- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฮอกวอตส์ สู่บัลลังก์จ้าวแห่งเวทมนตร์
- ตอนที่ 28 ผู้ชี้แนะ
ตอนที่ 28 ผู้ชี้แนะ
ตอนที่ 28 ผู้ชี้แนะ
ตอนที่ 28 ผู้ชี้แนะ
ดัมเบิลดอร์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทอดสายตามองแผ่นหลังของไบรอันที่ลับหายไปหลังบานประตูด้วยแววตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา
นกฟีนิกซ์ฟอกส์บินมาเกาะบนโต๊ะทำงาน และส่งเสียงร้องเพลงอันไพเราะเสนาะหู
ดัมเบิลดอร์ลูบขนของมันอย่างแผ่วเบา
บรรดาภาพวาดอดีตอาจารย์ใหญ่บนผนังต่างพากันตื่นจากนิทรา และเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
"โอ้ เด็กคนนี้ช่างเหมือนกับทอม ริดเดิ้ลในอดีตไม่มีผิดเพี้ยน..." อดีตอาจารย์ใหญ่ร่างผอมบางในกรอบรูปถอนหายใจ "ทั้งความอยากรู้อยากเห็น ความทะเยอทะยาน ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความหล่อเหลา... ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้แสดงพรสวรรค์อันน่าทึ่งออกมาให้ทุกคนเห็นเหมือนอย่างริดเดิ้ล แต่เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย และแววตาของเขาในบางครั้งก็ช่างเหมือนกันราวกับแกะ"
"คุณมองผิดแล้วล่ะ อาร์มันโด เด็กคนนี้ไม่ได้หล่อเหลาเลยสักนิด เขาเรียกว่างดงามต่างหาก" แม่มดผมลอนสีเงินยาว ไดลิส เดอร์เวนท์ เอ่ยแย้งจากอีกกรอบรูปหนึ่ง
"โอ้ เขาเป็นถึงนักเรียนดีเด่นของสลิธีรินนะ อย่าได้ริอาจไปคิดอะไรอกุศลกับเขาเชียว" อดีตอาจารย์ใหญ่จากตระกูลแบล็กเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "อย่างไรก็ตาม การที่เขาลดตัวไปเกลือกกลั้วกับพวกเลือดสีโค... อะแฮ่ม... ไปคลุกคลีกับพวกนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าสำหรับสลิธีรินเสียนี่กระไร เป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง! ช่างเถอะ ในเมื่อเขาเป็นเด็กดื้อรั้น งั้นเราก็ฝังเขาซะ..."
"หุบปากไปเลยนะ ฟินีแอส" ไดลิสเอื้อมมือข้ามกรอบรูปไปอุดปากเขาไว้
"อื้ออๆ ปล่อยฉันนะ..." ฟินีแอสพยายามงัดมือของไดลิสออก แต่เธอกลับกดหัวเขาลงไปอีก
"แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ อัลบัส?" ไดลิสถามเสียงนุ่ม บรรดาอดีตอาจารย์ใหญ่ในภาพวาดต่างก็หยุดเถียงกัน และตั้งใจรอฟังคำตอบ
ดัมเบิลดอร์ยังคงลูบขนฟอกส์ต่อไป เมื่อได้ยินคำถาม เขาก็ร้อง "อา" ออกมาเบาๆ และตอบว่า "คุณก็รู้นี่ ไดลิส ตอนที่เขาอยู่หน้ากระจกเงาแห่งเอริเซด ฉันมองเห็นความมืดมิดที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขานะ"
"เขาเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียวและมีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยอย่างไม่น่าเชื่อ รู้จักที่จะปกปิดตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ตั้งแต่อายุแค่นี้..." ดัมเบิลดอร์เอ่ยชม "ในตอนนั้น เขาทำให้ฉันนึกถึงทอม ริดเดิ้ล และยังทำให้ฉันนึกถึงตัวฉันเองและเขาในวัยเยาว์ด้วย"
"แต่สิ่งที่น่ายินดีก็คือ ถึงแม้เขาจะมีความคล้ายคลึงกับริดเดิ้ล แต่เขาก็มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเช่นกัน"
"ในใจของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ความมืดมิดอย่างแน่นอน เขาโหยหาความรัก และปรารถนาที่จะได้รับการโอบอุ้ม เขาเพียงแค่กำลังหลงทางเท่านั้นเอง"
"ในฐานะศาสตราจารย์ ฉันเชื่อว่าฉันมีหน้าที่ที่จะต้องคอยชี้แนะไม่ให้เขาเดินหลงระเริงไปในทางที่ผิด" ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ "ในอดีต ฉันได้แต่เฝ้ามองการเติบโตของริดเดิ้ลด้วยสายตาที่เย็นชา ซึ่งมันก็อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดหรอกนะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย มันมีแต่จะทำให้คนที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นยิ่งรู้สึกเคียดแค้นมากขึ้น และคนที่รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างมากขึ้น ดังนั้น สำหรับเด็กคนนี้ ฉันอยากจะลองใช้วิธีที่แตกต่างออกไปดูบ้าง"
"บางที เขาอาจจะแค่ต้องการใครสักคนที่จะยื่นมือเข้าไปหา คอยจุดประกายแสงสว่างในหัวใจของเขา ช่วยให้เขามองเห็นทางเลือกของตัวเองได้อย่างชัดเจน และหยุดยั้งไม่ให้เขากระทำในสิ่งที่เขาจะต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต"
ดัมเบิลดอร์ประสานมือไว้ใต้คาง นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของเขาทอประกายแห่งความรอบรู้และประสบการณ์ชีวิต
"เขาสามารถกลายเป็นคนที่เลวทรามต่ำช้าได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สามารถกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน"
"ฉันคิดว่าฉันยังพอจะรับบทบาทเป็นผู้ชี้แนะได้อยู่นะ"
...เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียวก็จะถึงการสอบไล่ ห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีรินตกอยู่ในความเงียบสงบ
พ่อมดแม่มดน้อยทุกคนต่างพากันง่วนอยู่กับการทบทวนบทเรียน หรือไม่ก็นั่งกุมขมับกับกองการบ้านที่เพิ่มขึ้นเป็นภูเขาเลากา
ห้องสมุดเองก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ที่นั่งทุกตัวถูกจับจองจนเต็มตั้งแต่หัววัน
ใต้ตาของแดฟนีคล้ำเป็นหมีแพนด้า และเธอก็เขียนตารางทบทวนบทเรียนยาวเหยียดไว้บนกระดาษหนัง
ช่วงนี้อารมณ์ของเธอแปรปรวนง่ายเป็นพิเศษ จากเด็กผู้หญิงน่ารักๆ กลายร่างเป็นนางพญาจอมเหวี่ยงไปซะแล้ว
เธอจะถลึงตาใส่ใครก็ตามที่บังอาจมารบกวนการอ่านหนังสือของเธอ จนกว่าคนคนนั้นจะรู้ตัวแล้วรีบไสหัวไปให้พ้น
ถ้าใครโง่เง่าพอที่จะมาเซ้าซี้เธอ รับรองได้เลยว่าเธอจะแปลงร่างเป็นนางเสือร้ายเท้าสะเอว แล้วเฉดหัวคนคนนั้นออกจากอาณาเขตของเธอทันที
แม้แต่แพนซี่ พาร์กินสัน ช่วงนี้ก็ยังไม่กล้าเข้าไปวอแวกับเธอมากนัก
โชคยังดีที่ท่าทีของแดฟนีที่มีต่อไบรอันยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะไบรอันสามารถช่วยติวหนังสือและตอบคำถามต่างๆ ให้เธอได้นั่นแหละ
"แล้วก็นะ ไบรอัน ช่วงหลายวันก่อนนายดูไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย ฉันดีใจนะที่นายปรับตัวได้แล้ว" แดฟนีพูดขึ้น
"ฉันกลัวแทบแย่ว่านายจะค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากฉันไปเรื่อยๆ โชคดีจริงๆ ที่ตอนนี้นายกลับมาเป็นปกติแล้ว"
แดฟนีมักจะเป็นคนช่างสังเกตอยู่เสมอ
"ขอบใจนะ แดฟนี ฉันแค่เพิ่งจะคิดอะไรบางอย่างตกน่ะ" ไบรอันจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนและแฝงความโศกเศร้า "ขอบใจนะที่เชื่อใจและคอยสนับสนุนฉันมาตลอด แดฟนี"
"ไม่เป็นไรหรอกน่า" แดฟนีแก้มแดงระเรื่อ ตอบเสียงเบาหวิวราวกับเสียงยุงบิน
"เอ่อ... นายช่วยสอนฉันร่ายคาถาบทนี้หน่อยได้ไหม? ฉันร่ายพลาดตลอดเลย..." จากนั้นเธอก็เงยหน้าแดงๆ ขึ้นมาและถามด้วยความขัดเขิน
"ได้สิ เธอร่ายให้ฉันดูก่อนสิ..."
การพูดคุยของเขากับแดฟนีก็มักจะวนเวียนอยู่แต่เรื่องประมาณนี้แหละ
ในขณะเดียวกัน มัลฟอยกลับทำตัวชิลๆ เหมือนไม่แคร์การสอบเลยสักนิด เอาแต่นั่งเล่นหมากรุกพ่อมดอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมอย่างสบายอารมณ์
แต่ไบรอันก็แอบเห็นหมอนั่นแอบทบทวนสมุดจดและฝึกร่ายคาถาลับหลังคนอื่นอยู่บ่อยๆ
แครบบ์และกอยล์กำลังท่องจำเนื้อหาสารพัดอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาเรียนตามเพื่อนไม่ทันไปไกลโขแล้ว
ถึงแม้ไบรอันจะให้พวกเขายืมสมุดจดไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเอาแต่นั่งทำหน้ายู่ยี่ที่ปกติก็ไม่ได้ดูดีอยู่แล้วให้ดูแย่ลงไปอีก ทำเอาไบรอันนึกว่าตัวเองกำลังเห็นโทรลล์อยู่ซะอีก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าพวกเขาไม่อยากโดนพ่อแม่แพ็กคู่ซ้อมตอนกลับถึงบ้านล่ะก็ พวกเขาก็ต้องตั้งใจเรียนให้หนักตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป
ส่วนไบรอันนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องการสอบเท่าไหร่นัก
เขาไม่คิดว่าการสอบได้ที่หนึ่งในหมู่เด็กอายุสิบสองขวบจะเป็นเรื่องที่น่าเอาไปคุยโวโอ้อวดตรงไหน
ระดับพลังเวทมนตร์ของเขาในตอนนี้ เพียงพอที่จะรับมือกับการสอบทุกรูปแบบได้อย่างสบายๆ ถึงแม้เขาจะอ่อนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์และดาราศาสตร์ไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ถึงขั้นมืดแปดด้านเสียทีเดียว
ดังนั้น เขาจึงมีเวลาไปนั่งเล่นหมากรุกพ่อมดกับมัลฟอยอยู่บ้าง
ความจริงแล้วไบรอันก็ค่อนข้างจะชอบเล่นหมากรุกพ่อมดอยู่เหมือนกัน ฝีมือการเล่นของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่เล่นกับมัลฟอยนี่แหละ
ช่วงหลังๆ มัลฟอยเลยพาลไม่อยากเล่นหมากรุกกับเขาอีกแล้ว เขาชอบไปเล่นกับแครบบ์หรือกอยล์มากกว่า เพราะมันทำให้เขาสามารถโชว์ความเหนือชั้นทางสติปัญญาได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม มัลฟอยยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกังวล นั่นก็คือการถูกกักบริเวณในคืนนี้
เช้านี้ มัลฟอยได้รับโน้ตจากศาสตราจารย์มักกอนนากัล:
'การกักบริเวณของเธอจะเริ่มขึ้นในเวลาห้าทุ่มคืนนี้ ให้ไปพบคุณฟิลช์ที่โถงทางเข้า — ศาสตราจารย์มักกอนนากัล'
มัลฟอยขยี้ผมสีบลอนด์ซีดของตัวเองอย่างหัวเสีย เขารู้สึกไม่เต็มใจและมองว่าเรื่องนี้มันช่างน่าอับอายขายหน้าสิ้นดี
"ฉันเป็นถึงนักเรียนบ้านสลิธีรินนะ ทำไมถึงต้องมาโดนยายแก่กริฟฟินดอร์นั่นลงโทษด้วยเนี่ย?" มัลฟอยบ่นกระปอดกระแปด และลดเสียงลงเมื่อพูดคำว่า "ยายแก่"
เขาดูหงุดหงิดงุ่นง่าน เอาแต่ป่าวประกาศว่าเขาไม่มีวันยอมไปถูกกักบริเวณร่วมกับพวกพอตเตอร์เด็ดขาด และบอกว่าโรงเรียนควรจะส่งพวกพอตเตอร์ไปขัดห้องน้ำหรือทำอะไรทำนองนั้นมากกว่า แถมยังแอบนินทาศาสตราจารย์มักกอนนากัลลับหลังอีกต่างหาก
ไบรอันลอบขำในใจ เขารู้ดีว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลคือบุคคลที่มัลฟอยหวาดกลัวที่สุดมาโดยตลอด
ในช่วงหลายคืนที่ผ่านมา ไบรอันคอยติดตามควีเรลล์เข้าไปในป่าต้องห้ามอยู่เสมอ
เมื่อใดที่ศีลธรรมถูกละทิ้ง สิ่งที่ตามมาก็มีเพียงความละโมบที่ไม่รู้จักพอ จอมมารต้องการเลือดม้ายูนิคอร์นมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูพลังให้กลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่พบร่องรอยของม้ายูนิคอร์นเลยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ พวกเขาค้นพบม้ายูนิคอร์นอีกตัวหนึ่ง แต่ควีเรลล์กลับจับมันไม่ได้
เขาทำม้ายูนิคอร์นได้รับบาดเจ็บ แต่สัมผัสได้ว่าแฮกริดกำลังใกล้เข้ามา ควีเรลล์ซึ่งสูญเสียพลังงานไปมากในตอนนั้น จึงจำต้องล้มเลิกการล่าและล่าถอยกลับมา
เห็นได้ชัดว่าการตายของม้ายูนิคอร์นเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้แฮกริดตื่นตัวและออกมาลาดตระเวนในป่าต้องห้ามอย่างเข้มงวดในช่วงนี้
แต่การกระทำของแฮกริดนั้นอันตรายอย่างเห็นได้ชัด และความอดทนของควีเรลล์ก็มาถึงขีดสุด เขาคิดอยากจะฆ่าแฮกริดทิ้งอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไบรอันก็พยายามเกลี้ยกล่อมและห้ามปรามเขาไว้
เพราะการทำเช่นนั้น รังแต่จะทำให้ดัมเบิลดอร์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่นอน
ในตอนนี้ ดัมเบิลดอร์ยังไม่ได้เปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของควีเรลล์ออกมา เพียงแค่ปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปตามครรลองของมันในระดับหนึ่งเท่านั้น และไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าเขาทราบแล้วหรือยังว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ตกำลังสิงสู่อยู่ในร่างของควีเรลล์
แต่ถ้าเขาลงมือฆ่าแฮกริดล่ะก็ เรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ และเมื่อถึงตอนนั้น แม้แต่ไบรอันเองก็คงไม่รอดพ้นจากการถูกเพ่งเล็งเช่นกัน
"การทำแบบนั้นจะทำให้ดัมเบิลดอร์โกรธจัดนะ ศาสตราจารย์ควีเรลล์" ไบรอันเตือนเขาในตอนนั้น "สภาพของคุณในตอนนี้ไม่สามารถรอดพ้นจากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเขาไปได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าคุณต้องการจะเปิดศึกกับดัมเบิลดอร์ตรงๆ"
ควีเรลล์ยอมรับฟังคำเตือนของไบรอัน แต่เห็นได้ชัดว่าความอดทนของเขาเริ่มจะหมดลงทุกที
การถูกจอมมารสิงสู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์เกรี้ยวกราดและหงุดหงิดง่ายขึ้นในช่วงนี้...
"คอยดูเถอะ ฉันจะให้พ่อไปจัดการผู้หญิงคนนั้นให้หนักๆ เลย หวังว่าจะโดนไล่ออกจากฮอกวอตส์ไปเลยยิ่งดี" มัลฟอยยังคงสบถลอดไรฟัน
ไบรอันผายมือออกอย่างอ่อนใจและตอบกลับว่า "เพราะงั้น นายก็เลิกคิดเรื่องแอบย่องออกไปตอนดึกๆ ได้แล้ว ถ้าอยากจะไปฝึกซ้อมคาถากับฉัน ก็มาบอกฉันดีๆ สิ"
ช่วงนี้เขามักจะออกไปหาม้ายูนิคอร์นในตอนกลางคืนบ่อยๆ เลยต้องใช้เรื่องการฝึกซ้อมคาถามาเป็นข้ออ้างบังหน้า
"ใครมันจะบ้าออกไปฝึกซ้อมคาถาตอนดึกๆ ดื่นๆ กันเล่า?" มัลฟอยมองเขาด้วยสายตาราวกับเห็นตัวทากสีรุ้ง
"เอาล่ะๆ" ไบรอันระบายยิ้ม