- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 201 กระบี่ตัดแม่น้ำ
บทที่ 201 กระบี่ตัดแม่น้ำ
บทที่ 201 กระบี่ตัดแม่น้ำ
เดิมทีฉินเกอยังอยากจะนั่งดูเรื่องสนุกต่อไป แต่จนใจที่ต้นขาถูกหลินเหยาหยิกจนบวมไปหมดแล้ว
หลินเหยามองดูสถานการณ์ที่พลิกผัน ภายในใจร้อนรนแต่กลับคิดหาวิธีไม่ออก
ทว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอยู่เสมอว่าฉินเกอต้องมีวิธีรับมือ สัญชาตญาณของผู้หญิงก็ช่างไร้เหตุผลเช่นนี้แหละ
ฉินเกอลอบทอดถอนใจ คนที่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกันมาแล้ว ย่อมปิดบังความลับเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ
เขาเองก็หมั่นไส้ท่าทีได้ใจของหลินหยวนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเพียงแค่เอ่ยปากออกมาไม่กี่คำก็ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับมึนงงไปตามๆ กันอีกครั้ง
แม้แต่วังกู่เองก็ยังฟังจนงุนงงไปหมด
"ฉันกลัวพวกแกงั้นเหรอ?"
"ฉันมีคนตั้งมากมายขนาดนี้ จะไปกลัวพวกแกแค่สองคนเนี่ยนะ?"
หลินหยวนราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในโลก ใบหน้าที่เพิ่งจะกลับมาดูสุภาพเรียบร้อยเริ่มปรากฏรอยยิ้มวิปริตขึ้นมาอีกครั้ง
"เลิกเสแสร้งได้แล้ว คุณก็แค่กลัวพวกเรานั่นแหละ!" ฉินเกอพูดอย่างหนักแน่นเด็ดขาด "เมื่อกี้คุณคิดจะดึงตัวผมไปเป็นพวก เหตุผลที่พูดมาก็ฟังดูเข้าท่าดีอยู่หรอก แต่ความจริงแล้วไม่ได้พูดถึงจุดสำคัญเลย"
"ตอนนี้ขายังเจ็บอยู่ใช่ไหมล่ะ?"
"คุณควรจะเกลียดผมเข้ากระดูกดำถึงจะถูก เป็นไปได้ยังไงที่จะมาดึงตัวผมไปเป็นพวกเพียงเพราะเหตุผลไร้สาระพวกนั้น!"
"ความจริงแล้วคนที่คุณหวาดระแวงจริงๆ ก็คือวังกู่!"
"แน่นอน คนที่คุณหวาดระแวงยิ่งกว่าก็คือผม เพราะวังกู่ยอมฟังคำสั่งของผม ก่อนหน้านี้เขาก็เคยพูดแล้วว่าเขาประลองพิษแพ้ผม"
"แม้ว่าจะเป็นแค่คำพูดที่พูดผ่านๆ ประโยคเดียว แต่คุณก็คงจะเก็บไปคิดแล้วล่ะสิ"
เขายิ้มเยาะ "ตั้งแต่ตอนที่คุณคิดจะดึงผมไปเป็นพวกเมื่อกี้ ผมก็เอาแต่ขบคิดมาตลอดว่าเหตุผลของคุณคืออะไรกันแน่"
"คำโกหกพรรค์นั้นผมไม่มีทางเชื่อหรอก ตอนที่คุณเรียกคนพวกนี้ออกมา ก็ยิ่งไม่ได้เอาเรื่องของผมเข้าไปรวมอยู่ในแผนการด้วย"
"ดังนั้นผมจึงมั่นใจว่าการที่คุณดึงผมไปเป็นพวก จะต้องมีแผนการอย่างอื่นซ่อนอยู่แน่!"
"คิดไปคิดมาก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือคุณกลัวว่าผมกับวังกู่จะลอบวางยาพิษคุณอย่างเงียบๆ ดังนั้นคุณถึงอยากจะเพลย์เซฟไว้ก่อน ถูกไหมล่ะ?"
"ท้ายที่สุดแล้ว หากมองจากมุมมองของคุณ ตัวแปรก็คงมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น!"
หลินหยวนถูกฉินเกอพูดแทงใจดำ แต่กลับไม่โกรธแถมยังหัวเราะออกมา "ยอดเยี่ยมจริงๆ เรื่องแค่นี้แกแม่งยังเดาออก เปิดเนตรสวรรค์มาหรือไง?"
"ก่อนหน้านี้ที่ดึงแกมาเป็นพวกไม่ใช่ความจริงใจหรอก แต่ตอนนี้ฉันชื่นชมแกเข้าจริงๆ แล้ว!"
"ฉันจะยอมให้โอกาสแกอีกสักครั้ง จะยอมมีชีวิตอยู่เพื่อทำงานให้ฉัน หรือว่าจะตายไปพร้อมกับครอบครัวของหลินเชิน?"
"คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าจะสามารถจัดการผมได้?" ฉินเกอจงใจปรายตามองวังกู่แวบหนึ่ง เพื่อหยอกล้อหลินหยวน "ตอนนี้ไม่กลัวพวกเราวางยาพิษคุณแล้วหรือไง?"
"น่าเสียดายที่พวกแกไม่มีโอกาสแล้ว!" หลินหยวนชี้ไปที่เผยเจวี๋ย "รู้ไหมว่าเขาคือใคร?"
"รู้ไหมว่าทำไมตอนที่เขามายืนอยู่ฝั่งฉัน พี่ใหญ่ของฉันถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปเลย?"
"เคยได้ยินฉายากระบี่ไวเผยเจวี๋ย หนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำไหมล่ะ?"
"นั่นก็คือการกล่าวถึงเพลงกระบี่ของเขาที่ทั้งรวดเร็วและทรงพลัง ถึงขั้นสามารถใช้เพียงกระบี่เดียวก็ตัดกระแสน้ำในแม่น้ำให้ขาดสะบั้นได้!"
"ต่อหน้าเขา พวกแกยังคิดจะวางยาพิษฉันอีกงั้นเหรอ พวกแกไม่มีทางมีโอกาสนั้นหรอก!"
ฉินเกอเหลือบมองเผยเจวี๋ยแวบหนึ่ง ก่อนจะมองหลินหยวนด้วยสายตาเหยียดหยาม "เก่งกาจขนาดนี้ ทำไมไม่ไปรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำล่ะ แบบนั้นไม่ดีกว่ามาคลุกคลีอยู่กับคุณหรือไง?"
"มาๆๆ ขอผมดูหน่อยเถอะว่าคุณจะใช้หนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำยังไง!"
เขาสามารถประเมินได้จากปฏิกิริยาของพวกหลินเชินว่าหลินหยวนไม่ได้คุยโว เผยเจวี๋ยน่าจะมีของอยู่บ้างจริงๆ
แต่แล้วยังไงล่ะ คนที่เขาจะอัดก็คือยอดฝีมือนี่แหละ!
"ให้ฉันได้ขอรับคำชี้แนะวิชาหนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำของแกหน่อยเถอะ!"
ชายคนหนึ่งกระโจนพรวดออกมาตามสัญญาณจากหลินเชิน เขาชิงตัดหน้าฉินเกอไปเผชิญหน้ากับเผยเจวี๋ยก่อน
ส่วนสาเหตุที่หลินเชินทำเช่นนี้ ก็เป็นเพราะทนลูกสาวออดอ้อนไม่ไหว
หลินเหยาเองก็งานยุ่งเสียเหลือเกิน พอเห็นว่าสถานการณ์ฝั่งผู้เป็นพ่อไม่ค่อยสู้ดีก็เรียกให้ฉินเกอช่วย แต่พอเห็นว่าฉินเกอกำลังจะปะทะกับเผยเจวี๋ย เธอก็หันไปขอร้องให้ผู้เป็นพ่อช่วยอีก
"ติงเหมี่ยน?" เผยเจวี๋ยปรายตามองชายคนนั้นด้วยท่าทางหยิ่งยโส "แกไม่ใช่คู่มือของฉันหรอก!"
"แกพูดจาให้มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยได้ไหม?" ติงเหมี่ยนค่อยๆ ชักกระบี่ออกมา "ถ้าฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะชนะแกได้ นั่นก็คือการฆ่าแกแล้ว จะมาพูดบ้าอะไรว่า 'ขอรับคำชี้แนะ' กันล่ะ!"
"แต่ฉันก็ไม่เคยเชื่อเลยว่าแกจะเก่งกว่าฉัน!"
"แกอยากรนหาที่ตาย ฉันก็จะสงเคราะห์ให้!" กระบี่คมกริบของเผยเจวี๋ยถูกชักออกจากฝัก ร่างกายพุ่งทะยานราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง คมกระบี่แหวกอากาศพุ่งออกไป
ความเร็วของเผยเจวี๋ยพุ่งทะยานถึงขีดสุด เงาร่างที่หลงเหลือทิ้งไว้ซ้อนทับกันภายใต้แสงไฟ ลมหายใจของพวกหลินเหยาราวกับหยุดชะงักไปในชั่วขณะนั้น
ติงเหมี่ยนรีบตวัดกระบี่ขึ้นมาป้องกันตัว ชั่วพริบตาเดียวประกายกระบี่ก็สาดกระจาย ปกป้องรอบกายเขาเอาไว้อย่างมิดชิดไร้ช่องโหว่
ทว่า เขายังคงสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่ไม่อาจต้านทานได้แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ร่างกายราวกับตกลงไปในกระแสน้ำอันเย็นยะเยือกของแม่น้ำที่เชี่ยวกราก
"เป็นไปไม่ได้..."
รูม่านตาของติงเหมี่ยนหดเกร็งวูบ ความมั่นใจในส่วนลึกของดวงตาพังทลายลง ถูกแทนที่ด้วยความไม่ยินยอมและร่องรอยความหวาดกลัว
ความห่างชั้นมันมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
กระบี่คมกริบในมือของเขาแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษเหล็กพุ่งย้อนกลับมาหาตัวเองพร้อมกับสายลมอันดุดัน บาดลึกจนหนังเปิดเนื้อปริ
แรงกดดันจากกระบวนท่ากระบี่ของเผยเจวี๋ยราวกับน้ำตกที่ไหลทะลักลงมาจากหน้าผาสูงชันนับหมื่นจั้ง ไร้ซึ่งการผ่อนปรน ไร้ซึ่งช่องว่างให้หลบหลีก
ติงเหมี่ยนได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองแตกหักอย่างชัดเจน จากนั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสก็แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง กระทั่งเสียงร้องโหยหวนก็ยังเปล่งออกมาไม่ได้
เมื่อก้มหน้าลงมอง ก็พบว่าปลายกระบี่ได้แทงทะลุหน้าอกของเขาไปแล้ว พลังชีวิตกำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
นี่หรือคือหนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำ?
สมคำร่ำลือจริงๆ ตัวเขาเองห่างชั้นมากเกินไป!
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบสงัดดั่งป่าช้า
แม้เผยเจวี๋ยจะเป็นยอดฝีมือที่ตระกูลหลินเลี้ยงดูไว้ แต่ความจริงแล้วคนตระกูลหลินหลายคนเพิ่งเคยเห็นเขาลงมือเป็นครั้งแรก
ทั้งคนที่เข้าใจวิถียุทธ์และคนที่ไม่เข้าใจวิถียุทธ์ ล้วนแต่เงียบงันไปตามๆ กัน
บนใบหน้าของเผยเจวี๋ยไม่มีการแสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ เพียงแค่สะบัดข้อมือ ร่างของติงเหมี่ยนก็ฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ในพริบตา
ละอองเลือดที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออก
สีหน้าของหลินเชินเคร่งเครียดหนัก เดิมทีเขาคิดว่าต่อให้ติงเหมี่ยนจะสู้ไม่ได้แต่ก็คงพอจะต่อกรรับมือได้บ้าง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการถูกบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว!
หลินหยวนหัวเราะลั่นออกมา "ฉินเกอ หนึ่งกระบี่สะบั้นแม่น้ำนี้เป็นยังไงบ้าง?"
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเคยให้โอกาสแกไปแล้ว แต่แกไม่รู้จักถนอมมันเอาไว้เอง!"
สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม "เผยเจวี๋ย! ฆ่าฉินเกอกับวังกู่ก่อนเลย!"
ในใจของหลินหยวน พวกที่ใช้พิษล้วนแต่วิปริตกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคนระดับปรมาจารย์อย่างวังกู่ เขามักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าอีกฝ่ายสามารถวางยาพิษใส่เขาได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย จะไม่ให้หวาดระแวงก็คงไม่ได้
ปล่อยให้ตายไปเลยย่อมวางใจได้มากกว่า
"คุณพ่อ รีบช่วยเขาเร็วเข้า!" หลินเหยาจับมือผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้า
หลินเชินลอบถอนหายใจ ยายเด็กบ้าคนนี้กับฉินเกอนั่น ความสัมพันธ์คงจะไม่ธรรมดาซะแล้ว ไม่รู้เลยว่าพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว?
ตอนนั้นเขาไม่น่าหลงเชื่อลูกไม้ของยายเด็กนี่ ยอมปล่อยให้เธอไปเรียนที่ตงไห่คนเดียวเลย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ถึงขั้นโดนคนอื่นคาบไปกินแล้วยังไม่รู้เรื่องแบบนี้หรอก
ช่างเถอะ ช่วยให้เขารอดชีวิตไปก่อนก็แล้วกัน!
ใต้อาณัติของหลินเชินไม่มีใครเป็นคู่มือของเผยเจวี๋ยได้เลย ทำได้เพียงอาศัยจำนวนคนที่มากกว่าเข้าสู้
ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะตะลุมบอนกัน เขาก็สามารถสั่งให้คนคุ้มกันคุณพ่อ ภรรยาและลูกสาวถอยหนีไปก่อนได้
ในขณะที่เขาตัดสินใจและเตรียมจะออกคำสั่ง เผยเจวี๋ยก็ได้ลงมือกับฉินเกอแล้ว
กระบวนท่ากระบี่นั้นเหมือนกับตอนที่ลงมือกับติงเหมี่ยน รวดเร็วดุดัน พลังกดดันมหาศาล
สายตาของหลินเหยาเหม่อลอย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก จบเห่แล้ว!
คนอื่นๆ เองก็กลั้นหายใจ เวลานี้ไม่มีใครสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันอีกแล้ว ทำได้เพียงต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น!
แต่ถ้าต้องพึ่งพาแค่ตัวเอง ก็คงมีสิทธิ์ตายหยั่งเขียดสูงมาก
"เพียะ—"
เสียงตบหน้าดังฟังชัด ประกายกระบี่ทั้งหมดสลายหายไปในพริบตา
ฉินเกอยังคงท่าทีสงบเยือกเย็น ยืนกางขาเล็กน้อยอย่างผ่อนคลาย ส่วนเผยเจวี๋ยกลับยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ แววตาว่างเปล่า