- หน้าแรก
- มรดกแห่งอนาคต
- ตอนที่ 28
ตอนที่ 28
ตอนที่ 28
ตอนที่ 28
ถังเฮ่าส่ายหน้าและยิ้ม จิตวิญญาณของคนหนุ่มก็เปรียบเสมือนกระบี่คมที่เพิ่งชักออกจากฝัก เผยให้เห็นความแหลมคม หยิ่งผยองและทะนงตัว ภายใต้กลิ่นอายเช่นนี้ คนรุ่นราวคราวเดียวกันทำได้เพียงเฝ้ามองด้วยความอิจฉาและไม่อาจก้าวตามได้ทัน เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก ก่อนจะหันหน้าไปมองถังซาน
เห็นได้ชัดเจนว่าภายใต้รัศมีแสงอันเจิดจ้าของอวี้เฉิง ถังซานถูกกดข่มจนสูญเสียความมั่นใจไปเสียแล้ว
"ไอ้ขยะอวี้เสี่ยวกัง ข้าล่ะอยากจะเอาค้อนทุบมันให้ตายจริงๆ"
ถังเฮ่าคิดอย่างมาดร้ายในใจ
เมื่อสภาพจิตใจของลูกศิษย์เกิดปัญหา ในฐานะอาจารย์ก็ควรจะรีบให้คำปลอบประโลมในทันที แต่อวี้เสี่ยวกังล่ะเป็นอย่างไร ทฤษฎีของเขาถูกทำลายย่อยยับ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเขากลับรุนแรงยิ่งกว่าถังซานเสียอีก
เขาเอาแต่นอนซมเป็นศพอยู่ในหอพักทั้งวัน แม้แต่อาหารทั้งสามมื้อก็ยังต้องให้ถังซานเป็นคนคอยส่งให้ อาจารย์ที่ต้องให้ลูกศิษย์มาคอยปรนนิบัติดูแลเนี่ยนะ ใช้ชีวิตมาก็ตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ถังเฮ่าได้เห็นคนไร้ประโยชน์ขนาดนี้!
...
พิธีการสิ้นสุดลง
อวี้เฉิงเดินทางกลับมายังจวนเจ้าเมืองและหาเก้าอี้เอนกายลง ตลอดช่วงเวลาเฉลิมฉลอง เขารู้สึกราวกับตนเองเป็นหุ่นเชิดที่ถูกดึงตัวไปทางซ้ายทีทางขวาที แต่ตอนนี้ในที่สุดเขาก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที
"อวี้เฉิง จวนเจ้าเมืองของเจ้านี่ดูโอ่อ่าอลังการจริงๆ!"
จู่ๆ เสียงของเสียวอู่ก็ดังมาจากด้านหลัง
อวี้เฉิงหันไปมองและเห็นเสียวอู่กับถังซานเดินเข้ามาในสวนหลังจวน โดยมีสาวใช้เป็นคนนำทาง เขาได้ออกคำสั่งไว้นานแล้วว่าหากมีใครจากหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หรือโรงเรียนนั่วติงมาขอพบเขา ห้ามขัดขวาง และให้พาเข้ามาหาเขาทันที
"หึ อิจฉาล่ะสิ"
อวี้เฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เสียวอู่และถังซานเป็นสหายของเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา เขาจึงไม่จำเป็นต้องวางมาดน่าเกรงขามแบบเจ้าเมือง
"ตอนนี้เจ้าเป็นเจ้าเมืองแล้ว ไม่คิดจะเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่พวกเราหน่อยหรือ"
เสียวอู่หัวเราะคิกคัก
"ถ้าข้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนยังติดหนี้ข้าอยู่สองเหรียญเงินนะ"
"นี่มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว สองปีได้แล้วมั้ง"
อวี้เฉิงส่ายหน้าและยิ้ม "จุ๊ๆๆ วิญญาจารย์มาขอยืมเงินสามัญชน เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนหน้าหนาขนาดนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ"
"โธ่เอ๊ย ข้าคืนให้เจ้าก็ได้"
เสียวอู่ล้วงกระเป๋าและหยิบเหรียญเงินออกมาสองเหรียญ
วินาทีต่อมา นางก็กล่าวอย่างไม่ลังเลว่า "พี่ใหญ่เสียวอู่อยากกินแครอทย่างถ่าน แครอทตุ๋น แครอทนึ่ง..."
"ข้าว่าข้าอยากกินเนื้อกระต่ายผัดมากกว่านะ"
อวี้เฉิงหัวเราะเบาๆ บางครั้งเขาก็อยากจะผ่าสมองของเสียวอู่ดูจริงๆ ว่าข้างในมันยัดไส้ด้วยแครอทหรือเปล่า
"อวี้เฉิง ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเข้าเรียนที่โรงเรียนราชวงศ์เทียนโต่วอย่างนั้นหรือ"
ถังซานเอ่ยถาม เท่าที่เขารู้ การเข้าเรียนในโรงเรียนระดับกลางต้องการพลังวิญญาณแค่ระดับ 11 แต่สำหรับโรงเรียนระดับสูงนั้น จำเป็นต้องมีการบ่มเพาะอย่างน้อยในระดับมหาวิญญาจารย์
"ใช่แล้วล่ะ องค์รัชทายาทอุตส่าห์ส่งคำเชิญมาอย่างอบอุ่น ข้าอยากจะปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย"
อวี้เฉิงพยักหน้า
"ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แปลว่าพวกเราคงไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเจ้าแล้วสิ"
เสียวอู่ทำปากยื่น น้ำเสียงของนางดูเศร้าซึม
วินาทีต่อมา
น้ำเสียงของนางก็เปลี่ยนไป "อวี้เฉิง ไม่ได้สู้กันตั้งนานแล้ว ในเมื่อเจ้ายังอยู่ที่เมืองนั่วติง ทำไมเราไม่มาประลองกันสักตั้งล่ะ"
พูดจบ มุมปากของเสียวอู่ก็โค้งขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้
อวี้เฉิงเหลือบมองนาง
ให้ตายเถอะ สมกับที่เป็นกระต่ายอันธพาลจริงๆ หรือว่านางตั้งใจมาที่นี่เพื่อมาสู้กับข้าโดยเฉพาะกันนะ
ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ทดสอบการพัฒนาที่ได้จากโถอัฐิเสียหน่อย
ตอนที่ 28 : พี่ชาย ภรรยาของเจ้าหายไปแล้ว
"อย่างไรก็ตาม ทักษะวิญญาณแรกของข้าเป็นความสามารถสายสนับสนุน หากประลองกับเจ้า ข้าคงจะเสียเปรียบอย่างมาก"
อวี้เฉิงแบมือออก
"สายสนับสนุนงั้นหรือ"
ดวงตาของเสียวอู่กลอกไปมา นางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แล้วทักษะวิญญาณแรกของเจ้าคืออะไรล่ะ"
ถังซานกระตุกแขนเสื้อนางและกระซิบว่า "เสียวอู่ บนแผ่นดินโต้วหลัว การไปถามถึงทักษะวิญญาณของคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมากนะ"
"ความสัมพันธ์ของพวกเรายังต้องมาใส่ใจเรื่องพวกนี้อีกหรือ"
เสียวอู่ปัดมือของถังซานออกและกล่าวอย่างไม่แยแส
นางหันไปมองอวี้เฉิงพร้อมกับรอยยิ้ม "ฮิฮิ อวี้เฉิง ทำไมเจ้าไม่ลองใช้ทักษะสนับสนุนใส่พี่ใหญ่เสียวอู่ดูล่ะ"
"เจ้าแน่ใจนะ"
อวี้เฉิงเลิกคิ้วขึ้น หลังจากได้รับทักษะวิญญาณแรกมา อวี้เฉิงก็แทบไม่เคยใช้มันในการต่อสู้จริงเลย นานๆ ครั้งตอนที่ทำการทดลอง เขาถึงจะแอบดูดซับพลังชีวิตของคนอื่นมาเล็กน้อย
"เข้ามาเลย ข้าพร้อมแล้ว!"
พลังวิญญาณของเสียวอู่พลุ่งพล่าน และวิญญาณยุทธ์กระต่ายอรชรของนางก็สถิตร่าง
ลำแสงสีชมพูสว่างวาบปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง รูปร่างของนางสูงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ดวงตากลมโตของนางเผยให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาและซุกซน
เมื่อเห็นเช่นนี้ อวี้เฉิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะต้องปฏิเสธพลังชีวิตที่มาส่งให้ถึงหน้าประตูบ้าน
"ทักษะวิญญาณแรก เมล็ดพันธุ์คลุ้มคลั่ง"
อวี้เฉิงยื่นมือขวาออกไป วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามก็งอกเงยขึ้นมา วงแหวนวิญญาณเปล่งประกายสว่างไสว
ละอองแสงสีแดงเปล่งประกายออกมาจากหญ้าเงินคราม และพุ่งเข้าไปผสานเข้ากับวิญญาณยุทธ์กระต่ายอรชร
วินาทีต่อมา กลิ่นอายของเสียวอู่ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ราวกับเป็นกระต่ายอรชรของจริง
"ความรู้สึกนี้!"
เสียวอู่กำหมัดแน่น หลับตาลงด้วยความลุ่มหลงและสัมผัสถึงมันอย่างตั้งใจ
"นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย!"
นางลืมตาขึ้น จ้องมองไปที่อวี้เฉิง เผยให้เห็นถึงความบ้าคลั่งเล็กน้อย
ในวินาทีนี้ เสียวอู่รู้สึกราวกับว่าวิญญาณยุทธ์ของนางไม่ใช่กระต่ายอรชร แต่เป็นหมาป่าสีเทาตัวใหญ่
และอวี้เฉิงก็คือเหยื่อของนาง!
"ทักษะวิญญาณของข้าสามารถเพิ่มคุณลักษณะทั้งหมดขึ้น 30% เป็นเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และยังช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดลงได้อย่างมากอีกด้วย"
อวี้เฉิงอธิบาย
เขาจำได้ว่าในเนื้อเรื่องต้นฉบับ วิญญาจารย์สายสนับสนุนของทีมคลุ้มคลั่งก็มีทักษะที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือทักษะคลุ้มคลั่ง
แต่เมื่อเทียบกับทักษะคลุ้มคลั่งแล้ว เมล็ดพันธุ์คลุ้มคลั่งมีผลการขยายคุณลักษณะที่ดีกว่า ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า และมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่ามาก
มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
ที่นี่คือแผ่นดินโต้วหลัว
ช่องว่างระหว่างผู้คนด้วยกันนั้น ยังกว้างใหญ่ยิ่งกว่าช่องว่างระหว่างคนกับสุนัขเสียอีก!
"มันเป็นการเพิ่มขึ้นแบบเปอร์เซ็นต์จริงๆ ด้วย!"
ถังซานร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ ตามทฤษฎีที่เขาได้เรียนรู้มา การเพิ่มขึ้นแบบเปอร์เซ็นต์คือหนึ่งในประเภทของทักษะวิญญาณสายสนับสนุนที่ล้ำค่าที่สุด
หอแก้วเจ็ดสมบัติอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นวิญญาณยุทธ์สายสนับสนุนอันดับหนึ่งของโลก ก็ได้รับการยอมรับเช่นนั้นเนื่องจากทักษะวิญญาณทั้งหมดของพวกเขาเป็นการเพิ่มขึ้นแบบเปอร์เซ็นต์นั่นเอง
"ทำไมทักษะวิญญาณของอวี้เฉิงถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ อัตราการขยายเพิ่มขึ้นถึง 30% เชียวหรือ!"
ถังซานตกตะลึงอยู่ภายในใจ
แววตาของเขาสั่นไหว หากเขาได้ดูดซับวงแหวนวิญญาณเถาวัลย์ปีศาจวงนั้น เขาจะได้รับทักษะวิญญาณนี้มาด้วยหรือไม่นะ
ตามแผนของท่านอาจารย์ สายควบคุมคือเส้นทางการบ่มเพาะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหญ้าเงินคราม
แต่ทำไมทักษะวิญญาณแรกของอวี้เฉิงถึงได้ทรงพลังถึงเพียงนี้ล่ะ
หรือว่าหญ้าเงินครามควรจะเดินตามเส้นทางสายสนับสนุนกันแน่ ในเวลานี้ ถังซานอยากจะไปหาท่านอาจารย์ทันทีและพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง
"อย่างไรก็ตาม ทักษะวิญญาณของข้ามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เจ้าจะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ซึ่งจะกินเวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมง"
อวี้เฉิงแบมือและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เมล็ดพันธุ์อยู่ในร่างกายของเสียวอู่ คอยดูดซับพลังชีวิตของนาง
เติบโตและเติบใหญ่
ท้ายที่สุด มันจะเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณและป้อนกลับคืนสู่หญ้าเงินครามของอวี้เฉิง ซึ่งเทียบเท่ากับการบ่มเพาะอย่างหนักของเขาเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม
"กลับมีผลข้างเคียงที่รุนแรงถึงเพียงนี้"
ถังซานขมวดคิ้วและกล่าวขึ้น ในเวลานี้ จิตใจของเขาก็สงบลงอย่างกะทันหัน
ก็แค่เถาวัลย์ปีศาจอายุหกร้อยปี
ไม่ได้มันมาก็ดีเหมือนกัน
ในมุมมองของเขา สภาวะอ่อนแอสองชั่วโมงหมายความว่าเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลยตลอดทั้งวันที่เหลือ การเสียเวลาบ่มเพาะไปหนึ่งวันเต็มๆ เพียงเพื่อการประลองแค่ครั้งเดียวนั้น ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย
"ข้าไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอก อวี้เฉิง รับมือ!"
เสียวอู่กะพริบตา เปล่งประกายแสงสีชมพูอันเย้ายวนออกมา
ทักษะวิญญาณที่สองของกระต่ายอรชร เสน่ห์อาคม
"ลูกไม้ตื้นๆ!"
อวี้เฉิงพลิกมือขวา มีดสั้นเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
เขาพุ่งตัวไปข้างหน้า แทงตรงไปยังหน้าอกของเสียวอู่ ทำให้นางตกใจจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว
"ความเร็วของอวี้เฉิงเพิ่มขึ้นอีกแล้ว!"
ถังซานที่ยืนอยู่ด้านข้างลอบตกใจอยู่ในใจ
หลังจากการบ่มเพาะเป็นเวลาหนึ่งปี พลังวิญญาณของเขาในตอนนี้ได้บรรลุถึงระดับ 23 แล้ว เขาคิดว่าเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก แต่ไม่คาดคิดเลยว่าพัฒนาการของอวี้เฉิงก็รวดเร็วไม่แพ้กัน
จบตอน