- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตเกมอัปเกรดอาชีพ เริ่มจากหน่วยสวาท
- บทที่ 2 ภารกิจรีเซ็ต!
บทที่ 2 ภารกิจรีเซ็ต!
บทที่ 2 ภารกิจรีเซ็ต!
บทที่ 2 ภารกิจรีเซ็ต!
【เป้าหมายภารกิจ: สังหารหัวหน้าโจร, ช่วยเหลือตัวประกัน】
【ความสำเร็จภารกิจ: ล้างบาง! (สังหารโจรทั้งหมด 16 คนรวมถึงหัวหน้าโจร), ผู้ช่วยชีวิตตัวประกัน! (ช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมด 27 คน), ทีมที่สมบูรณ์แบบ! (รับประกันว่าสมาชิกในทีมทั้ง 6 คนต้องรอดชีวิต)】
【เมื่อเสร็จสิ้นเป้าหมายภารกิจหลักจะถือว่าผ่านอินสแตนซ์และได้รับ 1 แต้มอาชีพ และหากเสร็จสิ้นความสำเร็จภารกิจในแต่ละข้อ จะได้รับแต้มอาชีพเพิ่มข้อละ 1 แต้ม หากทำสำเร็จทุกข้อจะได้รับบัตรรุ่นพี่สนับสนุนแบบสุ่ม 1 ใบ】
【แต้มอาชีพสามารถใช้เพื่ออัปเกรดทักษะอาชีพของตนเองได้ ส่วนบัตรรุ่นพี่สนับสนุนจะสามารถสุ่มเปิดได้ไอเทมพิเศษ】
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่ระบบเเด้งขึ้นมา จางเสวียน ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่มีอะไรซับซ้อน ภารกิจนี้มันดูง่ายเกินไป
แค่ดูจากจำนวนตำรวจติดอาวุธครบมือหลายสิบคนในพิกัดนี้ แถมยังมีหน่วยสวาทที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงอีก
ถึงแม้จะบอกว่าเป็นปฏิบัติการนอกรูปแบบ และไม่รู้ว่าจะมีกำลังเสริมตามมาทีหลังอีกไหม
แต่การจะจัดการกับพวกโจรตลบแตลงที่ถูกไล่ล่ามาตลอดทางจนมุมต้องหนีซุกซ่อนเข้ามาในโรงแรม ย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงแน่นอน
ขอแค่เขาประคองชีวิตตัวเองให้รอดแล้วกบดานเงียบ ๆ ปล่อยให้คนอื่นจัดการจนเสร็จ งานนี้เขาก็ผ่านอินสแตนซ์ได้ฉลุยแล้ว
ทว่า รางวัลของความสำเร็จภารกิจที่อยู่ด้านหลังเป้าหมายหลักนั้น มันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
หากเขาสามารถกอบโกยแต้มอาชีพมาได้มากพอเพื่อเอาไปเพิ่มขีดความสามารถในการรบของตัวเอง ยามที่ต้องกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง โอกาสรอดชีวิตของเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
"ถ้ามีโอกาส... ก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น รถหุ้มเกราะก็เบรกสนิทลงพอดี!
"เอาละ ทุกคนลงจากรถกระจายกำลังคุ้มกัน!"
สิ้นเสียงคำสั่งของ D-1 ประตูรถก็เปิดออก เจ้าหน้าที่หน่วยสวาททุกคนต่างทยอยก้าวลงจากรถเป็นแถวเรียงหนึ่ง!
จางเสวียน กระชับปืนไรเฟิลในมือด้วยความรู้สึกที่ยังไม่คุ้นชินนัก เขาเยื้องกายยืนอยู่ข้างท้ายรถ โผล่ร่างกายออกไปไม่ถึงครึ่งซีก ยกปืนขึ้นเล็งไปยังประตูใหญ่ของโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง พลางสอดส่องสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบไปด้วย
ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ตอนนี้
ห่างจากประตูหน้าทางด้านซ้ายประมาณ 20 เมตร ถือเป็นชัยภูมิที่ค่อนข้างปลอดภัยเลยทีเดียว
จากร่องรอยการปะทะที่หลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ
พวกโจรกลุ่มนี้น่าจะพากันเตลิดเปิดเปิงมาจากทางฝั่งที่พวกเขายืนอยู่ ก่อนจะตื่นตระหนกจนวิ่งพล่านเข้าไปกบดานอยู่ในโรงแรมแห่งนี้
ไม่ไกลออกไป ชายในชุดสูทสากลภูมิฐานคนหนึ่ง ซึ่งดูท่าทางน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐกำลังสบถด่าอย่างหัวเสียและเดือดดาล: "ไอ้พวกนี้มันพวกบ้าคลั่งชัด ๆ พวกคนเถื่อน..."
ส่วนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา คือชายผิวสีร่างสูงโปร่งในชุดลำลอง ดูจากท่าทางที่ผู้หมวดหัวหน้าทีมผู้รับผิดชอบภารกิจครั้งนี้กำลังเข้าไปเจรจาด้วยแล้ว หมอนี่น่าจะเป็นหนึ่งในระดับผู้บริหารระดับสูงของกรมตำรวจ
พวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ จางเสวียน ได้ยินไม่ถนัดนัก และไม่อยากเก็บมาใส่ใจ
แต่เขาก็จับใจความได้ราง ๆ ว่า พวกสารเลวที่อยู่ข้างในเริ่มเตรียมที่จะลงมือสังหารตัวประกันแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเปิดฉากบุกโจมตีแบบหักโหมทันที
ให้ตายเถอะ เริ่มฆ่าตัวประกันแล้วงั้นเหรอ?
สถานการณ์ข้างในมันน่าจะยุ่งยากกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีกนะเนี่ย
แบบนี้ความสำเร็จภารกิจผู้ช่วยชีวิตตัวประกันก็มีสิทธิ์ที่จะล้มเหลวตั้งแต่แรกเลยใช่ไหม?
1 นาทีต่อมา คำสั่งใหม่ก็ดังขึ้นผ่านระบบวิทยุสื่อสาร
"ทีม B และทีม D บุกทะลวงเข้าทางประตูหน้า ทีม A และทีม C อ้อมไปจู่โจมจากด้านหลัง เริ่มปฏิบัติการได้"
เมื่อคำสั่งส่งมาถึง D-1 ก็สะบัดมือให้สัญญาณเคลื่อนกำลังพลทันที
จางเสวียน มีผลการเรียนในโรงเรียนตำรวจค่อนข้างดีในทุก ๆ ด้าน ประกอบกับบิดาของเขารับราชการในกองทัพ จากการที่ได้เห็นและได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ทำให้จางเสวียน มีทักษะทางร่างกายที่ยอดเยี่ยมมาแต่ไหนแต่ไร
เพียงแต่ ณ เวลานี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องเข้าร่วมการรบจริงในระดับนี้ หัวใจของเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้น
เขาแอบภาวนาในใจขออย่าให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นเลย จากนั้นก็ตรวจสอบสถานะกระสุนในรังเพลิงและเซฟตี้ปืนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสาวเท้าเดินตามหลัง D-3 ไปติด ๆ มุ่งหน้าไปยังประตูใหญอย่างเงียบเชียบ
"ช้าลงหน่อย" D-5 ที่อยู่ด้านหลังยื่นมือมาตบไหล่จางเสวียน เบา ๆ เป็นสัญญาณบอกว่าเขาเดินกระชั้นชิดเกินไปแล้ว
ในขณะที่จางเสวียน กำลังงุนงง D-3 ที่อยู่ด้านหน้าก็ปลดค้อนปอนด์ทำลายประตูที่แขวนอยู่ข้างหลังออกมา เขาเบี่ยงตัวอ้อมผ่าน D-2 ที่ถือโล่ป้องกันการจลาจลซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน แล้วไปหยุดยืนอยู่ข้างประตูเล็กฝั่งหนึ่งของประตูใหญ่
ขณะเดียวกัน ที่ข้างประตูเล็กทางฝั่งขวาด้านตรงข้าม พลทำลายประตูของทีม B ก็เตรียมพร้อมอยู่แล้วเช่นกัน และเริ่มส่งสัญญาณมือนับถอยหลัง 3 วินาที
เมื่อเห็นภาพนี้ จางเสวียน พลันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีทันที
'ฉิบหายแล้ว? นี่ตูเป็นตัวบุกชนงั้นเหรอ?!'
ตอนที่อยู่โรงเรียนตำรวจ เขาเคยเรียนทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับการรบระยะประชิดภายในอาคาร หรือที่เรียกว่า CQB มาบ้าง
โดยปกติแล้ว ในหนึ่งทีมปฏิบัติการยุทธวิธีภายในอาคารของหน่วยสวาท
มักจะประกอบไปด้วย หัวหมู่ทะลวงฟัน 1 นายที่คอยถือโล่กำบังรับความเสียหาย,
พลทำลายประตู 1 นายที่ใช้ยุทโธปกรณ์ทำลายสิ่งกีดขวางเพื่อเปิดประตูห้อง,
ตัวบุกชนอีกจำนวนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการสาดกระสุนถล่มจากด้านหน้า,
และพลแม่นปืน (สไนเปอร์) อีก 1 นายที่คอยใช้ยุทธภัณฑ์ซุ่มยิงสนับสนุนจากวงนอก
ซึ่งตัวบุกชนนั้น ยังเป็นคำรวมที่ใช้เรียกตำแหน่งพลคุ้มกัน, พลจับกุม และพลระวังหลังอีกด้วย
และเมื่อดูจากตำแหน่งในตอนนี้ ตัวเขาเองก็คือตัวบุกชนหมายเลข 2 ที่มีหน้าที่ต้องพุ่งตามหลังหัวหมู่ทะลวงฟันเข้าไปในห้องติด ๆ นั่นเอง!
นี่มันคือตำแหน่งที่มีอัตราการบาดเจ็บล้มตายสูงที่สุดเลยไม่ใช่หรือไง!
'ซวยเช็ด... ไอ้การรบแบบ CQB ในอาคารเนี่ยฉันไม่ถนัดเลยสักนิด นี่มันส่งไปตายชัด ๆ'
จางเสวียน ที่บัดนี้เนื้อตัวชาดิกไปทั้งร่างได้แต่กระชับอาวุธปืนในมือให้แน่นขึ้น
เวลา 3 วินาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก เสียงโครมครามดังสนั่นขึ้น 2 ครั้งติดต่อกัน!
ประตูไม้ที่บอบบางถูกกระแทกจนหลุดกระเด็นออกทันที!
ในวินาทีที่ประตูเปิดกว้าง พลทำลายประตูก็ดึงค้อนหลบฉากถอยร่นไปข้างหลัง!
"เอสดีพีดี! (ตำรวจซานดิเอโก!)"
สิ้นเสียงตะโกนก้อง D-2 หัวหมู่ทะลวงฟันที่อยู่ด้านหน้าสุดก็ถือโล่กำบังพร้อมกับชูอาวุธปืนพกพุ่งทะยานเข้าไปข้างในทันที!
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงปืนระเบิดระงมก็ดังสวนออกมาจากด้านในไม่ขาดสาย!
เอาเถอะ~ สถานการณ์บังคับ ไม่ลุยก็ต้องลุยแล้ว!
เขาได้แต่กัดฟันกรอด ยกปืนขึ้นและพุ่งตามหลัง D-2 เข้าไปในห้องโถงของโรงแรมอย่างกระชั้นชิด อาศัยโล่ป้องกันการจลาจลเป็นสิ่งกำบังจางเสวียน ยกปืนในมือขึ้นแล้วเหนี่ยวไกเปิดฉากยิงชุดแรกใส่ทันที!
เขาไม่สนหรอกว่าจะยิงโดนใครหรือไม่ ขอแค่กระสุนไม่พุ่งไปปักอยู่บนร่างของตัวประกันก็พอแล้ว!
ในจังหวะที่ลั่นไกปืนนั้น จางเสวียน ก็เริ่มเปิดใช้งานทักษะการสังเกตรายละเอียดไปโดยสัญชาตญาณ
ภาพที่ปรากฏในห้องโถงของโรงแรมตอนนี้ มีตัวประกัน 13 คนกำลังนั่งคุดคู้เอามือกุมหัวอยู่ตรงมุมห้องทางด้านขวา ส่วนโจรติดอาวุธ 4 คนกระจายกำลังกันอยู่ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับและบริเวณทางขึ้นบันได พวกมันกำลังอาศัยสิ่งกีดขวางยิงต่อสู้ขัดขืนอย่างดุเดือด
ปัง ปัง ปัง!
กระสุนลั่นออกไป 3 นัดซ้อนจางเสวียน ตาไวและมือไวระเบิดศึก เขาเหนี่ยวไกส่งกระสุนเจาะทะลวงร่างของโจรคนหนึ่งที่ยังไม่ทันวิ่งเข้าไปหลบในทางขึ้นบันไดจนล้มคว่ำลงกับพื้นทันที!
แต่ยังไม่ทันที่จางเสวียน จะได้ดีใจ สายกระสุนชุดหนึ่งก็พุ่งสาดออกมาจากมุมมืดทางด้านหลังฝั่งซ้ายอย่างกะทันหัน!
วินาทีถัดมาจางเสวียน รู้สึกถึงความร้อนวาบที่แล่นพล่านเข้าสู่ร่างกาย พละกำลังทั่วร่างถูกสูบหายไปในพริบตา เขาล้มพับลงจมกองเลือดอันนองเจิ่งอย่างหมดสภาพ
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลงไป
จางเสวียน มองเห็นภาพลาง ๆ ว่า หลังแจกันดอกไม้ใบใหญ่ตรงมุมห้องฝั่งซ้าย มีโจรคนหนึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในมุมอับ ในมือของมันถือปืน AKM และกำลังสาดกระสุนกระหน่ำยิงใส่หัวหมู่ทะลวงฟันที่บัดนี้ไร้คนคอยคุ้มกันแนวหลัง
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็มืดมิดลงทันที!
วินาทีต่อมา!
"เร็วเข้าจาง มัวยืนบื้ออะไรตรงนั้น!"
น้ำเสียงและคำพูดอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหน้าจางเสวียน ลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง
ในระยะสายตา D-1 ที่นั่งอยู่ตรงเบาะผู้โดยสารตอนหน้ากำลังกวักมือเรียกเขาอยู่
"นี่ฉัน..."
เขาอดยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาดูไม่ได้ พลางรับรู้ถึงอาการปวดแปลบที่แล่นริ้วอยู่ในส่วนลึกของสมอง
จางเสวียน มั่นใจอย่างที่สุดว่า เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ความฝัน ตัวเขาเพิ่งจะเผชิญหน้ากับความตายมาจริง ๆ 1 ครั้ง!
"รีบขึ้นรถสิ มัวยืนบื้อเป็นรูปปั้นอยู่ได้ทำไมกัน!?"
D-1 เห็นจางเสวียน ยังคงยืนเหม่อลอย คิ้วของเขาพลันขมวดเข้าหากันทันที จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถเพื่อมาอบรมสั่งสอนจางเสวียน ก็ได้สติรีบออกตัววิ่งแล้วกระโดดขึ้นรถหุ้มเกราะทันที
"อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนจัดหนักไปหน่อยน่ะจาง ถ้าเกิดนายยังไม่สร่างเมาล่ะก็ ลงจากรถกูไปเลย!" D-1 เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
จางเสวียน สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ: "ขอโทษครับ พอดีเมื่อกี้ผมใจลอยไปหน่อย ต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ"
ที่แท้... ความตายก็สามารถฟื้นคืนชีพได้ และภารกิจก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนกัน... ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องไปกลัวมันแล้ว!
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาภายใต้หมวกเหล็กคู่นั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และดุดันขึ้นมาทีละน้อย