เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 552 ตาข่ายฟ้าแห้วปฐพี

บทที่ 552 ตาข่ายฟ้าแห้วปฐพี

บทที่ 552 ตาข่ายฟ้าแห้วปฐพี


คำพูดของเฉินเสวียน ทำให้แววตาของหลินเฟิงเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่คล้ายกับสงสัยในชีวิตขึ้นมาวูบหนึ่ง

เฉินเสวียนเล่าเรื่องราวอย่างคร่าวๆ รอบหนึ่ง หลังจากฟังจบ หลินเฟิงก็กล่าวว่า "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง? ข้าก็เคยได้ยินมาว่า เซียนไม่สามารถลงมือกับพวกเราได้ตามอำเภอใจ แต่คิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากรวบรวมพลังอธิษฐานแล้ว จะสามารถลงมือได้จริงๆ!"

พูดถึงตรงนี้ เขาก็โบกมือพลางกล่าวว่า "จริงสิ องค์รัชทายาทแคว้นอู๋ผู้นั้นบอกว่า เขามอบแผนที่ทะเลและสมุดรายนามให้เจ้าด้วยใช่หรือไม่?"

เฉินเสวียนพยักหน้า เขายื่นสมุดรายนามและแผนที่ทะเลนั้นให้แก่หลินเฟิง

"เอาให้ข้าดูตอนนี้ทำไมเล่า รอให้พวกเรากลับไปถึงล่างโจวด้วยกันเสียก่อน เจ้าค่อยให้คนคัดลอกมาให้ข้าสักชุดก็พอแล้ว!" หลินเฟิงกล่าว

เจ้านี่ช่างปล่อยวางเสียจริง

หลังจากพวกเขากินอาหารเสร็จ หลินเฟิงก็กล่าวว่า "ในเมื่อข้าก็มาถึงแล้ว เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ ต่อให้พวกเขามีคนซุ่มโจมตีอยู่จริง แต่มีข้าอยู่ด้วยทั้งคน ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว! จริงสิ เจ้าหนู เจ้าหลอมกระบี่เวิ่นเทียนเล่มนั้นแล้วงั้นรึ?"

หลินเฟิงเดินทางมาจากเมืองซ่างจิง ย่อมต้องได้ยินเรื่องที่เฉินเสวียนมีพลังต่อสู้ระดับแปดมาแล้วอย่างแน่นอน และการที่เฉินเสวียนสามารถยกระดับพลังได้ในระยะเวลาอันสั้นเพียงนี้ ย่อมมีเพียงเส้นทางเดียวคือการหลอมศาสตราวิญญาณ

"อืม!" เฉินเสวียนพยักหน้า

"เช่นนั้นก็ยิ่งมั่นใจได้มากขึ้น พอถึงเวลาที่ข้ากับหลิ่วมู่ต้องจากไป หลิ่วมู่เจ้านั่นก็จะได้เบาใจขึ้นอีกหน่อย" หลินเฟิงกล่าว "งั้นพวกเราไปกันเถอะ!"

เฉินเสวียนพยักหน้าพลางกล่าว "เจ้าหลบซ่อนตัวไว้ก่อนจะดีกว่า เจ้ามานั่งรถม้าอสูรเขากับพวกเราเถอะ ส่วนลาของเจ้านี่..."

หลินเฟิงเดินไปตรงหน้าลาดังกล่าว ตบตัวมันเบาๆ แล้วกล่าวว่า "เจ้าค่อยๆ เดินไปที่ด่านต้วนอวิ๋นตามลำพังนะ ข้าจะไปต่อยตีสักหน่อย สู้เสร็จแล้วข้าจะมารับเจ้า!"

"ฮี่ฮ้อ... ฮี่ฮ้อ..."

ลาดำตัวนี้ราวกับฟังรู้เรื่อง มันส่งเสียงร้องที่คล้ายกับการตอบรับออกมา

เฉินเสวียนประหลาดใจ เจ้านี่ดูเหมือนจะแสนรู้ไม่เบา

"มันหาทางไปด่านต้วนอวิ๋นเจอหรือ?" เฉินเสวียนเอ่ยถาม

"ข้าท่องไปทั่วหล้า เส้นทางนี้อย่างน้อยก็เคยเดินมาเป็นร้อยครั้งแล้ว" หลินเฟิงกล่าว "ต่อให้หาทางไม่เจอ มันก็รู้ว่าต้องมาตามหาข้าอย่างไร ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

เฉินเสวียนหันไปมองลาตัวนั้นอีกครั้ง เมื่อครู่เขาก็เพิ่งพบว่ามันวิ่งได้เร็วมาก ตอนนี้ยังพบอีกว่ามันแสนรู้อย่างยิ่ง เฉินเสวียนยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้านี่ดูหน่วยก้านไม่เลวเลยทีเดียว เขาพลางคิดในใจว่า หากหลินเฟิงจากไป เขาจะสามารถหลอกล่อลาดำตัวนี้มาเป็นของตนได้หรือไม่

ทุกคนขึ้นรถม้าอสูรเขาพร้อมกัน รถม้าอสูรเขามุ่งหน้าไปยังด่านต้วนอวิ๋นอีกครั้ง

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตีนเขาด่านต้วนอวิ๋น

บนกำแพงเมือง มีเสียงหนึ่งดังก้องกังวานขึ้นมาอีกครั้ง "ผู้มาเยือนเป็นใคร!"

"ฮูหยินใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ หลินหว่าน! โปรดเปิดประตูเมืองด้วย!" เสียงของเสี่ยวเจาดังออกมา

"รอสักครู่ ทางนี้ขอไปแจ้งให้ใต้เท้าจ้าวทราบก่อน!" คนด้านบนตะโกนเสียงดัง

ผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูปกว่าๆ ประตูเมืองก็เปิดออกอีกครั้ง จ้าวเชินสวมชุดเกราะวิ่งหน้าตั้งเข้ามาอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นรถม้าอสูรเขา บนใบหน้าของเขาก็มีแววตื่นตะลึงพาดผ่านพลางกล่าวว่า "ฮูหยินใหญ่ พวกท่านไม่ได้ไปเมืองวั่งชวนแล้วหรือขอรับ? เหตุใดจึงกลับมาอีกเล่า?"

ภายในรถม้าอสูรเขา เสียงอันเย็นชาของหลินหว่านดังขึ้น "ข้าจำเป็นต้องอธิบายอันใดให้เจ้าฟังด้วยงั้นรึ?"

จ้าวเชินรีบกล่าว "เป็นขุนพลที่ปากมากเอง ฮูหยินใหญ่เชิญขอรับ ท่านต้องการจะพักผ่อนในค่ายทหารสักคืนหรือไม่ขอรับ!"

"ไม่จำเป็น พวกเราจะไปเมืองไฉ่อวิ๋น!" เสียงของหลินหว่านดังออกมาอีกครั้ง

รถม้าอสูรเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในด่านต้วนอวิ๋น ผ่านไปประมาณสามเดือน พวกเฉินเสวียนเดินทางจากล่างโจว ผ่านอวิ๋นโจว และได้เหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินของต้าโจวอีกครั้ง

ภายใต้ความมืดมิด รถม้าอสูรเขายังคงมุ่งหน้าต่อไป หลังจากเข้าสู่ระดับแปด ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเฉินเสวียนก็ถูกยกระดับขึ้น ในยามค่ำคืน สายตาของเขายังคงมองเห็นได้ชัดเจนดีมาก เขามองเห็นค่ายทหารอยู่ไกลๆ ทว่ารถม้าอสูรเขาไม่ได้มุ่งหน้าไปทางค่ายทหาร แต่กลับแล่นไปตามทางหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองไฉ่อวิ๋นต่อไป

……

ในขณะเดียวกัน ที่เมืองไฉ่อวิ๋น ทหารนายหนึ่งควบรถม้าอสูรเขาพุ่งทะยานเข้าไปในจวนว่าการเมืองไฉ่อวิ๋นอย่างรวดเร็ว

"รายงาน!"

"รายงาน!"

……

ภายในจวนว่าการ จ้าวตงไหลเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน ก้นยังไม่ทันจะอุ่น เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนแจ้งเหตุ ตามมาด้วยทหารนายหนึ่งพุ่งเข้ามาพลางกล่าวว่า "รายงานใต้เท้า รถม้าอสูรเขาของหลินหว่านและเฉินเสวียน วกกลับมาอีกครั้งแล้วขอรับ!"

รูม่านตาของจ้าวตงไหลหดเกร็ง "วกกลับมาอีกแล้วงั้นรึ?"

ด้านล่างของจ้าวตงไหล ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวอย่างครุ่นคิด "ใต้เท้า จะมีกลอุบายอันใดหรือไม่ขอรับ?"

"บางทีพวกเขาอาจจะกำลังหยั่งเชิง พอเห็นว่าไม่มีคนของเราไล่ตามไป ก็เลยคิดว่าอาจไม่มีการซุ่มโจมตี จึงวกกลับมาอีกครั้ง!" จ้าวตงไหลกล่าวอย่างครุ่นคิด "พวกเขามีกันกี่คน?"

"มีรถม้าอสูรเขาเพียงคันเดียวขอรับ ไม่มีสิ่งใดต่างไปจากก่อนหน้านี้!" ทหารรีบตอบ

"หึ!" จ้าวตงไหลแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ "เป็นเช่นนั้นจริงๆ สินะ เฉินเสวียน ถึงแม้เจ้าจะระมัดระวังตัว แต่... อย่างไรเสียเจ้าก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่า ที่นี่จะมีผู้เยี่ยมยุทธ์มากมายรอซุ่มโจมตีเจ้าอยู่ ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้ทุกคนไปดักซุ่มอยู่ที่หน้าเมืองไฉ่อวิ๋น และลงมือตามแผนเดิม!"

"ขอรับ!" ชายวัยกลางคนรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!

……

อีกด้านหนึ่ง ภายใต้ความมืดมิด รถม้าอสูรเขาแล่นไปตามทางหลวงอย่างช้าๆ ไม่นานนัก เฉินเสวียนก็พบว่าด้านหน้ามีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งปรากฏขึ้น เมืองแห่งนั้นล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองอันสูงตระหง่านและหนาทึบ!

"เมืองไฉ่อวิ๋นแห่งนี้ เป็นเมืองสำคัญทางตะวันออกของต้าโจว ถึงแม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ระบบป้องกันกลับทำได้ไม่เลวเลย!" หลินหว่านแนะนำให้เฉินเสวียนฟัง

หลินเฟิงกล่าวว่า "แท้จริงแล้วเมืองไฉ่อวิ๋นแห่งนี้ถือว่าดีทีเดียว ในฐานะดินแดนรอยต่อระหว่างสองแคว้น แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็มีขนาดกว้างขวางเทียบเท่ากับเมืองขนาดย่อมเมืองหนึ่งเลยล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น แคว้นอู๋และต้าโจวจะมีการเปิดตลาดแลกเปลี่ยนสินค้ากันทุกๆ สามวัน โดยจุดที่ใช้เปิดตลาดก็รวมกันอยู่ที่เมืองไฉ่อวิ๋นแห่งนี้ และโดยทั่วไปแล้ว เมื่อถึงเวลาเช่นนี้ ทั้งสองแคว้นก็จะมีหญิงงามจำนวนไม่น้อยมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่..."

"เจ้าหุบปากไปเลย!" หลินหว่านปรายตามองหลินเฟิงอย่างเอือมระอาพลางเอ็ด

ในเวลาเดียวกันนั้น รถม้าอสูรเขาก็มาถึงใต้กำแพงเมืองพอดี

"ฮูหยินเจ้าคะ บนกำแพงเมืองมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่เจ้าค่ะ!" เสียงของเสี่ยวเจาดังขึ้น

ในใจของเฉินเสวียนกระตุกวูบ

ยังไม่ทันที่เสี่ยวเจาจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ ทันใดนั้น บนกำแพงเมืองก็มีคบเพลิงจำนวนมากถูกจุดขึ้นมา ส่องสว่างจนทั่วทั้งกำแพงเมืองสว่างไสว

"เฉินเสวียน หลินหว่าน ข้ารอคอยอยู่ที่นี่มานานแล้ว!" เสียงหนึ่งดังลงมาจากบนกำแพงเมือง

"เป็นจ้าวตงไหล!" หลินหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

เฉินเสวียนเลิกม่านขึ้น แล้วกระโดดลงจากรถม้าอสูรเขา เขาเลิกคิ้วมองไปยังจ้าวตงไหล จากนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะพลางกล่าวว่า "กองกระจกเสวียนดูแลด้านข่าวกรองของต้าโจว ผู้บัญชาการไม่นั่งบัญชาการอยู่ในเมืองหลวง แต่กลับวิ่งแจ้นมาที่เมืองเล็กๆ ชายแดนแห่งนี้เพื่ออันใดกัน? หรือมาดูลูกชายผู้โง่เขลาของท่านกันเล่า?"

"ไอ้หนู ความตายมาเยือนถึงตัวแล้ว ยังจะมีหน้ามาปากดีอยู่อีก" จ้าวตงไหลกล่าวอย่างเหยียดหยาม "ข้ามาที่นี่ ย่อมต้องมาเอาชีวิตเจ้าอยู่แล้ว!"

"เอาชีวิตข้ารึ? ด้วยฝีมือของท่านน่ะหรือ?" เฉินเสวียนถามกลับ

"เฉินเสวียน เวลาเพียงปีกว่าๆ จากแค่คนรับใช้ของจวนแม่ทัพ กลับก้าวมาถึงระดับแปดในปัจจุบันได้ ข้ายอมรับว่า ทั่วทั้งเมืองหลวงของต้าโจวต่างก็มองเจ้าผิดไปหมด แท้จริงแล้วตั้งแต่แรก ก็ควรจะปล่อยให้เจ้าตายอยู่ในคุกหลวงเสีย" จ้าวตงไหลกล่าว "มาบัดนี้ ถึงแม้จะต้องเปลืองแรงสักหน่อย แต่... ก็ถือว่ายังไม่สายเกินไปหรอก"

"เมืองไฉ่อวิ๋นแห่งนี้ ทิวทัศน์งดงามไม่เลว ยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ล้วนงดงามราวกับเป็นภาพฝันของโลกมนุษย์!" จ้าวตงไหลกล่าวต่อ "ข้าเลือกสถานที่ฝังศพแห่งนี้ให้เจ้า เจ้าก็ควรจะขอบใจข้าด้วยซ้ำ!"

สิ้นเสียง ร่างแล้วร่างเล่าก็กระโจนลงมาจากบนกำแพงเมือง!

ไม่นานนัก ก็มีคนประมาณยี่สิบกว่าคน เข้ามาตีวงล้อมรถม้าอสูรเขาของพวกเฉินเสวียนเอาไว้ทุกทิศทาง

ดวงตาของเฉินเสวียนกระตุกวูบ เขาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง!

คนยี่สิบกว่าคนเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือระดับเจ็ดขึ้นไปทั้งสิ้น ซ้ำยังมีระดับแปดอยู่หลายคน เพียงแต่เกือบทั้งหมด ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเจ็ดขั้นต้น และระดับแปดขั้นต้น

ในขณะเดียวกัน ด้านบนก็มีอีกสองคนกระโจนขึ้นมา ยืนขนาบข้างจ้าวตงไหล

เวลานี้หลินหว่านก็เดินออกมา ยืนอยู่ข้างกายเฉินเสวียน นางเลิกคิ้วมองขึ้นไปยังด้านบน!

เมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับคนทางซ้ายและขวาของจ้าวตงไหล สีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนไปพลางเอ่ยขึ้น "ประมุขพันธมิตรวายุพิรุณ ม่อชางหลาน และเจ้าสำนักเทียนอี จี้เทียนหลี่!"

จ้าวตงไหลแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นกล่าวว่า "เฉินเสวียน หลินหว่าน ตาข่ายฟ้าแห้วปฐพีผืนนี้ พวกเจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างไร!"

จบบทที่ บทที่ 552 ตาข่ายฟ้าแห้วปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว