- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต
บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต
บทที่ 28 ผมพิสูจน์ได้ว่ามีคนอื่นเป็นคนทุจริต
"ไร้สาระสิ้นดี!"
"นักศึกษาอย่างคุณ เพิ่งจะลงไม้ลงมือทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นจนถูกลงโทษไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่คุณไม่เพียงจะไม่รู้จักสำนึกผิด กลับหันไปทุจริตในการสอบปลายภาคอีก!"
"ยังจะมีหน้ามาโวยวายถึงที่ทำงานอธิการบดีอีกงั้นเหรอ?"
"มหาวิทยาลัยตงต้าเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงมานับร้อยปี จะทนให้มีนักศึกษาที่มีความประพฤติเสื่อมเสียแบบนี้อยู่ได้ยังไง ผมไล่คุณออกมันผิดตรงไหน?"
หลังจากโจวสิงเข้าใจจุดประสงค์ในการมาของพวกฉินเกอ เขาก็ชี้หน้าต่อว่าฉินเกอด้วยสีหน้าโกรธจัดทันที
จากนั้นเขาก็หันเป้าหมายไปทางหลินเหยา "ยังมีคุณอีกนะ อาจารย์หลิน!"
"คุณบอกผมมาสิ หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาคืออะไร?"
"อาจารย์ที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนการเรียนของนักศึกษา ดูแลการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา ไม่ใช่ให้คุณมาทำเรื่องไร้สาระเป็นเพื่อนนักศึกษาแบบนี้!"
ฉินเกอหัวเราะเบาๆ "คณบดีโจว คุณพูดจาฉะฉาน กัดไม่ปล่อยว่าผมทุจริตการสอบ ขอถามหน่อยเถอะว่าคุณมีหลักฐานอะไรบ้างไหม?"
"ผมพกโพยเข้าไป หรือว่าส่งกระดาษโน้ตให้คนอื่นตอนสอบล่ะ?"
"คุณมั่นใจขนาดนี้ คงจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องสอบมาแล้วสินะ?"
"ยังต้องใช้หลักฐานอีกเหรอ?" โจวสิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วถามกลับ "สอบได้คะแนนเต็มทั้งเก้าวิชา คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น!"
"ยิ่งเป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างคุณด้วยแล้ว!"
"นี่คุณคงอยากจะบอกว่า เรื่องที่คุณทำร้ายจูหยางเหอเพื่อนร่วมห้อง จนทางคณะต้องลงโทษภาคทัณฑ์คุณก็เป็นการปรักปรำคุณด้วยสินะ?"
ฉินเกอแสร้งทำสีหน้าเหมือนเพิ่งตระหนักรู้ได้อย่างเกินจริง "ที่แท้คุณก็ไม่มีหลักฐานอะไรเลยนี่เอง!"
"การไล่นักศึกษาออกทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยเนี่ยนะ นี่คือสิ่งที่คณบดีคนหนึ่งทำได้งั้นเหรอ?"
"ไม่สิ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่คนเขาทำกันงั้นเหรอ?"
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็มั่นใจได้แล้วว่าโจวสิงกำลังพุ่งเป้าเล่นงานเขาอยู่
เขากับโจวสิงไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกัน แล้วทำไมโจวสิงถึงต้องมาจ้องเล่นงานเขาด้วย?
คำตอบมีเพียงข้อเดียว นั่นก็เพราะจูหยางเหอ!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉินเกอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าโจวสิงอีกต่อไป
"นักศึกษาคนนี้ ระวังคำพูดของคุณด้วย!"
กัวเหวินโจวทำหน้าขรึม "คณบดีโจวไม่เพียงแต่จะเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นครูบาอาจารย์ของคุณ คุณพูดจาแบบนี้กับเขาได้ยังไง?"
ฉินเกอยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ก็ได้ครับ ผมยอมรับว่าผมทุจริต!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็ทำเอาหลินเหยาและหลิวหยางถึงกับสะดุ้งตกใจกันยกใหญ่
ส่วนโจวสิงยิ่งถึงกับยืนอึ้งงันอยู่กับที่ นี่มันเล่นลูกไม้อะไรกัน?
ฉินเกอพูดต่อ "ท่านอธิการบดี ผมพูดแบบนี้แล้วท่านเชื่อไหมล่ะครับ?"
"ท่านเคยคิดบ้างไหมว่า การจะทำคะแนนเต็มเก้าวิชา ถ้าเป็นการทุจริต จะต้องทำถึงขั้นไหน?"
"ใครก็ตามที่มีสามัญสำนึกสักหน่อยต่างก็รู้ดีว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การพกโพย ส่งกระดาษโน้ต หรือแอบดูคำตอบคนอื่นแล้วจะทำได้หรอกนะครับ"
เขาหันไปมองหลิวหยาง "หลิวหยาง ถ้าให้กระดาษคำถามนายไปสอบแบบเปิดตำรา หรือแม้กระทั่งให้ใช้มือถือค้นหาข้อมูลในเน็ต หรือส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ นายมั่นใจไหมว่าจะทำคะแนนเต็มเก้าวิชาได้ภายในเวลาที่กำหนด?"
"ถ้าอยากจะพึ่งการทุจริตเพื่อให้ได้คะแนนเต็มเก้าวิชา ยังไงก็ต้องได้ข้อสอบมาล่วงหน้าถึงจะทำได้!"
เขายิ้มเยาะ "คณบดีโจว ขอถามหน่อยเถอะว่าใครกันที่มีความสามารถขนาดเอาข้อสอบทั้งหมดมาได้ก่อนการสอบจะเริ่ม?"
"ดูเหมือนนอกจากคณบดีอย่างคุณแล้ว คนอื่นก็คงจะทำได้ยากอยู่นะ?"
"แน่นอน ถ้าสามารถติดสินบนอาจารย์ผู้ออกข้อสอบได้ทั้งหมดก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ผมคงไม่มีปัญญาทำขนาดนั้นหรอก!"
หลิวหยางและซ่งหย่วนมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองโจวสิงอย่างพร้อมเพรียงด้วยสีหน้าที่แปลกไป
คำพูดของฉินเกอช่วยเตือนสติพวกเขา ตามความหมายของฉินเกอ การที่จูหยางเหอได้ข้อสอบล่วงหน้า ก็เป็นเพราะโจวสิงปล่อยข้อสอบออกมางั้นสิ?
พวกเขาคิดทะลุปรุโปร่งในพริบตา คราวก่อนฉินเกอโดนลงโทษภาคทัณฑ์ ในขณะที่จูหยางเหอกลับไม่เป็นอะไรเลย นั่นก็เป็นเพราะโจวสิง
คราวนี้ก็ฟันธงว่าผลสอบของฉินเกอคือการทุจริตโดยไม่แม้แต่จะถามไถ่สักคำ ก็ยังเป็นเพราะโจวสิงอีก!
โจวสิงกำลังมุ่งเป้าเล่นงานฉินเกอ และสาเหตุก็คือจูหยางเหอ
ช่างสกปรกโสมมจริงๆ!
สีหน้าของโจวสิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วตวาดด้วยความโกรธ "ช่างพูดจาพลิกลิ้น แถไถไปเรื่อย!"
"ต่อให้คุณจะพูดจาหว่านล้อมยังไง คุณก็พิสูจน์ไม่ได้อยู่ดีว่าคุณไม่ได้ทุจริต ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ บทลงโทษไล่คุณออกก็ไม่มีทางถูกยกเลิกเด็ดขาด!"
ฉินเกอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้หลินเหยาพูด แล้วเอ่ยประชดประชัน "คณบดีโจว คุณเรียนสำนวนมาได้ดีทีเดียว เสียดายที่ไม่มีสมอง"
"คนที่บอกว่าผมทุจริตคือคุณ คุณนั่นแหละที่ต้องเป็นคนพิสูจน์ว่าผมทุจริต ไม่ใช่กลับกลายมาให้ผมต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ทุจริต"
"ผมจะบอกว่าคุณเลี้ยงเมียน้อยไว้สิบแปดคนก็ได้นะ คุณอยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นหน่อยไหมล่ะว่าคุณไม่ได้เลี้ยงไว้เยอะขนาดนั้น?"
"วันหลังผมจะบอกอีกว่าคุณกินขี้หมา คุณจะต้องไปประกาศพิสูจน์ให้คนทั้งโลกรับรู้ด้วยไหมว่าคุณไม่ได้กิน?"
"แก——!" โจวสิงโกรธจนตับสั่น ทำเอาไม่รู้จะโต้ตอบยังไงไปชั่วขณะ
"พอได้แล้ว เลิกเถียงกันสักที!" กัวเหวินโจวทำหน้าเคร่งขรึม "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะให้อาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ออกข้อสอบชุดใหม่ แล้วให้ฉินเกอสอบใหม่อีกรอบ"
"ขอแค่ในการสอบครั้งนี้ คุณทำคะแนนเต็มได้เกินครึ่งหนึ่งของเก้าวิชา ก็จะพิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ได้ทุจริต และบทลงโทษไล่ออกก็จะถูกยกเลิกด้วย"
"ว่ายังไงล่ะ?"
ฉินเกอแค่นหัวเราะเยาะ "กัวเหวินโจว คุณประสาทหรือเปล่า?"
"โจวสิงไม่มีสมอง แล้วคุณก็ไม่มีสมองไปด้วยเหรอ?"
"พวกอาจารย์เขาเหนื่อยกันมาทั้งเทอม กว่าจะเตรียมตัวปิดเทอมได้ คุณยังจะไปสร้างความลำบากให้พวกเขาอีก ไม่กลัวเขาแช่งชักหักกระดูกครอบครัวคุณลับหลังหรือไง?"
"ถ้าอยากจะยัดข้อหา มีหรือจะหาข้ออ้างไม่ได้ พวกคุณพิสูจน์ไม่ได้ว่าผมทุจริต แต่ยังไงก็จะไล่ผมออกให้ได้ ถ้างั้นก็ไล่ออกไปเลยสิ!"
"ส่วนเรื่องสอบ ผมไม่มีทางสอบใหม่แน่นอน สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยมั้ง!"
หลินเหยาและหลิวหยางถึงกับยืนเอ๋อ พวกเขาไม่คิดเลยว่าฉินเกอจะไม่เพียงกล้ามีเรื่องกับโจวสิง แม้แต่อธิการบดีเขาก็ไม่เว้น
นี่ตั้งใจเด็ดเดี่ยวแล้วใช่ไหมว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว?
สีหน้าของโจวสิงและกัวเหวินโจวดูย่ำแย่ราวกับกลืนแมลงวันลงไป พวกเขาชินกับการที่คนอื่นทำความเคารพนบนอบต่อตัวเองมานานแล้ว นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่เคยเจอนักศึกษาที่ทำตัวกำเริบเสิบสานแบบฉินเกอมาก่อน
"คนหนุ่มช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
"ผมให้โอกาสคุณแล้วนะ ในเมื่อคุณไม่รู้จักเห็นค่า ถ้างั้นก็โทษใครไม่ได้แล้ว"
"ออกไปกันให้หมดเลย!"
กัวเหวินโจวข่มความโกรธเอาไว้ พยายามควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้หลุดมาด
"พูดไปก็เปล่าประโยชน์" หลินเหยายังอยากจะสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็ถูกฉินเกอห้ามเอาไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนครับ!" อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากฉินเกอ หลิวหยางจึงรวบรวมความกล้าพูดโพล่งขึ้นมา "ผมพิสูจน์ได้ว่าฉินเกอไม่ได้ทุจริต และมีคนอื่นเป็นคนทุจริตต่างหาก!"
จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่จูหยางเหอเอาโจทย์มาให้เขากับซ่งหย่วนช่วยทำออกมาจนหมดเปลือก
บนใบหน้าของโจวสิงปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "นักศึกษา ถึงแม้คุณจะยังเป็นแค่นักศึกษา แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตัวเองด้วย"
"สิ่งที่คุณพูดมามีหลักฐานหรือเปล่า ถ้าไม่มีหลักฐาน นี่ถือเป็นการใส่ร้ายนะ!"
ฉินเกอยืนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดอะไร ไอ้แก่สารเลวโจวสิงนี่เล่นมาตรฐานคู่ได้อย่างเชี่ยวชาญจริงๆ ยังจะมีอะไรให้พูดกับคนแบบนี้อีก
โจวสิงพูดต่อ "เอาเป็นว่าช่างเรื่องที่คุณพูดมาว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ไปก่อน สมมติว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงทั้งหมดก็แล้วกัน"
"ถ้าอย่างนั้นนักศึกษาจูที่คุณพูดถึง เขาเอาโจทย์ไปถามพวกคุณแค่ไม่กี่ข้อ ไม่ใช่ข้อสอบทั้งฉบับใช่ไหมล่ะ?"
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่านักศึกษาจูรู้ข้อสอบทั้งฉบับ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ?"
"นักศึกษาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยตงต้าได้ ล้วนแต่ผ่านสมรภูมิการสอบมาอย่างโชกโชน คุณไม่รู้หรือไงว่าบางครั้งดวงดีเก็งข้อสอบแม่นก็สามารถเก็งถูกตั้งหลายข้อได้น่ะ?"