- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 7 โรคที่ไร้ทางรักษา บางทีผมอาจจะช่วยได้
บทที่ 7 โรคที่ไร้ทางรักษา บางทีผมอาจจะช่วยได้
บทที่ 7 โรคที่ไร้ทางรักษา บางทีผมอาจจะช่วยได้
"เสี่ยวฉิน ร่างกายของเธอแข็งแรงดีมากเลยนะ!"
"ฉันดูไม่ออกเลยว่ามีปัญหาอะไร เธอรู้สึกไม่สบายตรงไหนงั้นเหรอ?"
"ชีพจรก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย เธอช่วยอธิบายอาการให้ฉันฟังหน่อยสิ"
ซุนซื่อเจิ้งแมะชีพจรให้ฉินเกออยู่นานกว่าจะปล่อยมือ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยของชายชราเต็มไปด้วยความสงสัย
"ยาของคุณได้แล้วค่ะ!"
"มี..."
"คุณปู่! กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย?"
ฉินเกอกำลังตื่นเต้นจนอยากจะเอ่ยปากพูด แต่เสียงของซุนเมี่ยวเมี่ยวก็ดังแทรกมาจากด้านหลังเสียก่อน
"ขอบคุณมากครับศาสตราจารย์ซุน" ฉินเกอลุกขึ้นยืน รับถุงน้ำยามาจากมือของซุนเมี่ยวเมี่ยว "แล้วก็ขอบคุณคุณซุนด้วยนะครับ"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดยาถุงหนึ่งแล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่
เทียบยานี้ได้มาจากการสืบทอดของสำนักเหอฮวน เขาเองก็เคยศึกษาทบทวนดูแล้ว แต่ยังไงก็ต้องลองกินดูก่อนถึงจะมั่นใจกว่า
เผื่อว่ามีปัญหาอะไรขึ้นมา อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีซุนซื่อเจิ้งคอยช่วยชีวิตเอาไว้ได้
ซุนซื่อเจิ้งได้กลิ่นหอมกรุ่นที่โชยมาจากน้ำยา จึงอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามด้วยความประหลาดใจ "เมี่ยวเมี่ยว หลานจัดยาอะไรให้เขาน่ะ?"
"ถึงได้มีกลิ่นพิเศษขนาดนี้ แถมดมแล้วยังทำให้รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งอีกด้วย!"
"หนูไม่ได้จัดให้ค่ะ เขาเอาเทียบยามาจัดเอง" ตอนที่ซุนเมี่ยวเมี่ยวกำลังต้มยา เธอก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของยาขนานนี้แล้ว ตอนนั้นเธอก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน
เธอพยายามนึกย้อนไปถึงตัวยาที่เพิ่งจัดไปเมื่อครู่ ในใจยิ่งรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม
สมุนไพรพวกนั้นเธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ไม่มีตัวยาไหนเลยที่สามารถต้มออกมาแล้วให้กลิ่นแบบนี้ได้!
"เทียบยาของคุณให้คุณปู่ของฉันดูหน่อยคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
ซุนเมี่ยวเมี่ยวเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อหยิบเทียบยาที่เธอคัดลอกเอาไว้ เมื่อเห็นฉินเกอพยักหน้า เธอก็ยื่นมันให้กับซุนซื่อเจิ้ง "คุณปู่คะ นี่ค่ะ"
ซุนซื่อเจิ้งรับเทียบยามาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย หลังจากกวาดสายตามองอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในแววตาเพิ่มความสับสนขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
เขาเพ่งพิจารณาอย่างละเอียดอยู่นาน หัวคิ้วก็ค่อยๆ คลายออก ทว่าดวงตากลับเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ "อย่างนี้นี่เอง อย่างนี้นี่เอง!"
"วิเศษ วิเศษจริงๆ!"
"คุณปู่คะ เรียกหนูเหรอ?" ซุนเมี่ยวเมี่ยวรู้สึกงุนงงไปหมด
ซุนซื่อเจิ้งไม่ได้สนใจหลานสาว เขาเดินเข้าไปหาฉินเกอด้วยความตื่นเต้น "เสี่ยวฉิน ชายแก่คนนี้ขอเสียมารยาทถามหน่อยเถอะ เทียบยานี้เธอได้มาจากไหน?"
ซุนเมี่ยวเมี่ยวชิงพูดขึ้นมาก่อน "คุณปู่คะ เรื่องนี้เขาบอกไปแล้วค่ะ ว่าหมอแผนจีนอาวุโสแถวบ้านเกิดของเขาเป็นคนจัดให้"
เธอนานๆ ทีจะเห็นคุณปู่มีสีหน้าท่าทางแบบนี้ "คุณปู่คะ เทียบยานี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?"
ซุนซื่อเจิ้งกุมมือของฉินเกอเอาไว้แล้วถามว่า "เสี่ยวฉิน ที่เมี่ยวเมี่ยวพูดเป็นความจริงเหรอ?"
"ไม่ทราบว่าหมอแผนจีนอาวุโสที่บ้านเกิดของเธอชื่อแซ่อะไร เธอพอจะมีช่องทางติดต่อเขาบ้างไหม?"
"ถ้ามี ขอให้เธอช่วยให้ฉันหน่อยเถอะ ฉันต้องคุยกับเขาสักหน่อยแล้ว"
"แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เธอขอที่อยู่แบบละเอียดให้ฉันหน่อย เดี๋ยวฉันจะไปเยี่ยมเยียนเขาด้วยตัวเองเลย!"
"คุณปู่!" ซุนเมี่ยวเมี่ยวตกใจมาก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
ใครจะไปรู้ว่าบ้านเกิดของฉินเกออยู่ในหลืบไหนที่ห่างไกลความเจริญ คุณปู่อายุมากขนาดนี้แล้ว จะทนการเดินทางไกลๆ แบบนั้นได้ยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็เพื่อแค่เทียบยาใบเดียวเท่านั้นเอง
"เอ่อ..." ฉินเกอรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก เขาแค่แต่งเรื่องขึ้นมาส่งเดชเพื่อรับมือกับซุนเมี่ยวเมี่ยวเท่านั้น จะให้ไปหาหมอแผนจีนอาวุโสที่ไหนมาให้ซุนซื่อเจิ้งกันล่ะ?
"หมอ! มีหมอไหมคะ?"
"เร็วเข้า! ช่วยคุณปู่ของฉันด้วย!"
หญิงสาวที่สวมชุดจีวองชี่ทั้งตัวจู่ๆ ก็พุ่งพรวดเข้ามาในโรงหมอ บนใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคราบน้ำตา
ด้านหลังของหญิงสาวมีชายร่างกำยำสี่คนเดินตามมา หนึ่งในนั้นอุ้มชายชราที่สวมชุดถังจวงเอาไว้
ชายชราคนนั้นหลับตาแน่น ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ หายใจรวยรินคล้ายมีแต่ลมหายใจออกไม่มีลมหายใจเข้า
"ทางนี้ค่ะ!"
เมื่อซุนเมี่ยวเมี่ยวเห็นสถานการณ์ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบเคลียร์เตียงตรวจทันที
"เร็วเข้า วางเขาลงในท่านอนหงาย!" ซุนซื่อเจิ้งรีบก้าวเข้าไปหา แล้วปลดกระดุมเสื้อตรงคอปกของชายชราชุดถังจวงออกอย่างคล่องแคล่ว
เขาคลำหาชีพจรที่หลอดเลือดดำบริเวณลำคอของชายชราก่อน จากนั้นก็เลิกเปลือกตาของชายชราขึ้นมาดู แล้วจึงเริ่มแมะชีพจรให้
สีหน้าของซุนซื่อเจิ้งเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุด หัวคิ้วยิ่งขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดเขาก็ปล่อยมือแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ "หมดทางเยียวยาแล้ว ทำใจเสียเถอะ!"
"มะ... ไม่มีทาง!" หญิงสาวชุดจีวองชี่ราวกับถูกสายฟ้าฟาด เธอพุ่งเข้าไปจับแขนของซุนซื่อเจิ้งเอาไว้ "ต้องมีวิธีสิคะ!"
"หมอคะ ขอร้องล่ะ ช่วยคุณปู่ของฉันด้วย จะต้องจ่ายเงินเท่าไรพวกเราก็ยอมจ่าย ขอแค่ช่วยชีวิตคุณปู่ของฉันไว้ได้ก็พอ!"
บอดี้การ์ดทั้งสี่คนเองก็ขอบตาแดงก่ำ คนที่อุ้มชายชราชุดถังจวงเข้ามาอ้อนวอนว่า "หมอครับ ขอร้องล่ะครับช่วยหาวิธีอื่นดูหน่อย นายท่านเซี่ยจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาดนะครับ!"
ซุนซื่อเจิ้งรู้สึกสงสารจับใจ แต่ก็ทำได้เพียงถอนใจแล้วเอ่ยว่า "ภาวะช็อกที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชีพจรหัวใจล้มเหลวไปหมดแล้ว ถึงตอนนี้จะฝืนทำซีพีอาร์ไปก็เปล่าประโยชน์"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวชุดจีวองชี่ก็ทรุดตัวลงกองกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างสติแตก "ไม่มีทาง เป็นเพราะวิชาแพทย์ของคุณยังไม่ถึงขั้นแน่ๆ คุณปู่ของฉันไม่มีทางตายหรอก!"
"โรงหมอของพวกคุณยังมีหมอคนอื่นอยู่อีกไหม ให้หมอคนอื่นมาตรวจคุณปู่ของฉันสิ!"
"ต้องช่วยได้แน่ ต้องช่วยได้แน่!"
เดิมทีซุนเมี่ยวเมี่ยวรู้สึกเห็นใจหญิงสาวคนนั้นเป็นอย่างมาก แต่ในตอนนี้พอได้ยินอีกฝ่ายพูดจาว่าร้ายคุณปู่ของตัวเอง อารมณ์โกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที "คุณอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!"
"คุณปู่ของฉันคือหมอระดับประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างซุนซื่อเจิ้ง ท่านบอกว่าช่วยไม่ได้ก็คือช่วยไม่ได้สิ!"
"คุณจะ..."
พูดยังไม่ทันจบ เมื่อเห็นว่าคุณปู่กำลังส่ายหน้าให้ตัวเองเบาๆ เธอก็รีบหุบปากลงทันที
"ขะ... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ" ซุนเมี่ยวเมี่ยวเอ่ยปากขอโทษ คำพูดของเธอเมื่อครู่มันโหดร้ายเกินไปสำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจริงๆ
ชื่อเสียงของซุนซื่อเจิ้งโด่งดังไปทั่วตงไห่ แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเขา ในเมื่อเขาบอกว่าหมดทางช่วย นั่นก็หมายความว่าแม้แต่ความหวังริบหรี่เพียงนิดเดียวก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว
"คุณหนูครับ ทำใจดีๆ ไว้ครับ" บอดี้การ์ดคนหนึ่งก้าวเข้าไปพยุงหญิงสาวชุดจีวองชี่ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น
หญิงสาวปาดน้ำตาบนใบหน้า "ลองถามดูสิว่ารถพยาบาลมาถึงไหนแล้ว พาคุณปู่ไปส่งโรงพยาบาลก่อน ถึงจะมีความหวังแค่หนึ่งในร้อยล้าน เราก็ยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด"
ฉินเกอยืนมองดูเหตุการณ์เงียบๆ อยู่ที่ประตูมาโดยตลอด ลังเลว่าตัวเองควรจะกลับไปเลยดีไหม
"บางทีผมอาจจะมีวิธีช่วยเขานะ ถ้าพวกคุณเชื่อใจผม ให้ผมลองดูไหมล่ะ!"
ในท้ายที่สุดฉินเกอก็ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาสอด หนึ่งคือเพื่อช่วยชีวิตคน สองคือเพื่อพิสูจน์ความคิดในใจของตัวเอง
เมื่อหญิงสาวชุดจีวองชี่และบอดี้การ์ดได้ยินเช่นนั้น ร่างกายของพวกเขาก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน แต่พอพวกเขาเห็นชัดเจนว่าคนที่พูดเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง แววตาของพวกเขาก็ฉายแววผิดหวังออกมาทันที
ซุนซื่อเจิ้งถึงกับหน้าทะมึนลงทันตา "เหลวไหล!"
"เธอรู้ไหมว่าคนไข้คนนี้มีอาการยังไง แค่ชีพจรยังไม่เคยแมะด้วยซ้ำ ก็กล้าพูดจาโอ้อวดว่าตัวเองสามารถช่วยได้แล้วเหรอ?"
"นี่คือภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจล้มเหลวคืออะไร มันคือโรคร้ายที่ไร้ทางรักษา!"
ฉินเกอเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน "ชายชราคนนี้มีภาวะหยางพร่องฉับพลัน ความเย็นจากหยินปะทุขึ้นภายใน"
"พลังหยาง เปรียบดั่งท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ หากสูญเสียที่สถิตไป ก็จะบั่นทอนอายุขัยให้สั้นลงและไม่อาจสว่างไสวได้อีก"
"หากสามารถรักษาสายใยพลังหยางของเขาเอาไว้ได้เพียงสักเสี้ยวหนึ่ง ก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต!"
หญิงสาวชุดจีวองชี่ฟังที่ฉินเกอพูดไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นว่าเขาพูดจาดูเป็นมืออาชีพมาก ในวินาทีนี้ก็เหมือนกับคว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ "คะ... คุณช่วยเขาได้จริงๆ ใช่ไหม?"
ฉินเกอตอบอย่างใจเย็น "ผมไม่สามารถรับประกันอะไรกับคุณได้หรอกนะ"
"พูดได้แค่ว่าผมมีความมั่นใจแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าคุณยินดีที่จะเชื่อใจผม และรับประกันได้ว่าจะไม่เอาความถ้าหากผมช่วยคนไว้ไม่ได้ ผมก็ยินดีที่จะลองดู"
"สถานการณ์ฉุกเฉินมากแล้ว รีบตัดสินใจให้เร็วที่สุดเถอะ ถ้าช้าไปกว่านี้ แม้แต่ความมั่นใจสิบเปอร์เซ็นต์ก็คงไม่เหลือแล้ว!"