- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 39 แผนการของเสิ่นถิงจือและฉินเกอ
บทที่ 39 แผนการของเสิ่นถิงจือและฉินเกอ
บทที่ 39 แผนการของเสิ่นถิงจือและฉินเกอ
"คุณหมายความว่าคุณใช้กำลังของตัวเองพังประตูเหล็กดัดที่หนาขนาดนี้ แล้วยังล้มพวกมันทั้งห้าคนได้ด้วยตัวคนเดียวเหรอ?"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของถังอี๋โหรว คนจากสถานีตำรวจก็เชื่อในที่สุดว่าฉินเกอไม่ใช่คนร้าย
พวกเขาลดปืนลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ฉินเกออย่างแปลกประหลาด
คนของสถานีตำรวจล้วนได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ แต่พวกเขากลับคิดในใจว่าไม่มีใครเลยที่สามารถรับมือกับคนร้ายห้าคนได้ด้วยตัวคนเดียว
แค่ประตูเหล็กดัดบานนั้นพวกเขาก็จนปัญญาแล้ว หากจะพังเข้าไปก็คงต้องใช้เวลาพักใหญ่
แล้วฉินเกอต้องมีพละกำลังมหาศาลขนาดไหนกัน ถึงขั้นถีบประตูทั้งบานจนพังทลายแถมยังบิดเบี้ยวได้ขนาดนี้!
"ขอโทษทีนะคะ ฉันขอรับโทรศัพท์ก่อน" ตอนที่ถังอี๋โหรวออกมาจากห้องนอน แล้วเห็นคนจากสถานีตำรวจเอาปืนจ่อฉินเกอ เธอก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
จากนั้นเธอก็เริ่มอธิบายแทนฉินเกอ ระหว่างนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นระยะ แต่เธอยังไม่มีโอกาสได้รับสาย
"พี่คะ ทำไมโทรมาตั้งหลายสาย มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?"
ถังอี๋โหรวไม่รู้ว่าถังอวี่โหรวพี่สาวของเธอรู้เรื่องที่มีคนคิดจะทำร้ายเธอแล้ว เธอจึงพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
เรื่องก็ผ่านไปแล้ว แถมเธอก็ไม่ได้เป็นอะไร ไม่มีความจำเป็นต้องให้พี่สาวมาพลอยเป็นห่วง
"อี๋โหรว! เธอ...เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
"ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?"
ถังอวี่โหรวเสียงสะอื้น ทั้งตกใจและดีใจ
ถังอี๋โหรวชะงักไปครู่หนึ่ง "พี่คะ พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันมีเรื่อง?"
"อ้อ ไม่ใช่ๆ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อกี้แค่มีคน..."
"งั้นพวกเราไปได้แล้วใช่ไหม?" ฉินเกอกับหลินเหยาให้ปากคำเสร็จแล้ว จึงไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อ
"ได้แล้วครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่บันทึกปากคำยื่นสมุดให้ฉินเกอ "รบกวนคุณเซ็นชื่อตรงนี้ แล้วก็ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้พวกเราด้วยนะครับ"
"ส่วนคนร้ายห้าคนนี้พวกเราจะพากลับไปสืบสวนที่สถานีตำรวจ ถ้าถึงตอนนั้นมีอะไรให้ช่วย คงต้องรบกวนคุณฉินให้ความร่วมมือด้วยนะครับ!"
เมื่อกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง พอประตูเพิ่งจะปิดลง หลินเหยาก็จับแขนฉินเกอไพล่หลัง แล้วกดเขาติดกำแพง "ไอ้ผู้ชายเฮงซวย บนตัวนายมีความลับปิดบังฉันอยู่อีกเท่าไหร่กันแน่?"
"จะมีความลับอะไรอีกล่ะ!" ฉินเกอยืนนิ่งๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี "บนตัวผมยังมีตรงไหนที่คุณยังไม่ได้สำรวจอีกเหรอ?"
"กะล่อน!" หลินเหยาเพิ่มแรงบีบที่มือ "นายสู้เก่งนักไม่ใช่เหรอ?"
"หนึ่งต่อห้าเลยนี่?"
"กังฟูเก่งซะจนไม่กลัวแม้แต่มีดปังตอเลยใช่ไหม?"
"นอกจากไปเรียน นายก็ยุ่งอยู่กับการหาเงิน ทุกวันนี้นอนยังไม่พอด้วยซ้ำ แล้วเอาเวลาที่ไหนไปเรียนกังฟู?"
"โอ๊ยๆ เจ็บๆๆ!" ฉินเกอแกล้งทำเป็นน่าสงสาร อาศัยจังหวะที่หลินเหยาใจอ่อนและผ่อนแรงลงเล็กน้อย ถอยเท้าขวาไปด้านหลังอย่างรวดเร็วเพื่อยันขาขวาของเธอไว้
ในเวลาเดียวกัน ฉินเกอก็ขยับไหล่เพื่อดึงแขนขวาที่ถูกกดเอาไว้ จากนั้นก็รั้งเข้าแล้วปล่อยออก หมุนตัวตามน้ำ ส่วนขาขวาก็ออกแรงเช่นกัน
"ว้าย—"
หลินเหยายังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ล้มลงไปอยู่ในอ้อมกอดของฉินเกอแล้ว
"ก็บอกแล้วไงว่าผมเติบโตมาในภูเขาตั้งแต่เด็ก กระดูกกระเดี้ยวจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไปหน่อยก็สมเหตุสมผลแล้วนี่!"
"เห็นผมผอมแบบนี้ แต่เด็กๆ ผมกินของป่าเป็นขนมกินเล่นเลยนะ กระดูกผมมีแต่กล้ามเนื้อทั้งนั้น!"
"ร่างกายผมแข็งแรงแค่ไหน คนอื่นไม่รู้ แต่คุณยังไม่รู้อีกเหรอ?"
ฉินเกออุ้มหลินเหยาขึ้นมา แล้วเดินตรงไปที่ห้องนอน "แต่เอาเข้าจริง ตอนผมอยู่บนเขา ผมเคยเรียนกังฟูจากคนแก่ที่พอมีฝีมืออยู่บ้างน่ะ"
"ทำไมฉันถึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยนะ? หมู่บ้านนายเป็นแหล่งรวมยอดฝีมือที่เร้นกายหรือไง ถึงได้มีทั้งคนรู้เรื่องวิชาแพทย์แล้วก็วิทยายุทธ์ด้วย?"
"วิชาแพทย์กับวิทยายุทธ์มันของคู่กัน คนเรียนหมอจะพอรู้วิทยายุทธ์บ้างก็สมเหตุสมผลดีออก!"
"ถุย! กลางวันแสกๆ คิดจะทำอะไรอีก?"
"อยากทำ!"
"..."
หลังจากเสร็จกิจ ฉินเกอก็โทรกลับหาเสิ่นถิงจือ
"เรื่องจบลงแล้วนะ โจวสิงสารภาพหมดเปลือกแล้ว"
"ด้วยเรื่องที่เขาทำเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้ออกมาอีกเลย"
"เสียดายก็แต่กัวเหวินโจวที่เอาตัวรอดไปได้ ไอ้จิ้งจอกเฒ่าเอ๊ย!"
"ตอนที่โจวสิงไปพบถังอวี่โหรว กัวเหวินโจวคงจะจับสังเกตถึงความผิดปกติได้ เขาถึงได้ชิงแจ้งเบาะแสเรื่องโจวสิงกับทางสถานีตำรวจปราบปรามการทุจริตไปก่อน"
"ตอนนี้เขาปัดสวะพ้นตัวไปได้สะอาดหมดจด ชั่วคราวนี้คงเอาผิดเขาไม่ได้จริงๆ!"
เสิ่นถิงจือเข้าเรื่องทันที พูดเพียงไม่กี่คำก็อธิบายผลลัพธ์ของเรื่องราวได้ชัดเจน ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเขารู้สึกเสียดายไม่น้อย
"พูดไปแล้ว โจวสิงนี่มันเสียสติไปแล้วจริงๆ ฝั่งหนึ่งก็ข่มขู่บีบบังคับถังอวี่โหรว ส่วนอีกฝั่งก็ส่งคนไปจัดการน้องสาวของเธอ"
"ถ้าไม่ได้คนดีมีน้ำใจยื่นมือเข้ามาช่วยเอาไว้พอดีล่ะก็ คงได้เกิดเรื่องสลดขึ้นแน่!"
"ถึงตอนนี้โจวสิงจะถูกจับ และไม่มีวันได้ออกมาอีกแล้วตลอดชีวิต แต่ก็รับประกันไม่ได้ว่าข้างนอกจะยังมีคนยอมถวายหัวให้เขาอยู่อีกหรือเปล่า"
"นายก็ระวังตัวหน่อยนะ"
เสิ่นถิงจือกำชับอย่างจริงจัง
"ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว รบกวนพี่เขยแล้วล่ะครับ ผมจะระวังตัว พี่ไม่ต้องห่วงนะ" ฉินเกอรู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ
"เดี๋ยวนะ พี่เขยเพิ่งบอกว่าคนที่ให้ความร่วมมือกับพวกเราในการวางแผนจัดการโจวสิงชื่อ ถังอวี่โหรว ใช่ไหมครับ?"
"บังเอิญจัง เมื่อกี้ผมก็เพิ่งช่วยผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ แซ่ถังเหมือนกัน เธอคงไม่ได้เป็นน้องสาวของถังอวี่โหรวหรอกนะ?"
"นายเป็นคนช่วยไว้เหรอ?!" เสิ่นถิงจือที่อยู่ปลายสายประหลาดใจมาก "น่าสนใจ แบบนี้มันเหมือนฟ้าลิขิตเลยนะ!"
"ฉันก็ว่าอยู่ว่าใครจะเก่งกาจขนาดรับมือแบบหนึ่งต่อห้าได้ ที่แท้ก็น้องเขยฉันนี่เอง!"
"เอาล่ะ คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องพูดเกรงใจอะไรกันให้มากความหรอก ไว้เจอกันค่อยคุยก็แล้วกัน"
ฉินเกอวางสายไป ก็พบว่าหลินเหยากำลังจ้องเขม็งมาที่เขา "อธิบายมา!"
ฉินเกอแกล้งโง่ "อธิบายอะไร?"
หลินเหยาบีบคอเขา "อย่าคิดจะมาเนียนเปลี่ยนเรื่องนะ ฉันได้ยินหมดแล้ว!"
"อะไรคือวางแผนจัดการโจวสิง แล้วใครเป็นน้องสาวของใคร?"
"แล้วก็นะ นายไม่มีญาติพี่น้องที่ตงไห่เลยนี่ แล้วโผล่พี่เขยมาจากไหน?"
"บอกแล้วๆ บอกแล้วจ้า ยอมแล้ว!" ฉินเกอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมและเรือนร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอด จึงเรียบเรียงความคิดอยู่ครู่หนึ่ง "คือเสิ่นถิงจือจากตระกูลเสิ่นน่ะ ผมเคยรักษาภรรยาของเขา"
ฉินเกอเล่าเรื่องที่ไปรักษาคนที่บ้านตระกูลเสิ่น การตกลงเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับซูหว่าน ไปจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้หลินเหยาฟังอย่างละเอียดตามความจริง
วันนั้น หลังจากที่เสิ่นถิงจือและซูหว่านรู้เรื่องที่ฉินเกอถูกไล่ออก ก็ตัดสินใจจะช่วยระบายแค้นให้
เสิ่นถิงจือใช้เครือข่ายเส้นสายของตระกูลเสิ่น ให้คนไปลอบรวบรวมหลักฐานการทำผิดของโจวสิงและกัวเหวินโจว
ไม่นานก็ได้หลักฐานเรื่องชั่วๆ ที่โจวสิงเคยทำไว้มากมาย แต่สำหรับกัวเหวินโจวกลับไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกัวเหวินโจวซ่อนตัวได้เนียนเกินไป หรือเขาไม่เคยทำเรื่องล้ำเส้นกันแน่
หลังจากนั้นเสิ่นถิงจือก็ติดต่อฉินเกอ ด้วยหลักฐานที่อยู่ในมือ เขาจะทำให้โจวสิงติดคุกหัวโตเมื่อไหร่ก็ได้
แต่หลังจากที่ทั้งสองคนปรึกษากันแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะใช้โจวสิงเป็นตัวล่อ เพื่อดูว่าจะทำให้จิ้งจอกเฒ่าอย่างกัวเหวินโจวเผยหางออกมาได้ไหม
ดังนั้นเสิ่นถิงจือจึงใช้เส้นสายของตระกูลเสิ่นไปหาถังอวี่โหรว และให้เธอส่งหลักฐานการทำผิดของโจวสิงไปให้กัวเหวินโจว
ตราบใดที่กัวเหวินโจวไม่จัดการตามกระบวนการ แต่เลือกที่จะปกป้องโจวสิง เขาก็จะจบเห่ทันที!
และหากกัวเหวินโจวมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เสิ่นถิงจือก็จะส่งคนไปสืบสาวราวเรื่องต่อได้ ถ้าสืบเจออะไรเข้า กัวเหวินโจวก็ต้องจบเห่เช่นกัน
เดิมทีทุกอย่างก็ดำเนินไปตามแผน ใครจะไปคิดว่ากัวเหวินโจวจะไหวตัวทันแล้วชิงโดดหนีไปก่อน!
และยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่คาดคิดซึ่งเสิ่นถิงจือและฉินเกอไม่ได้คาดการเอาไว้ นั่นก็คือถังอี๋โหรว
โชคดีที่สวรรค์มีตา บังเอิญให้ฉินเกอไปเจอเข้าพอดี!