- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 32 อาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเหยา
บทที่ 32 อาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเหยา
บทที่ 32 อาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเหยา
"เสี่ยวกัวเอ๊ย ฉันอายุมากแล้ว ตามอุดมการณ์การสอนของพวกคุณไม่ทันหรอก ตั้งแต่เทอมหน้าเป็นต้นไปฉันจะไม่สอนแล้วนะ"
"คุณไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมฉันหรอก พวกคุณมีอุดมการณ์ของตัวเอง มีมาตรฐานการทำงานของตัวเอง การตัดสินใจบางอย่างฉันก็ไม่เข้าใจ และไม่มีทางเห็นด้วยได้"
"แค่นี้แหละ!"
พอได้ยินเสียงสัญญาณสายไม่ว่างจากในโทรศัพท์ กัวเหวินโจวก็ถึงกับสับสนว้าวุ่น
นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย รั่วไปหมดทุกทิศทุกทาง คนรอบข้างพากันตีจากหมดเลยเหรอ?
ตอนแรกกัวเหวินโจวต้องบากหน้าไปหาถึงที่บ้านตั้งหลายครั้ง กว่าจะเชิญซุนซื่อเจิ้งมาสอนที่มหาวิทยาลัยตงไห่ได้
ที่กัวเหวินโจวให้ความสำคัญกับซุนซื่อเจิ้งขนาดนี้ นอกจากวิชาแพทย์ของซุนซื่อเจิ้งแล้ว ก็เป็นเพราะชื่อเสียงของเขาด้วย!
ถึงขั้นพูดได้เลยว่า ที่กัวเหวินโจวเข้าหาตั้งแต่แรกก็เพราะเล็งเห็นถึงชื่อเสียงของซุนซื่อเจิ้ง ฉายาแพทย์เทวดาระดับประเทศนั้นมีค่ามากเหลือเกิน!
การมีซุนซื่อเจิ้งอยู่ สามารถทำให้ชื่อเสียงของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยตงไห่โด่งดังขึ้นไปอีกขั้น และดึงดูดนักศึกษาให้มาสมัครเรียนได้มากขึ้น
ซุนซื่อเจิ้งเลยวัยเกษียณมาตั้งนานแล้ว ตามหลักแล้วการที่เขาขอลาออกก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่กัวเหวินโจวกลับรู้สึกว่าการที่ซุนซื่อเจิ้งยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในเวลานี้มันบังเอิญเกินไปหน่อย แถมตอนที่ฟังคำพูดของซุนซื่อเจิ้งเมื่อกี้ ก็เห็นได้ชัดว่าแฝงไปด้วยความไม่พอใจ
กัวเหวินโจวอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน
ภายในลานบ้านเล็กๆ ที่ดูไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งในบริเวณมหาวิทยาลัยตงไห่
"ลาออกจริงๆ เหรอ?"
"ฉันบอกเลยนะเหล่าซุน นายอายุตั้งป่านนี้แล้ว ทำไมถึงยังอารมณ์ร้อนอยู่อีก?"
ชายชราคนหนึ่งที่ดูมีอายุมากกว่าซุนซื่อเจิ้งเล็กน้อยกำลังถือใบสั่งยาไว้ในมือและจ้องมองอย่างตั้งใจ ตอนที่พูดก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลย
ชายชราคนนี้ก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเหยา อวี๋เซี่ยงหมิน
"เดิมทีฉันก็ไม่อยากทำอยู่แล้ว อาศัยจังหวะที่กำลังโมโหนี่แหละ เลิกทำมันซะเลย!" ซุนซื่อเจิ้งนั่งลงข้างๆ อวี๋เซี่ยงหมิน "นายดูมาตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว มองเห็นความพิเศษอะไรบ้างหรือเปล่า?"
อวี๋เซี่ยงหมินเพิ่งจะละสายตาจากใบสั่งยา "พูดตามตรงนะ ฉันยังมองความล้ำลึกของใบสั่งยานี้ไม่ออกเลย"
"ดูเหมือนจะเป็นยาบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับผู้หญิง การใช้ยากล้าหาญมาก มีทั้งตัวยาที่เสริมฤทธิ์กัน และมีทั้งตัวยาที่หักล้างกัน"
"เหล่าซุน นายไม่ได้กำลังหลอกฉันอยู่ใช่ไหม นี่เป็นใบสั่งยาที่นักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยตงไห่เขียนขึ้นมาจริงๆ เหรอ?"
ใบสั่งยาในมือของเขาก็คือใบสั่งยาที่ฉินเกอทิ้งไว้ตอนไปจัดยาที่ชิงเฟิงถังในวันนั้นนั่นเอง
หลังจากรักษาเซี่ยซือหยวนเสร็จในวันนั้น ซุนซื่อเจิ้งก็เอาแต่ศึกษาใบสั่งยานี้มาโดยตลอด
ซุนเมี่ยวเมี่ยวยังเคยลองกินยาที่ต้มจากใบสั่งยานี้ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้มันดีอย่างน่าประหลาดใจ จนทำเอาซุนซื่อเจิ้งถึงกับตกใจ
หลังจากเซี่ยซือหยวนออกจากโรงพยาบาล เซี่ยเหยียนซีก็ไปที่ชิงเฟิงถังมาแล้ว โดยตั้งใจไปขอบคุณซุนซื่อเจิ้งโดยเฉพาะ
ซุนซื่อเจิ้งก็ได้รู้จากปากของเซี่ยเหยียนซีว่า คนที่ทิ้งใบสั่งยาและช่วยชีวิตเซี่ยซือหยวนไว้ชื่อฉินเกอ เป็นนักศึกษาปีหนึ่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยตงไห่
"หลอกตาแก่แบบนายแล้วฉันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?"
"ใบสั่งยานี้มาจากฝีมือของฉินเกอ ฉินเกอคนที่เพิ่งจะถูกตงต้าไล่ออกนั่นแหละ!"
"ตอนนี้นายรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงได้โมโหขนาดนี้?"
ที่จริงที่ซุนซื่อเจิ้งโมโหไม่ใช่เพราะเขาเชื่อใจฉินเกอ ถ้าไม่นับตอนสอนในห้องเรียน เขากับฉินเกอก็เพิ่งเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิสัยใจคอของฉินเกอเป็นยังไง เรื่องที่โกงข้อสอบจริงหรือไม่เขาก็ไม่แน่ใจ
แต่ดันมีข่าวลือบอกว่าคนที่ช่วยชีวิตเซี่ยซือหยวนคือนักศึกษาที่ชื่อจูหยางเหอ นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว
ข่าวลือแพร่สะพัดมาตั้งนานขนาดนี้ ฉินเกอที่เป็นคนช่วยชีวิตเซี่ยซือหยวนตัวจริงกลับไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ เห็นได้ชัดว่าฉินเกอไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงในชื่อเสียงจอมปลอม
คนที่ไม่สนแม้กระทั่งเรื่องพวกนี้ จะมีเป้าหมายในการโกงข้อสอบไปเพื่ออะไร?
ซุนซื่อเจิ้งรู้สึกว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะต้องมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน!
ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาอยากจะเจอหน้าฉินเกอสักครั้ง แต่ตอนนี้ฉินเกอถูกไล่ออกไปแล้ว เขาจะไปตามหาฉินเกอได้ที่ไหนล่ะ?
"อาจารย์!"
"ศาสตราจารย์ซุนก็อยู่ด้วยเหรอคะ!"
ขณะที่ซุนซื่อเจิ้งและอวี๋เซี่ยงหมินกำลังเตรียมจะปรึกษาเรื่องใบสั่งยากันต่อ หลินเหยาก็โผล่มาอย่างกะทันหัน แถมยังพาฉินเกอมาด้วย
"เสี่ยวฉิน?!" ซุนซื่อเจิ้งจำฉินเกอได้ในแวบแรก เขาแทบจะเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้
หลินเหยาชะงักไปเล็กน้อย สลับสายตามองไปมาระหว่างฉินเกอกับซุนซื่อเจิ้ง "พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอคะ?"
นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ของตงต้าหลายคนล้วนเคยเรียนกับซุนซื่อเจิ้ง การที่ฉินเกอรู้จักซุนซื่อเจิ้งนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ซุนซื่อเจิ้งรู้จักฉินเกอนี่สิถึงจะดูแปลกนิดหน่อย
"ตอนที่ไปซื้อยาให้เธอคราวที่แล้ว เคยเจอกันที่ชิงเฟิงถังครั้งหนึ่งน่ะ" ฉินเกออธิบายสั้นๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้ซุนซื่อเจิ้ง "สวัสดีครับศาสตราจารย์ซุน ได้เจอกันอีกแล้วนะครับ"
"ดี ดี! เธอยังไม่ออกจากมหาวิทยาลัยไป ดีจริงๆ!" ซุนซื่อเจิ้งดีใจมาก "เหล่าอวี๋ เขาคือฉินเกอ!"
"หืม?" อวี๋เซี่ยงหมินประหลาดใจมาก นี่มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหม!
เพิ่งจะคุยเรื่องฉินเกอกับซุนซื่อเจิ้งไปหมาดๆ หลินเหยาก็พาฉินเกอมาพอดี นึกถึงปุ๊บก็มาปั๊บเลยจริงๆ
"ฉันขี้เกียจจะด่าแกแล้ว มาแก้ปัญหากันก่อนเถอะ!"
"ถ้าคนที่ช่วยชีวิตเซี่ยซือหยวนเป็นหนึ่งในสามคนอย่างพวกฉินเกอจริงๆ แกคิดว่าจะเป็นใคร?"
หลังจากที่โจวสิงมาถึง กัวเหวินโจวก็ด่ากราดใส่หน้าเขาไปอีกยกหนึ่ง จนตอนนี้ด่าไม่ไหวแล้วจริงๆ
"เกรงว่าคงจะเป็นฉินเกอเท่านั้นแหละครับ" เพราะเรื่องของจูหยางเหอ โจวสิงจึงพอจะรู้ข้อมูลของฉินเกออยู่บ้าง
ตั้งแต่ฉินเกอเข้าเรียนมา ผลการเรียนของเขาก็เป็นอันดับหนึ่งของสาขามาโดยตลอด แถมยังเป็นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่างที่สองอย่างไม่เห็นฝุ่น
แม้จะไม่อยากยอมรับนัก แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า ถ้าพูดถึงคนที่มีความสามารถในการช่วยชีวิตคน ก็มีแค่ฉินเกอเท่านั้น
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ต่อให้ผลการเรียนดีแค่ไหนก็เป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง วิชาแพทย์ที่เรียนมาก็เป็นแค่หางอึ่ง แล้วจะไปช่วยชีวิตคนได้ยังไง?
แถมยังเป็นการช่วยต่อหน้ายอดแพทย์ระดับประเทศอย่างซุนซื่อเจิ้งอีก มันช่างแปลกประหลาดจริงๆ!
"เป็นเขาเหรอ?" กัวเหวินโจวเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว
ถ้าเป็นหลิวหยางหรือซ่งหย่วนก็คงจัดการง่ายหน่อย แค่ยกเลิกบทลงโทษไล่ออก แล้วหาเหตุผลมากลบเกลื่อนก็สิ้นเรื่อง
แต่ฉินเกอมันไม่เหมือนกัน ไอ้สารเลวโจวสิงตอนที่ไล่ฉินเกอออกดันไปประกาศให้รู้กันทั่วทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว!
โจวสิงหยั่งเชิงถาม "ท่านอธิการบดีครับ ท่านตั้งใจจะทำยังไงต่อไปครับ?"
"คงไม่ได้คิดจะยกเลิกบทลงโทษของพวกเขากระมังครับ?"
กัวเหวินโจวถามกลับ "แล้วแกมีวิธีที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ?"
"การไล่พวกเขาออกมันมีปัญหาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดา พวกเราก็คงพอจะปิดข่าวไว้ได้"
"แต่ตอนนี้มันลากตระกูลเซี่ยเข้ามาเอี่ยวแล้ว ด้วยเส้นสายของตระกูลเซี่ย ถ้าพวกเขาจะช่วยฉินเกอ แกคิดว่าจะปิดข่าวไหวเหรอ?"
"ถ้าฉินเกอเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเซี่ยซือหยวนจริงๆ แกคิดว่าตระกูลเซี่ยมีโอกาสจะนิ่งดูดายอยู่กี่เปอร์เซ็นต์?"
"ตอนนี้กลับตัวก็ยังทัน!"
"นี่มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!"
"ไอ้เด็กกัวเหวินโจวนั่นก็อายุไม่น้อยแล้ว ทำไมถึงได้ทำเรื่องเหลวไหลแบบนี้ได้!"
"มีปัญหาไม่แก้ แต่ดันไปแก้คนที่ตั้งคำถามแทน ทำไปได้นะพวกนี้!"
อวี๋เซี่ยงหมินตบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว หลังจากที่ได้ฟังหลินเหยาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของกัวเหวินโจวเมื่อวานจบ
"ขืนปล่อยให้พวกนี้ทำแบบนี้ต่อไป ป้ายชื่อมหาวิทยาลัยเก่าแก่ร้อยปีอย่างมหาวิทยาลัยตงไห่ได้ถูกทุบทิ้งแน่!" ซุนซื่อเจิ้งเองก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมากเช่นกัน
ฉินเกอมองหลินเหยาอย่างลึกซึ้ง ตอนนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจจุดประสงค์ที่หลินเหยาพาเขามาที่นี่
ก่อนออกจากบ้านเขาได้รับข้อความจากหลิวหยาง ทำให้รู้เรื่องที่หลิวหยางกับซ่งหย่วนถูกไล่ออก เขากับหลินเหยาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นัก
จากนั้นหลินเหยาก็บอกว่าจะพาฉินเกอไปที่แห่งหนึ่ง แล้วก็มายังลานบ้านเล็กๆ ที่อวี๋เซี่ยงหมินอยู่
ที่แท้หลินเหยาก็อยากจะให้อวี๋เซี่ยงหมินช่วยทวงความยุติธรรมให้กับตัวเขา หลิวหยาง และคนอื่นๆ นี่เอง!