรีบมุ่งหน้ากลับบ้านของตนเองไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเป็นยามวิกาลอันมืดมิด จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเจียงฝานเคยมาปรากฏตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้
"วาสนาในครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากจริงๆ"
หลังจากที่เจียงฝานกลับมาถึงบ้าน อารมณ์อันตื่นเต้นพลุ่งพล่านถึงได้สงบลงอย่างแท้จริง เขาเก็บซ่อนกล่องไม้ใบนี้เอาไว้เป็นอย่างดี
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากวาสนาระดับแปดในครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากจริงๆ
ไม่เพียงแต่ได้รับเงินยี่สิบตำลึงเงินเท่านั้น แต่ยังได้รับเคล็ดวิชาวรยุทธ์ระดับสูงสุดมาอีกหนึ่งแขนง ทำให้เขามีกำลังรบมากพอที่จะปกป้องตนเองได้
วันเวลาหลังจากนี้ก็นับว่ามีความหวังขึ้นมาแล้ว