- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 50: ล้มหมอนนอนเสื่อไร้รักแท้ อย่าเอาเงินทองมาทดสอบสันดานคน!
EP 50: ล้มหมอนนอนเสื่อไร้รักแท้ อย่าเอาเงินทองมาทดสอบสันดานคน!
EP 50: ล้มหมอนนอนเสื่อไร้รักแท้ อย่าเอาเงินทองมาทดสอบสันดานคน!
EP 50: ล้มหมอนนอนเสื่อไร้รักแท้ อย่าเอาเงินทองมาทดสอบสันดานคน!
เมื่อห้าปีก่อน ในงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน
จางอวี่ซีและอู๋โยวตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ
ตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ก็จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องวางแผนแต่งงาน พ่อแม่ของจางอวี่ซีกลับคัดค้านอย่างหัวชนฝา
พวกท่านรังเกียจที่อู๋โยวเป็นคนต่างจังหวัด แถมยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง กลัวว่าจะมอบความสุขให้กับลูกสาวไม่ได้...
เพื่อไขว่คว้าความรัก จางอวี่ซีจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
เธอตัดขาดจากพ่อแม่ หนีออกจากบ้านไปจดทะเบียนสมรสกับอู๋โยว
อู๋โยวที่ซาบซึ้งใจสุดๆ ถึงกับสาบานว่า จะปกป้องและดูแลจางอวี่ซีไปตลอดชีวิต
เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ผู้หญิงที่เขารัก มีความสุขที่สุด...
ช่วงแรกของการแต่งงาน ทุกอย่างเป็นไปได้สวย
ถึงชีวิตจะไม่ได้หรูหราอู่ฟู่ แต่ทั้งคู่ก็รักกันหวานชื่น ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา
โดยเฉพาะเมื่อจางอวี่ซี ควักเงินเก็บทั้งหมดที่หามาได้จากการทำงานหลายปี ไปซื้อคอนโดเล็กๆ ชานเมืองจินเฉิง
อู๋โยวก็ยิ่งซาบซึ้งใจจนแทบคลั่ง สาบานว่าชาตินี้ หรือแม้แต่ชาติหน้า ก็จะรักแค่จางอวี่ซีคนเดียว...
แต่ใครจะรู้ว่า เมฆฝนจะตั้งเค้ามาเมื่อไหร่
เมื่อครึ่งปีก่อน จู่ๆ จางอวี่ซีก็หมดสติล้มพับไปที่ทำงาน
พอส่งโรงพยาบาล หมอก็ตรวจพบว่ามีเนื้องอกที่หัวใจ ซึ่งไปกดทับเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ จนเกิดอาการหน้ามืด
โชคดีที่เนื้องอกเป็นเนื้อดี ไม่มีโอกาสกลายพันธุ์เป็นมะเร็งในระยะสั้น
แต่โชคร้ายคือ เนื้องอกมันเกาะติดอยู่ที่หัวใจ พอตัดออกปุ๊บ ก็ต้องรีบเย็บแผลให้เสร็จภายในเวลาอันสั้นที่สุด
แต่ในมณฑลหลง หรือแม้แต่โรงพยาบาลดังๆ ทั่วประเทศ ก็ยังไม่เคยมีหมอคนไหน ทำการเย็บแผลที่หัวใจได้เร็วขนาดนั้น
อาการป่วยของจางอวี่ซี จึงดูเหมือนไร้ทางรักษา
เวลาตายของเธอ ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเติบโตของเนื้องอกเท่านั้น...
เมื่ออู๋โยวรู้ข่าวร้ายนี้ เขาก็ร้องไห้ฟูมฟายจนสลบไปหลายรอบ
เขาพาจางอวี่ซีตระเวนหาหมอไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นหมอแผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนจีน
ขอแค่มีความหวัง เขาก็ไม่ยอมแพ้
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตของเนื้องอกได้
เมื่อสองเดือนก่อน อาการของจางอวี่ซีก็ทรุดหนักลง
เธอต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ เป็นครั้งสุดท้าย...
ในช่วงที่ตระเวนหาหมอ จางอวี่ซีที่ซาบซึ้งใจ ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของอู๋โยวอีกต่อไป
เธอแอบไปซื้อประกันชีวิตก้อนโต โดยระบุชื่ออู๋โยวเป็นผู้รับผลประโยชน์
หวังว่าหลังจากที่เธอตายไปแล้ว สามีของเธอจะยังมีชีวิตที่มีความสุขต่อไปได้
แม้กระทั่งคอนโดที่เธอซื้อ เธอก็ทำพินัยกรรมยกให้อู๋โยวไว้เรียบร้อยแล้ว...
จางอวี่ซีคิดว่า เธอได้เตรียมการสำหรับชีวิตหลังความตายไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
แต่เมื่อต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น อาการป่วยทรุดหนัก และบิลค่ารักษาพยาบาลที่ปลิวว่อนมาเหมือนพายุหิมะ
ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป...
รอยยิ้มบนใบหน้าของอู๋โยวหายไป สายตาที่เคยมองเธอด้วยความทะนุถนอมก็ไม่มีอีกแล้ว
เมื่อวานนี้ ตอนที่จางอวี่ซีกำลังจะสิ้นลม
สิ่งที่สามีของเธอเป็นห่วงมากที่สุด กลับไม่ใช่ความเจ็บปวดของภรรยา แต่เป็นเรื่องการเคลมประกัน และการรับมรดกบ้าน
นี่เป็นครั้งแรก ที่จางอวี่ซีเริ่มสงสัยในความรักของพวกเขา
แต่พอนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน และความทุ่มเททั้งแรงกายแรงทรัพย์ของสามีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
เธอก็ปลงตก
ถึงความรักที่แสนสั้นนี้จะมีเรื่องให้เสียใจอยู่บ้าง แต่มันก็เคยมีความสุขมากจริงๆ...
แต่สิ่งที่ทำให้จางอวี่ซีเจ็บปวดที่สุดก็คือ!
เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะฟื้นกลับมาได้ และมีเวลาอยู่กับสามีต่ออีกนิด
แต่สามีของเธอกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนที่เธอทั้งแปลกใจและหวาดกลัว
เมื่อเช้านี้ พอมาถึงวอร์ด อู๋โยวก็บอกเธอตรงๆ เลยว่า
เขาจะไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้อีกแล้ว แม้แต่แดงเดียว
แถมยังขู่ให้จางอวี่ซีฆ่าตัวตายซะ เพื่อจะได้จบปัญหาของทั้งคู่
อู๋โยวไม่อยากถูกเธอเป็นตัวถ่วงอีกต่อไป
ยังไงจางอวี่ซีก็ต้องตายอยู่ดี จะมาผลาญเงินเขาเล่นทำไม สุดท้ายก็เสียทั้งคนทั้งเงินเปล่าๆ...
ปกติแค่ทนทรมานกับโรคภัยไข้เจ็บ จางอวี่ซีก็เหนื่อยล้าเต็มทนแล้ว
พอมาเจอเรื่องสะเทือนใจแบบนี้อีก เธอก็หมดสิ้นซึ่งความหวัง และไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไม
ตอนที่เผชิญหน้ากับหลินอี้ ซึ่งเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ เธอถึงไม่ได้รู้สึกขอบคุณเขาเลย
จางอวี่ซีถึงกับคิดว่า ถ้าเมื่อวานเธอตายไปจริงๆ ซะก็ดี
อย่างน้อยๆ เธอก็จะได้เก็บความทรงจำที่สวยงามของความรักเอาไว้!
...
หลินอี้ไม่ใช่พ่อพระ และไม่ได้มีความคิดยิ่งใหญ่ที่จะกอบกู้โลก
แต่เขาก็เป็นคนที่มีเลือดเนื้อและจิตใจ!
พอได้ฟังเรื่องราวสุดรันทดของจางอวี่ซี เขาก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราสิ!
ถ้าน้องสาวของเขาต้องมาเจอผัวระยำแบบนี้
คนเป็นพี่อย่างเขา ถ้ารู้เรื่องเข้า ต่อให้สับมันเป็นชิ้นๆ ก็ยังถือว่าปรานีเกินไปด้วยซ้ำ...
ก็แค่เย็บแผลที่หัวใจไม่ใช่เหรอ?
สำหรับหมอคนอื่น มันอาจจะเป็นกำแพงที่ข้ามไม่พ้น
แต่สำหรับหลินอี้ ที่มีทักษะการเย็บแผลระดับปรมาจารย์ มันก็แค่การเย็บแผลที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง
เขามั่นใจว่าจะสามารถรักษาจางอวี่ซี ให้กลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ...
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนเดรัจฉานที่ไร้ความเป็นคนอย่างอู๋โยว
วิธีที่จะทำลายความหวังของเขาให้ป่นปี้ และดับฝันของเขาให้หมดสิ้น
ปล่อยให้เขาจมปลักอยู่กับความเสียใจไปจนตาย นั่นแหละคือการแก้แค้นที่สาสมที่สุด สำหรับไอ้คนเลวทรามแบบนี้!
ตอนนี้หลินอี้
แค่อยากจะไปตามหาไอ้บ้านั่นให้มาเซ็นชื่อยินยอม เพื่อจะได้รีบผ่าตัดให้จางอวี่ซีไวๆ
...
“หลินอี้... เธอออกมาทำไมเนี่ย?” เมื่อเห็นหลินอี้เดินจ้ำอ้าวออกมา จงซีเป่ยก็ชะงักไป
ตอนที่เขากำลังจะเกลี้ยกล่อมญาติคนไข้ที่มาโวยวายให้สงบสติอารมณ์ได้แล้ว
หลินอี้กลับโผล่มาถูกจังหวะพอดี นี่มันราดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ!
“กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย!”
“ในแผนกยุ่งจะตายอยู่แล้ว ทำไมถึงได้เกะกะแบบนี้นะ...”
จงซีเป่ยขยิบตาถี่ๆ ส่งสัญญาณให้หลินอี้รีบกลับเข้าไปข้างใน
“ฟางเสี่ยวหรานคนนี้เนี่ย ปล่อยให้หลินอี้คลาดสายตาได้ยังไง”
“ก็บอกแล้วไง ว่าถ้าฉันไม่อนุญาต ห้ามปล่อยให้หลินอี้ออกมาเด็ดขาด”
“วัยรุ่นสมัยนี้ พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยจริงๆ!”
การปรากฏตัวของหลินอี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้จงซีเป่ยถึงกับแอบบ่นฟางเสี่ยวหรานในใจ
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงให้คนที่ไว้ใจได้มากกว่านี้มาดูแลแล้ว
“มาดูนี่สิ ทุกคนมาดูนี่...”
“นี่ไง หลินอี้ หมอที่ฆ่าคนตายโดยไม่สนใจชีวิตคนไข้”
“เขาทำให้ภรรยาผม ทำให้ครอบครัวของเรา ต้องตกอยู่ในนรกที่มืดมิดและทรมานไม่สิ้นสุด”
“นี่มันไม่ใช่การรักษาคนแล้ว นี่มันฆาตกรรมชัดๆ...”
พอเห็นหลินอี้เดินออกมาจากประตูแผนกฉุกเฉิน
อู๋โยวก็เริ่มอาละวาดทันที
เขาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป พร้อมกับตะโกนโวยวายอยู่หน้าแผนกฉุกเฉิน
พรั่งพรูข้อกล่าวหาสารพัดใส่หลินอี้
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ในเมื่อญาติคนไข้อยู่ตรงนี้”
“การรักษาคนไข้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากญาติ”
“แค่ข้อหานี้ข้อหาเดียว ฉันก็ฟ้องแกให้ติดคุกได้แล้ว!”
เมื่อเห็นคนเริ่มมามุงดูเยอะขึ้นเรื่อยๆ
อู๋โยวก็ยิ่งทำหน้าตาขึงขัง และโวยวายหนักขึ้นไปอีก...