- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 40 แม่ของหลินเหยา
บทที่ 40 แม่ของหลินเหยา
บทที่ 40 แม่ของหลินเหยา
"แค่นี้เองเหรอ?"
"นายเนี่ยเจ้าเล่ห์จริงๆ เลยนะ!"
"มิน่าล่ะ ตอนอยู่ที่ห้องทำงานของกัวเหวินโจวนายถึงได้เดินออกมาอย่างไม่ลังเล ฉันก็ว่าอยู่ว่านายจะยอมกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไปง่ายๆ ได้ยังไง!"
หลินเหยากะพริบตา นัยน์ตากลอกกลิ้งไปมา "วิชาแพทย์ของนายเก่งกาจขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?"
ทฤษฎีการแพทย์ของฉินเกอทำเอาแม้อวี๋เซี่ยงหมินและซุนซื่อเจิ้งยังต้องยอมรับนับถือ หลินเหยารู้สึกว่ามันไม่ค่อยสมจริงเอาเสียเลย แถมเธอยังไม่เคยเห็นฉินเกอแสดงฝีมือรักษาคนช่วยชีวิตใครมาก่อนด้วย
...
วันต่อมา พิธีเปิดงานฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีมหาวิทยาลัยตงไห่จัดขึ้นตามกำหนดการ
กัวเหวินโจวไม่ได้ปรากฏตัว คนที่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีแทนเขาคือรองอธิการบดีหวังเซิน
เนื่องจากเรื่องของโจวสิง เมื่อวานนี้คณะผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยตงต้าจึงจัดการประชุมด่วน แม้กัวเหวินโจวจะไม่ได้ถูกจับกุมตัวเหมือนโจวสิง แต่เขาก็ถูกสั่งพักงานเพื่อสอบสวนแล้ว
ผลการประชุมมีมติให้ยกเลิกบทลงโทษไล่ออกของนักศึกษาทั้งสามคน ได้แก่ ฉินเกอ หลิวหยาง และซ่งหย่วน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโจวสิง จะต้องรอการสืบสวนเพิ่มเติมก่อนจึงจะดำเนินการขั้นต่อไป
ไม่มีใครจากตระกูลเซี่ยและตระกูลเสิ่นมาร่วมงาน แขกหลายคนที่เดิมทีรับปากว่าจะมาก็ไม่ได้มาเช่นกัน
หลิวหยางกับซ่งหย่วนไม่ได้กลับบ้านหลังจากถูกไล่ออก และไม่ได้ไปร่วมพิธีเปิดงานฉลองครบรอบมหาวิทยาลัยด้วย เวลาแบบนี้ใครจะมีอารมณ์ไปกันล่ะ
ไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปน่ะเป็นเรื่องจริง แต่ความรู้สึกหดหู่ก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน
เพียรพยายามร่ำเรียนมานับสิบปี กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ไม่ง่ายเลย แต่สุดท้ายกลับต้องมาลงเอยแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะรับได้เลย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องที่บ้าน พวกเขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะอธิบายอย่างไรดี
จนกระทั่งใกล้เที่ยง พวกเขาถึงได้รับประกาศแจ้งยกเลิกบทลงโทษจากทางมหาวิทยาลัย ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจทำเอาพวกเขาสงบสติอารมณ์ไม่ได้อยู่นาน
"หลิวหยาง นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมจู่ๆ ถึงยกเลิกบทลงโทษได้ล่ะ?"
"ฉันก็อยู่กับนายมาตลอด นายยังไม่รู้ แล้วฉันจะไปรู้ได้ไง?"
"ไม่รู้ว่าบทลงโทษของฉินเกอถูกยกเลิกด้วยหรือเปล่านะ?"
"พูดถึงฉินเกอ ตอนนั้นเขาบอกไม่ให้พวกเราทำอะไรเลย พอมองย้อนกลับมาตอนนี้ ทำไมเหมือนเขารู้ล่วงหน้าว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้เลยล่ะ?"
"ที่บทลงโทษของพวกเราถูกยกเลิก คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉินเกอหรอกนะ?"
"เมื่อวานก็มีข่าวลือว่าคณบดีโจวสิงของพวกเราถูกจับ ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นเรื่องจริงแล้วแฮะ!"
"สมน้ำหน้า! หนอนบ่อนไส้แบบนั้นสมควรติดคุกหัวโตไปเลย!"
...
ภายในอพาร์ตเมนต์ของหลินเหยา ฉินเกอก็ได้รับประกาศแจ้งยกเลิกบทลงโทษเช่นกัน
เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ในเมื่อโจวสิงถูกจับแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
เขาแค่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ดูท่าเบื้องหลังคงหนีไม่พ้นการผลักดันจากตระกูลเสิ่น
"สาวสวยคนไหนส่งข้อความมาหาเหรอ ถึงได้ตั้งใจดูขนาดนั้น?"
หลินเหยาที่อยู่ข้างโต๊ะอาหารหยุดตะเกียบในมือ แล้วจ้องมองฉินเกอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"สาวสวยที่ไหนกันล่ะ!" ฉินเกอยื่นโทรศัพท์ให้หลินเหยาดู "มหาวิทยาลัยส่งประกาศมา บทลงโทษของผมถูกยกเลิกแล้ว แถมยังได้สถานะนักศึกษากลับคืนมาด้วย"
"เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?" หลินเหยาประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "แต่ก็ว่าไม่ได้นะ เรื่องนี้บานปลายไปไม่น้อยเลย ขนาดอธิการบดียังถูกสั่งพักงานเพื่อสอบสวน"
"ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยคงจะกดดันน่าดู"
หลินเหยาก้มหน้ากินข้าวต่อ "วันนี้งานฉลองมหาวิทยาลัย นายไม่คิดจะออกไปหน่อยเหรอ?"
"ร้อยปีมีครั้งเดียวนะ!"
ฉินเกอมองดูเวลา "จะเที่ยงอยู่แล้ว พิธีเปิดคงจบไปตั้งนานแล้วล่ะ!"
"ตอนนี้จะมีอะไรน่าไปดูอีกล่ะ อีกอย่างผมก็ไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย!"
"นายยังจะมีหน้ามาพูดอีกนะ!" จู่ๆ หน้าของหลินเหยาก็แดงซ่าน "ก็ไม่ใช่เพราะนายหรือไงที่เอาแต่รังแกฉันจนดึกดื่นป่านนั้น!"
"คุณพูดแบบนี้มันออกจะเหมือนพวกกินอิ่มแล้วก็ด่าแม่ครัวนะ! เมื่อคืนคุณไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าใครกันที่..."
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก—"
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูยูดังขึ้น
ฉินเกอหยุดพูด แล้วส่งสายตาเป็นเชิงถามไปทางหลินเหยา แต่เขาก็เห็นความสงสัยในแววตาของเธอเช่นกัน
"ใครคะ!"
หลินเหยาลุกขึ้นเดินไปที่ประตู เธอมองผ่านตาแมวออกไป พลันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ หัวใจเต้นโครมครามราวกับตีกลอง
"เป็นอะไรไป ใครมาเหรอ?"
ฉินเกอสังเกตเห็นความผิดปกติของหลินเหยา จึงลุกขึ้นตั้งใจจะเดินไปหาเธอ
เขาเพิ่งจะก้าวออกไปได้สองก้าว ก็เห็นหลินเหยาทำท่าจุ๊ปากบอกให้เงียบ จากนั้นก็ทำไม้ทำมือไม่หยุด ปากก็ขมุบขมิบพูดอะไรบางอย่างแบบไม่มีเสียง
ฉินเกอมองอยู่พักใหญ่ถึงพอจะเดาความหมายของหลินเหยาออก เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นแผ่นหลังของฉินเกอหายลับไป หลินเหยาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอตบหน้าอกตัวเองเบาๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วจึงเปิดประตูออก
"แม่ ทำไมแม่ถึงมาที่นี่ล่ะคะ?"
เธอจงใจตะโกนเสียงดัง เพื่อให้ฉินเกอที่อยู่ในห้องนอนได้ยิน
ฉินเกอได้ยินจริงๆ แถมยังได้ยินชัดแจ๋วด้วย เขาที่เพิ่งจะนั่งพิงหัวเตียงพร้อมกับสงสัยว่าหลินเหยาเป็นบ้าอะไร ถึงกับเกือบจะหงายหลังตกเตียง
เอาไงดีล่ะเนี่ย จะไปซ่อนที่ไหนดี?
ฉินเกอกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนอย่างรวดเร็ว เพื่อหาที่ซ่อนตัว
"ทำไมตั้งนานกว่าจะเปิดประตู?"
หญิงวัยกลางคนผู้สวมเสื้อผ้าหรูหราและดูภูมิฐานปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
หญิงคนนี้ก็คือ หานซิ่วอวิ๋น แม่ของหลินเหยา
หน้าประตูยังมีบอดี้การ์ดยืนอยู่อีกสองคน ดูท่าทางแล้วไม่ได้คิดจะเข้ามาในห้อง
หานซิ่วอวิ๋นก้าวเท้าเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองไปทั่วอพาร์ตเมนต์ราวกับไฟสปอร์ตไลต์ "เมื่อกี้แม่เหมือนจะได้ยินเสียงคนพูดคุยกันนะ?"
"มีคนซะที่ไหนล่ะคะ! น่าจะเป็นเสียงจากคลิปวิดีโอมากกว่ามั้ง!" หลินเหยานึกดีใจอยู่ลึกๆ ที่เมื่อกี้ไม่ได้คุยกับฉินเกอเสียงดังนัก
"แม่คะ ทำไมจู่ๆ ถึงมาล่ะคะ ไม่เห็นบอกหนูล่วงหน้าก่อนเลย!"
"พอดีแม่มาคุยงานที่ตงไห่น่ะ คิดว่าลูกน่าจะปิดเทอมแล้ว ก็เลยแวะมาดู ถ้าเป็นไปได้เราจะได้กลับบ้านด้วยกันเลย" หานซิ่วอวิ๋นสูดจมูก "เมื่อกี้ลูกกำลังกินข้าวอยู่เหรอ?"
เธอเดินไปที่โต๊ะอาหาร พอเห็นกล่องอาหารเดลิเวอรีบนโต๊ะก็ขมวดคิ้ว "ลูกกินของพวกนี้เนี่ยนะ?"
"มันก็ดีนี่คะ อร่อยดีออก!" หลินเหยายิ้มออดอ้อน พลางเดินเข้าไปควงแขนผู้เป็นแม่
"แม่คะ หนูมาเรียนนะคะ ไม่ได้มาพักร้อน อาหารเดลิเวอรีพวกนี้ก็อร่อยกว่าข้าวในโรงอาหารตั้งเยอะแล้ว!"
หานซิ่วอวิ๋นถอนหายใจเบาๆ "แม่บอกตั้งนานแล้วว่าจะซื้อบ้านที่ตงไห่ให้สักหลัง แล้วจ้างแม่บ้านให้ ยัยเด็กดื้อเอ๊ย ไม่รู้จะดันทุรังไปเพื่ออะไร!"
"นี่มันใช่ปัญหาเรื่องอร่อยหรือไม่อร่อยที่ไหนกันล่ะ อาหารเดลิเวอรีเดี๋ยวนี้แย่จะตาย ลูกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของที่กินเข้าไปเขาใส่อะไรลงไปบ้าง!"
สายตาของเธอเพิ่งจะละไปจากโต๊ะอาหาร สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลง "ทำไมถึงมีสองที่ล่ะ?"
"มีเพื่อนมาหาเหรอ?!"
หานซิ่วอวิ๋นกวาดสายตามองสำรวจภายในห้องอีกครั้ง ก่อนจะหยุดลงที่ฝั่งห้องนอน และตั้งท่าจะเดินไป
"มีเพื่อนที่ไหนกันล่ะคะ!" หลินเหยาใจกระตุกวาบ รีบดึงตัวแม่เอาไว้ "แม่พูดถูกแล้วล่ะค่ะ อาหารเดลิเวอรีเนี่ยได้ของที่ไม่สะอาดมาง่ายจริงๆ!"
"เมื่อกี้หนูกินอาหารกล่องแรกไปก็ดันเจอแมลงสาบ เลยต้องสั่งมาใหม่ไงคะ!"
เธอดูเหมือนจะสงบนิ่งและพูดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงแล้วหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกคอหอยอยู่แล้ว
"อย่างนั้นเหรอ?" หานซิ่วอวิ๋นจ้องจับผิดลูกสาว "แล้วลูกจะทำท่าทางลุกลี้ลุกลนดึงแม่ไว้ทำไมกัน?"
"หรือว่าในห้องนอนจะมีคนอยู่?"
จู่ๆ เธอก็สะดุ้งตกใจกับความคิดของตัวเอง "ยัยเด็กบ้า! นี่ลูกคงไม่ได้แอบมีแฟนแล้วหรอกนะ?"