- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 36: จุดที่เกิดปัญหา เป็นฝีมือของหลินอี้ทั้งหมดเลย!
EP 36: จุดที่เกิดปัญหา เป็นฝีมือของหลินอี้ทั้งหมดเลย!
EP 36: จุดที่เกิดปัญหา เป็นฝีมือของหลินอี้ทั้งหมดเลย!
EP 36: จุดที่เกิดปัญหา เป็นฝีมือของหลินอี้ทั้งหมดเลย!
“เอาเครื่องอัลตราซาวนด์สีมา”
“เตรียมอัลตราซาวนด์ช่องอกเดี๋ยวนี้!”
ลู่เฉินซีออกคำสั่งใหม่ทันทีโดยไม่ลังเล
ความดันโลหิตตกลงกะทันหัน แถมอัตราการเต้นของหัวใจก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนำมาประกอบกับผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนผ่าตัด
ความเป็นไปได้ที่สูงที่สุดก็คือ เหล็กเส้นที่เสียบทะลุหน้าอก อาจจะไปกดทับหัวใจหรือหลอดเลือดแดงปอด หรืออาจจะมีรอยแตกจนเลือดออกก็ได้
และนี่ก็คือสิ่งที่ลู่เฉินซีไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด
เพราะมันหมายความว่า แผนการผ่าตัดที่เธอเลือกนั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ถ้าตอนแรกเลือกจัดการกับเหล็กเส้นที่หน้าอกก่อน ก็คงไม่เกิดสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ ที่ทำให้ชีวิตของคนไข้ต้องตกอยู่ในอันตราย
แต่ลู่เฉินซีก็รู้ดีว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหาคนผิดหรือโทษตัวเอง
ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เธอก็ต้องยอมรับผลของมัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ ต้องรีบหาสาเหตุให้เจอ
และลดความเสี่ยงที่คนไข้จะต้องเผชิญให้น้อยที่สุด...
เมื่อพยาบาลเข็นเครื่องอัลตราซาวนด์สีในห้องผ่าตัดมาถึง และเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว
ลู่เฉินซีก็เริ่มทำการตรวจช่องอกทันที
“หืม?”
เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าจอเครื่องอัลตราซาวนด์ ลู่เฉินซีก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“หัวใจปกติ หลอดเลือดแดงปอดปกติ”
“ในช่องอกก็ไม่มีน้ำคั่งปริมาณมากด้วย?”
“เป็นไปได้ยังไง!” ลู่เฉินซีขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ตรวจซ้ำตั้งหลายรอบ ผลก็ยังปกติอยู่ดี
ภาพที่เห็นแทบจะไม่ต่างอะไรกับตอนที่ตรวจก่อนผ่าตัดเลย
ผลการตรวจที่ปกติขนาดนี้ ไม่น่าจะทำให้สัญญาณชีพของคนไข้ แกว่งรุนแรงขนาดนี้ได้เลยนะ
“ตื๊ดๆๆ... ตื๊ดๆๆ...” แต่เครื่องวัดสัญญาณชีพก็ยังคงส่งเสียงเตือนบาดหูอยู่อย่างต่อเนื่อง
ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจของคนไข้ ยังคงค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ อาจจะเกิดภาวะช็อกและหัวใจหยุดเต้นได้เลย
“หรือว่าเหล็กเส้นสองเส้นที่เสียบทะลุไหปลาร้า จะมีปัญหา?”
ลู่เฉินซีเลื่อนหัวตรวจอัลตราซาวนด์ไปที่หลังของคนไข้
ในเมื่อเหล็กเส้นที่หน้าอกไม่มีปัญหา ปัญหาก็คงต้องอยู่ที่แผลจากเหล็กเส้นอีกสองเส้นที่เหลือนี่แหละ
“เป็นไปไม่ได้!”
“ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลยนี่นา!”
ลู่เฉินซีอุทานออกมา เธอเริ่มเก็บอาการไม่อยู่แล้ว
ทั้งเหล็กเส้นที่หน้าอกและที่ไหปลาร้า ต่างก็ไม่มีความผิดปกติอะไรเลย
นี่มันอธิบายไม่ได้เลยนะ ว่าทำไมสัญญาณชีพของคนไข้ถึงตกลงกะทันหันแบบนี้
ส่วนเรื่องที่ว่า จะเป็นเพราะปัญหาจากการเย็บม้ามหรือเปล่า เธอไม่ได้เอามาคิดให้ปวดหัวเลย
ทุกขั้นตอนที่หลินอี้ทำ เธอเห็นอยู่เต็มสองตา
การเย็บม้ามที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้น ถ้ายังมีปัญหาอีก หมออย่างพวกเธอก็คงไม่ต้องผ่าตัดแล้วล่ะ
“จะทำยังไงดี?” ลู่เฉินซีร้อนใจดั่งไฟลน
ถ้ายังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด การใช้ยาเพิ่มความดันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการผ่าตัดที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้
เมื่อหมดหนทาง เธอจึงหันไปมองหลินอี้ด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
แต่การที่เขาส่ายหน้า กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง...
“แม่งเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?”
“ระบบ ใบ้ให้หน่อยดิวะ!”
ตอนนี้หลินอี้เองก็หน้าเครียดเหมือนกัน สายตาของเขากวาดมองร่างของเถี่ยจู้ไปมา
ในใจก็กำลังสบถด่าระบบอย่างเกรี้ยวกราด
ระบบที่ปกติจะแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที จู่ๆ ก็เหมือนจะแฮงก์ไปซะงั้น
ไม่ว่าเขาจะด่ายังไง มันก็ไม่ยอมส่งเสียงเตือนออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเห็นว่าความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจของเถี่ยจู้ กำลังจะลดลงจนถึงจุดวิกฤตที่อันตรายถึงชีวิตแล้ว
ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง อันตรายอาจจะมาเยือนได้ทุกเมื่อ...
“แย่แล้ว!”
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังเกิดเรื่องใหญ่แน่!”
หัวหน้าแผนกจงที่อยู่ในห้องสังเกตการณ์ เห็นลู่เฉินซีตรวจไปตั้งหลายอย่างแล้ว แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ เขาก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว
“พี่ๆ เทพเจ้าทั้งหลายครับ”
“ผมเหล่าจง ขอร้องพวกคุณล่ะครับ”
“อย่ามัวแต่ยืนดูกันอยู่เลย รีบเข้าไปช่วยกันเถอะครับ...”
พอหัวหน้าแผนกจงพูดจบ คนในห้องสังเกตการณ์ก็หายวับไปหมด
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแบบนี้ บรรดาหัวหน้าแผนกก็รอให้หัวหน้าใหญ่ของแผนกฉุกเฉินออกปากอยู่นั่นแหละ
มีหัวหน้าแผนกร่วมวินิจฉัยตั้งหลายคน ถ้ายังปล่อยให้คนไข้ตกอยู่ในอันตรายอีก
ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คงเสียหน้ากันหมด
“หลบไป ถอยไปอยู่ข้างหลัง!”
ทันทีที่เข้าไปในห้องผ่าตัด ไป๋จี๋ก็คว้าเครื่องอัลตราซาวนด์ไปจากมือลู่เฉินซี แล้วสั่งให้เธอถอยไป
แค่หาสาเหตุง่ายๆ แค่นี้ย่างหาไม่เจอ ยังกล้าพูดว่าจะรับผิดชอบชีวิตคนไข้อีก
ในขณะเดียวกัน หัวหน้าแผนกคนอื่นๆ ก็เข้ามารุมล้อม
พวกเขาจ้องมองภาพบนจออัลตราซาวนด์ ขณะที่มือของไป๋จี๋ขยับไปมา เพื่อวิเคราะห์หาความผิดปกติ
“แปลกจัง! สภาพช่องอกของคนไข้ก็ยังดีอยู่นี่ แผลก็ไม่ได้ลุกลามอะไรเลย”
หัวหน้าแผนกไป๋เริ่มหงุดหงิด
“มันไม่สมเหตุสมผลเลย ต้องมีอะไรที่เรามองข้ามไปแน่ๆ...”
การที่เขาได้ข้อสรุปเหมือนกับลู่เฉินซี ทำให้เขารับไม่ได้
จากประสบการณ์การผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านมา ถ้าคนไข้มีความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจลดลงพร้อมกัน
โอกาส 99.9% คือต้องมีปัญหาที่หัวใจหรือหลอดเลือดแดงปอดแน่ๆ
ถ้าเป็นสาเหตุอื่น ความดันโลหิตไม่มีทางลดลงเร็วขนาดนี้หรอก!
“ผีหลอกชัดๆ!”
“นี่มันเป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เจอเรื่องประหลาดแบบนี้”
หัวหน้าแผนกไป๋แกล้งทำเป็นเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ในใจก็แอบหวั่นๆ เหมือนกัน
อุตส่าห์ไล่ลู่เฉินซีออกไปแล้ว ถ้าตัวเองหาสาเหตุไม่เจออีก คงเสียหน้าแย่
“หัวหน้าแผนกเหลียง คุณคิดว่ายังไงครับ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายทางรังสีวิทยา”
เมื่อจนปัญญา ไป๋จี๋ก็จำต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเหลียงหง หัวหน้าแผนกภาพถ่ายทางรังสีวิทยา
“จากความเห็นของฉันนะคะ สาเหตุที่คนไข้มีอาการแบบนี้ ไม่ได้มาจากบริเวณหัวใจและปอดอย่างแน่นอนค่ะ”
หัวหน้าแผนกเหลียงทำหน้าเครียด เธอเปรียบเทียบข้อมูลบนเครื่องอัลตราซาวนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะให้คำตอบที่ฟันธง
ตามหลักแล้ว การที่คนไข้มีอาการแบบนี้ โอกาสที่จะเกิดจากปัญหาที่หัวใจและปอดนั้นสูงมาก
แต่ข้อมูลจากเครื่องมือ กลับทำให้หัวหน้าแผนกเหลียงต้องตัดสินใจไปในทางตรงกันข้าม
“ผีหลอกจริงๆ ด้วย!”
“ผมขอดูหน่อย”
“หรือว่าเหล็กเส้นสองเส้นที่ไหปลาร้า จะมีอาการติดเชื้อและอักเสบขึ้นมา?”
เมื่อเห็นว่าไป๋จี๋ หัวหน้าแผนกศัลยกรรมทรวงอกหมดหวังแล้ว หัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูกก็รับเครื่องอัลตราซาวนด์มาตรวจที่แผ่นหลังของคนไข้ต่อ
“ฟู่...” ไป๋จี๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถอยกลับไปยืนข้างหลังอย่างโล่งอก
ถ้าหัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูกไม่มารับช่วงต่อ เขาคงไม่รู้จะหาทางลงยังไงแน่ๆ
แต่ในใจลึกๆ เขาก็ยังเชื่อว่า โอกาสที่ปัญหาจะเกิดจากช่องอกนั้นมีสูงกว่า
ต่อให้เหล็กเส้นที่ไหปลาร้าจะติดเชื้อ อาการก็คงไม่ทรุดลงเร็วขนาดนี้หรอก
“เหล็กเส้นสองเส้นนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติครับ เทียบกับตอนตรวจก่อนผ่าตัด ก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย”
“ผมว่า ปัญหาน่าจะมาจากภายในมากกว่า พวกคุณลองปรึกษากันดูเถอะครับ”
ไม่ถึงนาที หัวหน้าแผนกศัลยกรรมกระดูกก็ถอยทัพออกมาอย่างหงอยๆ
กระดูกส่วนเดียวของคนไข้ที่ได้รับความเสียหาย ก็คือไหปลาร้าทั้งสองข้าง
ในเมื่อสองจุดนี้ไม่มีปัญหา ปัญหาอื่นก็อยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบของเขาแล้ว
“หรือว่าม้ามที่เพิ่งเย็บไป จะเกิดภาวะแทรกซ้อน? แต่มันก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้นะ!”
“หรือว่าแผลที่ต้นขาที่เย็บฉุกเฉินตอนนั้น ล้างแผลไม่สะอาด จนทำให้ติดเชื้อ?”
“ความเร็วในการเย็บม้ามและการปิดหน้าท้อง มันเร็วเกินไปหรือเปล่า มีเครื่องมืออะไรตกค้างอยู่ข้างในไหม?”
“ถ้าจะเปิดหน้าท้องอีกรอบ ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซ้ำซ้อน ก็จะยิ่งสูงขึ้นนะ...”
เวลาผ่านไปทีละนาที แนวโน้มที่ความดันโลหิตของคนไข้จะลดลง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ถ้าภายในห้านาที ยังหาแผนการรักษาไม่ได้ คนไข้ก็จะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
บรรดาหัวหน้าแผนกต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ถกเถียงแผนฉุกเฉินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
หลังจากตัดความเป็นไปได้อื่นๆ ออกไปจนหมด ในที่สุดเป้าหมายก็พุ่งตรงไปที่บริเวณต้นขาและหน้าท้อง
แต่เรื่องบังเอิญก็คือ
การเย็บแผลทั้งสองจุดนี้ หลินอี้เป็นคนทำเองคนเดียวทั้งหมด
นี่ทำให้ทุกคนอดสงสัยไม่ได้ว่า
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปคนนี้ มัวแต่เน้นความเร็ว
จนละเลยคุณภาพของการเย็บแผลไปหรือเปล่า...