เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.13 เฮลมูนคลับ

EP.13 เฮลมูนคลับ

EP.13 เฮลมูนคลับ


EP.13 เฮลมูนคลับ

ดันเต้เหลือบมองซิลวิย่าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "เริ่มหลงรักฉันแล้วสินะ ?"

ซิลวิย่าเงียบไป เธอนั้นมีศักดิ์ศรีมากเกินกว่าจะโกหก และซื่อสัตย์เกินกว่าจะปฏิเสธ เธอได้ผลักตัวเองออกจากเสื่อหยิบเสื้อแจ็กเก็ตมาสวมที่ไหล่ ก่อนจพโบกมือลาแล้วเดินไปที่ประตูราวกับกำลังเดินไปสู่แสงตะวันยามเย็น

จากนั้นประตูก็ปิดลงด้วยเสียงคลิกเบาๆ

ดันเต้เกาหัว เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอกใจเดธ ทั้งๆที่เดธนั้นได้อนุญาตให้เขารักใครก็ได้ ตราบใดที่เขานั้นให้ความสำคัญกับเธอเป็นอันดับแรก

ถึงแม้เดธนั้นจะปฏิเสธเขา เขาก็คงหลงรักซิลวิย่า ซาบลินโนวาคนนี้อยู่ดี หญิงสาวผู้นี้เป็นราชินีและผู้นำทหารรับจ้างที่เย็นชา แต่ภายใต้ท่าทีภายนอกนั้น เธอเป็นหญิงที่ชื่อตรงและเอาใจใส่ผู้อื่น เป็นที่รักของประชาชนและเป็นตัวแทนของการแก้แค้นสำหรับศัตรูของเธอ

ถึงอย่างนั้น เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซิลวิย่าไม่ใช่คนประเภทที่หลงใหลในคนหน้าตาดี ซิลวิย่านั้นชอบคนที่กล้าหาญ ทะเยอทะยาน แต่ซื่อสัตย์และจริงใจ ในทางกลับกัน ตัวขเองเดธนั้นก็ชอบคนที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอโดยไม่กลัวตัวของเธอ

2 หญิงสาวผู้โดดเด่น 2 ความงามที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เขามีคุณสมบัติตรงตามที่พวกเธอนั้นต้องการทุกประการ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

'ฉันกำลังสร้างฮาเร็มอยู่จริงๆเหรอเนี่ย ?'

ความคิดนั้นฟังดูไร้สาระสำหรับเขา แต่เขาก็ปฏิเสธเสน่ห์ของมันไม่ได้ การจัดการกับผู้หญิงพิเศษหลายคนที่อาจฆ่าเขาได้ด้วยวิธีที่สร้างสรรค์หากพวกเธอรู้สึกอยากทำคงเป็นเรื่องยุ่งยาก ความเสี่ยงจากการคบหากับผู้หญิงแบบนั้นเป็นความตื่นเต้นอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

"ทุกอย่างจะคลี่คลายไปเองตามกาลเวลา"

ปัญหาเร่งด่วนคือ นอร์แมน ออสบอร์น ยังไม่มีฮีโร่สวมผ้าคลุมหรือผู้พิทักษ์ความยุติธรรมสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้น ยุคของฮีโร่อย่างอเวนเจอร์สและเอ็กซ์เมนยังมาไม่ถึง ซึ่งหมายความว่าหากแผนการของออสบอร์นคุกคามซิลวิย่าหรือใครก็ตาม ดันเต้จะต้องจัดการเอง ไม่ใช่ว่าเขาจะรังเกียจที่จะทำลายแผนการของมหาเศรษฐีหรอกนะ เขาเองก็ไม่มีอะไรทำนอกจากฝึกฝนพลังจากการเชื่อมต่อที่สั่นพ้อง หรือเล่นสนุกกับซิลวิย่า

เมื่อลุกขึ้นจากเสื่อ เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อยังคงปวดเมื่อยจากการฝึกซ้อม ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าชิลวิย่าได้ทำร้ายร่างกายเขาอย่างหนักเพียงใด

'คราวหน้าฉันจะไม่แพ้'

ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาจึงเดินกลับไปยังบริเวณแผนกต้อนรับ แอนนานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของเธอและกำลังพิมพ์งานอยู่บนคอมพิวเตอร์

เขาเคาะโต๊ะเบาๆ "เฮ้ แอนนา พอจะช่วยไปส่งผมที่อพาร์ตเมนต์ได้ไหม ?"

พนักงานต้อนรับกัดริมฝีปากล่าง “เจ้านายเพิ่งส่งข้อความมา เธอบอกว่า-และฉันขออ้างคำพูดของเธอตรงๆเลยนะ-คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปจนกว่าเธอ จะกลับมา”

ดันเต้จ้องมองเธอ นิ่งงันไปชั่วขณะ "แล้วผมเป็นอะไรกันแน่ ? เป็นแค่ผัวน้อยสำรองของเธองั้นเหรอ ?"

แอนนาหัวเราะออกมาเสียงดัง "เอาจริงเหรอ ? ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นคุณซาบลินโนวาทำแบบนี้กับผู้ชายคนหนึ่งมาก่อนเลย เพราะเธอเป็นคนที่...มุ่งมั่นกับธุรกิจ มาตลอด คุณเป็นผู้ชายที่พิเศษมากจริงๆ"

คำพูดสุดท้ายมาพร้อมกับแววตาที่เงยขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้หัวใจของชายใดๆ ก็หวั่นไหวได้

เขาถอนหายใจอย่างหดหู่ “เธอปฏิเสธผมเมื่อกี้นี้ รู้ไหม ว่านั่นหมายความว่าอะไร ? เธอต้องการให้ผมเป็นแค่ คนรักสำรองของเธอ”

เรื่องนี้ทำให้พนักงานต้อนรับหัวเราะอีกครั้ง "ผู้ชายหลายคนยอมทำทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นชู้กับคุณซาบลินโนวา"

"แต่ไม่ใช่ผมแน่ ผมเป็นประเภทที่จะให้เธอเป็น คนรักสำรองมากกว่า"

แอนนามองเขาด้วยความไม่เชื่อ "คุณมันบ้าไปแล้ว"

"ผมปกติดี" ดันเต้ยักไหล่ รู้สึกหนาวขึ้นมา ทันทีเพราะเสื้อเปียกโชก "ที่นี่มีห้องอาบน้ำไหม ?"

"มีแน่นอนค่ะ" แอนนาพยักหน้าพลางลุกจากโต๊ะทำงาน และบอกทางไปห้องอาบน้ำที่ชั้นสองให้เขา "แต่เราไม่มีเสื้อผ้าสำรองไซส์คุณนะคะ ถ้าคุณบอกขนาดและสิ่งที่ ต้องการ ฉันจะไปหยิบมาให้ได้ค่ะ"

“เธอเป็นนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์จริงๆ” เขาประสานมือเข้า ด้วยกันในท่าภาวนา “ขอให้พระเจ้าทรงประทานพรให้ แก่นางฟ้าองค์นี้เสมอ”

แอนนาโบกมือปัดคำชมเหล่านั้น แต่รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจยังคงอยู่ "คุณผู้หญิงแจ้งให้ฉันทราบว่าเธออาจแต่งตั้งคุณเป็นซีอีโอของสาขานิวยอร์กของเรา เก็บ เรื่องนี้ไว้เป็นความลับระหว่างเรานะคะ"

การเปิดเผยนั้นทำให้เขาชะงักไปทันที ซีอีโอ เขาเคยเป็นมาก่อน และไม่มีความปรารถนาที่จะรับตำแหน่งนั้นอีก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในบริษัทแบบดั้งเดิม เขาคงไม่รังเกียจที่จะบริหารธุรกิจรับจ้าง มันอาจจะสนุกก็ได้

'เธอไว้ใจฉันมากเกินไป'แล้ว

ห้องอาบน้ำอยู่ชั้นสอง ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ทหารรับจ้างมีห้องพักส่วนตัว

เมื่อเขาทำความสะอาดเสร็จ แอนนาได้นำเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขาไปวางไว้ข้างนอกแล้ว เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม กางเกงขายาวทรงพอดีตัว และเสื้อกั๊กเข้ารูป แม้ว่ามันจะดูเป็นทางการเกินไปสำหรับรสนิยมของเขา แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมใส่ เพราะเสื้อผ้าของเขามันขาดเป็นบางส่วนจากการยึดมากเกินไป

หลังจากสวมเสื้อผ้าแล้ว เขาก็แทบจำตัวเองในกระจกไม่ได้ ราวกับว่าเขาได้ก้าวเข้าไปอยู่ในชีวิตของคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

เขาจัดแต่งทรงผมและวางมือลงบนกระจก "การรักตัวเอง แบบนี้ถือว่าเป็นเกย์หรือเปล่า ?"

ด้วยคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ เขาจึงเดินกลับไปยังล็อบบี้ และต้องตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ซิลวิย่ายืนอยู่ใกล้บริเวณแผนกต้อนรับ กำลังคุยเรื่องบางอย่างกับแอนนา เธอมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากราชินีผู้เย็นชาที่เขาเคยพบที่ร้านสโมกี้ส์อย่างสิ้นเชิง

เธอปล่อยยาวสลวยของเธอทิ้งตัวลงบนเสื้อคลุมขนสัตว์มันวาวที่ดูหรูหรามีระดับ ภายใต้เสื้อคลุมสุดหรูนั้น ชุดเดรสสีดำสะอาดตาแนบไปกับรูปร่างที่แข็งแรงของเธอบานออกที่สะโพก ชุดนี้ใช้งานได้จริงสำหรับการต่อสู้ แต่ก็สวยงามจนสามารถดึงดูดใจผู้คนได้

ขณะที่เธอหันมาทางเขา เขาสังเกตเห็นเครื่องสำอางบางๆที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของเธอ เขารู้ว่าชิลวิย่าคงไม่ดูสวยงามสำหรับผู้ชายที่เธอพึ่งรู้จักเพียงแค่วันเดียวแน่นอน

'เป็นเพราะเรื่องงาน'

ริมฝีปากของเธอโค้งเล็กน้อย "ดันเต้ คุณอยู่ที่นี่นี่เอง"

"บ้าจริง" เขาพูด "ซิลวิย่า คุณสวยมาก ส่วนผมดูเหมือน ลูกเศรษฐีที่หยิ่งยโส"

เธอก้าวเดินเข้าหาเขาด้วยท่าทางมั่นใจ นิ้วของเธอแตะที่ปกเสื้อของเขา ปรับมันอย่างนุ่มนวลราวกับว่าเธอเคยทำแบบนี้มาแล้วนับพันครั้ง หรือไม่ก็เป็นคนที่ต้องการหาข้ออ้างเพื่อสัมผัสตัวเขา

"คุณดูหล่อเหลามาก" เธอกระซิบ "ตรงสเปคฉันเลย"

แรงดึงดูดนั้นไม่ได้ซ่อนเร้นอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่เธอมองเขาอย่างไม่ละสายตา หรือสัมผัสที่เธอยังคงอยู่แม้หลังจากที่ปกเสื้อของเขาถูกจัดให้ตรงเรียบร้อยแล้ว

แอนนาไอเล็กน้อย "เจ้านายคะ ฉันจองโต๊ะที่ร้านนั้นไว้แล้วค่ะ"

"ขอบคุณนะแอนนา" ซิลวิย่าให้เลขานุการจัดการงาน บางอย่างก่อนจะยื่นมือไปหาดันเต้ "ไปกันเลยไหม ?"

เขารับมันมา สัมผัสได้ถึงรอยด้านบนฝ่ามือของเธอ "จะไปไหน ?"

"นัดเดทสุดเซอร์ไพรส์"

***

ดันเต้พบว่าตัวเองกำลังจ้องมองเมืองอีกครั้ง ในขณะที่ซิลวิย่าขับรถเอสยูวีคันโปรดของเธอ เขาหลับสนิทจนถึงตีห้า แต่กลับกลายเป็นว่าวันนี้เป็นหนึ่งในวันที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตใหม่ของเขา

“ดันเต้” เธอเรียกโดยไม่ละสายตาจากถนน “ไม่คิดจะ พูดอะไรโรแมนติกบ้างเหรอ ?”

เขาคิดหาคำตอบแบบหยอกล้อหลายแบบก่อนจะตัดสิน ใจตอบอย่างตรงไปตรงมา “คือ เราเพิ่งเจอกันวันนี้เอง อย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ผมต้องรู้จักคุณให้มากกว่านี้ก่อน ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องหลอกลวง”

คิ้วที่ขมวดแน่นของเธอคลายลง “ฉันชื่นชมความซื่อสัตย์ของคุณนะ ฉันอยากให้ทุกคนในกลุ่มของฉันเป็น เหมือนคุณ ไม่มีคนเจ้าเล่ห์ ไม่มีคนบงการ... มีแต่ คนธรรมดาที่พยายามหาเลี้ยงชีพ...” นิ้วของเธอกำพวงมาลัยแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย “ฉันเกลียดคนทรยศที่สุด”

เขารู้สึกเหมือนว่านั่นเป็นคำเตือนที่ส่งมาถึงเขา โดยเฉพาะ ว่าเธอจะตามหลอกหลอนเขาไปจนชั่วนิรันดร์ เพราะการทรยศเขา

"พูดถึงพวกทรยศ" ดันเต้กล่าว "นอร์แมน ออสบอร์นเป็นประเภทที่พร้อมจะขายแม้กระทั่งแม่ของตัวเอง ถ้า ได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม"

"ฮ่าๆ ลูกค้าของฉันจะเป็นพวกเลวทรามที่สุดในโลกก็ได้ ฉันไม่สนหรอก เงินก็คือเงิน"

"นั่นหมายความว่าคุณจะรับงานถล่มเมืองด้วยระเบิดนิวเคลียร์เพื่อแลกกับเงินใช่ไหม ?"

"งานของเรายังมีขอบเขตอยู่นะ" เธอมองเขาแวบหนึ่ง ราวกับว่าเขาเป็นคนโง่ "ฉันจะไม่ก้าวล้ำเข้าไปในดินแดนที่เลวร้ายอย่างแท้จริงหรอก"

"ดีขึ้นแล้วล่ะ ว่าแต่ สัญญาฉบับนี้เกี่ยวกับอะไรกันแน่ ? ผมกลัวว่าไอ้โง่นั่นกำลังวางแผนอะไรชั่วร้ายอยู่"

“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้กับศูนย์วิจัยแห่งหนึ่ง อะไรจะเกิดขึ้นข้างในนั้นเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของฉัน” เธอหยุดรถข้างทางและ หันหน้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “แต่ฉันเห็นหลายกลุ่มจ้องมองที่นั่นเหมือนฝูงไฮยีน่า อีกไม่นานพวกเขาก็คงหมด ความอดทน”

เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นยะเยือกที่น่าหวาดหวั่น วิกฤตการณ์อาจจะ-ไม่สิ มันใหญ่กว่านั้นแน่นอน ขนาดที่ร่างที่ไม่ใช้พลังจาการเชื่อมโยงที่สั่นพ้องกันของเขาจะถูกทำลายลงในพริบตา เขาต้องเรียนรู้วิธีควบคุมเครื่องปฏิกรณ์เฮลิโอให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้น เขาอาจจะตายภายในสัปดาห์แรกที่อยู่ที่นี่

"สงครามกำลังจะมา"

เธอพยักหน้าให้เขาอย่างหนักแน่น “มีเพียงกลุ่มไวลด์แพ็คเท่านั้นที่ขวางกั้นพวกเขากับศูนย์วิจัยของนอร์แมน พวกเราจะเป็นเป้าหมายแรกที่จะถูกกำจัด”

เขาอดถามไม่ได้ว่า "คุณไม่กลัวเหรอ ?"

"สัญญาสำคัญทุกฉบับเปรียบเสมือนการชักเย่อกับ ความตาย ถ้าฉันชนะ บริษัทและประเทศของฉันก็จะเจริญรุ่งเรือง ถ้าฉันแพ้ ฉันคงต้องกลับบ้านเกิดในโลงศพ" เธอยังคงยิ้มราวกับว่าความตายเป็นเพียงความ เสี่ยงทางธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่ต้องคำนวณและจัดการ "คุณกำลังคิดทบทวนอยู่หรือเปล่า ?"

เขานั่งเอนหลังอย่างสบายๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มมั่นใจ "พวกกระจอกๆพวกนั้นยังบีบให้ผมต้องใช้ไพ่ตายไม่ได้เลย"

ดวงตาสีฟ้าของเธอเป็นประกายด้วยความสนใจ แบบที่แฝงด้วยการคำนวณ "ตอนนี้ฉันอยากรู้จริงๆว่า ไพ่เด็ด ของคุณนั้นมันคืออะไร มันเกี่ยวข้องกับพลังกลายพันธุ์ของคุณหรือเปล่า ?"

"ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่ผมสัญญาได้เลยว่า ผมจะไม่ปล่อย ให้คุณตาย ผมจะต่อสู้กับความตายเพื่อนำคุณกลับมา ถ้าจำเป็น"

อย่างไรก็ตาม เธอเป็นนายจ้างของเขา

ซิลวิย่าปลดเข็มขัดนิรภัย ก่อนที่เขาจะถามว่าเธอกำลังทำอะไร เธอก็ขยับตัวขึ้นไปนั่งบนตักเขาอย่างนุ่มนวล พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงอ่อนๆลอยมาด้วย

เธอคว้าปกเสื้อของเขาไว้แล้วจูบเขาก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนอง แม้เธอจะเข้าหาเขาอย่างรุนแรง แต่จูบของเธอกลับอ่อนโยน หลังจากที่เขาตกใจอยู่ครู่หนึ่ง มือของเขาก็เอื้อมไปจับสะโพกที่เรียวสวยของเธอ ดึงเธอเข้ามาใกล้พร้อมกับง้างปากเธอออก

ซิลวิย่าผละออกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ร่องรอยน้ำลายก่อตัวเป็นรอยเชื่อมต่ออันใกล้ชิดระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง ลมหายใจของเธอไม่สม่ำเสมอ แก้มแดงระเรื่ออยู่ใต้เครื่องสำอาง

เมื่อสังเกตเห็นสายตาแปลกๆของผู้คน เขาจึงค่อยๆขยับมือไปโอบเอวเธออย่างไม่เต็มใจ ซิลวิย่าไม่ทันสังเกตว่าพวกเขาอยู่กลางถนน ซึ่งทุกคนสามารถมองเห็นพวกเขาได้ผ่านกระจกหน้ารถและกระจกข้างรถ

เธอเช็ดริมฝีปากและจัดปกเสื้อให้เขา “การต่อสู้กับ ความตายเพื่อฉัน... มันเป็นคำพูดที่โรแมนติกที่สุดที่ผู้ชายคนไหนเคยพูดกับฉันเลย”

"คุณก็รู้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องโกหก เพื่อสร้างความประทับใจให้คุณและลดความระแวงที่มีต่อผมลง"

“ฉันเห็นโลกมามากพอที่จะรู้ว่าใครโกหก” เธอหาที่นั่งสบายๆ บนตักของเขาแทนที่จะกลับไปนั่งที่เบาะคนขับ “แล้วยังมีรายงานของชิลด์ที่บรรยายว่าคุณเป็นคนละคนเลย ความแปลกประหลาดทั้งหมดนี้ทำให้ฉันสงสัยว่า คุณเป็นใครกันแน่ ?”

"นี่เป็นการล่อลวงให้ผมบอกความลับออกมาหรือเปล่า ?"

เธอกดมือลงบนหน้าอกของเขาและขยับเข้าไปใกล้หู ของเขา และกระซิบว่า "ถ้ามันเป็นอย่างนั้นล่ะ ?"

"ผใยินดีจะตกหลุมรักคุณ" เขาจูบเบาๆที่คอของเธอทำให้เธอตัวสั่น "ราชินีนั้นไม่อาจต้านทานได้"

ซิลวิย่ากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ขณะที่เขาถอยห่างออกไป เขาเห็นประกายความร้อนแรงในดวงตาของเธอแววตาแห่งความปรารถนาอันรุนแรงที่เขาเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว หัวใจของเขายังคงเต้นแรงขึ้นหลายสิบครั้ง

ทันทีที่เขาแตะใบหน้าเธอ เธอก็ใช้มือทั้งสองข้างกดลงบนหน้าอกเขาแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ

ดันเต้นั่งนิ่ง มือยังคงเหยียดออก เขาเข้าใจความหมายของคำว่า 'blue-balled' อย่างถ่องแท้และเจ็บปวดเหลือเกิน เขาคิดว่าการกระทำเช่นนี้ควรมาจากเดธ ไม่ใช่ซิลวิย่า เธอช่างกล้าหาญและไม่เกรงกลัวอะไรเกินกว่าจะถอยหนีเขาแบบนี้

“ไม่ ไม่เอาที่นี่” เธอพึมพำพลางจัดชุดให้เรียบร้อย “ฉัน ไม่อยากให้ครั้งแรกของฉัน...เกิดขึ้นในรถ”

ความจริงอันเย็นชาเข้ามาแทนที่ความปรารถนาอันร้อน แรงของเขา "ขอโทษ ผม-"

"ขู่ว์... ให้ฉันจัดการเอง ฉันไม่น่าฝืนเลย" เธอรัดเข็มขัดนิรภัยและ เปิดเพลงผ่อนคลายก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ คราวนี้ เธอขับช้าๆเพื่อหลีกเลี่ยงการชนในขณะที่ใจลอย "ดันเต้ ทำไมคุณถึงไม่ใช้พลังของคุณตอนที่เราสู้กันล่ะ ?"

เขาดีใจที่ได้เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะเขารู้ว่าคืนนี้เขา คงไม่ได้มีอะไรกับใคร "มันรู้สึกไม่ยุติธรรมที่จะใช้ ความสามารถที่คนอื่นรับมือไม่ได้"

เธอพ่นลมหายใจออกมา "ก็จริง การทำตัวเหมือน หมาป่าในคราบแกะนั่นช่างน่ายกย่องจริงๆ"

"รู้สึกยังไงบ้างที่โดนมือใหม่เอาชนะ ?" เขาตอบกลับ อย่างเยาะเย้ย "ผมคงไม่ทำแบบนี้หรอกถ้าไม่มีใครคอย รังแกผมไม่หยุดหย่อน แถมยังมีจูบเป็นเดิมพันอีกด้วย"

เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาตำหนิ "เอาล่ะ คุณวูล์ฟ คุณ สนุกกับการขโมยจูบแรกของฉันไปหรือเปล่า ?"

"ชอบมากเลย แต่ผมชอบอันที่สองมากกว่า"

"จูบล้างแค้น" เธอกล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ "ที่รัก เรามาถึงแล้ว"

เขาไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อยกับชื่อเล่นภาษา เยอรมันสุดกวนของเธอ ซึ่งแปลได้คร่าวๆว่า 'ที่รักของฉัน' เป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นที่ทำให้ เขามองออกไปข้างนอก และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึง

คฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป คั่นด้วยสวนและพื้นที่โล่งกว้างมากมาย แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่คฤหาสน์ แต่เป็นคลับเฮาส์ที่สร้างจากกระจกและเหล็กกล้าทั้งหมด เผยให้เห็นความหรูหราโอ่อ่าภายใน

ป้ายไฟสีฟ้าอ่อนส่องสว่างเขียนว่า "เดอะ เฮลมูนคลับ" ด้วยตัวอักษรเขียนอย่างสวยงาม

'เฮลมูนคลับ เฮลไฟร์คลับ... ก็เหมือนกันนั่นแหละ แค่เปลี่ยนค่ายเพลง ?'

มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ในเมื่อเขารู้ว่าเอ็มม่า ฟรอสต์มีตัวตนอยู่ในจักรวาลนี้

เขาอยากจะเอามือปิดหน้าตัวเอง หรือไม่ก็เรียกแท็กซี่ กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของเขาเสียเหลือเกิน จากสถานที่ มากมายที่เหมาะจะเซอร์ไพรส์เดท ซิลวิยากลับพาเขา มาที่ที่มีมนุษย์กลายพันธุ์อันตรายที่สุดในโลกนี้

หมายเหตุจากผู้เขียน : ฉันรู้ว่ามันอาจดูไม่เหมือน แต่มีเหตุผลที่ซิลวิย่าแสดงความรักใคร่เช่นนั้น ซึ่งจะอธิบายในตอนต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.13 เฮลมูนคลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว