เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 209 ประธานสมาคมการค้าจิงเหอ อู่หนานจือ

บทที่ 209 ประธานสมาคมการค้าจิงเหอ อู่หนานจือ

บทที่ 209 ประธานสมาคมการค้าจิงเหอ อู่หนานจือ


ฉินเกอพักอยู่ที่ตระกูลลู่สองวันเต็ม นับว่าเป็นสองวันที่ได้พักผ่อนอย่างสบายอารมณ์

แต่ทว่าคนของตระกูลลู่กลับไม่ได้อยู่ว่างๆ เลย ลู่ซิวหย่วนสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับฉินเกอจากลู่ฉีลูกชายของเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ปักใจเชื่ออย่างง่ายดาย

เขาส่งคนไปสืบเส้นทางการเคลื่อนไหวของฉินเกอหลังจากที่เดินทางมาถึงจินหลิง และยังส่งคนไปสืบประวัติความเป็นมาของฉินเกอที่ตงไห่อีกด้วย

เพียงแต่ชะตากำหนดไว้แล้วว่าเขาจะสืบไม่ได้อะไรเลย ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ได้แตกต่างจากที่ลู่ฉีบอกเล่ามากนัก

ทางฝั่งจินหลิงมีตระกูลหลินกับหยางซินเอ๋อร์คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ สิ่งที่ลู่ซิวหย่วนสืบได้ล้วนเป็นสิ่งที่ฉินเกอต้องการให้เขาสืบได้เท่านั้น

ส่วนทางฝั่งตงไห่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีพวกหูชิงซานคอยจัดการให้ ต่อให้ต้องแต่งเรื่องสร้างตัวตนใหม่ให้ฉินเกอเพื่อให้ลู่ซิวหย่วนสืบเจอก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

หากมีเวลามากกว่านี้ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ ลู่ซิวหย่วนกระทั่งเรื่องที่ฉินเกอเป็นเจ้าของบริษัทชิงเฉิงเหม่ยจวงก็ยังสืบไม่ได้ด้วยซ้ำ!

หลังจากการสืบสวนผ่านไป พวกเขาก็รู้สึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง และเลิกสงสัยในคำพูดของลู่ฉีกับฉินเกอ

ในทางกลับกัน ด้วยความที่เคยสงสัยฉินเกอ ภายในใจจึงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง พวกเขาจึงยิ่งปฏิบัติต่อฉินเกอด้วยความเคารพให้เกียรติมากยิ่งขึ้น

ทางด้านลู่ฉีก็ไม่ได้อยู่เฉยเช่นกัน ด้านหนึ่งเขาพยายามหาทางติดต่อกับหลินหยวน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็สืบหาเบาะแสของเวิงเฉวียน

ผ่านไปสองวัน เขาก็มืดแปดด้าน

การไม่ได้เบาะแสของเวิงเฉวียนยังพอรับได้ แต่การที่หลินหยวนขาดการติดต่อไปนี่มันหมายความว่ายังไงกัน?

เขาส่งคนไปสืบข่าวที่ตระกูลหลิน ทางตระกูลหลินกลับตอบแค่ว่าไม่รู้ แล้วก็ไล่คนของเขากลับมาเลย

อันที่จริงตระกูลหลินก็ไม่รู้เบาะแสของหลินหยวนเช่นกัน หลังจากที่หลินหยวนหายตัวไปจากตระกูลหลินในคืนนั้น เขาก็ราวกับระเหยหายไปจากโลกนี้ ไม่ปรากฏตัวอีกเลย!

ในเมื่อหลินหยวนไม่ปรากฏตัว ตระกูลหลินก็ยังไม่อยากให้เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในตระกูลหลินแพร่งพรายออกไปชั่วคราว คนนอกจึงยากที่จะล่วงรู้ตื้นลึกหนาบาง

"คุณชายลู่ พวกเราควรจะจัดการเรื่องสำคัญกันได้หรือยัง?"

วันที่สามที่มาอยู่ในตระกูลลู่ ฉินเกอก็มาหาลู่ฉี

"เรื่องสำคัญอะไรเหรอ?" ลู่ฉีดูเหม่อลอยเล็กน้อย สองวันที่ผ่านมาเขาติดต่อหลินหยวนไม่ได้ แถมยังสืบไม่ได้ด้วยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในตระกูลหลิน เขาจึงตกอยู่ในห้วงแห่งความสงสัยในตัวเอง

แค่ถูกลักพาตัวไปสองวันก็ตามจังหวะของสังคมไม่ทันแล้วเหรอเนี่ย?

"ก็ต้องเป็นการไปคิดบัญชีกับพวกคนตงหยางของสมาคมการค้าจิงเหอ แก้แค้นระบายความโกรธให้คุณยังไงล่ะ!"

ฉินเกอทำท่าทางผิดหวังที่เห็นอีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ "คุณคงไม่ได้ลืมเรื่องนี้ไปรวดเร็วขนาดนี้หรอกนะ?"

"คุณชายลู่ ผมมองคุณผิดไปจริงๆ!"

"ตอนที่เจอกันครั้งแรกที่ตงไห่ ผมก็รู้สึกว่าคุณเป็นคนมีบุคลิกหน้าตาดี แถมยังเป็นถึงลูกหลานตระกูลเศรษฐีแห่งจินหลิง คิดว่าน่าจะเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน เป็นอนาคตของชาติเสียอีก!"

"ดังนั้นตอนที่ผมเห็นคุณตกอยู่ในอันตรายที่จินหลิง ผมถึงได้เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วย คุณทำให้ผมผิดหวังมากจริงๆ!"

ลู่ฉีชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย "ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากแก้แค้นนะ เพียงแต่พ่อแม่ของผมส่งคนไปสืบดูแล้ว ไม่มีวิธีพิสูจน์ได้เลยว่าเรื่องที่ผมถูกลักพาตัวเกี่ยวข้องกับสมาคมการค้าจิงเหอ"

"สมาคมการค้าจิงเหอมีเส้นสายซับซ้อนยุ่งเหยิง ถึงแม้ผมจะเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ แต่ในสถานการณ์ที่ไม่มีหลักฐาน ผมก็บุ่มบ่ามทำอะไรไม่ได้หรอกนะ!"

"อย่ามาหาข้ออ้างให้ตัวเองหน่อยเลย!" ฉินเกอมองด้วยสายตาดูแคลน "ตอนนี้คุณเพิ่งจะมารู้จักคำว่าหลักฐาน รู้จักคำว่าคุณธรรมงั้นเหรอ?"

"ตอนที่คนตงหยางจับตัวคุณไป พวกมันได้พูดถึงเรื่องพวกนี้หรือเปล่าล่ะ?"

"ตอนที่พ่อแม่ของคุณเห็นคุณกลับมาในสภาพบอบช้ำไปทั้งตัว หัวใจของพวกเขาก็แทบจะสลายอยู่แล้ว แต่พริบตาเดียวคุณกลับลืมมันไปหมด แล้วจะมาถามหาหลักฐานกับคนตงหยางเนี่ยนะ?"

"คุณเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ผู้สง่างาม กลับถูกคนตงหยางรังแกถึงขนาดนี้บนแผ่นดินหัวเซี่ย บนหน้าประตูบ้านของตัวเอง แต่สุดท้ายกลับไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่นสักคำ ความกล้าหาญของคุณหายไปไหนหมด?"

"ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงเอาหัวชนกำแพงตายไปแล้ว จะมีหน้าอยู่ต่อไปได้ยังไง!"

มุมปากของลู่ฉีกระตุกยิกๆ เขาไม่รู้ว่าทำไมฉินเกอถึงทำแบบนี้ แต่ก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าฉินเกอกำลังยั่วยุเขา

แม้ในใจจะรู้ทัน แต่เลือดในกายของเขาก็ยังคงสูบฉีดพุ่งพล่าน ร้อนระอุขึ้นมาอยู่ดี

นั่นสิ ทำไมเขาถึงต้องยอมทนรับความโกรธแค้นขนาดนี้โดยไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่นด้วยล่ะ?

"พี่ฉิน คำพูดของคุณทำให้ผมรู้สึกละอายใจจริงๆ!"

"ที่คุณพูดเรื่องพวกนี้กับผม คุณมีแผนการอะไรหรือเปล่า?"

"พวกเราเป็นใครกับใครล่ะ ถ้าคุณมีความคิดอะไรก็บอกมาได้เลย ขอแค่ระบายความแค้นนี้ได้ ผมจะฟังคุณทุกอย่างเลย!"

หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันตลอดสองวันที่ผ่านมา ลู่ฉีก็ค่อนข้างชื่นชมฉินเกอ

ฉินเกอกับเขาเห็นได้ชัดว่าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน เผลอๆ เขาอาจจะอายุมากกว่าฉินเกอไม่กี่ปีด้วยซ้ำ แต่ฉินเกอกลับสามารถพูดคุยกับพ่อแม่ของเขาได้อย่างกับเป็นคนรุ่นเดียวกัน ทำให้เขาดูเหมือนเด็กน้อยไปเลย!

"จะฟังผมทุกอย่างจริงๆ นะ?"

ฉินเกอยกยิ้มมุมปาก "งั้นก็ไปเตรียมตัวเถอะ พวกเราออกไปข้างนอกกัน!"

ช่วงเก้าโมงเช้ากว่าๆ ฉินเกอกับลู่ฉีก็เดินทางมาถึงสถานที่จัดงานประมูล

ตอนสิบโมงตรงจะมีการจัดงานประมูลขึ้นที่นี่ ฉินเกอได้รับข่าวมาว่าอู่หนานจือ ประธานสมาคมการค้าจิงเหอ จะมาร่วมงานด้วย

"พี่ฉิน คุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า อู่หนานจือจะมาจริงๆ เหรอ?" ลู่ฉีจัดการเรื่องการตรวจสอบฐานะการเงินและเอกสารเข้างานต่างๆ อย่างรวดเร็ว

"ผมไม่ได้ตั้งใจจะสงสัยคุณนะ แค่เพื่อนของคุณคนนั้นไปเอาข่าวมาจากไหน จะเข้าใจผิดหรือเปล่า?"

"แล้วต่อให้อู่หนานจือมาร่วมงานประมูล มันจะเกี่ยวอะไรกับการแก้แค้นของผมล่ะ?"

"งานประมูลแบบนี้จะทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ ทำไม่ดีคนที่เสียเปรียบอาจจะเป็นพวกเราเอง!"

พอเห็นสีหน้าของฉินเกอดูไม่ค่อยดี ลู่ฉีก็รีบพูดเสริมขึ้นมาทันที

ฉินเกอยิ้มพลางตบไหล่ลู่ฉี "วางใจเถอะ คุณแค่ฟังผมก็พอ รับรองว่าจะช่วยให้คุณได้ระบายความแค้นแน่นอน!"

ทั้งสองคนนั่งประจำที่ นั่งรอให้งานประมูลเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ

หลังจากที่พวกฉินเกอนั่งลงได้ไม่นาน หญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงสั้นสีดำก็เดินนวยนาดเข้ามาในงาน ดึงดูดสายตาของทุกคนในทันที

หญิงสาวแต่งหน้าอย่างประณีตงดงาม ส่วนโค้งเว้าอันเกินจริงภายใต้เสื้อสูทตัวเล็กนั้นดึงดูดสายตายิ่งนัก ชวนให้ผู้คนจินตนาการไปไกล

ลู่ฉีลอบกลืนน้ำลาย สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวโดยไม่ละสายตา มือข้างหนึ่งตบไหล่ฉินเกอเบาๆ "พี่ฉิน เธอมาจริงๆ ด้วย!"

ฉินเกอหันไปมอง นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อย "เธอคืออู่หนานจืองั้นเหรอ ยังเด็กขนาดนี้เลย?"

"ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครล่ะ!" ลู่ฉีพยักหน้าอย่างแรง ตอนที่อยู่ตงไห่เขาเผลอเบี่ยงเบนไป แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกอู่หนานจือดึงให้กลับมาเป็นชายแท้เหมือนเดิมแล้ว "ผู้หญิงคนนี้มีชื่อเสียงเรื่องความยั่วยวนในจินหลิง ไม่ใช่เรื่องโม้เลยจริงๆ!"

"น่าเสียดายที่เธอเป็นถึงประธานสมาคมการค้าจิงเหอ ไม่อย่างนั้นผมจะต้องเอาเงินฟาดขาเธอให้แยกออก แล้วลิ้มลองรสชาติให้ได้เลย!"

"ก็แค่ความสวยยังสู้เซี่ยเหยียนซีไม่ได้นิดหน่อย..."

เขาพูดไปได้ครึ่งทางก็หยุดชะงักกะทันหัน ร่างกายสะดุ้งโหยง พอหันไปเห็นฉินเกอตีหน้าขรึม เขาก็รีบอ้าปากอธิบายทันที "พี่ฉิน ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ!"

"ผะ...ผมก็แค่เปรียบเทียบดูนิดหน่อย ไม่ได้มีความหมายอื่นเลย!"

"ภรรยาเพื่อนห้ามล่วงเกิน ผมบอกแล้วว่าจะไม่คิดแผนการร้ายกับเซี่ยเหยียนซีก็คือไม่ทำเด็ดขาด!"

"แต่พี่ฉิน เพื่อนของคุณเก่งจริงๆ ขนาดผมยังไม่มีปัญญาสืบหาเส้นทางของอู่หนานจือได้เลย เขากลับรู้ล่วงหน้าว่าอู่หนานจือจะมาเข้าร่วมงานประมูลที่นี่!"

มุมปากของลู่ฉีปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่ฉิน ไม่สู้พองานประมูลจบแล้ว พวกเราไปหาความสนุกกันหน่อยดีไหม?"

"เอาแบบเบ้าหน้าเดียวกับอู่หนานจือเลยนะ ถึงจะหาคนที่เหมือนเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ผมรับรองว่าจะหาคนที่คล้ายสักเจ็ดแปดส่วนมาให้คุณได้แน่!"

"ตอนนี้แค่คิดผมก็รู้สึกคึกคักขึ้นมาแล้วเนี่ย!"

ใบหน้าของฉินเกอทะมึนลง "ทำไม จะเอาของพรรค์นี้มาทดสอบจิตใจกันหรือไง?"

"ผมเป็นถึงชายหนุ่มอนาคตไกล จะไปทำเรื่องพรรค์นั้นกับคุณได้ยังไง?"

"คุณลืมความฝันวัยเด็กที่อยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปแล้วเหรอ? ลืมไปแล้วเหรอว่าคุณอยากจะเป็นอนาคตของชาติน่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 209 ประธานสมาคมการค้าจิงเหอ อู่หนานจือ

คัดลอกลิงก์แล้ว