- หน้าแรก
- ยอดบัณฑิตทะลุมิติ สู่มหาขุนนางสะท้านแผ่นดิน
- (✓) EP 27: ก้อนแป้งอ้วนกลมทั้งสอง
(✓) EP 27: ก้อนแป้งอ้วนกลมทั้งสอง
(✓) EP 27: ก้อนแป้งอ้วนกลมทั้งสอง
(✓) EP 27: ก้อนแป้งอ้วนกลมทั้งสอง
สวนกระเรียนเซียนตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาด้านหลังอารามอวิ๋นชิง ระยะทางค่อนข้างไกล วันนี้ผู้คนมาสักการะบางตา ยิ่งไม่มีผู้ใดย่างกรายมาถึงหุบเขาแห่งนี้ จึงไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นภาพกระเรียนเซียนคลอเคลียเว่ยอวิ๋นโจว
กระเรียนเซียนทั้งสองเยื้องย่างเคียงคู่เว่ยอวิ๋นโจว ก้าวเข้าสู่สวนกระเรียนเซียนอย่างพร้อมเพรียง
ด้วยบารมีของเว่ยอวิ๋นโจว หลี่อี๋เหนียงจึงได้รับอานิสงส์ได้ลูบไล้กระเรียนเซียนไปด้วย
ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของกระเรียนเซียนแห่งอารามอวิ๋นชิงนั้นถูกเล่าขานไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นทูตสวรรค์ส่งมา บ้างก็ว่าคือเทพเทวาจำแลงกาย ที่พวกมันมาเยือนแคว้นต้าฉี ก็เพราะดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยสิริมงคล เมื่อเว่ยอวิ๋นโจวได้ยินตำนานเหล่านี้ เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าเป็นอุบายของราชสำนักที่กุข่าวขึ้น เพื่อป่าวประกาศถึงพระบารมีของฮ่องเต้ราชวงศ์หลิว
นอกจากตำนานอันเลื่องชื่อแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระเรียนเซียนเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองเสียนจิง คืออุปนิสัยอันหยิ่งผยอง พวกมันไม่เคยยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งฮ่องเต้เสด็จมาทอดพระเนตรกระเรียนเซียนด้วยพระองค์เอง ทว่าพวกมันกลับเมินเฉย ไม่ยอมเข้าใกล้ ฮ่องเต้หาได้กริ้วไม่ กลับทรงแย้มพระสรวลและตรัสชมว่า กระเรียนเซียนแห่งอารามอวิ๋นชิงคือกระเรียนเซียนที่แท้จริง มิใช่นกกระจอกเทศไร้ค่า
เมื่อได้รับคำสรรเสริญจากฮ่องเต้ ชื่อเสียงของกระเรียนเซียนก็ยิ่งขจรขจาย ผู้คนต่างหลั่งไหลมาชมบารมีอย่างไม่ขาดสาย บางทีอาจเป็นเพราะเสียงอื้ออึงของผู้คน ทำให้กระเรียนเซียนระคายหู พวกมันจึงหายหน้าไปนานหลายปี และเพิ่งจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อสองปีก่อน
เมื่อก้าวล่วงเข้าสู่สวนกระเรียนเซียน กระเรียนเซียนทั้งสองก็โผบินกลับเข้าไปในดงไผ่ ร่างของพวกมันเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน หรือบางทีพวกมันอาจตั้งใจบินออกไปต้อนรับเว่ยอวิ๋นโจวก็เป็นได้
ตั้งแต่กระเรียนเซียนร่อนลงมาคลอเคลียเว่ยอวิ๋นโจว หลี่อี๋เหนียงก็ปิดปากเงียบสนิท นางเกรงว่าเสียงของตนจะทำให้สัตว์วิเศษตื่นตระหนกและบินหนีไป
เว่ยอวิ๋นโจวหาได้ใส่ใจการจากไปของกระเรียนเซียนไม่ เขากำลังสอดส่ายสายตาสำรวจรอบบริเวณอย่างใคร่รู้ และพบว่าสถานที่แห่งนี้มิใช่สวนดอกไม้ หากแต่เป็นดงไผ่ขนาดใหญ่
ไผ่ในดงนี้ช่างแตกต่างจากไผ่ที่เขาเคยเห็น พวกมันลำต้นสูงตระหง่านและอวบอ้วนราวกับต้นไม้ใหญ่
เมื่อทอดสายตามองลำไผ่ขนาดมหึมา ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเว่ยอวิ๋นโจวคือ หน่อไม้ของมันจะใหญ่โตปานใด และจะรสชาติล้ำเลิศเพียงใด ไม่รู้ว่าจะมีใครอนุญาตให้ขุดหน่อไม้ที่นี่หรือไม่
หลี่อี๋เหนียงเห็นบุตรชายจดจ้องดงไผ่ตาไม่กะพริบ ก็หลงคิดว่าเขาอาลัยอาวรณ์กระเรียนเซียน จึงเอ่ยปลอบใจ “อี๋เหนียงเห็นว่ากระเรียนเซียนสองตัวนั้นโปรดปรานเจ้ามาก ไม่แน่ประเดี๋ยวพวกมันอาจจะบินกลับมาหาเจ้าอีกก็ได้นะ” นางเคยได้ยินมาว่ากระเรียนเซียนแห่งอารามอวิ๋นชิงไม่เคยปรากฏตัวให้ผู้ใดเห็นง่ายๆ และยิ่งไม่เคยเข้าใกล้ผู้ใด ทว่าเมื่อครู่พวกมันกลับเป็นฝ่ายเข้ามาคลอเคลียอวิ๋นโจวก่อน
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ช่างเหนือจริงราวกับความฝัน จวบจนบัดนี้นางยังไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
“หา... ข้ามิได้นึกถึงกระเรียนเซียนเสียหน่อย” เว่ยอวิ๋นโจวชี้มือไปยังดงไผ่ เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “อี๋เหนียง หน่อไม้พวกนั้นกินได้หรือไม่ เราขุดกลับไปได้หรือไม่ รสชาติจะเป็นอย่างไรหนอ”
หลี่อี๋เหนียงนึกว่าบุตรชายกำลังอาลัยกระเรียนเซียน ไม่คาดคิดว่าเขาจะหมายปองหน่อไม้ นางถึงกับหลุดขำออกมา
“เจ้าเด็กตะกละ อยากกินหน่อไม้แล้วสิ”
“อยากกินขอรับ” อีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงฤดูกาลแห่งหน่อไม้แล้ว “อี๋เหนียง ต้นไผ่ที่นี่สูงใหญ่ปานนั้น หน่อไม้ก็ต้องอวบอ้วนน่ากินเป็นแน่”
หลี่อี๋เหนียงเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งรั้นของบุตรชายอย่างเอ็นดู “ผู้คนดั้นด้นมาสวนกระเรียนเซียนเพื่อยลโฉมกระเรียนเซียน ทว่าเจ้ากลับหมายตาหน่อไม้ของที่นี่ จะให้อี๋เหนียงเอ่ยสิ่งใดได้เล่า”
เว่ยอวิ๋นโจวกะพริบตาปริบๆ “ก็ข้าได้ยลโฉมกระเรียนเซียนแล้วนี่ขอรับ แถมยังได้ลูบคลำพวกมันด้วย”
“เจ้านี่ช่างมีบุญวาสนาจริงๆ” หลี่อี๋เหนียงไม่คาดคิดว่าบุตรชายจะมีวาสนาผูกพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในใจนางทั้งปีติและหวั่นวิตก นางลอบขอบคุณสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ มิเช่นนั้น... คงนำพาภัยพิบัติมาสู่ตัวเป็นแน่
“อี๋เหนียง หน่อไม้ที่นี่ขุดได้หรือไม่ขอรับ”
“เรื่องนี้... อี๋เหนียงก็สุดจะรู้” หลี่อี๋เหนียงครุ่นคิด คงไม่มีผู้ใดอุตริคิดขุดหน่อไม้ในสวนกระเรียนเซียนมากินหรอกกระมัง
“ขุดได้สิ” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น ปรากฏร่างนักพรตชราในชุดสีเทาหม่น หนวดเคราขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ทว่านัยน์ตากลับทอประกายแจ่มใส
เมื่อเห็นนักพรตชราผู้มีบุคลิกสง่างามดั่งเทพเซียนปรากฏกาย หลี่อี๋เหนียงก็รีบดึงมือเว่ยอวิ๋นโจวให้ค้อมกายทำความเคารพ
“นักพรต ข้าน้อยต้องขออภัยที่ล่วงเกินเจ้าค่ะ”
“สีกาอย่าได้เกรงใจ” นักพรตชรามีท่าทีเมตตา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พ่อหนุ่มน้อย เจ้าชอบกินหน่อไม้หรือ”
เว่ยอวิ๋นโจวเห็นนักพรตชราทอดสายตามองตนด้วยความเมตตา ก็คลายความระแวดระวังลง
“อืม... ชอบขอรับ”
“หน่อไม้ที่นี่อ่อนนุ่มและรสชาติดีนัก หากเจ้าชอบ ก็จงขุดไปให้มากหน่อยเถิด” นักพรตชราใช้แส้ปัดฝุ่นชี้ไปทางทิศตะวันออก “พ่อนุ่มน้อย ตรงนั้นมีหน่อไม้อยู่เยอะแยะ เจ้าไปขุดได้เลย”
เว่ยอวิ๋นโจวได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างเปล่งประกาย “ขอบพระคุณนักพรตที่ชี้แนะขอรับ” เขาเอ่ยพลางนึกขึ้นได้ “นักพรต ขุดหน่อไม้ต้องจ่ายเงินหรือไม่ขอรับ”
คำถามของเขาทำเอานักพรตชราชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“ไม่ต้องจ่ายเงิน พ่อหนุ่มน้อย เจ้าขุดไปตามสบายเถิด”
“ขอบพระคุณนักพรตขอรับ” เว่ยอวิ๋นโจวหันไปยิ้มแป้นให้หลี่อี๋เหนียง “อี๋เหนียง ข้าจะไปขุดหน่อไม้ คืนนี้เราจะได้กินหน่อไม้กันขอรับ” สิ้นคำ เขาก็วิ่งปรี่ไปยังทิศทางที่นักพรตชราชี้บอก
หลี่อี๋เหนียงไม่คาดคิดว่าบุตรชายจะมุทะลุไปขุดหน่อไม้จริงๆ นางยืนนิ่งอึ้งด้วยความตื่นตระหนก เกรงว่าเขาจะได้รับอันตราย ทว่าขณะกำลังจะวิ่งตามไป นักพรตชราก็รั้งนางไว้
“สีกา ด้านหน้ามีศาลาริมน้ำให้นั่งพักผ่อน สีกาไปนั่งจิบชา รอพ่อหนุ่มน้อยที่นั่นเถิด”
“แต่...” หลี่อี๋เหนียงไม่อาจปล่อยบุตรชายให้คลาดสายตาได้
“สีกาจงวางใจเถิด สวนกระเรียนเซียนแห่งนี้ปลอดภัยยิ่งนัก พ่อหนุ่มน้อยจะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน”
เมื่อได้ยินคำรับรองจากนักพรตชรา หลี่อี๋เหนียงก็เบาใจลง ยอมตามนักพรตชราไปนั่งพักที่ศาลาริมน้ำ
เว่ยอวิ๋นโจววิ่งมาถึงดงไผ่ทิศตะวันออก ก็พบเด็กชายร่างอวบอ้วนกำลังออกแรงดึงหน่อไม้อย่างสุดกำลัง เขาจึงก้าวเข้าไปหา “ข้าช่วยเจ้าดึงนะ”
เด็กอ้วนหันมามอง เมื่อเห็นเด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีรูปร่างอวบอ้วนไม่ต่างกัน เขาก็รู้สึกถูกชะตาทันที
“มาสิ เรามาดึงด้วยกัน”
ก้อนแป้งอ้วนกลมสองก้อน มืออวบๆ สี่ข้าง จับหน่อไม้แน่น แล้วออกแรงดึงขึ้นพร้อมกัน