เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 ยืมดาบฆ่าคน

บทที่ 43 ยืมดาบฆ่าคน

บทที่ 43 ยืมดาบฆ่าคน


บทที่ 43 ยืมดาบฆ่าคน

รอบโซฟา นอกเหนือจากวิลสันที่กำลังหลับสนิทแล้ว พวกของจางเสวียนนั่งล้อมวงกัน กดโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่เขียนไว้บนกระดาษ

"หม่าชวนถิง เรื่องของพวกแกแดงแล้ว"

"ถ้าอยากรอด ก็ทำตามที่ฉันบอก"

เสียงสังเคราะห์จากปลายสายดังขึ้น บ่งบอกชัดเจนว่าใช้เครื่องดัดเสียง

หม่าชวนถิงเงยหน้าขึ้นมองจางเสวียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จางเสวียนพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้พูดได้

หม่าชวนถิงจึงรีบถามกลับไป "แกเป็นใคร?"

"ฉันเป็นใครแกไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าฉันก็อยากมีชีวิตรอดเหมือนพวกแกนั่นแหละ"

ระหว่างที่พูด ก็มีข้อความ MMS ส่งเข้ามา

หม่าชวนถิงกดเข้าไปดู แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่ามันคือแผนผังโครงสร้างของโรงแรมรอยัลรามาอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ หม่าชวนถิงเคยใช้เส้นสายหาพิมพ์เขียวฉบับดั้งเดิมของโรงแรมมาได้

แต่พิมพ์เขียวฉบับดั้งเดิมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบที่สร้างจริงเสมอไป ในระหว่างการตกแต่งและก่อสร้าง ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนและแก้ไข

จนกว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ย่อมมีความแตกต่างจากพิมพ์เขียวเดิมอย่างแน่นอน

ทว่าแผนผังโครงสร้างที่ส่งมานี้...

ไม่เพียงแต่จะระบุตำแหน่งลิฟต์ส่วนตัวของเฉียนลี่ซิ่นภายในโรงแรมอย่างชัดเจน แต่ยังระบุชั้นที่พักของเฉียนลี่ซิ่นไว้ด้วย

แม้กระทั่งรหัสผ่านห้องนิรภัยที่ซ่อนอยู่ในห้องของเฉียนลี่ซิ่น ก็ยังมีระบุไว้อย่างชัดเจน

"นี่แก... จะให้พวกเราไปฆ่าเฉียนลี่ซิ่นงั้นเหรอ?" หม่าชวนถิงลองหยั่งเชิงถาม

"ถูกต้อง" ปลายสายตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง "พวกแกต้องจัดการเฉียนลี่ซิ่นให้ได้ก่อนตีสอง"

หม่าชวนถิงเงยหน้ามองจางเสวียนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าจางเสวียนยังคงนิ่งเฉย จึงพูดต่อ

"แค่ลมปากแกคำเดียว พวกเราก็ต้องบุกไปฆ่าคนถึงรังของเฉียนลี่ซิ่นเนี่ยนะ? แกเห็นพวกเราเป็นไอ้โง่หรือไง? ถ้าเกิดนี่เป็นกับดักที่แกวางไว้หลอกพวกเราไปฆ่าล่ะ?"

"ถ้าฉันคิดจะฆ่าพวกแก สิ่งที่ฉันโยนเข้าไปในลานบ้านพวกแกเมื่อกี้ คงไม่ใช่แค่ก้อนหิน แต่เป็นระเบิดไปแล้ว"

"แก..."

หม่าชวนถิงกำลังจะเถียง แต่จางเสวียนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา "ที่โรงแรมมีลูกค้ากับรปภ.ตั้งเยอะแยะ แกมีวิธีจัดการยังไง?"

"ไม่ต้องห่วง เมื่อตอนบ่ายเพิ่งมีคดียิงกันสนั่นเมือง ตอนนี้คงไม่มีใครกล้าออกมาเดินเพ่นพ่านตามถนนหรอก

แล้วคาสิโนก็ปิดทำการชั่วคราวตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว ตอนนี้ในโรงแรมคงไม่มีใครอยู่นอกจากแขกบางส่วนที่พักในห้อง

ส่วนเรื่องรปภ...

ตอนตีหนึ่งสิบห้านาที ฉันจะหาทางตัดไฟโรงแรมให้ ไฟจะดับประมาณ 30 ถึง 50 นาที

ระหว่างนี้ กล้องวงจรปิดทั้งในและนอกโรงแรมจะดับทั้งหมด

พอตีหนึ่งยี่สิบ รปภ.ที่เฝ้าประตูทางเข้าลานจอดรถจะมีการผลัดเปลี่ยนเวร

ตอนนั้นฉันจะสร้างสถานการณ์ให้พวกที่มาเปลี่ยนเวรต้องผละออกไปสักพัก พวกแกก็ฉวยโอกาสตอนนั้นลอบเข้าไปในโรงแรมได้เลย

ลิฟต์ส่วนตัวของเฉียนลี่ซิ่นต่อสายไฟแยกต่างหาก ช่วงที่ไฟดับก็ยังใช้งานได้ตามปกติ

พวกแกขึ้นลิฟต์ตัวนั้นยิงยาวไปถึงหน้าห้องของเฉียนลี่ซิ่นที่ชั้นบนสุดได้เลย

ชั้นที่เฉียนลี่ซิ่นอยู่ มีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่ 4 คน พวกนี้เป็นอดีตทหารผ่านศึก พกปืนและใส่เสื้อเกราะกันทุกคน

ฉันไม่มีอำนาจพอจะสั่งย้ายพวกมันได้ เพราะงั้นพวกแกต้องหาทางจัดการกันเอาเอง

ถ้าพวกแกทำเสียงดังเกินไป เฉียนลี่ซิ่นอาจจะหนีเข้าไปซ่อนตัวในห้องนิรภัย

ประตูห้องนิรภัยเป็นแบบกลไก รหัสผ่านฉันเขียนไว้ในแผนผังแล้ว ถึงตอนนั้นพวกแกก็แค่เปิดประตูเข้าไปฆ่ามันซะ

สรุปง่ายๆ คือ ฉันกับพวกแกอยู่ข้างเดียวกัน หรือพวกแกอยากจะโดนไอ้บ้าเฉียนลี่ซิ่นส่งคนตามล่าไปตลอดชีวิตล่ะ?"

ฟังที่ปลายสายพูดจบ จางเสวียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ถามกลับไปว่า "แล้วพวกเราจะหนีออกมายังไง?"

"ก็ลงลิฟต์ส่วนตัวมาเหมือนเดิมนั่นแหละ วางใจเถอะ นอกจากฉันกับเฉียนลี่ซิ่น ก็แทบไม่มีใครรู้ตำแหน่งลิฟต์ตัวนี้หรอก

แล้วฉันขอรับรองเลยว่า ตอนที่พวกแกฆ่าเฉียนลี่ซิ่น จะไม่มีข่าวหลุดรอดออกไปเด็ดขาด พอฆ่าเสร็จ พวกแกอยากจะหนีทางไหนก็เชิญตามสบาย"

"งั้นเหรอ..."

ดูเหมือนปลายสายจะจับน้ำเสียงลังเลของจางเสวียนได้ จึงเริ่มมีน้ำเสียงร้อนรน

"เวลาของพวกแกมีไม่มากนะ รีบออกเดินทางซะดีกว่า ไม่งั้นถ้าเลยตีสองไป พวกแกก็เตรียมตัวรับมือกับมือปืนเป็นสิบๆ คนที่จะมาเคาะประตูบ้านได้เลย!"

"โอเค เข้าใจแล้ว"

น้ำเสียงของจางเสวียนยังคงราบเรียบไม่เปลี่ยน เขากดวางสายแล้วลุกขึ้นยืน

"ใส่เกราะ ได้เวลาทำงานแล้ว"

หม่าชวนถิงถามอย่างลังเล "เราจะไปฆ่าเฉียนลี่ซิ่นจริงๆ เหรอ? ฉันรู้สึกเหมือนไอ้หมอนั่นกำลังหลอกใช้เราอยู่เลยนะ"

"นายก็ฟังที่มันพูดแล้วไม่ใช่เหรอ?"

แววตาของจางเสวียนฉายแววเย็นเยียบ "ถ้าเฉียนลี่ซิ่นไม่ตาย พวกเราก็คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข... เพียงแต่ว่า คนที่จะต้องตาย ไม่ได้มีแค่เฉียนลี่ซิ่นคนเดียวน่ะสิ"

...

จางเสวียนไม่สนใจหรอกว่าปลายสายจะเชื่อถือได้หรือไม่

เพราะในความคิดของเขา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีจุดประสงค์อะไร ท้ายที่สุดก็ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอยู่ดี

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูสิ

ถ้าเขาเป็นคนที่คิดจะยืมมือคนอื่นฆ่าคนแบบลับๆ พอฆ่าเสร็จ เขาก็ต้องกำจัด 'อาวุธสังหาร' ทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน!

คนที่รู้ข้อมูลวงในของโรงแรมรอยัลรามาเยอะขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นแค่พนักงานปลายแถวหรอก

และคนที่รู้รหัสผ่านห้องนิรภัยของเฉียนลี่ซิ่น ก็ยิ่งไม่มีทางเป็นแค่คนนอกสายตาแน่นอน!

...

เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ตีหนึ่งกว่าๆ

รถออดี้ของพวกจางเสวียนแล่นมาจอดอยู่ริมถนนใกล้กับโรงแรมรอยัลรามา

หึ่งงงง~~~

จื้อเว่ยปล่อยโดรนออกทางหน้าต่างซันรูฟ

โดรนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว บินวนสำรวจรอบๆ โรงแรมหนึ่งรอบ

เมื่อเห็นภาพโรงแรมที่เงียบสงบ จื้อเว่ยก็หันไปรายงานจางเสวียน "ยืนยันแล้วครับ ไม่มีคนดักซุ่มอยู่รอบๆ โรงแรมเลย"

"อืม"

เวลานี้ จางเสวียนสวมหมวกโม่งและหมวกกันกระสุนเรียบร้อยแล้ว

เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะยัดหูฟังบลูทูธเข้าหู แล้วถาม "เป็นไงบ้าง เฒ่าหม่า?"

ห่างออกไปประมาณร้อยกว่าเมตร

บนดาดฟ้าตึกสูงฝั่งตรงข้ามโรงแรมรอยัลรามา

หม่าชวนถิงที่หิ้วกระเป๋าใส่ปืนเปิดประตูวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้ากำลังยืนหอบแฮ่กๆ

เขาวางกระเป๋าลงกับพื้น รูดซิปเปิดออก หยิบปืน AR-15 ออกมา

หลังจากตั้งฐานปืนที่ขอบดาดฟ้า เล็งเป้าไปที่โรงแรมรอยัลรามาฝั่งตรงข้ามเรียบร้อย หม่าชวนถิงก็ตอบกลับ "ฉันประจำที่แล้ว ทัศนวิสัยเคลียร์"

"รับทราบ เดี๋ยวพอเริ่มปฏิบัติการ จื้อเว่ยจะส่งภาพจากโดรนเข้ามือถือนาย พวกนายสองคนก็ช่วยกันดูให้ดีๆ แยกให้ออกว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู อย่าสาดกระสุนมั่วซั่วล่ะ"

"รับทราบ"

จางเสวียนหยิบปืน MCX ของตัวเองออกมา เอาสายสะพายของปืนลูกซองเรมิงตันคล้องตัวแล้วสะพายไว้ด้านหลัง ก่อนจะหยิบกล้องมองกลางคืนของทีม D ที่เตรียมไว้มาติดเข้ากับหมวกกันกระสุน

เขาหันไปมองเค่อที่อยู่ข้างๆ แล้วสั่ง "จำไว้นะ เดี๋ยวพอเข้าไปข้างใน นายต้องเดินตามฉันให้ติด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ห้ามเปิดไฟฉายเด็ดขาด"

"ครับ!" เค่อพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

จางเสวียนเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว ก็กำชับลุงเหออีกรอบ "ลุงเหอ เดี๋ยวลุงกับจื้อเว่ยรออยู่ที่นี่แหละ ถ้าฉันยังไม่สั่ง ห้ามขับรถเข้าไปใกล้เด็ดขาด แต่ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรขึ้นมา พวกนายก็หนีไปก่อนได้เลย"

"วางใจเถอะ"

ไม่นานนัก เมื่อการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าเริ่มขึ้น แสงไฟทั่วทั้งโรงแรมก็ดับพรึบลงพร้อมกัน

เมื่อเห็นดังนั้น จางเสวียนก็ดึงกล้องมองกลางคืนลงมาครอบตา แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นตรงหน้า!

"เอาล่ะ เริ่มปฏิบัติการได้!"

...

จบบทที่ บทที่ 43 ยืมดาบฆ่าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว