- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 708 ขุนพลยมโลกฉีเหยียน
ตอนที่ 708 ขุนพลยมโลกฉีเหยียน
ตอนที่ 708 ขุนพลยมโลกฉีเหยียน
นางบังเอิญเห็นเฉิ่นเยียนและเฟิงสิงเหยาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันพอดี เมื่อมองเห็นใบหน้าของทั้งสองชัดเจน นางก็ตกตะลึงในความงดงามจนหัวใจเต้นโครมคราม
ความงดงามนั้นทำให้นางเคลิบเคลิ้มจนเกิดความรู้สึกหลงผิด คิดไปว่าทั้งสองไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์ แต่เป็นคู่รักเทพเซียนที่เดินออกมาจากความฝัน
เมื่อดึงสติกลับมาได้ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พวงแก้มที่แดงระเรื่อเพราะความตกตะลึงพลันซีดเผือดลง สายตาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นระแวดระวังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวาดเสียงแหลม
"พวกเจ้าเป็นใคร?!"
เสียงของนางดึงดูดความสนใจของวิญญาณรอบๆ ได้ไม่น้อย
เมื่อสายตาของเหล่าวิญญาณตกอยู่ที่ร่างของเฉิ่นเยียนและเฟิงสิงเหยา ในคราแรกพวกเขาต่างตกตะลึงและสงสัย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นระมัดระวังและตั้งท่าป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว
พวกเขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่ แล้วจ้องมองเฉิ่นเยียนและเฟิงสิงเหยาเขม็ง
เด็กสาวในชุดผ้าป่านผู้นั้นเดินแกมวิ่งเข้ามา สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวงจ้องมองพวกเขา แต่น้ำเสียงเห็นได้ชัดว่าอ่อนลงหลายส่วน
"พวกเจ้าเป็นใคร? มาทำอะไรที่นี่?"
เฉิ่นเยียนเอ่ยปากขึ้นทันที
"ข้ากับสามีออกมาท่องเที่ยวชมธรรมชาติ เพียงแค่เดินทางผ่านสถานที่แห่งนี้ ไม่มีเจตนาร้ายอันใด"
ส่วนเฟิงสิงเหยาที่ได้ยินคำว่า 'สามี' ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่ก้มมองเฉิ่นเยียนอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนดั่งสายน้ำในชั่วพริบตา
"ท่องเที่ยวชมธรรมชาติงั้นหรือ?"
เด็กสาวเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อนัก แต่เมื่อเห็นว่าชายหญิงตรงหน้าแสดงท่าทีสนิทสนมกันเป็นอย่างยิ่ง ดูไม่เหมือนวิญญาณที่ดุร้ายอำมหิตพวกนั้นจริงๆ ท่าทีของนางก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ที่นี่ไม่มีทิวทัศน์งดงามอะไรหรอก พวกเจ้ายังคงรีบไปจากที่นี่โดยเร็วเถอะ"
เฟิงสิงเหยาโอบไหล่เฉิ่นเยียนเบาๆ บริเวณที่ร่างกายของทั้งสองแนบชิดราวกับเริ่มแผ่ไอความร้อน อุณหภูมิของกันและกันส่งผ่านเสื้อผ้าไปสู่อีกฝ่าย
เขาเงยหน้ามองเด็กสาว ยกยิ้มมุมปากพลางกล่าว
"ข้ากับภรรยาเผลอหลงทาง ขอถามแม่นาง ที่นี่คือที่ใดหรือ?"
เมื่อเด็กสาวเห็นบุรุษรูปงามปานนี้ส่งยิ้มมาให้ตน ก็อดหน้าแดงไม่ได้ หัวใจเต้นรัว
ท่าทางของนางเริ่มลุกลนเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันที่นางจะตอบ วิญญาณดวงหนึ่งในหมู่บ้านก็ชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
"ที่นี่คือหมู่บ้านโหยว"
"หากพวกเจ้าต้องการไปจากที่นี่ ข้าสามารถนำทางให้พวกเจ้าได้"
ผู้พูดคือชายชราสวมชุดผ้าหยาบผู้หนึ่ง เขายันไม้เท้า สายตาสว่างไสวดุจคบเพลิงจ้องมองเฉิ่นเยียนและเฟิงสิงเหยา
เฉิ่นเยียนเห็นวิญญาณในหมู่บ้านโหยวแห่งนี้ล้วนสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ดูท่าทางยากจนข้นแค้นเป็นอย่างมาก ภายในใจนางก็พอจะคาดเดาอะไรได้บ้างแล้ว
ไอวิญญาณของที่นี่เบาบางที่สุด
ดังนั้น ที่นี่น่าจะเป็นพื้นที่ชายขอบของแดนยมโลก และยังเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณระดับต่ำที่สุดอีกด้วย
วิญญาณในหมู่บ้านโหยวทยอยปรากฏตัวออกมา สีหน้าระแวดระวังและไม่อาจปกปิดความตึงเครียดขณะมองมาที่เฉิ่นเยียนกับเฟิงสิงเหยา ดูเหมือนจะมีความร้อนรนซ่อนอยู่ในใจเล็กน้อย
ราวกับกลัวว่าจะถูกค้นพบความลับบางอย่าง
เฉิ่นเยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับเฟิงสิงเหยาอย่างรู้ใจ
"รบกวนด้วย"
เฉิ่นเยียนพยักหน้าให้ชายชราเล็กน้อย
จากนั้น ภายใต้การจับจ้องของหมู่วิญญาณ ทั้งสองก็เดินทางออกจากหมู่บ้านโหยว
บริเวณทางเข้าหมู่บ้านโหยว ชายชราที่ถือไม้เท้าเอ่ยถาม
"แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านต้องการไปที่ใดหรือ? ข้าสามารถชี้ทางให้พวกท่านได้"
เฟิงสิงเหยายิ้มบางๆ
"หอสังเกตการณ์ดารา"
สิ้นคำกล่าวนั้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของชายชราก็สั่นเทาเล็กน้อย แววตาวูบไหว ก่อนจะหยั่งเชิงถาม
"แขกผู้มีเกียรติทั้งสองจะไปหอสังเกตการณ์ดาราด้วยเหตุใดหรือ? ที่นี่อยู่ห่างจากหอสังเกตการณ์ดาราไกลมากนัก..."
เฉิ่นเยียนตอบ
"ไปพบสหายเก่า"
สหายเก่าหรือ?
ชายชรามีสีหน้าผิดปกติ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรให้มากความ
เขาชี้มือไปทางด้านซ้ายเฉียงไปข้างหน้า
"มุ่งหน้าไปตามทิศทางนี้เรื่อยๆ ก็จะสามารถไปถึงหอสังเกตการณ์ดาราได้ ทว่าภายในแดนยมโลกยังคงมีสงครามเกิดขึ้นอยู่ แขกผู้มีเกียรติทั้งสองโปรดระมัดระวังตัวด้วย"
เฉิ่นเยียนและเฟิงสิงเหยาสบตากัน
"ขอบคุณมาก"
จนกระทั่งเงาร่างของทั้งสองหายลับไปจากสายตา ชายชราจึงดึงสายตากลับมา ใบหน้าที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อหันกลับมาก็เห็นชาวบ้านพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนเด็กสาวในชุดผ้าป่านผู้นั้นก็รีบเดินเข้ามาหาชายชรา ก่อนจะเอ่ยเรียก
"ท่านปู่"
ในตอนนั้นเอง ชาวบ้านคนหนึ่งก็มีสีหน้าร้อนรนรีบรุดเข้ามา
เขาเอ่ยอย่างร้อนรน
"แย่แล้ว! ระหว่างทางที่อพยพ เปลหามเกิดฉีกขาด ใต้เท้าผู้นั้นตกกระแทกพื้นอย่างแรง เลือดที่เดิมทีหยุดไหลไปแล้วกลับทะลักออกมาอีกเป็นจำนวนมาก"
เมื่อชายชราและคนอื่นๆ ได้ยิน สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก
"เร็วเข้า!"
ชายชราจับไม้เท้าแน่น รีบจ้ำอ้าวไปทางทิศของหมู่บ้านทันที
ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็รีบตามไปติดๆ
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ มีเงาร่างสองสายลอบกลับเข้ามาในหมู่บ้านโหยวอย่างเงียบเชียบ และแอบตามหลังพวกเขาไปติดๆ
ชายชรารีบเดินเข้าไปในบ้านที่ดูทรุดโทรมหลังนั้น บนเตียงมีชายหนุ่มผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าของเขาซีดเผือด มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา ร่างกายท่อนบนเกือบจะถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล เพียงแต่เวลานี้กลับมีเลือดจำนวนมากซึมทะลุผ้าพันแผลหยดลงมาติ๋งๆ
ย้อมเตียงจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ชายชรารีบตัดผ้าพันแผลออก และทายาให้ชายหนุ่มใหม่อีกครั้ง
ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างรอคอยอยู่นอกบ้านอย่างเงียบๆ
ส่วนเด็กสาวชุดผ้าป่านก็อยู่ข้างเตียง คอยช่วยชายชรารักษาชายหนุ่ม
เด็กสาวกัดฟันกรอด
"หากไม่ใช่เพราะสองคนนั้นจู่ๆ บุกเข้ามา ใต้เท้าก็คงไม่ต้องมาทนรับเคราะห์กรรมเช่นนี้หรอก"
จากนั้นนางก็เอ่ยอีกว่า
"หากมียาลูกกลอนก็คงจะดี อาการบาดเจ็บภายในของใต้เท้าจะได้ดีขึ้นมาก"
แต่ทั้งหมู่บ้านโหยวกลับไม่สามารถรวบรวมยาลูกกลอนได้แม้แต่เม็ดเดียว
เด็กสาวมองชายที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาปวดใจ แววตาแฝงความเลื่อมใสศรัทธาอยู่ลึกๆ
หากไม่ใช่เพราะแดนยมโลกเกิดสงคราม บางทีชาตินี้ทั้งชาตินางก็อาจไม่มีโอกาสได้พบเห็นบุคคลสำคัญเช่นเขาเลยก็ได้
จู่ๆ สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนไป เขาเอ่ยเสียงสั่น
"แย่แล้ว! อาการบาดเจ็บทรุดหนักลง บาดแผลเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง ตอนนี้ใต้เท้ามีไข้สูงแล้ว! หากไข้ยังไม่ยอมลด เกรงว่าอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต!"
เมื่อเด็กสาวที่อยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้น ใบหน้างดงามก็ยิ่งซีดเซียวลง ภายในใจร้อนรนดั่งไฟเผา สองมือจับแขนเสื้อของชายชราไว้แน่น
"ท่านปู่ แล้วตกลงมีวิธีใดที่จะทำให้ใต้เท้าไข้ลดลงได้บ้างล่ะเจ้าคะ? ท่านรีบคิดหาวิธีสิ!"
เมื่อเผชิญกับการคาดคั้นอย่างร้อนรนของหลานสาว ชายชรากลับนิ่งเงียบไม่พูดจา
เขาเองก็ไม่ใช่หมอ จะรับประกันได้อย่างไรว่าจะทำให้ใต้เท้าไข้ลดลงได้
เมื่อเด็กสาวเห็นว่าปู่ของตนนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ภายในใจก็ยิ่งกระวนกระวาย นางคล้ายกับตัดสินใจได้ จึงเอ่ยด้วยสายตาแน่วแน่
"ท่านปู่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไปเชิญหมอในเมืองมารักษาใต้เท้าด้วยตัวเอง!"
พูดจบนางก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไปนอกประตู
"ไม่ได้!"
ในตอนนั้นเอง ชายชราที่เงียบมาตลอดก็ตวาดเสียงดังลั่น ยื่นมือไปคว้าแขนของเด็กสาวเอาไว้แน่น
"หลีเอ๋อร์ เจ้าห้ามทำอะไรวู่วามเด็ดขาดนะ! ตอนนี้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยทหารไล่ล่าที่ราชาจงเพ่ยส่งมา หากพวกมันพบว่าใต้เท้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ล่ะก็ คนในหมู่บ้านโหยวทุกคนคงยากจะหนีรอดจากความตายได้!"
ชายชราเตือนสติด้วยความหวังดี
เมื่อเด็กสาวได้ยิน ริมฝีปากของนางก็สั่นระริก
"แล้วตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดีเล่า? เราจะมัวแต่มองดูใต้เท้าฉีเหยียนตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้นะเจ้าคะ"
ส่วนคนสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็มองหน้ากัน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ฉีเหยียนคือหนึ่งในเก้าขุนพลยมโลกภายใต้บังคับบัญชาของราชาหงหลิง