- หน้าแรก
- ยิ่งอัปลักษณ์ยิ่งรวย หนทางสู่โคตรเศรษฐีของผม
- บทที่ 12 ซื้อชุดนี้ได้ไหม?
บทที่ 12 ซื้อชุดนี้ได้ไหม?
บทที่ 12 ซื้อชุดนี้ได้ไหม?
[ติงต่อง! ตรวจพบว่าโฮสต์ใช้จ่ายเงินเพื่อเจิ้งซินซินไปหกหมื่นสี่พันหยวน กระตุ้นระบบคืนเงินสิบเท่า]
[คืนเงินหกแสนสี่หมื่นหยวน]
[บัตรธนาคารของคุณมียอดเงินโอนเข้า 640,000 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,460,000 หยวน...]
มุมปากของเย่ชิงอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
ทะลุหนึ่งล้านไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้
นี่มันง่ายยิ่งกว่าดื่มน้ำเสียอีก
[ติงต่อง ตรวจพบว่าสินทรัพย์ของโฮสต์มีมากกว่าหนึ่งล้านหยวน]
[กระตุ้นรางวัลจากระบบ]
[ได้รับรางวัล: ยาชำระไขกระดูกหนึ่งเม็ด]
"ยาชำระไขกระดูกเหรอ?"
นี่มันยาลูกกลอนในโลกแห่งจอมยุทธ์ไม่ใช่หรือไง?
"ได้ยินมาว่ายาชำระไขกระดูกนี้สามารถผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นและไขกระดูก ปรับปรุงโครงสร้างร่างกาย ขับของเสียออกจากร่างกาย และยกระดับสมรรถภาพทางกายได้"
"ฮ่าๆ... ของดี ของดีจริงๆ"
แต่สภาพแวดล้อมในตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะกินมันลงไป
เย่ชิงข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้
"ระบบนี่สุดยอดจริงๆ"
"ถ้าระบบยังคงให้รางวัลอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ฉันก็กลายเป็นยอดฝีมือในยุทธภพได้เลยไม่ใช่หรือไง?"
หัวใจของเย่ชิงเต้นรัว
ผู้ชายทุกคนล้วนมีความฝันอยากเป็นจอมยุทธ์กันทั้งนั้น
ถ้าความฝันกลายเป็นจริงได้ก็คงจะดีไม่น้อย
"ว้าว เนื้อวากิวเนี่ยนุ่มอร่อยสุดๆ ไปเลย"
"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้กินกุ้งมังกร"
"ไม่คิดเลยว่ามากินหม้อไฟจะได้กินกุ้งมังกรด้วย"
เฉิงอีนั่วก็เป็นสายกินตัวยงเหมือนกัน
เพียงแต่เธอรักษารูปร่างได้ค่อนข้างดีเท่านั้นเอง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวัตถุดิบอันล้ำค่าและประณีตเหล่านี้ หญิงสาวทุกคนต่างก็ตาลุกวาว
เมื่อเจิ้งซินซินเห็นวัตถุดิบเหล่านั้น
ก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอ
พอนึกถึงรสชาติที่เคยกิน เธอก็เริ่มลงมือทันที
สภาพแวดล้อมที่งดงามบวกกับวัตถุดิบมากมายขนาดนี้
มันช่างทำให้รู้สึกเบิกบานใจเสียเหลือเกิน
หญิงสาวทั้งสี่คนอยู่ต่อหน้าเย่ชิง
แต่กลับไม่ห่วงภาพลักษณ์ เริ่มสวาปามกันอย่างเอร็ดอร่อย
เจิ้งซินซินรู้สึกว่าของพวกนี้แฟนของเธอเป็นคนสั่งทั้งหมด
ดังนั้นเธอจึงมีอาการหวงของกินอยู่บ้าง
ถึงขั้นที่ว่าวัตถุดิบที่ใส่ลงไปในหม้อยังสุกไม่ถึงหกส่วน
เธอก็คีบขึ้นมาใส่ปากเสียแล้ว
หญิงสาวคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
เย่ชิงได้แต่มองดูด้วยความตกตะลึง
โดยเฉพาะอวิ๋นจื่อโหรวที่มีใบหน้าสะสวย
ก็ยังเข้ามาร่วมวงแย่งชิงด้วย
กลับไม่เหมือนกับหญิงงามผู้เย็นชาที่อยู่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึงอีกต่อไป แต่ดูมีชีวิตชีวาแบบคนธรรมดาทั่วไปมากขึ้น
เย่ชิงอดไม่ได้ที่จะมองเพิ่มอีกหลายแวบ
อวิ๋นจื่อโหรวปรายตามองมา
บังเอิญสบเข้ากับดวงตาของเย่ชิงพอดี
ตอนนี้ในปากของอวิ๋นจื่อโหรวยังคงเคี้ยวอาหารอยู่
เธอเผยรอยยิ้มเขินอายส่งให้เย่ชิงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก
หัวใจของเย่ชิงพลันสั่นไหว
...
ตอนที่ทุกคนเดินออกจากร้านก็พากันอิ่มจนพุงกาง
มีเพียงเย่ชิงเท่านั้นที่กินไปน้อยมาก
อวิ๋นจื่อโหรวมองดูเย่ชิงกับเจิ้งซินซินที่เดินอยู่ด้านหน้า
"หรือว่าเย่ชิงคนนี้จะรวยจริงๆ กันนะ?"
แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่บูชาเงินทองเป็นพิเศษ
แต่ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบเงิน?
ใครบ้างจะไม่ชอบหาแฟนที่ทั้งรวย
และรักตัวเอง?
เย่ชิงคนนี้ทั้งรวย
แถมยังดีกับเจิ้งซินซินที่หน้าตาแสนจะธรรมดาขนาดนี้
ไม่มีท่าทีหยิ่งยโสและอวดดีแบบพวกทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองเลยแม้แต่น้อย
นี่แหละคือเป้าหมายของแฟนหนุ่มที่ดีที่สุดในใจเธอ
พอนึกถึงสายตาของเย่ชิงที่มองมาตอนกินข้าวเมื่อครู่นี้
ในใจของอวิ๋นจื่อโหรวก็เกิดความมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าเย่ชิงคนนี้ก็สนใจฉันอยู่ไม่น้อยเลยนะ"
อวิ๋นจื่อโหรวคิดว่าตัวเองก็มีเสน่ห์มากพอตัว
แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าบททดสอบสำหรับผู้ชายคนนี้ยังไม่จบลง
ถึงแม้เขาจะยอมจ่ายเงินกว่าหกหมื่นหยวนเพื่อเลี้ยงข้าวพวกเธอ
แต่นั่นก็แค่พิสูจน์ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่เศรษฐีหน้าใหม่ระดับล่างเท่านั้น
หรือบางทีเขาอาจจะแค่แกล้งทำเป็นรวย
โดยยอมทุ่มเงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดไปจนเกลี้ยงก็เป็นได้
สิ่งนี้ไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเย่ชิงเป็นคนรวยจริงๆ
ทุกคนลงมาถึงชั้นสาม
เย่ชิงกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจว่าถ้ากลับไปแล้วกินยาชำระไขกระดูกเม็ดนั้นลงไป
ร่างกายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างนะ?
เฉิงอีนั่วเริ่มทำท่าทางตื่นเต้นตกใจอีกครั้ง
"ว้าว นี่มันร้านช็อป LV นี่นา"
"ซินซิน พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ"
เฉิงอีนั่วเดินไปข้างๆ เจิ้งซินซิน
แล้วเขย่าแขนของเธอไปมาเพื่อออดอ้อน
เจิ้งซินซินก็เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้มาเหมือนกัน
เมื่อก่อนตอนที่มาที่นี่
เธอมักจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสินค้าแบรนด์เนมหรูหราพวกนี้อยู่เสมอ
เพราะเธอรู้ดีถึงฐานะทางการเงินของบ้านตัวเอง
ชาตินี้เธอคงไม่มีปัญญาซื้อได้หรอก
หรือควรจะพูดว่า ต่อให้มีปัญญาซื้อ
เธอก็คงทำใจยอมเสียเงินมากมายขนาดนั้น
ไปกับสินค้าฟุ่มเฟือยพวกนี้ไม่ได้หรอก
ขณะที่เจิ้งซินซินกำลังลังเล
เฉิงอีนั่วก็ดึงมือของเธอแล้วลากเข้าไปข้างในทันที
เย่ชิงได้สติกลับมา
ก็พบว่ากลุ่มหญิงสาวได้กรูเข้าไปในร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาส่ายหน้าแล้วเดินตามเข้าไป
"นี่ก็เป็นสถานที่ที่ดีในการผลาญเงินเหมือนกันนะ"
ตอนที่เฉิงอีนั่วเดินเข้าไปในร้าน เธอแกล้งทำเป็นปรายตามองเย่ชิงอย่างไม่ตั้งใจ
แล้วก็พบว่าหมอนั่นไม่มีท่าทีหน้าแดงหรือใจเต้นแรงเลยสักนิด ดูไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย
เธอแค่อยากจะดูว่าหมอนี่เป็นเศรษฐีจอมปลอมหรือเปล่า
กลุ่มหญิงสาวเริ่มเลือกดูของกันในร้าน
โดยเฉพาะเฉิงอีนั่วที่คอยช่วยเจิ้งซินซินเลือกทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าอย่างไม่ขาดสาย
พนักงานขายเองก็คอยให้บริการอย่างกระตือรือร้น
เธอรู้สึกว่าหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งที่หน้าตาสะสวยคนนั้นน่าจะเป็นตัวเอกของงาน
จึงอยากจะเชิญชวนให้อวิ๋นจื่อโหรวไปลองสวมดู
"คุณผู้หญิงคะ นี่คือชุดเดรสคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของทางร้านเราค่ะ"
"มันเหมาะกับบุคลิกของคุณมากๆ เลยนะคะ"
"อยากจะลองสวมดูหน่อยไหมคะ?"
อวิ๋นจื่อโหรวชะงักไป
เธอแค่เดินตามเข้ามาตามสัญชาตญาณเท่านั้น
เมื่อครู่นี้เธอแอบดูป้ายราคาของชุดเดรสตัวนั้นมาแล้ว
"สามหมื่นหกพันหยวน"
"นี่มัน..."
ของดีย่อมดูแตกต่างออกไปจริงๆ
เพียงแค่มองแวบเดียว เธอก็ถูกใจชุดเดรสตัวนี้เข้าเสียแล้ว
แต่ทว่าเธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น
เธออดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังเย่ชิง
บางทีในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ คงมีแค่เย่ชิงเท่านั้นที่สามารถซื้อได้
แต่เธอจะใช้สถานะอะไรมาให้เย่ชิงซื้อให้ล่ะ
แถมยังต้องมาทำต่อหน้าแฟนสาวของเขาอีก นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย
ใบหน้าของอวิ๋นจื่อโหรวแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย เธอส่ายหน้าปฏิเสธ
"ช่างมันเถอะค่ะ"
พนักงานขายรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เจิ้งซินซินเดินเข้ามา
มองชุดเดรสตัวนั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"เย่ชิง ฉันขอลองชุดกระโปรงตัวนี้ดูหน่อยได้ไหม?"
เธอไม่ได้หันไปถามพนักงานขาย
เย่ชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้ารับ
"ไม่มีปัญหา"
เจิ้งซินซินถือชุดกระโปรงเดินเข้าไปในห้องลองเสื้อด้วยความดีใจ
สีหน้าของอวิ๋นจื่อโหรวดูแย่มาก
นี่คือชุดที่เธอหมายตาเอาไว้
แต่เป็นเพราะเธอไม่มีปัญญาซื้อ จึงโดนคนอื่นแย่งไปเสียแล้ว
ในใจของเธอรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาวูบหนึ่ง
ผ่านไปไม่นาน เจิ้งซินซินก็เดินออกมา
เย่ชิงถึงกับตาเป็นประกายขึ้นมา
ผู้หญิงคนนี้แม้จะดูอวบอ้วนไปสักหน่อย แต่ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
ชุดเดรสที่ตัดเย็บอย่างประณีตขนาดนี้
พอมาอยู่บนตัวเธอก็ช่วยเพิ่มบุคลิกอันโดดเด่นขึ้นมาได้จริงๆ
เพียงแต่ที่น่าเสียดายคือมันเผยให้เห็นรูปร่างของเธอจนหมดเปลือก
ทำให้ดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก
เจิ้งซินซินไม่ได้รู้สึกตัวเลย
เธอยืนอยู่หน้ากระจกและรู้สึกเพียงแค่ว่าชุดตัวนี้
มันดูดีกว่าเสื้อผ้าทั้งหมดที่เธอเคยมีมา
"เย่ชิง ฉันซื้อชุดนี้ได้ไหม?"
กลุ่มหญิงสาวต่างพากันหันขวับไปจ้องมองเย่ชิงเป็นตาเดียว
พวกเธออยากจะเห็นว่าเย่ชิงจะแสดงสีหน้าแบบไหนออกมากันแน่
และอยากจะดูว่าเย่ชิงจะยอมซื้อให้หรือไม่
เย่ชิงส่ายหน้า
"มันดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นะ"
อวิ๋นจื่อโหรวชะงักไปเล็กน้อย
หรือว่าเย่ชิงคนนี้จะไม่มีเงินแล้วงั้นเหรอ?
ทว่าคำพูดต่อมาของเย่ชิง กลับทำให้ทุกคนคลายความสงสัยลงไป