เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เกมพัฒนาอาชีพ!

บทที่ 1 เกมพัฒนาอาชีพ!

บทที่ 1 เกมพัฒนาอาชีพ!


บทที่ 1 เกมพัฒนาอาชีพ!

เพียะ! พลั่ก!!!

แส้เหล็กหวดลงบนแผ่นหลังอย่างแรง เสื้อเชิ้ตสีขาวบัดนี้ชุ่มไปด้วยเลือดสด ๆ จนแดงฉานไปทั้งตัว

"ไอ้เศษเดนตระกูลกระจอก เอ๊ย! จนกันทั้งบ้าน!"

"กูบอกมึงไว้นะไอ้จางเสวียน มึงจะแกล้งตายก็ไม่มีประโยชน์ มึงจบเห่แล้ว! ยอดขายไม่ทะลุเป้าติดต่อกันตั้ง 3 เดือน!"

"พรุ่งนี้รถจากเมาะลำเลิง จะมารับตัวมึงแล้ว เตรียมตัวไปลงนรกได้เลย!"

ภายในห้องแคบ ๆ สกปรกซอมซ่อ ชายชุดดำสบถด่าอย่างหัวเสีย ก่อนจะถ่มน้ำลายรดร่างชายหนุ่มที่นอนกองอยู่บนพื้นอย่างเหยียดหยามแล้วเดินจากไป

เมื่อประตูเหล็กปิดกระแทกเสียงดังสนั่น จางเสวียน ที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้นก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

"ที่นี่มัน... ที่ไหนวะ?"

ความเจ็บปวดเจียนตายทั่วร่างยังไม่เท่ากับอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรงจนอยากจะอาเจียน

เขาหมอบล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นก้มหน้าขย้อนอยู่นาน กว่าจะเริ่มตั้งสติได้

สภาพห้องแคบ ๆ สกปรกราวกับคอกหมู รอยแผลพุพองทั่วร่าง ประกอบกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาในสมองไม่หยุดหย่อน ทุกอย่างล้วนบ่งชี้ถึงความจริงข้อเดียว

เขาหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอื่นเสียแล้ว

ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ เมื่อเขาลองไล่ดูความทรงจำของร่างเดิม

เขากลับพบว่าตัวเองอยู่ในโลกคู่ขนาน ณ เมืองเมียวดี ประเทศรัฐฉาน

หรือที่รู้จักกันดีในนามแหล่งกบดานของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพหลอกลวงต้มตุ๋นระดับโลก

และฐานะของเจ้าของร่างเดิมในตอนนี้ก็คือ มิจฉาชีพปลายแถวคนหนึ่ง

ส่วนสาเหตุที่ต้องระหกระเหินมาตกอับอยู่ที่นี่ ดูเหมือนจะเป็นเพราะไปก่อเรื่องไว้ที่บ้านเกิดจนต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนออกมา

แต่เรื่องที่ว่าคืออะไร ในความทรงจำอันเลือนรางกลับไม่มีข้อมูลแน่ชัด

สรุปสั้น ๆ คือ ดวงซวยบรม

การที่ยอดขายเป็นศูนย์ติดต่อกันถึง 3 เดือนเต็ม ทำให้พวกเบื้องบนหมดความอดทนกับเขาขั้นสุด

แม้จะไม่รู้ว่ารถจากเมาะลำเลิง ที่ไอ้ชุดดำพูดถึงหมายถึงอะไร แต่พนันได้เลยว่าไม่มีทางเป็นเรื่องดีแน่

"พับผ่าสิ..."

จางเสวียน พยุงร่างไปนั่งพิงกำแพง ใบหน้าซีดเผือดดูไม่ได้

ชาติก่อนเขาเพิ่งจะจบจากโรงเรียนตำรวจมาหมาด ๆ และเพิ่งเข้าทำงานที่สถานีตำรวจหม่าเจียง ในฐานะตำรวจชุมชนผู้ทรงเกียรติ

นึกว่าจะได้ใช้ชีวิตการทำงานตบตีกับพวกโจรกระจอกอย่างราบรื่น ที่ไหนได้กลับต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้

"รัฐฉานงั้นเหรอ... ไม่ได้การ ฉันต้องหนี แต่จะหนียังไงล่ะ?"

ในขณะที่จางเสวียน กำลังสิ้นหวังจนถึงขีดสุด เสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็นำทางดังขึ้นในหัวทันที

【ระบบเกมพัฒนาอาชีพ ติดตั้งเสร็จสิ้น!】

【กำลังตรวจสอบอัตลักษณ์ของโฮสต์... ยืนยันตัวตนสำเร็จ เปิดใช้งานอินสแตนซ์อาชีพสำหรับผู้เริ่มต้น ขอให้โฮสต์เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภารกิจ】

พร้อม ๆ กับเสียงนั้น แผงหน้าต่างเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าสายตาของจางเสวียน

. . . . . .

【ชื่อ: จางเสวียน】

【อาชีพ: ตำรวจ, มิจฉาชีพต้มตุ๋น】

【ทักษะอาชีพ: สังเกตรายละเอียด LV3, ต่อสู้ระยะประชิด LV3, ความเชี่ยวชาญอาวุธปืน LV2, ยิงปืนแม่นยำ LV3, ขับขี่พาหนะ LV2, วาทศิลป์ต้มตุ๋น LV1】

. . . . . .

"นี่มัน..."

จางเสวียน ตาโตเท่าไข่หาน หลังจากเช็กจนแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เสียสติไปจนหลอนไปเอง เขาก็รู้ทันทีว่า...

ตูมีสูตรโกงแล้ว!

รอดตายแล้วโว้ย!

เมื่อคิดได้ดังนั้นจางเสวียน ก็รีบเหลือบมองไปทางประตูเหล็กทันที เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเฝ้าอยู่ข้างนอก จึงเอ่ยถามอย่างแผ่วเบาและระมัดระวัง:

"ระบบ หน้าที่ของแกคืออะไร? แล้วอินสแตนซ์คืออะไร? ฉันต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?"

ผ่านไปครู่ใหญ่ ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ

แต่จางเสวียน ไม่ละความพยายาม ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้อะไรเลยก็ตาม

ทว่าสำหรับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตอนนี้ ความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อยก็คือความหวัง... ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป!

เขาขยับไปนั่งในมุมอับที่มองจากประตูเหล็กเข้ามาไม่เห็น จากนั้นก็หลับตาลงแล้วพึมพำเบา ๆ:

"เปิดใช้งานอินสแตนซ์อาชีพ!"

【กำลังเข้าสู่อินสแตนซ์...】

【เข้าสู่อินสแตนซ์สำเร็จ ล็อคอัตลักษณ์เรียบร้อย!】

【ยืนยันภารกิจอินสแตนซ์】

วินาทีต่อมา เวลากลับหยุดนิ่ง!

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาโผล่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว

. . . . . .

ปี 2009 รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สถานีตำรวจซานดิเอโก หน่วยสวาท (SWAT)

"...ทีม C ขึ้นรถ! ทีม D ขึ้นรถ!"

เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 20 นายในชุดเสื้อเกราะยุทธวิธี หมวกกันกระสุน พร้อมอาวุธครบมือทั้งปืนสั้นปืนยาว รีบกระโดดขึ้นรถหุ้มเกราะของตำรวจอย่างรวดเร็ว

"เร็วเข้าจาง มัวยืนบื้ออะไรตรงนั้น!"

บนรถคันหนึ่งที่มีตัวอักษร POLICE แปะอยู่ เจ้าหน้าที่ตรงเบาะผู้โดยสารตอนหน้ากวักมือเรียกจางเสวียน ที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลอย่างเร่งรีบ

"มาแล้ว!"

จางเสวียน ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมายังไม่ทันจับต้นชนปลายถูก ก็ได้แต่เออออห่อหมกกระโดดขึ้นรถไปก่อน

โชคดีที่ภาษาอังกฤษของเขาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้นคงฟังพวกนี้ไม่ออกจนซวยหนักกว่าเดิมแน่

เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากสถานีตำรวจจางเสวียน จึงมีเวลาสำรวจรอบตัวรวมถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวเอง

ภายในห้องโดยสารรถหุ้มเกราะของตำรวจ มีเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทรวมตัวเขา คนขับ และคนนั่งข้างคนขับ ทั้งหมด 6 นาย

เนื่องจากทุกคนสวมหมวกโม่งคลุมหัว จึงมองเห็นหน้าตาไม่ชัดเจน

แต่จากรูปร่างและผิวพรรณที่โผล่พ้นขอบตา ก็พอจะจำแนกสถานะคร่าว ๆ ได้

นอกจากนี้จางเสวียน ยังตรวจเช็กอาวุธปืนในมือ มันคือปืนไรเฟิลจู่โจม AR-15 ลำกล้องสั้น

ตัวปืนมีรอยสีลอกเล็กน้อย ดูท่าจะผ่านศึกมาโชกโชนทีเดียว

แต่บนรางติดอุปกรณ์เสริมยุทธวิธีกลับจัดเต็มไม่เบา ทั้งด้ามจับแนวตั้ง, ท่อเก็บเสียง, ไฟฉายยุทธวิธี และกล้องเล็งโฮโลแกรมครบชุด

ส่วนที่ซองปืนข้างต้นขาคือปืนพกกล็อก 17 สีดำสนิท

เขาชักออกมาเช็กดู พบว่ากระสุนขึ้นลำเรียบร้อยแล้ว ขอแค่ปลดเซฟก็พร้อมลั่นไกได้ทันที

บนเสื้อเกราะมีแม็กกาซีนปืนไรเฟิล 3 แม็ก และแม็กกาซีนปืนพก 4 แม็ก รวมถึงระเบิดสังหาร 1 ลูก, ระเบิดแสง 1 ลูก และระเบิดช็อค 1 ลูก

ที่แถบตีนตุ๊กแกบนปลอกแขนเสื้อมีสัญลักษณ์ "D-4" แปะอยู่ คนที่นั่งข้าง ๆ คือ D-3 ส่วนฝั่งตรงข้ามคือนั่ง D-5 และ D-6

ตรงเบาะหน้า D-1 คนที่กวักมือเรียกเขาก่อนหน้านี้ เอ่ยขึ้นด้วยสำเนียงเท็กซัสห้าว ๆ ว่า:

"ทุกคนคงรู้แล้วนะว่านี่ไม่ใช่ภารกิจปกติทั่วไป ถือเป็นงานนอกที่เบื้องบนสั่งลงมาด่วนมาก เราไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก รู้แค่ว่านอกจากตัวประกันแล้ว ห้ามเหลือผู้รอดชีวิตเด็ดขาด อีกอย่างในพื้นที่เป้าหมายมีพลเรือนอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นระหว่างปฏิบัติภารกิจ ต้องควบคุมการใช้อาวุธให้ดี ห้ามยิงมั่วซั่วเด็ดขาด"

"รับทราบครับท่านผู้การ ยังไงก็ไม่ใช่นัดแรกอยู่แล้ว พวกเรารู้มือกันดี" D-3 หัวเราะร่า ดูท่าทางจะเป็นคนอารมณ์ดีไม่น้อย

ส่วน D-5 ที่นั่งฝั่งตรงข้ามจางเสวียน เอามือกุมเอวพลางบ่น: "เอื้อออ... ยัยหนูเมื่อคืนนี้จัดหนักฉิบหาย ตอนนี้ยังปวดเอวไม่หายเลย ผู้การครับ ผมว่าผมต้องขอค่าโอทีเพิ่มหน่อยแล้วล่ะ... งานนี้ค่าตอบแทนคงไม่น้อยใช่ไหม?"

D-6 ที่นั่งข้าง ๆ ถามด้วยความจงรักภักดี: "นายไหวไหมไบรอัน?"

"หุบปากไปเลยไอ้หนู" D-5 แค่นเสียงอย่างดูแคลน

ถ้าสองคนนี้ไม่ได้มีเรื่องหมางใจกันมาก่อน ก็แสดงว่าไอ้หมอที่ชื่อไบรอัน นี่เป็นคนอวดดีและเย่อหยิ่งพอตัว

"ฮ่า ๆ..."

D-6 หัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะหันมามองจางเสวียน ที่นั่งเงียบมาตลอด: "นายโอเคไหมจาง? เห็นเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"

"ฉันไม่เป็นไร" จางเสวียน ส่ายหน้าเบา ๆ ไม่คิดจะพูดอะไรมาก

อินสแตนซ์นี้แม่่งสมจริงชะมัด ถึงขนาดจัดวางสถานะและปูภูมิหลังไว้ให้เสร็จสรรพจนเขาคาดไม่ถึง

แต่ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าคือ เขากลับไม่มีความทรงจำของร่างนี้เลยแม้แต่น้อย ขาวสะอาดบริสุทธิ์

ดูท่าระบบคงไม่ยอมให้เขาฮุบทักษะและความรู้ของร่างนี้ไปใช้ง่าย ๆ แน่

แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่มันก็สร้างความลำบากให้เขาไม่น้อยในช่วงเริ่มภารกิจ

"ฮ่า ๆ ไอ้หนู แกเลิกกวนเขาเถอะ เมื่อคืนหมอนี่ก็ไปท่องราตรีมาเหมือนฉันนั่นแหละ แถมเมื่อคืนยังปล่อยของซะเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นอีกต่างหาก" D-5 หัวเราะร่า

D-1 ที่นั่งเบาะหน้าหันกลับมามองจางเสวียน แล้วพูดว่า: "จาง นายแน่ใจนะว่าไม่มีปัญหา? ถ้าเกิดร่างกายไม่ไหว ฉันสั่งให้นายกลับไปตอนนี้ยังทัน ภารกิจนี้อันตรายมาก ฉันไม่อยากให้คนในทีมต้องมาตายเพราะเรื่องขี้ผงหรอกนะ"

"ผมไม่เป็นไร วางใจได้เลย ศึกเมื่อคืนมันก็แค่เด็ก ๆ ผมกับไบรอัน น่ะฝีมือคนละชั้นกันอยู่แล้ว"

จางเสวียน พูดปนยิ้ม เกือบจะหลุดปากเรียก D-1 ด้วยฉายา "ผู้การ" ตามที่ได้ยินคนอื่นเรียกแล้ว แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ริมฝีปากและถูกกลืนลงคอไปอย่างหวุดหวิด

วาทศิลป์ต้มตุ๋น LV1 ทำงาน!

เวลาที่ต้องการแสร้งทำเป็นสนิทสนมกับใครสักคน ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อมูลแน่ชัด ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเพิ่งไปเรียกฉายาซี้ซั้ว

เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าไอ้ฉายานั้น มันเป็นคำที่คนในฐานะอย่างเราควรจะเรียกหรือเปล่า...

อืม ทักษะแปลก ๆ นี่ดันใช้ได้ผลแฮะ

และในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงไซเรนตำรวจก็ดังระงมมาจากทางด้านหน้าของรถ

บัดนี้พวกเขารถมาถึงบริเวณชานเมืองอันห่างไกลแล้ว ในระยะสายตา มีรถตำรวจกว่า 10 คันจอดปิดล้อมตึกโรงแรมเก่า ๆ แห่งหนึ่งเอาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากต่างเล็งปืนไปที่ประตูใหญ่ เตรียมพร้อมลุยเต็มอัตราศึก!

จบบทที่ บทที่ 1 เกมพัฒนาอาชีพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว