เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 สืบทอดสำนักเหอฮวน โรงหมอชิงเฟิงถัง

บทที่ 6 สืบทอดสำนักเหอฮวน โรงหมอชิงเฟิงถัง

บทที่ 6 สืบทอดสำนักเหอฮวน โรงหมอชิงเฟิงถัง


บาดแผลที่เอวของฉินเกอหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงรอยจางๆ เอาไว้เท่านั้น

"นั่นสิ ทำไมจู่ๆ มันถึงหายได้ล่ะ?" ฉินเกอแสร้งทำเป็นประหลาดใจ ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดีเหมือนกัน

จะให้บอกหลินเหยาได้ยังไงว่าตัวเองนึกคึกซื้อคัมภีร์ลับขาดๆ มาเล่มหนึ่ง แล้วเป็นแบบนี้ก็เพราะฝึกฝนวิชาสุดมหัศจรรย์ในคัมภีร์ลับเล่มนั้นน่ะ?

"อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนตื่นเต้นเกินไปหน่อย ก็เลยไปกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดของร่างกายล่ะมั้ง"

"ผมรู้สึกว่าตอนนี้ยังเจ็บอยู่นิดๆ ถ้าได้อีกสักรอบน่าจะหายขาดเลยนะ!"

ฉินเกอดึงผ้าห่มพร้อมกับพลิกตัว พลิกขึ้นไปคร่อมทับร่างของหลินเหยาเอาไว้

"บอกแล้วไงว่าอย่าซน" หลินเหยาหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือยันแผงอกของฉินเกอเอาไว้ "ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ"

"เดินยังจะเป็นปัญหาเลยมั้งเนี่ย"

"ในตู้เย็นมีของกินอยู่นะ นายหาอะไรทำกินเป็นมื้อเช้าแล้วก็ไปเรียนซะ ห้ามโดดเรียนอีกล่ะ!"

"เวลายังเช้าอยู่เลย ทันถมเถไป" การเคลื่อนไหวของฉินเกอยังคงไม่หยุดนิ่ง

หลังจากที่ลำแสงซึ่งกลายสภาพมาจากคัมภีร์ลับพุ่งเข้าสู่กลางหว่างคิ้วของเขา ภายในร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่ออ้างอิงจากข้อมูลในหัว เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองน่าจะอยู่ในระดับฝึกปราณขั้นสามแล้ว

"งั้นนายก็ทำเบาๆ หน่อย อย่าให้เหมือนเมื่อคืนอีกล่ะ เป็นหมาป่าหิวโซหรือไง!" หลินเหยายอมอ่อนข้อให้ ในแววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่ตามใจ

......

ฉินเกอเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ของหลินเหยา แต่กลับไม่ได้ไปเรียน หากยังรักษาโรคร้ายที่เผชิญอยู่ไม่ได้ การไปเรียนก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขาอีกต่อไป

หากถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่มีทางรักษาได้ นั่นก็หมายความว่าเขามีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว เขาไม่อยากใช้ชีวิตที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับเรื่องพรรค์นี้

ฉินเกอลองสัมผัสถึงร่างกายที่เบาหวิวทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังก็มลายหายไปจนสิ้น

ตอนนี้ความหวังทั้งหมดขึ้นอยู่กับคัมภีร์ธรรมหยินหยางซึ่งเป็นคัมภีร์ลับของสำนักเหอฮวนแล้ว

จากข้อมูลในหัว ฉินเกอมั่นใจได้เลยว่าเขาได้รับการสืบทอดจากสำนักเหอฮวนแล้ว!

และสำนักเหอฮวนก็เป็นพวกที่บำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนเสียด้วย!

หลังจากฉินเกอจากไปได้ไม่นาน หลินเหยาก็ลุกขึ้นมา

เธอหอบผ้าปูที่นอนเดินออกมาจากห้องนอน ก้าวเดินอย่างระมัดระวังทีละก้าวด้วยฝีเท้าที่ไร้เรี่ยวแรง

หลินเหยายืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้า จ้องมองคราบเลือดที่เบ่งบานราวกับดอกไม้สีแดงสดบนผ้าปูที่นอนด้วยความเหม่อลอย

เนิ่นนานผ่านไป หลินเหยาก็พ่นลมหายใจออกมายาวๆ ยัดผ้าปูที่นอนลงในเครื่องซักผ้า แล้วเดินมาที่โต๊ะอาหาร

เมื่อเห็นอาหารเช้าที่ฉินเกอทำเตรียมไว้ให้ ความรู้สึกอบอุ่นก็ไหลเวียนเข้ามาในหัวใจ มุมปากของเธอยกขึ้นอย่างอดไม่ได้ แต่ไม่นานหัวคิ้วก็กลับมาขมวดเข้าหากันแน่นอีกครั้ง

อีกด้านหนึ่ง ฉินเกอก็กลับมาถึงหอพักแล้ว

รูมเมตทั้งสามคนยังคงหลับสนิท ฉินเกอไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขาชินเสียแล้ว

การโดดเรียนเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขาทั้งสามคน เล่นเกมกันจนถึงดึกดื่นทุกวัน คลาสเรียนตอนแปดโมงเช้าไม่มีทางที่จะลุกไปเรียนไหวหรอก

ฉินเกอเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเบามือเบาเท้า แล้วก็เดินออกจากห้องไปอีกครั้ง

กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉินเกอก็มาถึงโรงหมอแผนจีนแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าชิงเฟิงถัง

ชิงเฟิงถังเปิดโดยแพทย์แผนจีนอาวุโสผู้มากประสบการณ์ที่ชื่อซุนซื่อเจิ้ง อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยตงไห่มากนัก

ซุนซื่อเจิ้งมีชื่อเสียงโด่งดังไม่เบา เขาเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยตงไห่ นานๆ ทีจะมาสอนคลาสเปิดหรือบรรยายในคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยตงไห่ ฉินเกอเองก็เคยไปนั่งฟังบรรยายของเขาเหมือนกัน

"สวัสดีครับ ผมมาจัดยา"

ฉินเกอเดินเข้าไปในโรงหมอ ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในเคาน์เตอร์ อายุอานามไล่เลี่ยกับเขา ในมือถือหนังสือตำราซางหานลุ่นและกำลังอ่านอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อได้ยินเสียง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองฉินเกออย่างรวดเร็ว "เทียบยาค่ะ"

ฉินเกอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ขอโทษทีครับ ผมลืมเอาเทียบยามาน่ะ"

"เดี๋ยวผมท่องให้ฟัง แล้วคุณจัดยาตามนั้นได้ไหมครับ?"

"สูตี้หวงแปดเฉียน, ลู่เจี่ยวเจียวห้าเฉียน, จื่อเซิน......"

"เดี๋ยวก่อนค่ะ" หญิงสาวหยิบกระดาษและปากกาออกมาจากลิ้นชัก "สูตี้หวงแปดเฉียน......"

เธอพูดพลางเขียนไปด้วย "นี่เป็นกฎระเบียบน่ะค่ะ หากเป็นเทียบยาที่ไม่ได้สั่งจ่ายโดยโรงหมอของเรา จะต้องเก็บเป็นบันทึกเอาไว้"

"เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาข้อพิพาทที่ไม่จำเป็นหากเทียบยามีปัญหา และถ้าทางโรงหมอของเราเห็นว่าเทียบยามีความผิดปกติ ก็สามารถปฏิเสธการจัดยาได้ทันทีค่ะ"

"คุณว่าต่อเลยค่ะ"

ฉินเกอท่องเทียบยาทั้งหมดที่อยู่ในหัวจบอย่างรวดเร็ว "จัดยาตามนี้หกเทียบนะครับ ที่นี่รับต้มยาให้ด้วยไหมครับ?"

"ถ้าได้ รบกวนช่วยต้มให้ผมสามเทียบนะครับ แล้วก็แพ็กน้ำยากับยาที่เหลือกลับบ้านให้ที"

"ได้ค่ะ" หญิงสาวก้มมองเทียบยาในมือพลางขมวดคิ้วเรียวสวย "นี่มันเทียบยาอะไรของคุณคะเนี่ย ทำไมถึงได้แปลกประหลาดขนาดนี้?"

ฉินเกอตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด "เป็นยาบำรุงหยินเสริมไขกระดูก เพิ่มความชุ่มชื้นบำรุงเลือดน่ะครับ"

เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาสแกนคิวอาร์โค้ด "ทั้งหมดเท่าไรครับ?"

"คุณเดี๋ยวก่อนค่ะ" คิ้วของหญิงสาวยังคงขมวดเข้าหากัน "เทียบยาบำรุงเลือดที่ไหนเขาจัดแบบนี้กัน?"

"แน่ใจนะคะว่าจะให้จัดแบบนี้? ถ้ากินแล้วมีปัญหา ฉันไม่รับผิดชอบนะคะ!"

ฉินเกอเริ่มรู้สึกรำคาญนิดๆ "คุณก็แค่จัดยาตามนี้ไปก็พอ คุณดูไม่ออกก็ไม่ได้แปลว่าเทียบยาของผมจะมีปัญหาสักหน่อย!"

"เทียบยาของคุณเหรอคะ?" หญิงสาวมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ "คุณหมายความว่าเทียบยานี้คุณเป็นคนเขียนเองเหรอ?"

"เหลวไหลน่า!"

"อายุเท่าคุณเนี่ย เกรงว่ามหาวิทยาลัยยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ เทียบยามันใช่ของที่จะสั่งจ่ายส่งเดชได้หรือไง?"

"ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่สามารถจัดยาให้คุณได้จริงๆ!"

"การแพทย์เป็นเรื่องที่ต้องมีความรอบคอบและเข้มงวดนะคะ"

ฉินเกอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ จึงรีบเปลี่ยนคำพูด "คนสวย คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ ผมไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนเขียนเทียบยานี้เองสักหน่อย"

"หมอแผนจีนอาวุโสแถวบ้านเกิดผมเป็นคนเขียนให้น่ะครับ ผมกินยานี้มาหลายรอบแล้ว ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ โรงหมอของคุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบด้วย"

"คุณแค่จัดยาตามเทียบนี้ให้ผมก็พอแล้ว"

"งั้นเหรอคะ?" หญิงสาวยังมีท่าทีเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็หยิบเทียบยาแล้วเดินไปจัดยาให้

เธอหยิบสมุนไพรออกจากลิ้นชักต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว "ความจำคุณดีใช้ได้เลยนี่คะ ยาสิบกว่าตัวจำปริมาณได้แม่นยำขนาดนี้"

"ฉันไม่ค่อยเข้าใจเทียบยานี้สักเท่าไรหรอกนะคะ แต่มองดูก็รู้ว่าน่าจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า คุณคงไม่ได้จัดไปกินเองใช่ไหมคะ?"

"ไม่ผิดหรอกครับ จัดตามนั้นได้เลย!" ฉินเกอรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย หญิงสาวคนนี้หน้าตาก็ออกจะสะสวย ทำไมถึงพูดจาเหน็บแนมอยู่เรื่อยเลยนะ?

ทำยังกับว่าเขาอยากจะเอาเรื่องพรรค์นี้มาทำเป็นเล่นอย่างนั้นแหละ!

เดิมทีเขากะจะถามเสียหน่อยว่าซุนซื่อเจิ้งอยู่ไหม แต่ตอนนี้เขาไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว

หญิงสาวชะงักมือไปเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรอีก และจัดยาเสร็จอย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวฉันไปต้มยาให้ที่หลังบ้าน คุณรออยู่ตรงนี้นะคะ!"

หญิงสาวหิ้วถุงยาเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ "ถ้ามีคนมาตรวจรักษาหรือมาจัดยา รบกวนเรียกฉันด้วยนะคะ"

"ฉันชื่อซุนเมี่ยวเมี่ยวค่ะ"

กว่าครึ่งชั่วโมงผ่านไป ภายในโรงหมอก็ยังไม่มีคนไข้โผล่มาสักคน กลับกลายเป็นซุนซื่อเจิ้งที่เดินเข้ามาแทน

"สวัสดีครับ ศาสตราจารย์ซุน!"

เมื่อฉินเกอเห็นซุนซื่อเจิ้งกลับมา เขาก็ลุกขึ้นยืนทักทายทันที

ซุนซื่อเจิ้งพิจารณาฉินเกออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ? เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยตงไห่หรือเปล่า?"

ฉินเกอพยักหน้า "ใช่ครับ ผมมีโอกาสได้เข้าเรียนในคลาสของศาสตราจารย์ซุนด้วยครับ"

"วันนี้มาจัดยานิดหน่อย แล้วก็กะว่าจะรบกวนให้ศาสตราจารย์ช่วยแมะชีพจรให้ผมสักหน่อยน่ะครับ"

ทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมของซุนซื่อเจิ้งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในวงการ มิเช่นนั้นมหาวิทยาลัยตงไห่คงไม่จ้างให้เขาไปเป็นอาจารย์พิเศษหรอก

ฉินเกอรู้สึกว่าหลังจากที่ได้ฝึกฝนคัมภีร์ธรรมหยินหยาง ร่างกายของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าโรคมะเร็งจะหายดีแล้วหรือยัง

ยังไงก็ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลซ้ำอีกรอบอยู่ดี แต่ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสให้ซุนซื่อเจิ้งช่วยตรวจดูอาการให้ก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

"นั่งลงสิ!" ท่าทางของซุนซื่อเจิ้งดูเป็นกันเองมาก เหมือนกับตอนที่เขาสอนอยู่เป็นประจำไม่มีผิด

จบบทที่ บทที่ 6 สืบทอดสำนักเหอฮวน โรงหมอชิงเฟิงถัง

คัดลอกลิงก์แล้ว