เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ปราบมาร

บทที่ 18 ปราบมาร

บทที่ 18 ปราบมาร


บทที่ 18 ปราบมาร

หลังจากคุณหนูสกุลหลินกลับถึงคฤหาสน์ นางก็เล่าเรื่องน่าตื่นเต้นที่เจอมาตลอดทางให้พ่อแม่ฟังอย่างออกรส รวมไปถึงเรื่องที่สวี่มู่เสกน้ำเต้าออกมาจากแขนเสื้อได้ด้วย

นายท่านหลินกับฮูหยินหลินฟังแล้วก็ถึงกับตบเข่าฉาดด้วยความทึ่ง

"นักพรตท่านนี้บอกว่าตัวเองมีแต่วิชาแพทย์งั้นรึ มีวิชาอาคมล้ำเลิศขนาดนี้ วิชาแพทย์ก็คงไม่ธรรมดาแน่ๆ ทำไมพวกเจ้าไม่เชิญเขามาดูอาการพี่ชายเจ้าหน่อยล่ะ" นายท่านหลินเอ่ยขึ้น

"จริงด้วยสิ!" คุณหนูหลินกับสาวใช้เพิ่งจะนึกขึ้นได้

ทั้งคู่หน้าเจื่อนไปถนัดตา

"ก็ทุกคนบอกว่าอาการของพี่ชายเกิดจากโดนผีเข้า แต่เขาบอกว่าเขาปราบผีไม่เป็น พวกเราก็เลยลืมคิดไปเลยเจ้าค่ะ..." คุณหนูหลินอ้อมแอ้มแก้ตัว

"ชะ ใช่เจ้าค่ะ อาการของคุณชายมันไม่เหมือนโรคทั่วไปนี่นา ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรักษาได้ไหม" สาวใช้รีบพยักหน้าผสมโรง

นายท่านหลินแค่นเสียงฮึดฮัด "พวกเจ้านี่มันมัวแต่ห่วงเล่นจริงๆ เจอผู้มีวิชาทั้งทีก็ไม่รู้จักผูกมิตรไว้ อย่างน้อยเชิญมาเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำที่จวนก็ยังดี

นี่อะไรกัน เจอคนเก่งๆ ก็ได้แต่ยืนดูตาปริบๆ คนตั้งเท่าไหร่เขาอยากเจอแทบตายแต่ก็ไม่มีวาสนา"

สองนายบ่าวได้แต่ก้มหน้างุดอย่างสำนึกผิด

ฮูหยินหลินก็สมทบด้วยอีกแรง "อาการของพี่ชายเจ้าน่ะมันแปลกประหลาด หมอธรรมดาก็รักษาไม่ได้ นักพรตปราบผีก็จนปัญญา บางทีนักพรตที่มีวิชาแพทย์คนนี้อาจจะช่วยได้ก็ได้นะ"

"โธ่ ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ เขาเพิ่งเข้าเมืองมาหมาดๆ เอง พรุ่งนี้ค่อยให้คนไปตามหาก็ได้ รับรองว่าต้องเจอแน่ๆ เจ้าค่ะ" คุณหนูหลินรีบรับคำ

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าจะอยู่เมืองนี้สักพัก นายท่านกับฮูหยินไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกเจ้าค่ะ" สาวใช้ช่วยพูดปลอบ

นายท่านหลินฮึดฮัดในลำคอ โบกมือไล่ไม่อยากพูดต่อ ให้พวกนางไปพักผ่อนได้แล้ว

"ลูกคนนี้นี่ ไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย ไอ้ลูกชายตัวดีก็เหมือนกัน ไม่มีใครทำให้สบายใจได้สักคน" นายท่านหลินถอนใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย

คุณชายหลินที่ว่านี่ก็ชอบทำตัวแหวกแนว หนังสือหนังหาไม่ยอมอ่าน เอาแต่หนีขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จนสุดท้ายก็ไปโดนดีเข้าจนได้ ต้องนอนซมอยู่บนเตียง อาการก็มีแต่ทรุดลงทุกวัน

"หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะนะ ขอแค่มีทางรักษาลูกเฟิงให้หายได้ ก็ต้องลองดูสักตั้งแหละ" ฮูหยินหลินพูดพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา

นายท่านหลินพยักหน้ารับ พรุ่งนี้เขาจะส่งคนออกไปตามหานักพรตคนนี้ให้เจอ

วันรุ่งขึ้น สวี่มู่เช็กเอาต์ออกจากโรงเตี๊ยม กำลังคิดว่าจะหาบ้านเช่าถูกๆ สักหลัง หรือไม่ก็ต้องหาทางหาเงินก่อน ค่อยไปเช่าบ้านหลังใหญ่ๆ

ตอนนี้ในกระเป๋าเขามีแค่เงินแปดตำลึงกับเศษเหรียญทองแดงอีกนิดหน่อย

ถ้าเทียบกับค่าครองชีพที่นี่ เงินหนึ่งตำลึงก็อยู่ได้เดือนครึ่งสบายๆ

แต่ถ้าขืนนอนโรงเตี๊ยมต่อไป เงินหนึ่งตำลึงคงอยู่ได้แค่ครึ่งเดือน เพราะงั้นเช่าบ้านเอาน่าจะคุ้มกว่าเยอะ

เขาตั้งใจจะปักหลักอยู่ที่นี่สักสองปี เพื่อฝึกวิชาสองอย่างที่เพิ่งได้มาให้คล่องซะก่อน

อย่างแรกคือ ค่ายกลกระบี่ ที่เขาซื้อมาจากนิกาย เอาไว้เพิ่มเขี้ยวเล็บให้ตัวเอง ส่วนอีกอย่างคือ วิชาดำดิน ที่เยี่ยนชิงให้มา เอาไว้เผ่นหนีตอนจวนตัว

วิชาทั้งสองอย่างนี้สำคัญมาก พอฝึกสำเร็จแล้ว เขาถึงจะเริ่มทำตามแผนเดิม คือไปหาที่ปลูกสมุนไพร ถ้ามีเวลาว่างค่อยแวะไปเมืองหลวงทีหลัง

ถึงเยี่ยนชิงจะไหว้วานมา แต่เมืองหลวงมันศูนย์รวมความวุ่นวายชัดๆ ขืนโผล่ไปตอนนี้อาจจะโดนลากไปซวยด้วยก็ได้ เอาเป็นว่าอัปเกรดตัวเองให้พร้อมก่อนดีกว่า

เรื่องชิงดีชิงเด่นในนิกายมันก็ไม่ได้จบกันง่ายๆ หรอก เรื่องเครื่องหอมบูชาของเยี่ยนชิงก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า

ระหว่างที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆ เขาก็เหลือบไปเห็นสาวใช้ของคุณหนูหลินกำลังเดินด้อมๆ มองๆ อยู่กับบ่าวรับใช้หลายคน ท่าทางร้อนรนเหมือนกำลังตามหาอะไรสักอย่าง

สวี่มู่คิดในใจว่า เมื่อวานก็ได้อานิสงส์นั่งรถม้าเขามาฟรีๆ วันนี้ก็ควรจะตอบแทนซะหน่อย เขาเลยเดินเข้าไปทัก "แม่นางชิงเอ๋อร์ มาเดินหาอะไรอยู่แถวนี้ล่ะ คุณหนูของเจ้าหลงทางเหรอ"

พอสาวใช้ได้ยินเสียง ก็หันขวับมามอง พอเห็นว่าเป็นสวี่มู่ก็ตาโตด้วยความดีใจ ตบมือฉาด "ท่านนักพรต ข้ากำลังตามหาท่านอยู่พอดีเลย!"

"หาข้า? หาข้าทำไมล่ะ คุณหนูของเจ้าหายตัวไป ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย"

"ใครบอกว่าคุณหนูของข้าหายตัวไปกันเล่า" สาวใช้ท้าวเอวแหวใส่

"ข้ากลัวท่านจะหายไปต่างหากล่ะ! รีบตามข้ามาที่จวนสกุลหลินเร็วเข้า นายท่านกับฮูหยินต้องการพบท่าน" ว่าแล้วนางก็พุ่งเข้ามาจะคว้าแขนสวี่มู่

สวี่มู่เบี่ยงตัวหลบอย่างไว "เดี๋ยวก่อนนะ คงไม่ได้จะมาเอาผิดข้าใช่ไหม เรื่องความบริสุทธิ์ของคุณหนูของเจ้าก็ไม่เกี่ยวกับข้าเหมือนกันนะ"

"..." สาวใช้หน้าดำคร่ำเครียด

"นี่มันกลางถนนนะ ท่านอย่าเอาแต่พูดเรื่องคุณหนูของข้าสิ ข้ามาตามหาท่านเพราะเรื่องคุณชายของข้าต่างหาก!"

"อ้าว ถ้าเป็นเรื่องความบริสุทธิ์ของคุณชายเจ้า ข้าก็ยิ่งไม่เกี่ยวเข้าไปใหญ่เลยนะ"

สาวใช้กัดฟันกรอด ตะโกนลั่น "นายท่านเชิญท่านไปช่วยงาน มีค่าตอบแทนให้ อย่างต่ำก็ร้อยตำลึงแน่ะ"

"อ้อ ที่แท้ก็มีเรื่องให้ช่วย คุณชายหลินเดือดร้อนขนาดนี้ ข้าจะนิ่งดูดายได้ยังไงกัน" สวี่มู่เปลี่ยนท่าทีทันควัน ตอบรับอย่างแข็งขัน

"ไอ้นักพรตหน้าเงินเอ๊ย" สาวใช้ส่ายหน้าอย่างระอา

สวี่มู่ไม่สนใจคำด่า ในหัวกำลังคำนวณอยู่ว่าได้เงินมาแล้วจะเอาไปทำอะไรดี

ไม่นาน เขาก็เดินตามบ่าวรับใช้มาถึงจวนสกุลหลิน

จวนหลังใหญ่โตโอ่อ่าแบบนี้ ดูปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นบ้านขุนนาง แถมต้องเป็นขุนนางกระเป๋าหนักซะด้วย

นายท่านหลินพอเจอหน้าสวี่มู่ ก็กวาดตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม แล้วเล่าจุดประสงค์ที่เชิญมาให้ฟัง

งานกล้วยๆ แค่นี้ สวี่มู่ตอบตกลงทันทีไม่มีอิดออด

...

พอเข้ามาถึงห้องของคุณชายหลิน ฮูหยินกับคุณหนูก็ตามเข้ามาดูด้วย

บนเตียงมีชายหนุ่มนอนซมอยู่ หน้าตาซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม ดูเหมือนคนใกล้จะลงโลงเต็มที

สวี่มู่เดินเข้าไปจับชีพจร พลิกดูตา ดูลิ้น แล้วก็สอบถามอาการคร่าวๆ

คุณชายหลินแค่ขยับตัวนิดเดียวก็หอบแฮ่กๆ พูดอะไรไม่ออกเลย

"ร่างกายอ่อนแอ ลมปราณถดถอย นี่โดนสูบพลังชีวิตไปนี่นา" สวี่มู่ฟันธง

"โอ้โห! ท่านนี่มันหมอเทวดาชัดๆ!" ฮูหยินหลินร้องดีใจ

นายท่านหลินรีบเสริม "ข้าเคยเชิญนักพรตจากอารามมาดูอาการแล้ว เขาก็บอกว่าโดนสูบพลังชีวิตเหมือนกัน แต่ก็รักษาไม่เป็น ได้แต่บอกให้บำรุงร่างกายไปเรื่อยๆ ท่านพอจะมีวิธีรักษาไหม"

สวี่มู่ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ พูดเนิบๆ "เวลาปีศาจมันบำเพ็ญเพียร มันสามารถดูดพลังชีวิตคนไปใช้ได้ตรงๆ เลยนะ อาการของลูกชายท่านเนี่ย โดนสูบอยู่เรื่อยๆ แถมยังเป็นการสูบแบบระยะไกลด้วย

เด็กโง่คนนี้คงไปหลงเสน่ห์ปีศาจเข้าให้แล้ว ยอมให้มันลงอาคมใส่ด้วยความสมัครใจแน่ๆ"

"สมัครใจงั้นรึ" ทุกคนในห้องชะงักไป หันขวับไปมองคุณชายหลินที่นอนอยู่บนเตียง

คุณชายหลินพยายามจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไอคอกแคกอย่างหนัก

สวี่มู่ยิ้มบางๆ "คนส่วนใหญ่เวลาขึ้นเขา ถ้าโดนปีศาจสูบพลังชีวิตไป ก็มักจะโดนสูบแค่ครั้งเดียวรวดเดียวจบ ถ้าไม่ถึงตาย กลับมาบำรุงร่างกายแป๊บเดียวก็หาย

แต่เด็กคนนี้คงอยากจะช่วยปีศาจตนนั้นบำเพ็ญเพียรล่ะสิ สงสัยจะเป็นปีศาจสาวพราวเสน่ห์แน่ๆ เลยเชียว"

พอได้ยินแบบนี้ คุณชายหลินก็ยิ่งไอหนักกว่าเดิม

นายท่านหลินหน้าถอดสี ตวาดลั่น "บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ ที่ท่านนักพรตพูดมามันจริงไหม!"

แต่ฮูหยินหลินกลับสงสารลูก รีบเข้าไปประคอง "ใจเย็นๆ ลูก ค่อยๆ พูด ไม่ต้องไปกดดันเขาสิ"

หลังจากหอบอยู่พักใหญ่ คุณชายหลินก็ก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว "นาง... นางใกล้จะบำเพ็ญเพียรสำเร็จแล้ว ถ้านางสำเร็จเมื่อไหร่ นางจะแต่งงานกับข้า..."

นายท่านหลินโกรธจนหน้าเขียวปัด "ไอ้ลูกโง่เอ๊ย! ไปเชื่อคำพูดปีศาจได้ยังไงกัน! ดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ โดนมันสูบเลือดสูบเนื้อจนจะแห้งตายอยู่แล้ว ยังจะไปหลงมันอยู่อีก"

ฮูหยินหลินก็ร้องไห้คร่ำครวญ "ลูกเอ๊ย คำพูดปีศาจมันเชื่อได้ที่ไหนกัน รอเจ้าหายดีเมื่อไหร่ แม่จะหาเมียดีๆ ให้เจ้าเองนะ"

"แต่นางไม่เหมือนปีศาจตนอื่น..." คุณชายหลินเถียงเสียงอ่อย

นายท่านหลินรีบประสานมือขอร้องสวี่มู่ "ท่านนักพรต ลูกชายข้ามันต้องโดนปีศาจล่อลวงแน่ๆ ได้โปรดช่วยลูกชายตัวดีของข้าด้วยเถอะ"

สวี่มู่หัวเราะเบาๆ "เด็กโง่เอ๊ย รักแท้มันก็ดีอยู่หรอก แต่สิ่งที่เจ้าเจอเนี่ย มันไม่ใช่ทั้งปีศาจและไม่ใช่ผีด้วยซ้ำ

ถ้าเป็นปีศาจ ก็อาจจะพอเรียนรู้เรื่องความรักความผูกพันแบบมนุษย์ได้บ้าง ถ้าเป็นผี ก็อาจจะยังมีความทรงจำตอนมีชีวิตเหลืออยู่

แต่สิ่งที่เจ้าเจอ มันคือภูตผีที่เกิดจากการรวมตัวกันของพลังงานบริสุทธิ์ มันไม่มีตัวตนจริงๆ หรอก มันรู้แค่ว่าต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อคนยังไง แต่เรื่องหัวใจน่ะ มันไม่รู้จักหรอก

ที่มันบอกว่าจะแต่งงานกับเจ้า ก็แค่พูดไปงั้นแหละ เพราะรู้ว่าพูดแบบนี้แล้วจะได้ผล"

"ท่านนักพรตพูดถูกแล้ว! ฟังเอาไว้ซะ!" นายท่านหลินดุลูกชายซ้ำ

คุณชายหลินนอนหอบหายใจรวยริน พูดไม่ออกสักคำ แต่สายตายังคงฉายแววดื้อรั้น ไม่ยอมเชื่อ

สวี่มู่พูดต่อ "ภูตผีตนนี้ใช้เล่ห์เหลี่ยมได้คล่องแคล่วขนาดนี้ ข้าว่าคงไม่ได้มีแค่เจ้าคนเดียวหรอกที่ตกเป็นเหยื่อ การจะเลี้ยงปลา มันก็ต้องมีปลาหลายตัวในบ่อสิ คงมีผู้ชายหน้าโง่อีกหลายคนที่ยอมพลีชีพถวายพลังชีวิตให้มันแบบเจ้าแน่ๆ"

"ข้าไม่เชื่อ!" คุณชายหลินของขึ้นทันที

"ถ้าอยากพิสูจน์ก็ง่ายนิดเดียว เจอลองหยุดส่งพลังให้มันดูสิ แล้วคอยดูว่ามันจะโผล่มาหาเจ้า มาถามไถ่อาการเจ้าบ้างไหม สำหรับภูตผีแล้ว เจ้าก็แค่ท่อส่งพลังท่อหนึ่งเท่านั้นแหละ ท่อตันก็แค่เปลี่ยนท่อใหม่"

"ใช่! รบกวนท่านนักพรตช่วยตัดท่อมันทิ้งทีเถอะ ให้ไอ้ลูกดื้อคนนี้มันตาสว่างซะที" นายท่านหลินเห็นด้วยเต็มที่

คุณชายหลินเถียงไม่ออก

"ว่าไงล่ะ ไม่อยากลองพิสูจน์ดูหน่อยเหรอ ถ้ามันมีใจให้เจ้าจริงๆ ถึงตอนนั้นเจ้าจะแต่งกับมันก็ยังไม่สายนี่" สวี่มู่ท้าทาย

นายท่านหลินมองหน้าสวี่มู่ เห็นอีกฝ่ายดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ก็เลยพยักหน้าสนับสนุน "ที่ท่านนักพรตพูดมาก็มีเหตุผล ถ้านางจริงใจต่อเจ้าจริงๆ จะแต่งกับนางก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"

ฮูหยินหลินก็ช่วยเกลี้ยกล่อม "ลูกเอ๊ย เชื่อที่ท่านนักพรตบอกเถอะนะ เจ้าแค่โดนปีศาจมันหลอกเอา แม่ไม่โกรธเจ้าหรอกนะลูก"

หลังจากโดนเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ในที่สุดคุณชายหลินก็พยักหน้าอย่างยากลำบาก

สวี่มู่ฉวยจังหวะนี้ ดีดนิ้วโป้งใส่หว่างคิ้วคุณชายหลินดังเป๊าะ จนเกิดรอยแดงเถือก คุณชายหลินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่ดูเหมือนลมหายใจจะดีขึ้นเยอะ

"คนผูกต้องเป็นคนแก้ อาคมนี้มันเจ๋งตรงที่ ถ้าเจ้าตัวเต็มใจ คนอื่นก็แก้ให้ไม่ได้ ต้องให้เจ้าตัวยอมปล่อยวางเอง อาคมถึงจะคลาย" สวี่มู่อธิบาย

"ขอบคุณท่านนักพรตมาก ท่านนี่ความรู้กว้างขวางจริงๆ ไม่ต้องพึ่งยาสักหม้อก็รักษาโรคได้ น่านับถือจริงๆ" นายท่านหลินโค้งคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สวี่มู่ยิ้มรับการคารวะ พลางถ่อมตัวสองสามประโยค

ก็แหม... หมกตัวอยู่บนเขาเซียนมาตั้งนาน อ่านตำรามาก็เยอะ เรื่องภูตผีปีศาจ สัตว์ประหลาดพวกเนี้ย เขาศึกษามาทะลุปรุโปร่งหมดแล้วล่ะ

จบบทที่ บทที่ 18 ปราบมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว