เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ดวงตาที่มองเห็นความตายของสรรพสิ่ง

บทที่ 1 ดวงตาที่มองเห็นความตายของสรรพสิ่ง

บทที่ 1 ดวงตาที่มองเห็นความตายของสรรพสิ่ง


บทที่ 1 ดวงตาที่มองเห็นความตายของสรรพสิ่ง

"หนาวเหลือเกิน... เรากำลังจะตายอย่างนั้นหรือ..."

เรียวกิ ชิกิ พึมพำออกมาแผ่วเบาในขณะที่แสงสว่างเบื้องหน้าค่อยๆ เลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วย "รู" ขนาดใหญ่

มันทั้งมืดมิด ล้ำลึก และน่าสะพรึงกลัว ราวกับไม่มีสิ่งใดอยู่ภายใน ทว่ากลับคล้ายกับโอบอุ้มสรรพสิ่งเอาไว้มากมายไม่รู้จบ จากนั้นเธอก็ได้มองเห็น...

จุดจบของทุกสรรพสิ่ง!

...

"เจ้าคนซื่อบื้อ! ดูความพินาศที่เจ้าทำซิ! ยัยนี่ตายไปแล้ว!" นักธนูของกองโจรล่าสมบัติเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธแค้น

"ข้าก็แค่ต้องการสั่งสอนนางเล็กๆ น้อยๆ ใครจะไปรู้ว่านางจะบอบบางขนาดนี้ล่ะ"

"เจ้าคิดว่าคุณหนูที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะอึดถึกทนนองหรืออย่างไร? พวกเรากำลังจะรวยเละอยู่แล้วแท้ๆ แต่เพราะเจ้าคนเดียวทำให้พวกเราไม่ได้อะไรเลย!"

เมื่อมองไปยังหญิงสาวที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้น นักธนูของกองโจรล่าสมบัติก็รู้สึกราวกับว่าความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้นมาทันที เขาจะไม่มีวันร่วมมือกับเจ้าคนโง่เง่าพลังช้างสารคนนี้อีกเป็นอันขาด

ในเวลานี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลเกินกว่าจะนับได้พุ่งทะลักเข้าสู่จิตวิญญาณของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันย่อยข้อมูลเหล่านั้น เธอก็ถูกผลักดันให้ออกมาจากโลกแห่งนั้นเสียแล้ว

ในขณะเดียวกัน ในโลกแห่งความเป็นจริง เรียวกิ ชิกิ ที่ควรจะ "ตาย" ไปแล้ว กลับค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาแห่งเนตรวงกตที่ถักทอด้วยสีรุ้งและสีครามปรากฏขึ้นแก่โลกใบนี้เป็นครั้งแรก

ดวงตาคู่นั้นดูราวกับกระแสน้ำวนอันลึกซ้ำ ราวกับจะดูดกลืนผู้คนให้ดิ่งลึกลงไปภายใน

เรียวกิ ชิกิ มองเห็นโลกที่แตกสลายใบนี้ ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยเส้นสายที่หนาแน่นหนาตา ราวกับรอยขีดเขียนอย่างไม่เดียงสาของเด็กน้อยผู้โง่เขลา

เธอยื่นมือออกไปลากผ่านต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างกายอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นรอยแผลขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนลำต้น

ทว่า กองโจรล่าสมบัติทั้งสองคนที่ยังคงทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่กลับไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งทีเกิดขึ้นทางด้านหลังของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของพวกเขา หญิงสาวคนนี้ได้สิ้นใจไปแล้ว

"เอาอย่างนี้ไหม... พวกเราลองค้นตัวนางดูดีกว่า? บางทีนางอาจจะมีของมีค่าติดตัวอยู่บ้าง?" ชายผู้ถือจอบของกองโจรล่าสมบัติเสนอขึ้น

"มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องทำเช่นนั้นแหละ" นักธนูของกองโจรล่าสมบัติพยักหน้ารับ และเมื่อทั้งสองบรรลุข้อตกลงร่วมกัน จึงได้หันหลังกลับมา

ทว่า...

"เจ้า เจ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ!"

นักธนูของกองโจรล่าสมบัติกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด แต่เรียวกิ ชิกิ ไม่ได้เอ่ยตอบคำใด เธอเพียงแต่ก้าวเดินอย่างโงนเงนตรงเข้าไปหาดวงโจรล่าสมบัติทั้งสองคน

เนตรวงกตที่ถักทอด้วยสีรุ้งและสีครามดูราวกับกระแสน้ำวนอันลึกซ้ำ เมื่อจ้องมองไปยังดวงตาที่แปลกประหลาดคู่นั้น กองโจรล่าสมบัติทั้งสองก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับว่าจิตวิญญาณของพวกเขาถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น

และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเจ้าจ้องมองลงไปในหุบเหว ลึกๆ แล้วหุบเหวก็กำลังจ้องมองกลับมาที่เจ้าเช่นกัน จิตใจของพวกเขาไม่อาจต้านทานการจับจ้องโดยตรงจากเนตรวงกตได้เลย

ในทัศนวิสัยนี้ ซึ่งเป็นมุมมองที่มีเพียงเรียวกิ ชิกิ เท่านั้นที่มองเห็น เส้นสายบนตัวของกองโจรล่าสมบัติเปล่งแสงสีแดงเข้มออกมา และเรียวกิ ชิกิ ราวกับเด็กน้อยที่เปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอยื่นนิ้วมือออกไปลากผ่านตามเส้นสายเหล่านั้น

ในชั่วพริบตา โลหิตก็พุ่งกระฉูดออกมา

ร่างของเรียวกิ ชิกิ ถูกชโลมไปด้วยเลือดจนชุ่มโชก ทว่าเธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอยังคงรักษาใบหน้าที่เย็นชาและนิ่งสนิทเอาไว้ได้

การกระทำของกองโจรล่าสมบัติทำให้เธอตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า มันยากเย็นเพียงใดที่คนธรรมดาทั่วไปจะเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเปิดเผยจาก "รู" แห่งนั้น ก็ทำให้ความรู้สึกนึกคิดของเธอจืดจางลงไปอย่างมาก

ไม่ใช่ว่าเธอสูญเสียความรู้สึกไปจนหมดสิ้น เธอยังคงมีความปรารถนาและความรู้สึกของมนุษย์อยู่ ทว่าพวกมันไม่ได้แสดงออกมาภายนอกได้อย่างง่ายดายเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว

ลูกธนูยังคงปักคาอยู่ที่หน้าอกของเธอ เธอไม่มีสิ่งของมีคมใดๆ ติดตัว ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถปลิดชีพ "บาดแผล" นี้ได้อย่างแม่นยำ และการพยายามจะดึงมันออกด้วยนิ้วมือรั้งแต่จะทำให้บาดแผลฉกรรจ์ยิ่งกว่าเดิม

คราบเลือดที่สาดกระเซ็นมาโดนตัวทำให้เธอรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั่วทั้งร่าง และเมื่อเวลาผ่านไป ทัศนวิสัยของเธอก็ค่อยๆ พร่าเลือนลง

โชคยังดีที่สวรรค์ไม่ได้ตัดรอนหนทางไปเสียหมด ก่อนที่จะหมดสติไป เธอได้มองเห็นร่างของคนผู้หนึ่ง

ตึง

เรียวกิ ชิกิ ล้มพับลงกับพื้น และคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักย่อมได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน

เทจิมะหยิบดาบคาตานะที่อยู่ข้างกายขึ้นมา แม้ว่าในยามนี้เขาจะเป็นเพียงชายชราคนหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไร้สิ้นเรี่ยวแรงในการต่อสู้

ดวงธาตุไฟที่เหน็บอยู่ตรงเอวเปล่งประกายความอบอุ่นออกมา ด้วยวิชาการต่อสู้และเนตรแห่งเทพนี้ แม้ว่าเขาจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา แต่ความสามารถในการรบของเขาก็ยังคงแข็งแกร่งไม่ต่างจากในช่วงวัยหนุ่มฉกรรจ์

มีสัตว์ประหลาดอยู่ไม่น้อยในแถบใกล้เคียงกับหมู่บ้านคอนดะ อย่างเช่นพวกฮิลิเชิร์ล สไลม์ และพวกอื่นๆ บางครั้งบางคราวก็อาจจะบังเอิญพบเจอกับพวกโรนินหรือไครากิที่น่ารำคาญใจ

ทว่า เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขากลับพบว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงนั้นไม่ใช่สัตว์ประหลาดตัวใด แต่เป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

'นี่มัน!'

เมื่อเห็นเช่นนั้น เทจิมะก็รีบเก็บดาบคาตานะของตนทันทีและเอื้อมมือไปอังที่จมูกของหญิงสาว เมื่อพบว่านางยังคงมีลมหายใจอยู่ เขาก็ลอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

'ขอบคุณสวรรค์ นางยังไม่ตาย'

'พวกกองโจรล่าสมบัติสารเลวพวกนี้ แม้กระทั่งเด็กสาวตัวเล็กๆ ก็ยังไม่เว้น พวกมันช่างเป็นเดรัจฉานโดยแท้!'

เทจิมะเคยเห็นลูกธนูชนิดนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณธรรมของพวกกองโจรล่าสมบัติจะตกต่ำถึงเพียงนี้ จนถึงขนาดลงมือกับเด็กสาวที่อ่อนแอ

หลังจากตรวจสอบอาการคร่าวๆ แล้ว เทจิมะก็แบกร่างของเรียวกิ ชิกิ กลับไปยังบ้านของตน จากนั้นจึงได้ไปตามหมอที่ดีที่สุดในหมู่บ้านมา

หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ หมอพเนจรที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านคอนดะได้ไม่กี่วันก่อนหน้านี้

"แม่นางฮานาบิ ข้าฝากเด็กคนนี้ด้วยนะ" เทจิมะเอ่ยขึ้น

"ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว ท่านเทจิมะช่วยปกป้องหมู่บ้านคอนดะมาตั้งหลายปี เรื่องแค่นี้ไม่นับเป็นอย่างไรได้"

หลังจากที่หมอพเนจรนามว่าฮานาบิเอ่ยจบ นางก็เดินเข้าไปในห้อง เนื่องจากความแตกต่างทางเพศ เทจิมะจึงเลือกที่จะรออยู่ภายนอกห้องโถงและไม่ได้ตามเข้าไปด้วย

เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ฮานาบิก็ต้องตกใจสะดุ้ง คุณพระช่วย ทำไมถึงมีเลือดมากมายขนาดนี้?

แต่ในไม่ช้าคิ้วของนางก็ขมวดเข้าหากัน นางเข้าใจได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เลือดของหญิงสาวคนนี้ คนเจ็บมีเพียงบาดแผลจากลูกธนูที่หน้าอกเพียงแห่งเดียว และในเมื่อลูกธนูยังไม่ได้ถูกถอนออก มันย่อมไม่มีทางที่จะมีเลือดไหลทะลักออกมามากมายขนาดนี้ได้

ดังนั้น เลือดพวกนี้จะต้องเป็นเลือดที่สาดกระเซ็นมาจากผู้อื่นเป็นแน่ แทบจะจินตนาการไม่ได้เลยว่าหญิงสาวคนนี้ต้องเผชิญกับสิ่งใดมาบ้าง

'ช่างเถอะ รักษาบาดแผลก่อนก็แล้วกัน'

ฮานาบิหยิบกรรไกรออกมาจากกระเป๋ายา หลังจากทำการฆ่าเชื้ออย่างง่ายๆ แล้ว ก็ตัดเปิดรอยแผลบนชุดกิโมโนที่ดูมีราคาแพงของหญิงสาว

การรักษาแผลจากลูกธนูไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพแพทย์มานานหลายปีอย่างนาง ย่อมเคยรักษาแผลจากลูกธนูมาทุกรูปแบบ และบริเวณหน้าอกก็ย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้น

ลูกธนูที่ปักอยู่บนอกของหญิงสาวถูกถอนออกอย่างรวดเร็ว และหลังจากใส่ยาลงบนแผล นางก็ทำการพันผ้าพันแผลให้อย่างเรียบร้อย

"เสร็จเรียบร้อย! รับเทียบยานี้ไป มันจะช่วยให้แผลของนางสมานตัวได้เร็วขึ้น ทานเพียงวันละครั้งก็พอแล้ว" นางเอ่ยพลางตบมือเบาๆ

"ขอบคุณมาก แล้วเรื่องค่ารักษาเล่า?" เทจิมะเอ่ยถาม

"ข้าจะเอาไปทำไมกัน? แผลจากลูกธนูเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยสำหรับข้า และท่านก็รู้ดีว่าข้าไม่ได้รักษาโรคเพื่อเงินทอง" ฮานาบิโบกมือปฏิเสธ

"เอาอย่างนั้นก็ได้ วันหน้าข้าจะเลี้ยงอาหารท่านที่บ้านสักมื้อ ไม่อย่างนั้นข้าคงรู้สึกไม่สบายใจแน่" เทจิมะกล่าว

"ไว้ค่อยว่ากัน!"

หลังจากเอ่ยคำเหล่านั้น ฮานาบิก็เดินจากไป เด็กสาวคนนี้ถือว่าโชคดีมาก หากนางมาถึงช้ากว่านี้อีกสักหน่อย หมอพเนจรคนนี้ก็คงจะออกเดินทางไปแล้ว

หมอพเนจร โดยความหมายแล้ว ย่อมไม่อาจพำนักอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้ตลอดไป

นางอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว และในตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องจากไปเสียที

ส่วนจะไปที่ใดต่อ? ไว้ถึงเวลานั้นค่อยคิดก็แล้วกัน

...

"อา... เพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย"

เมื่อเรียวกิ ชิกิ ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่าบาดแผลจากลูกธนูของเธอถูกพันผ้าพันแผลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว คราบเลือดบนร่างกายถูกชะล้างจนสะอาดสะอ้าน และเสื้อผ้าของเธอก็ถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินตัวเรียบง่าย

"โอ้ เจ้าฟื้นแล้วรึ! อ้อ ไม่ต้องกังวลไป เสื้อผ้าและการทำความสะอาดร่างกายทั้งหมดเป็นฝีมือของยายอาโอยาม่าที่อยู่บ้านข้างๆ นี่เอง" เทจิมะเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

จบบทที่ บทที่ 1 ดวงตาที่มองเห็นความตายของสรรพสิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว