เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 จิตสังหารของเซี่ยเจาเหยียน! กุมอำนาจหน่วยทัณฑ์สวรรค์!

บทที่ 3 จิตสังหารของเซี่ยเจาเหยียน! กุมอำนาจหน่วยทัณฑ์สวรรค์!

บทที่ 3 จิตสังหารของเซี่ยเจาเหยียน! กุมอำนาจหน่วยทัณฑ์สวรรค์!


บทที่ 3 จิตสังหารของเซี่ยเจาเหยียน! กุมอำนาจหน่วยทัณฑ์สวรรค์!

บรรดาศักดิ์ เหรินอ๋อง แม้จะถูกตราหน้าว่าต้องคำสาป

แต่ในสายตาของเหล่าขุนนางในราชสำนัก พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องคำสาปอะไรนั่นหรอก

พวกเขาทุกคนล้วนมีพลังฝึกตนติดตัว มีหรือจะไปเชื่อเรื่องคำสาปงมงายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า บรรดาศักดิ์นี้หมายความว่าองค์ชายสามสิบสี่หมดสิทธิ์ในการแย่งชิงบัลลังก์โดยปริยาย

เซี่ยเจาเหยียนยืนอยู่ในแถวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฟังการมอบบรรดาศักดิ์ให้เสด็จน้องอีกสองคนที่เหลือ

เซี่ยหลิงเซียวได้รับบรรดาศักดิ์ หลิงอ๋อง ส่วนเซี่ยอู๋เจิงได้รับบรรดาศักดิ์ อู๋อ๋อง!

เซี่ยเจาเหยียนเข้าใจเจตนาดีของเสด็จพ่อ ตัวเขาเองไม่มีขุมกำลังฝั่งมารดาสนับสนุน ด้านอื่นๆ ก็สู้องค์ชายคนอื่นไม่ได้ หากคิดจะเข้าร่วมการแย่งชิงบัลลังก์ ก็มีแต่จะรนหาที่ตายเปล่าๆ

การประทานบรรดาศักดิ์นี้ให้ ก็เพื่อเตือนไม่ให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงราชบัลลังก์

ตราบใดที่เขาไม่มีความคิดจะแย่งชิง เพียงแค่มีบรรดาศักดิ์นี้ ก็สามารถรับประกันได้ว่าชีวิตของเขาจะสงบสุขไปตลอดกาล

ตราบใดที่เซี่ยเจาเหยียนไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ชีวิตของเขาก็จะปลอดภัยไร้กังวล

พูดตามตรง หลังจากเข้าใจความปรารถนาดีของเสด็จพ่อแล้ว ในใจของเซี่ยเจาเหยียนก็รู้สึกอบอุ่นไม่น้อย

ถ้าหากไม่มีระบบปรากฏขึ้นมา เขาคงจะชอบบรรดาศักดิ์และการจัดการเช่นนี้มากๆ อย่างแน่นอน

น่าเสียดาย...

'เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ ลูกคงต้องทำให้ความหวังดีของท่านต้องสูญเปล่าเสียแล้ว!'

หลังจากที่การมอบบรรดาศักดิ์ของอีกสองคนเสร็จสิ้นลง ตอนนี้ก็มีขุนนางจากด้านหน้าก้าวออกมาทูลเสนอ

"กราบทูลฝ่าบาท บัดนี้องค์ชายทั้งสามได้รับบรรดาศักดิ์อ๋องเสร็จสิ้นแล้ว"

"ถึงเวลาปรึกษาหารือเรื่องตำแหน่งหน้าที่ของชินอ๋องทั้งสามพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

คำพูดนี้ทำเอาเซี่ยเจาเหยียนใจกระตุก แต่ภายนอกกลับไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ

องค์ชายแต่ละองค์หลังจากได้รับบรรดาศักดิ์อ๋องแล้ว จะถูกจัดสรรให้เข้าไปอยู่ในหน่วยงานหลักต่างๆ ของราชสำนัก

นี่ไม่เพียงแต่เป็นการฝึกฝน แต่ยังเป็นการแสดงความสามารถที่ชัดเจนของตนเองอีกด้วย

และยังมีจุดประสงค์แอบแฝงที่ไม่อาจพูดตรงๆ ได้ นั่นก็คือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับการปกครองของราชวงศ์

"พวกท่านขุนนางมีข้อสรุปอย่างไรบ้าง ลองพูดออกมาให้ทุกคนช่วยกันปรึกษาหารือสิ" จักรพรรดิต้าเซี่ยครั้งนี้ไม่ได้รวบรัดตัดสินใจเพียงผู้เดียว ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้พระองค์ทรงคิดอะไรอยู่

ทุกคนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะการแต่งตั้งตำแหน่งขององค์ชาย ในอดีตมักจะกำหนดโดยฮ่องเต้ ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เหล่าขุนนางเข้ามาแทรกแซง

เพราะใครจะไปรู้ว่าขุนนางเหล่านี้ จะจงใจกลั่นแกล้งองค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งหรือไม่

ทว่า ก็มีคนทนไม่ไหวรีบก้าวออกมาก่อนใคร

"ฝ่าบาท เหรินอ๋องทรงมีพระทัยเมตตาและซื่อสัตย์ กระหม่อมเห็นสมควรให้เข้าไปอยู่ในสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินพ่ะย่ะค่ะ"

...

"ฝ่าบาท หลิงอ๋องทรงมีลักษณะของขุนพลผู้กล้าหาญ สมควรให้ไปรับตำแหน่งในหน่วยองครักษ์มังกรทองพ่ะย่ะค่ะ"

....

"ฝ่าบาท อู๋อ๋องทรงปราดเปรื่อง กระหม่อมเห็นสมควรให้ไปรับตำแหน่งที่ศาลต้าหลี่พ่ะย่ะค่ะ"

ให้ตายเถอะ นี่มันเหมือนกับหยดน้ำตกลงไปในกระทะน้ำมันที่กำลังเดือดปุดๆ ในพริบตานั้นขุนนางในท้องพระโรงต่างก็พากันเปิดปากเสนอความเห็น

"กระหม่อมคัดค้านการให้องค์ชายอู๋อ๋องไปรับตำแหน่งที่ศาลต้าหลี่พ่ะย่ะค่ะ..."

...

"ฝ่าบาท กระหม่อมคัดค้านการให้หลิงอ๋องเข้าหน่วยองครักษ์มังกรทองพ่ะย่ะค่ะ..."

ทั่วทั้งราชสำนักกลายเป็นเหมือนตลาดสด เสียงอึกทึกครึกโครม...

เซี่ยเจาเหยียนหรี่ตาลง มองไปยังคนที่เสนอให้เขาเข้าสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลิน พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาไม่เคยไปล่วงเกินคนผู้นี้เลยนี่นา

และประจวบเหมาะกับที่ขุนนางผู้นั้นก็มองมาที่เซี่ยเจาเหยียนพอดี

แววตาแฝงความดูแคลนและเย็นชา สำหรับเขาแล้ว เซี่ยเจาเหยียนก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองเท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้ในใจของเซี่ยเจาเหยียนเกิดจิตสังหารพลุ่งพล่าน ดูเหมือนว่าราชวงศ์ในปัจจุบัน จะยิ่งควบคุมต้าเซี่ยได้ยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้ว

แม้แต่ขุนนางคนหนึ่ง ยังกล้าปฏิบัติกับเขาอย่างลับๆ เช่นนี้

เซี่ยเจาเหยียนจ้องมองคนผู้นั้นอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็หลุบตาลง เขาจดจำหน้าตาและตำแหน่งของคนผู้นั้นไว้แล้ว

'คนผู้นี้ต้องตาย ข้าอุตส่าห์มีระบบทั้งที จะมายอมรับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร'

สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินคือสถานที่แบบไหน มันคือหน่วยงานที่ไร้อำนาจที่สุดของต้าเซี่ยในปัจจุบัน

สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินในยุคแรกเริ่มไม่ได้เป็นเช่นนี้ ในตอนนั้นต้าเซี่ยเพิ่งจะก่อตั้ง หน่วยงานรับผิดชอบต่างๆ ภายในยังไม่สมบูรณ์

สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินกุมอำนาจที่สำคัญไว้ แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี, หกกระทรวง, เก้ากรม, ห้าสำนัก และหน่วยงานอื่นๆ มีความสมบูรณ์มากขึ้น

สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินก็ค่อยๆ สูญเสียอำนาจที่สำคัญไป สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินในปัจจุบัน มีหน้าที่แค่จัดวางงานด้านวรรณกรรม ศิลปวิทยาการ การเรียบเรียงประวัติศาสตร์และตำรา รวมถึงการออกข้อสอบจอหงวนเท่านั้น

พูดง่ายๆ ก็คือ หากขุนนางคนไหนถูกสั่งย้ายไปสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลิน นั่นก็หมายความว่าคนผู้นั้นถูกลดขั้น หรือหมดอำนาจแล้ว!

และหากให้ชินอ๋องไปรับตำแหน่งที่สำนักราชบัณฑิตฮั่นหลิน พูดออกไปคงถูกคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่

'ตาเฒ่า เปิ่นอ๋อง (เปิ่นอ๋อง=คำแทนตัวของอ๋อง) จำเจ้าไว้แล้ว เจ้ารอข้าก่อนเถอะ!' แม้ใบหน้าของเซี่ยเจาเหยียนจะดูราบเรียบ ราวกับการถกเถียงในตอนนี้ไม่เกี่ยวกับตนเองเลย

แต่ทว่าภายในใจ ได้พิพากษาประหารชีวิตขุนนางผู้นั้นไปเรียบร้อยแล้ว

'รองเสนาบดีกรมอาญาฝ่ายขวาแห่งคณะรัฐมนตรี จางไห่หลิน ดีมาก ดีมาก'

'ดูเหมือนว่าคงจะไปสวามิภักดิ์กับเสด็จพี่คนใดคนหนึ่งแล้วสินะ ช่างไม่ยอมปล่อยผ่านไปเลยจริงๆ'

เซี่ยเจาเหยียนรู้ดีว่า แม้เสด็จพ่อจะมอบบรรดาศักดิ์เหรินอ๋องให้เขาในวันนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกภายนอกว่าเขาถูกคัดออกจากการแข่งขันแล้ว

แต่สำหรับบรรดาเสด็จพี่เหล่านั้น มันยังคงไม่ปลอดภัยพอ

ทางที่ดีที่สุดคือให้เขารับตำแหน่งในหน่วยงานที่ไร้อำนาจอย่างสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลิน จึงจะทำให้พวกเขาวางใจได้อย่างแท้จริง

ทว่าเซี่ยเจาเหยียนไม่อยากไปสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลิน ตอนนี้ทำได้เพียงภาวนาขออย่าให้เสด็จพ่อส่งเขาไปสำนักราชบัณฑิตฮั่นหลินเลย

"เงียบ!" ในที่สุดจักรพรรดิต้าเซี่ยเบื้องบนก็ขัดจังหวะการโต้เถียงของทุกคน

กลิ่นอายอันทรงพลัง แผ่ปกคลุมทุกคนในชั่วพริบตา

"พวกเจ้าเถียงกันไปเถียงกันมา ก็ไม่ได้ข้อเสนอที่ตรงกันเลยสักนิด"

"ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าไว้ทำไม? ข้ารู้ว่าในหมู่พวกเจ้า บางคนก็มีเจตนาแอบแฝง แต่ตอนนี้จงเก็บแผนการเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเจ้ากลับไปซะ"

ทุกคนสีหน้าเปลี่ยนไป โค้งคำนับ ไม่กล้าต่อต้านจักรพรรดิต้าเซี่ยที่กำลังพิโรธ

ผู้ที่อยู่เบื้องบนนี้แท้จริงแล้วมีระดับพลังขั้นใด ไม่มีใครรู้แน่ชัด

แต่เมื่อยี่สิบปีก่อนเคยลงมือครั้งหนึ่ง กลิ่นอายที่เผยออกมาในครั้งนั้น ก็อยู่ในระดับขอบเขตเทวะขั้นปลายแล้ว

แล้วตอนนี้ล่ะ? อาจจะยังอยู่ขอบเขตเทวะเหมือนเดิม หรืออาจจะทะลวงถึงขอบเขตทลายมิติแล้วก็ได้?

"แต่ในบรรดาข้อเสนอของพวกท่านขุนนาง ข้าคิดว่าบางข้อเสนอก็ดีทีเดียว"

"อย่างเช่นหลิงอ๋อง ที่ชื่นชอบการจำลองยุทธวิธีทางการทหารมาตั้งแต่เด็ก การได้เข้าไปอยู่ในหน่วยองครักษ์มังกรทองก็นับว่าดีมาก"

หน่วยองครักษ์มังกรทอง กองกำลังทหารสุดพิเศษของต้าเซี่ย ไม่มีที่ตั้งกองบัญชาการตายตัว มีอำนาจในการไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระทั่วทั้งประเทศ ทหารยามระดับล่างสุดภายในหน่วยล้วนอยู่ในขอบเขตผลัดโลหิต

ดังนั้นกองกำลังนี้จึงมีจำนวนเพียงหนึ่งล้านนายเท่านั้น

"และอู๋อ๋อง ผู้ปราดเปรื่อง ก็เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะรับตำแหน่งในศาลต้าหลี่"

ส่วนหลิงอ๋องและอู๋อ๋องที่ถูกเอ่ยชื่อนั้น บัดนี้ยากที่จะปกปิดสีหน้าตื่นเต้นเอาไว้ได้

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยองครักษ์มังกรทองหรือศาลต้าหลี่ ล้วนเป็นหน่วยงานสำคัญสองแห่งของราชสำนัก

"หลิงอ๋องรับราชโองการ!"

เซี่ยหลิงเซียวก้าวออกมายืนตรงกลางท้องพระโรงด้วยความตื่นเต้น โค้งคำนับรอรับการแต่งตั้ง

"ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นนายกองพันแห่งหน่วยองครักษ์มังกรทอง อย่าทำให้ความตั้งใจของข้าต้องสูญเปล่าล่ะ!"

ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงไปชั่วขณะ นายกองพันของหน่วยองครักษ์มังกรทอง อย่างต่ำๆ ต้องอยู่ระดับขอบเขตก่อนกำเนิด

แต่ปัจจุบันหลิงอ๋องอยู่แค่ขอบเขตหลังกำเนิดขั้นกลาง นี่... นี่มันจะทรงโปรดปรานเกินไปแล้ว!

"อู๋อ๋องรับราชโองการ!"

"ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้ช่วยตุลาการฝ่ายขวาแห่งศาลต้าหลี่ ร่วมกันปกป้องความยุติธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายร่วมกับขุนนางแห่งศาลต้าหลี่"

ในเวลานี้เซี่ยเจาเหยียน กำหมัดแน่นเล็กน้อย ในใจอดไม่ได้ที่จะอิจฉา

สายตาของทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเซี่ยเจาเหยียน ตอนนี้เหลือเพียงองค์ชายเหรินอ๋องผู้นี้เท่านั้น

ราชสำนักเงียบกริบ ราวกับได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นของทุกคน

เวลาในตอนนี้ถูกยืดออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในที่สุด เสียงของจักรพรรดิต้าเซี่ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"เหรินอ๋องรับราชโองการ"

"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นรองผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายแห่งหน่วยทัณฑ์สวรรค์!"

สิ้นเสียง ความผิดหวังพาดผ่านเข้ามาในใจของเซี่ยเจาเหยียนชั่วแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็น้อมรับราชโองการอย่างนอบน้อม

ส่วนขุนนางบางคน กลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ส่วนเซี่ยอู๋เจิงประกายตาสะท้อนความซับซ้อนวูบหนึ่ง ส่วนเซี่ยหลิงเซียวที่ตึงเครียดอยู่ก็ผ่อนคลายลงในทันที

หน่วยทัณฑ์สวรรค์? ทุกคนต่างลอบหัวเราะ 'หึหึ' ในใจ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 จิตสังหารของเซี่ยเจาเหยียน! กุมอำนาจหน่วยทัณฑ์สวรรค์!

คัดลอกลิงก์แล้ว