- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 202 หลินหยวนจอมไร้ยางอาย
บทที่ 202 หลินหยวนจอมไร้ยางอาย
บทที่ 202 หลินหยวนจอมไร้ยางอาย
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เสียงตบหน้านั่นมันอะไรกัน เผยเจวี๋ยถูกตบหน้าไปฉาดหนึ่งงั้นเหรอ?
นี่มัน... หลุดโลกเกินไปแล้ว!
แววตากระจ่างใสของเผยเจวี๋ยแปรเปลี่ยนเป็นสับสนงุนงง ตามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และหลังจากนั้นจิตสังหารก็ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว "หนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำ!"
"เพียะ—"
กระบวนท่ากระบี่เพิ่งจะเริ่มตั้งเค้า ก็ถูกตบหน้าดังฉาดใหญ่เข้าให้อีกครั้ง
ครั้งนี้ทุกคนล้วนมองเห็นได้อย่างชัดเจน ฝ่ามืออันแสนธรรมดาไร้ซึ่งความวิจิตรพิสดารใดๆ แต่กลับนำมาซึ่งความตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"หนึ่งกระบี่สะบั้น..."
"เพียะ—"
"หนึ่งกระบี่..."
"เพียะ—"
เผยเจวี๋ยคิดจะออกกระบี่ถึงสองครั้งสองครา แต่ฝ่ามือของฉินเกอกลับตบเข้าที่ใบหน้าของเขาก่อนหนึ่งก้าวติดต่อกันถึงสองครั้ง
ยังคงเป็นฝ่ามืออันแสนธรรมดาเช่นเดิม แต่มันกลับตบเขาเสียจนแทบจะปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกอยู่แล้ว
ข้าผู้มีฉายาหนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำอันสง่างาม ทำให้ผู้คนมากมายเพียงแค่ได้ยินชื่อก็ขวัญหนีดีฝ่อ แต่สุดท้ายกลับถูกฝ่ามือตบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดสภาพเนี่ยนะ?
มันช่างทำร้ายศักดิ์ศรีกันเกินไปแล้ว!
"ข้าจะขอสู้ตายกับแก!"
เผยเจวี๋ยตะโกนสุดเสียงพร้อมกับโทสะที่เต็มเปี่ยม ทว่าในใจกลับยังคงระแวดระวัง
เขาวาดกระบี่ขึ้นมาแล้ว ทว่ากลับไม่ได้โจมตีใส่ฉินเกอ เพียงแค่ใช้ประกายกระบี่สกัดจุดป้องกันบริเวณใบหน้าของตนเองเอาไว้
ขอเพียงฉินเกอลงมือกับเขาอีกครั้งและตบเข้ามาที่ใบหน้า ฝ่ามือนั่นจะต้องถูกฟันขาดอย่างแน่นอน!
"คุณกำลังทำอะไรน่ะ เล่นตลกหรือไง?"
ฉินเกอยืนมองเผยเจวี๋ยอยู่ด้านข้างด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ไม่มีวี่แววว่าจะลงมือเลยแม้แต่น้อย
เผยเจวี๋ยกลัวว่าจะมีเล่ห์เหลี่ยม จึงร่ายรำกระบี่ต่อไปอีกพักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าฉินเกอไม่มีทีท่าว่าจะลงมือจึงหยุดชะงักลง ใบหน้าแก่ชราแดงระเรื่อเล็กน้อย "ทำไมแกถึงไม่สู้ล่ะ?"
"เพียะ—"
ฉินเกอยกมือขึ้นตบหน้าไปอีกหนึ่งฉาด "คุณไปมีรสนิยมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย นี่มีแนวโน้มชอบถูกทารุณกรรมหรือเปล่า?"
พวกหลินเชินล้วนตกตะลึงตาค้าง ยอดฝีมืออย่างหนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำที่สามารถสังหารติงเหมี่ยนได้อย่างง่ายดาย กลับถูกฉินเกอปั่นหัวเล่นราวกับลิงเชียวหรือ?
หลินเหยาทั้งตกใจทั้งดีใจ ไอ้สารเลวนี่เก่งกาจถึงเพียงนี้เลยเหรอ อุตส่าห์กังวลแทนเขาแทบแย่เมื่อกี้นี้!
"ข้าจะฆ่าแก!"
เผยเจวี๋ยโกรธจัดจนขาดสติไปโดยสมบูรณ์ เขาลงมือโจมตีฉินเกอโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป
"ดูสิ คุณใจร้อนอีกแล้ว!" ฉินเกอหลบหลีกอย่างง่ายดาย "เป็นคุณเองที่ถามว่าทำไมผมถึงไม่สู้ ผมก็แค่สนองความต้องการของคุณเท่านั้นเอง!"
"เอาแต่ร้อง 'หนึ่งกระบี่ๆ' อยู่ได้ทั้งวัน ไม่คิดจะใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นบ้างเลย ถูกตบก็สมควรแล้ว!"
มือของเขาราวกับเงาผี สอดแทรกทะลุผ่านเงากระบี่อันหนาแน่น ยากจะแยกแยะได้ว่าสิ่งใดจริงสิ่งใดลวง
"เพียะ—"
ฝ่ามือของฉินเกอตบความมั่นใจและความภาคภูมิใจของเผยเจวี๋ยจนแหลกสลายไปอย่างสิ้นเชิง พลอยทำเอาศักดิ์ศรีของเขาถูกบดขยี้ป่นปี้ไปด้วย
เมื่อครู่เผยเจวี๋ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ยังคงระแวดระวังฉินเกอ ทว่าเขากลับป้องกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าฉินเกอกำลังปั่นหัวเขาเล่น มิเช่นนั้นเพียงแค่อีกฝ่ายมีมีดสั้นอยู่ในมือเพิ่มสักเล่ม ฝ่ามือทุกๆ ฝ่ามือที่ตบลงมาก็สามารถทำให้เขาตายได้ครั้งแล้วครั้งเล่า!
ตอนนี้เผยเจวี๋ยรู้สึกทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก อุตส่าห์ฝึกฝนวิถียุทธ์อย่างยากลำบากมาหลายปี กลับถูกคู่ต่อสู้ปั่นหัวเล่นจนหัวหมุน!
หากอีกฝ่ายเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังก็คงพอจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง แต่นี่ดันเป็นแค่คนหนุ่มรุ่นหลังที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไรในยุทธภพเลย!
นั่นยังไม่พอ ฉินเกอไม่ได้เอาชนะเขาด้วยกระบี่หรือดาบเลื่องชื่อใดๆ ทั้งยังไม่ใช่วิชายุทธ์ลึกล้ำอะไรเลย แต่กลับเป็นฝ่ามือตบหน้าอันแสนธรรมดา!
ทรมานเหลือเกิน เผยเจวี๋ยอยากจะร้องไห้
หลังจากความรู้สึกอันซับซ้อนพลุ่งพล่านผ่านไป เผยเจวี๋ยก็หยุดความเคลื่อนไหวทั้งหมด
เขายืนทิ้งตัวปล่อยกระบี่ลง หลับตาลงด้วยท่าทีราวกับยอมจำนนให้ฉินเกอเชือดเฉือนตามใจชอบ
"ทำไมคุณถึงไม่สู้ต่อล่ะ?"
"แม่น้ำยังไม่ทันสะบั้นเลยนะ!"
"มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าอยากจะจ้างคุณไปรับเหมาก่อสร้าง คุณก็ต้องให้ผมทดสอบฝีมือดูก่อนสิ?"
ปากของฉินเกอช่างหวานหยดย้อยราวกับเคลือบยาพิษ
"พรวด—"
เผยเจวี๋ยกระอักเลือดคำโตออกมา
ฉินเกอใจหายวาบ รีบกระโดดหลบฉากออกไป "คุณนี่เล่นไม่ซื่อเลยนะ สู้ไม่ได้ก็พ่นเลือดใส่กันเหรอ?"
"สันดานแย่จริงๆ!"
ทุกคนล้วนพูดไม่ออก
"ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้!" เผยเจวี๋ยกัดฟันกระทืบเท้า ใช้กระบี่เชือดคอตาย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ในใจรู้ดีว่าตอนนี้ฉินเกอกำลังทำตัวเหมือนแมวหยอกหนู
แทนที่จะถูกอีกฝ่ายปั่นหัวหยามเกียรติแล้วค่อยฆ่าทิ้ง สู้ชิงตายไปอย่างสมศักดิ์ศรีเสียเองดีกว่า!
ทุกคนล้วนตกตะลึงตาค้าง หนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำตายไปแบบนี้เลยเหรอ?
ทนรับความอัปยศไม่ไหวจนต้องฆ่าตัวตายเนี่ยนะ?
สีหน้าของหลินหยวนดูไม่ได้ราวกับพ่อบังเกิดเกล้าเพิ่งตาย เขาคำนวณสารพัดวิธีแต่ก็คาดไม่ถึงเลยว่าที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของตนจะมาตายอนาถแบบนี้!
น่าจะเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าตายเสียอีก เพราะตอนที่เขาลงมือจัดการกับพ่อตัวเอง อารมณ์ยังดี๊ดีอยู่เลย!
"หลินรอง!" ฉินเกอหันไปให้ความสนใจกับหลินหยวนแทน "ก่อนหน้านี้คุณพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะให้อะไรผมนะ?"
"ให้โอกาสผมใช่ไหม?"
"พวกคุณนี่มันยังไงกัน เอะอะก็ชอบให้โอกาสคนอื่นจัง แต่ผมไม่มีโอกาสจะให้คุณหรอกนะ!"
ร่างของเขาไหววูบ พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหลินหยวนแล้ว มือข้างหนึ่งบีบคออีกฝ่ายเอาไว้ "ช่างเถอะ เห็นแก่ที่คุณเคยให้โอกาสผมมาตั้งหลายครั้ง ผมก็จะให้โอกาสคุณสั่งเสียก่อนตายก็แล้วกัน!"
"มีอะไรอยากจะพูดอีกไหม?"
"อย่างเช่น คุณมีมรดกเยอะเกินไปไม่รู้จะจัดการยังไง และไม่อยากทิ้งไว้ให้ตระกูลหลิน ถ้าจะยกให้ผม ผมก็ไม่รังเกียจหรอกนะ!"
"อย่าฆ่าฉัน อย่าฆ่าฉัน!" สมองของหลินหยวนแล่นจี๋ เค้นสมองอย่างหนักเพื่อคิดหาว่าตนเองมีประโยชน์อะไรต่อฉินเกอบ้าง "น้องชายฉิน ฉันมีลูกสาวนะ!"
"เพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันยังมีแค่ลูกชาย แต่ฉันยังมีลูกเพิ่มได้อีกนะ!"
"ใช่ ฉันยังมีลูกได้อีก สามารถผลิตออกมาเป็นโหลๆ ได้เลย!"
"ล้วนแต่เป็นยีนของตระกูลหลินทั้งนั้น รับรองว่าไม่ด้อยไปกว่านังหนูหลินเหยาแน่ นายรอฉันสักสิบแปดปีได้ไหม?"
"ถ้าเป็นลูกชายล่ะก็ หากน้องชายฉินรับได้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ เดี๋ยวฉันจะส่งพวกมันไปแปลงเพศให้!"
"ขอร้องล่ะอย่าฆ่าฉันเลย ตายไปก็ไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ ฉันยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลยนะ!"
"คุณว่ายังไงล่ะ!" ฉินเกอเพิ่มแรงบีบที่มือ แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ "ก่อนตายยังอยากจะทำให้ผมคลื่นไส้อีกใช่ไหม?"
คนตระกูลหลินพูดไม่ออกกันไปตามๆ กัน หลายปีมานี้ พวกเขาไม่เคยเห็นหลินหยวนในสภาพแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ
หลินจือเหนียนทนดูไม่ได้ถึงขั้นเบือนหน้าหนี เกิดความรู้สึกอยากจะลากตัวหลินหยวนไปตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกให้รู้แล้วรู้รอด
"ไม่ๆๆ!" แววตาอันตื่นตระหนกของหลินหยวนแฝงไปด้วยความจริงใจและจริงจัง "ฉันพูดจริงนะ ขอเพียงน้องชายฉินมีข้อเรียกร้อง ฉันจะทำตามอย่างแน่นอน!"
"นายฆ่าฉันไม่ได้จริงๆ นะ!"
"คุณพ่อ พี่ใหญ่ ฉันรู้ผิดแล้ว พวกคุณช่วยพูดขอร้องให้ฉันหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นน้องชายฉินต้องฆ่าฉันจริงๆ แน่!"
"ใช่ เหยาเหยา! เหยาเหยา อาขอโทษหลาน แต่จะว่ายังไงฉันก็เป็นอาของเธอนะ!"
"เธอรีบช่วยพูดจาดีๆ ให้อาสักสองสามประโยคสิ ตอนเด็กๆ อายังเคยอุ้มเธอเลยนะ เธอจำไม่ได้เหรอ?"
"จำไม่ได้หรอกค่ะ!" หลินเหยาเองก็มีสีหน้ารังเกียจเต็มทน "ฉันจำได้แค่ว่าคุณไม่เพียงแต่ทำร้ายฉัน แต่ยังจะฆ่าคุณปู่อีก!"
"จะฆ่าพ่อแม่ฉัน ฆ่าทุกคนในตระกูลหลินที่ไม่ยอมเชื่อฟังคุณ!"
"คุณอา คุณตายตาหลับเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปขอร้องคุณปู่ให้ยอมให้คุณเข้าศาลบรรพชนตระกูลหลิน"
"ถุย!" หลินหยวนทั้งโกรธทั้งร้อนใจ "คนแม่งตายไปแล้ว จะได้เข้าศาลบรรพชนหรือไม่เข้าแล้วมันจะยังไงล่ะ!"
"คุณกำลังพูดกับใครอยู่?" ฉินเกอเพิ่มแรงบีบที่มืออีกเล็กน้อย บีบคอหลินหยวนเสียจนดวงตาแทบจะถลนออกมา "คุณนี่มันล้มเหลวสุดๆ ไปเลยนะ ดูเหมือนจะไม่มีใครอยากให้คุณมีชีวิตอยู่รอดเลยแฮะ!"
"นะ... นายจะฆ่าฉันไม่ได้จริงๆ นะ..." หลินหยวนเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ขะ... ฆ่าฉัน ตระกูล... ตระกูลลู่ไม่ยอมปล่อย... ปล่อยนายไปแน่!"
"ตระกูลลู่?" ฉินเกอเกิดความสนใจขึ้นมาในพริบตา จึงคลายแรงบีบที่มือลงเล็กน้อย "ตระกูลลู่ที่คุณพูดถึง คงไม่ใช่ตระกูลลู่ของลู่ฉีหรอกใช่ไหม?"