- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตเกมอัปเกรดอาชีพ เริ่มจากหน่วยสวาท
- บทที่ 36 คำมั่นสัญญาของเค่อ แผนการฝึกฝน
บทที่ 36 คำมั่นสัญญาของเค่อ แผนการฝึกฝน
บทที่ 36 คำมั่นสัญญาของเค่อ แผนการฝึกฝน
บทที่ 36 คำมั่นสัญญาของเค่อ แผนการฝึกฝน
หลายปีก่อน ครอบครัวของเค่อมีฐานะยากจนมาก โดยเฉพาะปีที่เค่อเกิด ครอบครัวของเขายากจนถึงขั้นไม่มีข้าวกิน
เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและฝ่าฟันช่วงเวลาอันยากลำบาก พ่อของเค่อจึงตัดสินใจทำบางอย่าง
นั่นคือการขายพี่สาวของเค่อที่ยังไม่โตเต็มวัย
บางทีอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย พี่สาวของเค่ออาศัยจังหวะที่พวกค้ามนุษย์เผลอ หลบหนีออกมาได้สำเร็จ
แต่เธอไม่ได้เลือกที่จะกลับบ้าน แต่กลับออกเดินทางร่อนเร่พเนจร เค่อเองก็ไม่รู้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง รู้แค่ว่าหลังจากระหกระเหินอยู่นาน ในที่สุดเธอก็มาตั้งรกรากอยู่ที่สยาม
แต่ทว่า... โชคชะตาคงยังไม่เลิกเล่นตลกกับเธอ
หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดความโชคร้ายก็มาเยือนเธออีกครั้ง
"มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้าย"
เค่อขยี้ผมตัวเองด้วยความเจ็บปวด "ตอนที่แม่รู้ข่าวพี่สาว แกดีใจจนแทบเป็นบ้า บังคับให้ผมพามาเยี่ยมพี่ที่สยามทันที"
"แต่พอมาถึงสยาม เราถึงรู้ว่าพี่ป่วยหนักมากและคงอยู่ได้อีกไม่นาน เราไม่อยากยอมแพ้ ก็เลยดันทุรังส่งพี่มารักษาที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ แต่... เงินเก็บที่บ้านเรามีมาตลอดหลายปี มันคงจะยื้อชีวิตพี่ไว้ได้อีกไม่นานนักหรอก"
"นี่สินะเหตุผลที่นายขอเงิน 200,000 ดอลลาร์จากฉัน?" จางเสวียนถึงบางอ้อ
"ใช่ครับ พี่สาวยังคงโกรธแค้นผมมาจนถึงทุกวันนี้ เธอคิดว่าเป็นเพราะผมเกิดมา พ่อถึงตัดสินใจขายเธอ ซึ่งความจริงแล้ว... ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมเป็นหนี้เธอ ผมทนดูเธอจากโลกนี้ไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้"
"แล้วพ่อนายล่ะ?"
จู่ๆ จื้อเว่ยก็โพล่งขึ้นมา "เขาขายลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไปกับมือ ตอนนี้ลูกสาวใกล้จะตายแล้ว เขาไม่คิดจะมาดูดำดูดีบ้างเลยเหรอ?"
"เขาเหรอ? ตายไปแล้วครับ ตายก่อนหน้าที่เราจะเดินทางมาที่นี่แค่วันเดียว"
เค่อพูดพลาง ล้วงมือขวาที่สั่นเทาไปหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา หวังจะจุดสูบ แต่พอเห็นป้ายห้ามสูบบุหรี่ติดอยู่ที่กำแพง ก็ต้องเก็บซองบุหรี่กลับไป
จางเสวียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น "สะดวกพาพวกเราขึ้นไปเยี่ยมไหม?"
"ได้ครับ ตามผมมาเลย"
ทุกคนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 7 แล้วเดินไปที่หน้าห้องพักผู้ป่วย
มองผ่านกระจกที่ประตู จางเสวียนเห็นผู้หญิงหัวโล้นที่ดูซูบผอมคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง
ส่วนแม่ของเค่อนั่งอยู่ข้างเตียง ในมือถือแอปเปิลที่กำลังปอกเปลือก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยน ปากก็พร่ำพูดภาษาฉานไม่หยุด
แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เธอเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองผู้เป็นแม่ เอาแต่มองออกไปที่ท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"แม่ครับ คุณจางมาเยี่ยมครับ"
เค่อผลักประตูเข้าไปในห้อง เก็บซ่อนความเศร้าหมองไว้ ฝืนยิ้มแล้วพูดกับพี่สาวว่า "พี่นอนหลับสบายไหม?"
ไม่มีเสียงตอบรับ
เหมือนเค่อจะชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว เขาแค่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อแม่ของเค่อเห็นจางเสวียน ก็รีบลุกขึ้นยืน พูดภาษาจีนกลางแบบงูๆ ปลาๆ ว่า "สวัสดีค่ะคุณจาง ได้เจอกันอีกแล้วนะคะ"
"ครับ คุณป้านั่งลงเถอะครับ ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก พวกเราแค่ผ่านมาแถวนี้ รู้ว่าเค่ออยู่ที่นี่ ก็เลยแวะมาเยี่ยม" จางเสวียนยิ้มพร้อมพยักหน้ารับ
เมื่อได้ยินเสียง ผู้หญิงบนเตียงก็ปรายตามองกลุ่มคนแปลกหน้า ในที่สุดก็ยอมเปิดปากพูด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความประชดประชัน "เค่อ นี่คือพวกค้ามนุษย์ที่แกหามางั้นเหรอ? คราวนี้กะจะเอาฉันไปขายที่ไหนอีกล่ะ? หรือว่ากะจะควักเครื่องในฉันไปขายก่อนฉันตายซะเลย?"
"พี่!" เค่อหน้าแดงก่ำ "คุณจางเขาเป็นคนดี ไม่ใช่คนแบบที่พี่ว่าหรอก..."
"เหอะ" หญิงสาวแค่นหัวเราะ "คนดีเหรอ? ไอ้ผู้ชายคนนั้นตอนที่มันเอาฉันไปขายให้พวกค้ามนุษย์ มันก็พูดแบบนี้แหละ"
"ผม..." เค่ออยากจะเถียง แต่ก็ไม่อยากทำให้พี่สาวโกรธ เลยทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไงดี
"เค่อ พวกเราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า" จางเสวียนไม่ได้พูดอะไรมาก พาพรรคพวกเดินออกจากห้องพักฟื้นไป
ที่ทางเดิน เค่อพูดขอโทษขอโพย "จางเสวียน พวกคุณอย่าถือสาพี่สาวผมเลยนะครับ เธอ... แค่ไม่ไว้ใจผมเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพวกคุณหรอกครับ"
"ไม่เป็นไร" จางเสวียนโบกมือปัด บ่งบอกว่าไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะส่งสายตาให้ลุงเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ
ลุงเหอพยักหน้ารับ ยื่นถุงพลาสติกสีดำที่ถือติดมือมาตลอดให้เค่อ แล้วพูดว่า
"นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพี่จาง ถึงจะไม่มาก แค่ 100,000 ดอลลาร์ แต่นายเอาไปใช้ก่อนเถอะ ถือซะว่าเบิกส่วนแบ่งล่วงหน้า ถ้าไม่พอก็ค่อยว่ากัน"
ถึงตอนแรกเค่อจะตั้งใจขอยืมเงินจางเสวียนอยู่แล้ว แต่พอเห็นถุงพลาสติกหนักอึ้งตรงหน้า จมูกเขาก็พลันแสบร้อนขึ้นมา น้ำเสียงสั่นเครือพูดว่า
"คุณจาง ผม... ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี ขอบคุณจริงๆ... ขอบคุณมากครับที่เชื่อใจผม!"
พูดจบ ก็ทำท่าจะคุกเข่าโขกศีรษะให้จางเสวียน จางเสวียนรีบเข้าไปประคองไว้ แล้วบอกว่า "ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก แค่ตั้งใจทำงานให้ฉันก็พอแล้ว"
เค่อน้ำตาคลอเบ้า สีหน้าจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ราวกับกำลังกล่าวคำปฏิญาณ
"ครับ! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเด็ดขาด! บุญคุณของคุณ ผมพร้อมจะตอบแทนด้วยชีวิต!"
"พอๆๆ..."
จางเสวียนที่ขนลุกซู่ไปทั้งแขนรีบห้าม
"ทีหลังไม่ต้องพูดอะไรแบบนี้อีก วันนี้นายจัดการเรื่องของนายไปก่อน พรุ่งนี้อย่าลืมมาให้เช้าหน่อยล่ะ มีธุระต้องคุยกัน"
"ครับ!"
...
เมื่อทั้ง 4 คนลงมาถึงชั้นล่าง จื้อเว่ยก็พูดขึ้นด้วยความเห็นใจ "ครอบครัวเค่อนี่ น่าสงสารจริงๆ เนอะ"
"ครอบครัวไหนก็มีเรื่องปวดหัวกันทั้งนั้นแหละ..." ลุงเหอพูดพลาง นึกถึงอดีตของตัวเอง ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ส่วนจางเสวียนหันไปถามหม่าชวนถิง "เฒ่าหม่า ปกติบริษัทคุณมีการฝึกซ้อมรบอะไรบ้างไหม? มีสถานที่ฝึกหรือเปล่า?"
"เอ่อ เรื่องฝึกน่ะมีแน่ แต่ส่วนใหญ่เราจะฝึกพวกคุ้มกันวีไอพีอะไรเทือกนั้น ส่วนเรื่องยิงปืนก็มีบ้างประปราย เรื่องสถานที่... ถ้าคุณอยากจะใช้ ฉันพอจะหาทางขอยืมให้ได้อยู่นะ"
"ของแบบนี้ก็ยืมได้ด้วยเหรอ?"
"ได้สิ ก็ทำงานสายนี้มาตั้งหลายปี ถ้าไม่มีเส้นสายเลยจะอยู่รอดได้ยังไง"
พูดจบ หม่าชวนถิงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกรัวๆ
ต้องยอมรับเลยว่า ประสิทธิภาพในการทำงานของเขาสูงมาก ไม่นานเขาก็ทำหน้าตา 'ภารกิจลุล่วง' แล้วพูดว่า "เรียบร้อย ชานเมืองกรุงเทพฯ มีสถานที่ฝึกอยู่ ใช้ได้ 3 วัน แต่ถ้าเกินเวลา ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่เพราะเห็นแก่หน้าฉัน เขาคิดแค่วันละ 500 ดอลลาร์ ถือว่าคุ้มมากเลยนะ"
"ตกลง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป รวมทั้งลุงเหอกับจื้อเว่ยด้วย ทุกคนต้องฝึกยุทธวิธีพื้นฐานและการฝึกร่างกาย ส่วนระยะเวลาฝึก ขอตั้งไว้ที่..."
พูดพลาง จางเสวียนก็เหลือบมองเวลานับถอยหลังสู่อินสแตนซ์ครั้งที่ 3 บนหน้าต่างระบบ
"26 วัน 13 ชั่วโมง 21 นาที 56 วินาที"
"ขอตั้งไว้สักครึ่งเดือนก็แล้วกัน"
"ห๊ะ?" ลุงเหอหน้าเหวอ "ผมด้วยเหรอ? นึกว่าแค่ขับรถอย่างเดียวซะอีก"
พูดจบก็ลูบพุงย้วยๆ ของชายวัยกลางคนของตัวเอง
"แน่นอนว่าต้องฝึก" จางเสวียนย้ำ "งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ขืนพลาดขึ้นมามีหวังเจ็บตัวหรือถึงขั้นตายได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน และเพื่อให้แผนการสำเร็จราบรื่น ทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการต่อสู้และร่างกายที่แข็งแรงพอ"
"ก็ได้..." ลุงเหอยิ้มขื่นส่ายหน้า ไม่คิดจะบ่นอะไรอีก
ก็ได้แต่หวังว่ากระดูกกระเดี้ยวคนแก่ๆ อย่างเขาจะทนการฝึกไหวก็แล้วกัน