เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต

บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต

บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต


"ไร้สาระสิ้นดี!"

"นักศึกษาอย่างคุณ เพิ่งจะลงไม้ลงมือทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นจนถูกลงโทษไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่คุณไม่เพียงจะไม่รู้จักสำนึกผิด กลับหันไปทุจริตในการสอบปลายภาคอีก!"

"ยังจะมีหน้ามาโวยวายถึงที่ทำงานอธิการบดีอีกงั้นเหรอ?"

"มหาวิทยาลัยตงต้าเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงมานับร้อยปี จะทนให้มีนักศึกษาที่มีความประพฤติเสื่อมเสียแบบนี้อยู่ได้ยังไง ผมไล่คุณออกมันผิดตรงไหน?"

หลังจากโจวสิงเข้าใจจุดประสงค์ในการมาของพวกฉินเกอ เขาก็ชี้หน้าต่อว่าฉินเกอด้วยสีหน้าโกรธจัดทันที

จากนั้นเขาก็หันเป้าหมายไปทางหลินเหยา "ยังมีคุณอีกนะ อาจารย์หลิน!"

"คุณบอกผมมาสิ หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาคืออะไร?"

"อาจารย์ที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนการเรียนของนักศึกษา ดูแลการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา ไม่ใช่ให้คุณมาทำเรื่องไร้สาระเป็นเพื่อนนักศึกษาแบบนี้!"

ฉินเกอหัวเราะเบาๆ "คณบดีโจว คุณพูดจาฉะฉาน กัดไม่ปล่อยว่าผมทุจริตการสอบ ขอถามหน่อยเถอะว่าคุณมีหลักฐานอะไรบ้างไหม?"

"ผมพกโพยเข้าไป หรือว่าส่งกระดาษโน้ตให้คนอื่นตอนสอบล่ะ?"

"คุณมั่นใจขนาดนี้ คงจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องสอบมาแล้วสินะ?"

"ยังต้องใช้หลักฐานอีกเหรอ?" โจวสิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วถามกลับ "สอบได้คะแนนเต็มทั้งเก้าวิชา คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น!"

"ยิ่งเป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างคุณด้วยแล้ว!"

"นี่คุณคงอยากจะบอกว่า เรื่องที่คุณทำร้ายจูหยางเหอเพื่อนร่วมห้อง จนทางคณะต้องลงโทษภาคทัณฑ์คุณก็เป็นการปรักปรำคุณด้วยสินะ?"

ฉินเกอแสร้งทำสีหน้าเหมือนเพิ่งตระหนักรู้ได้อย่างเกินจริง "ที่แท้คุณก็ไม่มีหลักฐานอะไรเลยนี่เอง!"

"การไล่นักศึกษาออกทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยเนี่ยนะ นี่คือสิ่งที่คณบดีคนหนึ่งทำได้งั้นเหรอ?"

"ไม่สิ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่คนเขาทำกันงั้นเหรอ?"

พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็มั่นใจได้แล้วว่าโจวสิงกำลังพุ่งเป้าเล่นงานเขาอยู่

เขากับโจวสิงไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกัน แล้วทำไมโจวสิงถึงต้องมาจ้องเล่นงานเขาด้วย?

คำตอบมีเพียงข้อเดียว นั่นก็เพราะจูหยางเหอ!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉินเกอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าโจวสิงอีกต่อไป

"นักศึกษาคนนี้ ระวังคำพูดของคุณด้วย!"

กัวเหวินโจวทำหน้าขรึม "คณบดีโจวไม่เพียงแต่จะเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นครูบาอาจารย์ของคุณ คุณพูดจาแบบนี้กับเขาได้ยังไง?"

ฉินเกอยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ก็ได้ครับ ผมยอมรับว่าผมทุจริต!"

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็ทำเอาหลินเหยาและหลิวหยางถึงกับสะดุ้งตกใจกันยกใหญ่

ส่วนโจวสิงยิ่งถึงกับยืนอึ้งงันอยู่กับที่ นี่มันเล่นลูกไม้อะไรกัน?

ฉินเกอพูดต่อ "ท่านอธิการบดี ผมพูดแบบนี้แล้วท่านเชื่อไหมล่ะครับ?"

"ท่านเคยคิดบ้างไหมว่า การจะทำคะแนนเต็มเก้าวิชา ถ้าเป็นการทุจริต จะต้องทำถึงขั้นไหน?"

"ใครก็ตามที่มีสามัญสำนึกสักหน่อยต่างก็รู้ดีว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การพกโพย ส่งกระดาษโน้ต หรือแอบดูคำตอบคนอื่นแล้วจะทำได้หรอกนะครับ"

เขาหันไปมองหลิวหยาง "หลิวหยาง ถ้าให้กระดาษคำถามนายไปสอบแบบเปิดตำรา หรือแม้กระทั่งให้ใช้มือถือค้นหาข้อมูลในเน็ต หรือส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ นายมั่นใจไหมว่าจะทำคะแนนเต็มเก้าวิชาได้ภายในเวลาที่กำหนด?"

"ถ้าอยากจะพึ่งการทุจริตเพื่อให้ได้คะแนนเต็มเก้าวิชา ยังไงก็ต้องได้ข้อสอบมาล่วงหน้าถึงจะทำได้!"

เขายิ้มเยาะ "คณบดีโจว ขอถามหน่อยเถอะว่าใครกันที่มีความสามารถขนาดเอาข้อสอบทั้งหมดมาได้ก่อนการสอบจะเริ่ม?"

"ดูเหมือนนอกจากคณบดีอย่างคุณแล้ว คนอื่นก็คงจะทำได้ยากอยู่นะ?"

"แน่นอน ถ้าสามารถติดสินบนอาจารย์ผู้ออกข้อสอบได้ทั้งหมดก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ผมคงไม่มีปัญญาทำขนาดนั้นหรอก!"

หลิวหยางและซ่งหย่วนมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองโจวสิงอย่างพร้อมเพรียงด้วยสีหน้าที่แปลกไป

คำพูดของฉินเกอช่วยเตือนสติพวกเขา ตามความหมายของฉินเกอ การที่จูหยางเหอได้ข้อสอบล่วงหน้า ก็เป็นเพราะโจวสิงปล่อยข้อสอบออกมางั้นสิ?

พวกเขาคิดทะลุปรุโปร่งในพริบตา คราวก่อนฉินเกอโดนลงโทษภาคทัณฑ์ ในขณะที่จูหยางเหอกลับไม่เป็นอะไรเลย นั่นก็เป็นเพราะโจวสิง

คราวนี้ก็ฟันธงว่าผลสอบของฉินเกอคือการทุจริตโดยไม่แม้แต่จะถามไถ่สักคำ ก็ยังเป็นเพราะโจวสิงอีก!

โจวสิงกำลังมุ่งเป้าเล่นงานฉินเกอ และสาเหตุก็คือจูหยางเหอ

ช่างสกปรกโสมมจริงๆ!

สีหน้าของโจวสิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วตวาดด้วยความโกรธ "ช่างพูดจาพลิกลิ้น แถไถไปเรื่อย!"

"ต่อให้คุณจะพูดจาหว่านล้อมยังไง คุณก็พิสูจน์ไม่ได้อยู่ดีว่าคุณไม่ได้ทุจริต ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ บทลงโทษไล่คุณออกก็ไม่มีทางถูกยกเลิกเด็ดขาด!"

ฉินเกอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้หลินเหยาพูด แล้วเอ่ยประชดประชัน "คณบดีโจว คุณเรียนสำนวนมาได้ดีทีเดียว เสียดายที่ไม่มีสมอง"

"คนที่บอกว่าผมทุจริตคือคุณ คุณนั่นแหละที่ต้องเป็นคนพิสูจน์ว่าผมทุจริต ไม่ใช่กลับกลายมาให้ผมต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ทุจริต"

"ผมจะบอกว่าคุณเลี้ยงเมียน้อยไว้สิบแปดคนก็ได้นะ คุณอยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นหน่อยไหมล่ะว่าคุณไม่ได้เลี้ยงไว้เยอะขนาดนั้น?"

"วันหลังผมจะบอกอีกว่าคุณกินขี้หมา คุณจะต้องไปประกาศพิสูจน์ให้คนทั้งโลกรับรู้ด้วยไหมว่าคุณไม่ได้กิน?"

"แก——!" โจวสิงโกรธจนตับสั่น ทำเอาไม่รู้จะโต้ตอบยังไงไปชั่วขณะ

"พอได้แล้ว เลิกเถียงกันสักที!" กัวเหวินโจวทำหน้าเคร่งขรึม "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะให้อาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ออกข้อสอบชุดใหม่ แล้วให้ฉินเกอสอบใหม่อีกรอบ"

"ขอแค่ในการสอบครั้งนี้ คุณทำคะแนนเต็มได้เกินครึ่งหนึ่งของเก้าวิชา ก็จะพิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ได้ทุจริต และบทลงโทษไล่ออกก็จะถูกยกเลิกด้วย"

"ว่ายังไงล่ะ?"

ฉินเกอแค่นหัวเราะเยาะ "กัวเหวินโจว คุณประสาทหรือเปล่า?"

"โจวสิงไม่มีสมอง แล้วคุณก็ไม่มีสมองไปด้วยเหรอ?"

"พวกอาจารย์เขาเหนื่อยกันมาทั้งเทอม กว่าจะเตรียมตัวปิดเทอมได้ คุณยังจะไปสร้างความลำบากให้พวกเขาอีก ไม่กลัวเขาแช่งชักหักกระดูกครอบครัวคุณลับหลังหรือไง?"

"ถ้าอยากจะยัดข้อหา มีหรือจะหาข้ออ้างไม่ได้ พวกคุณพิสูจน์ไม่ได้ว่าผมทุจริต แต่ยังไงก็จะไล่ผมออกให้ได้ ถ้างั้นก็ไล่ออกไปเลยสิ!"

"ส่วนเรื่องสอบ ผมไม่มีทางสอบใหม่แน่นอน สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยมั้ง!"

หลินเหยาและหลิวหยางถึงกับยืนเอ๋อ พวกเขาไม่คิดเลยว่าฉินเกอจะไม่เพียงกล้ามีเรื่องกับโจวสิง แม้แต่อธิการบดีเขาก็ไม่เว้น

นี่ตั้งใจเด็ดเดี่ยวแล้วใช่ไหมว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว?

สีหน้าของโจวสิงและกัวเหวินโจวดูย่ำแย่ราวกับกลืนแมลงวันลงไป พวกเขาชินกับการที่คนอื่นทำความเคารพนบนอบต่อตัวเองมานานแล้ว นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่เคยเจอนักศึกษาที่ทำตัวกำเริบเสิบสานแบบฉินเกอมาก่อน

"คนหนุ่มช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"

"ผมให้โอกาสคุณแล้วนะ ในเมื่อคุณไม่รู้จักเห็นค่า ถ้างั้นก็โทษใครไม่ได้แล้ว"

"ออกไปกันให้หมดเลย!"

กัวเหวินโจวข่มความโกรธเอาไว้ พยายามควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้หลุดมาด

"พูดไปก็เปล่าประโยชน์" หลินเหยายังอยากจะสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็ถูกฉินเกอห้ามเอาไว้เสียก่อน

"เดี๋ยวก่อนครับ!" อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากฉินเกอ หลิวหยางจึงรวบรวมความกล้าพูดโพล่งขึ้นมา "ผมพิสูจน์ได้ว่าฉินเกอไม่ได้ทุจริต และมีคนอื่นเป็นคนทุจริตต่างหาก!"

จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่จูหยางเหอเอาโจทย์มาให้เขากับซ่งหย่วนช่วยทำออกมาจนหมดเปลือก

บนใบหน้าของโจวสิงปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "นักศึกษา ถึงแม้คุณจะยังเป็นแค่นักศึกษา แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตัวเองด้วย"

"สิ่งที่คุณพูดมามีหลักฐานหรือเปล่า ถ้าไม่มีหลักฐาน นี่ถือเป็นการใส่ร้ายนะ!"

ฉินเกอยืนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดอะไร ไอ้แก่สารเลวโจวสิงนี่เล่นมาตรฐานคู่ได้อย่างเชี่ยวชาญจริงๆ ยังจะมีอะไรให้พูดกับคนแบบนี้อีก

โจวสิงพูดต่อ "เอาเป็นว่าช่างเรื่องที่คุณพูดมาว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ไปก่อน สมมติว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงทั้งหมดก็แล้วกัน"

"ถ้าอย่างนั้นนักศึกษาจูที่คุณพูดถึง เขาเอาโจทย์ไปถามพวกคุณแค่ไม่กี่ข้อ ไม่ใช่ข้อสอบทั้งฉบับใช่ไหมล่ะ?"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่านักศึกษาจูรู้ข้อสอบทั้งฉบับ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ?"

"นักศึกษาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยตงต้าได้ ล้วนแต่ผ่านสมรภูมิการสอบมาอย่างโชกโชน คุณไม่รู้หรือไงว่าบางครั้งดวงดีเก็งข้อสอบแม่นก็สามารถเก็งถูกตั้งหลายข้อได้น่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต

คัดลอกลิงก์แล้ว