- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 21 - พบพานเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
บทที่ 21 - พบพานเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
บทที่ 21 - พบพานเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
เมื่อได้ยินคำรำพึงของต้วนหลิงเซียว ตอนแรกเซียวเมิ่งเสวี่ยยังไม่ทันตั้งตัว
ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเขา หญิงสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอจ้องมองคิ้วหนาเข้มดุจกระบี่นั่น ดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงสมุทร และริมฝีปากที่ได้รูปซึ่งกำลังเหยียดยิ้มร้ายกาจ มันเป็นความหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความกวนเล็กน้อยแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม
รูปร่างที่สูงโปร่งไหล่กว้างเอวสอบ และขาที่ยาวตรงนั่นดูราวกับพญาอินทรีที่กำลังโผบินอยู่บนท้องฟ้าเหนือปฐพี กลิ่นอายความทะนงองอาจนั่นช่างดูราวกับว่าเขาสามารถสยบโลกทั้งใบไว้ใต้ฝ่าเท้าได้
การได้ซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ
เซียวเมิ่งเสวี่ยคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ใบหน้าก็ยิ่งแดงระเรื่อ
"พี่หลิงเซียว พี่ทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ มู่หรงหว่านเสวี่ยคงตาบอดแน่ๆ ถึงได้ตัดขาดกับพี่ไป!" เซียวเมิ่งเสวี่ยกล่าวด้วยความรู้สึกไม่ยุติธรรมเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต
ห้าปีก่อนพี่หลิงเซียวดูแลผู้หญิงคนนั้นดีอย่างกับอะไรดี เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของสามีดีเด่น!
แล้วอีกฝ่ายล่ะ? กลับเลือกวิธีที่เลือดเย็นที่สุดในการจบความสัมพันธ์นี้
"มู่หรงหว่านเสวี่ย..."
เมื่อได้ยินชื่อนี้ความทรงจำของต้วนหลิงเซียวก็ย้อนกลับไปในคืนวันรับตำแหน่งเมื่อห้าปีก่อน
เขาลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียง เห็นเจียงหว่านหรงแม่ยายในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เห็นเซียวหลงหู่ถูกมีดแทงที่หน้าอก จากนั้นเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่อาวุธครบมือคุมตัวไป
ในห้องกักตัวเขาได้พบกับมู่หรงหว่านเสวี่ย
เขาคิดว่าเธอจะยอมฟังคำอธิบายและเชื่อมั่นในตัวเขา
ทว่าผู้หญิงที่เคยให้คำสาบานรักต่อหน้ากันกลับกระซิบคำพูดที่เขาไม่มีวันลืมที่ข้างหูว่า
"คุณมันก็แค่ทหารที่รู้จักแต่การทำสงคราม พ่อแม่ก็หายตัวไป พื้นฐานครอบครัวก็ธรรมดา แถมยังโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตร คุณให้เกียรติยศที่ฉันต้องการไม่ได้หรอก!"
"ผู้ชายที่ฉันต้องการคือคนที่สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของประเทศมังกร ไม่ใช่ไอ้ขยะที่ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน เอาแต่ปกป้องชายแดนเพื่อพวกชนชั้นต่ำ!"
ที่แท้ในสายตาของเธอ การที่เขาปกป้องชายแดน ยอมหลั่งเลือดเพื่อชาติ และคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชน กลับกลายเป็นการแสดงออกว่าไร้ซึ่งความทะเยอทะยานไปเสียได้!
ในวินาทีนั้นต้วนหลิงเซียวรู้ดีว่าการพูดอะไรไปก็ไร้ความหมาย
การคุยกับคนที่มุมมองชีวิตสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงและมีจิตใจที่เย็นชาเห็นแก่ตัวนั้นเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า
เพราะบางอย่างไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ แค่ลงมือทำเดี๋ยวก็จะมีคนเข้าใจและสนับสนุนเอง!
ต้วนหลิงเซียวดึงสติกลับมาจากห้วงความทรงจำ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อนจะไม่มีทางเกิดขึ้นซ้ำอีกแน่นอน
อย่าว่าแต่มู่หรงเลย ต่อให้ทั้งโลกจะหันมาเป็นศัตรูกับเขา เขาก็พร้อมจะอยู่เหนือโลกใบนี้ด้วยความเต็มใจ และใช้กำปั้นของเขาทุบทำลายทุกอุปสรรคให้แหลกคามือ!
ใครที่กล้าขวางทางก็ถือว่าเป็นศัตรู และจงเตรียมตัวเป็นวิญญาณใต้หมัดของเขาไว้ได้เลย!
"พี่หลิงเซียว พี่... ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? หนูไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้เลย ขอโทษด้วยนะที่ทำให้พี่นึกถึงเรื่องไม่ดี" เซียวเมิ่งเสวี่ยเห็นสีหน้าของต้วนหลิงเซียวเปลี่ยนไปมาจึงรีบขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
"พี่ไม่เป็นไรหรอก แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ เท่านั้น" ต้วนหลิงเซียวยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะใช้นิ้วเขี่ยจมูกของเซียวเมิ่งเสวี่ยเบาๆ
"ไปเถอะ เดี๋ยวพี่พาไปกินมื้อใหญ่ ไม่ได้กินอาหารที่เมืองเจียงหนานมานานแล้ว ร้านอาหารหูหนานที่พวกเราชอบไปกินกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเปิดอยู่ไหมนะ?"
"ไปค่ะ ไปดูกัน!"
ต้วนหลิงเซียวจูงมือเซียวเมิ่งเสวี่ยแล้วโบกแท็กซี่ไปยังเขตใต้ของเมืองหน้าตึกแถวสามชั้นแห่งหนึ่ง
"ร้านอาหารหูหนานฉางเว่ยอวิ๋น! ยังเปิดอยู่จริงๆ ด้วย ไปกัน!"
ความเผ็ดร้อนและจัดจ้านของอาหารหูหนานถูกปากต้วนหลิงเซียวเป็นอย่างมาก
เมื่อก่อนเขาและเซียวหลงหู่มักจะพาเซียวเมิ่งเสวี่ยมาทานอาหารที่นี่เป็นประจำ
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ ไม่ทราบว่ามาสองท่านใช่ไหมคะ?" พนักงานต้อนรับเข้ามาทักทายด้วยท่าทางกระตือรือร้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นทั้งสองคนสายตาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
หล่อสวยเหมาะสมกันดุจกิ่งทองใบหยก
"ครับ มีที่นั่งริมหน้าต่างไหม?"
"มีค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ"
ทั้งสองเดินตามพนักงานไปที่โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้พอดี ต้วนหลิงเซียวสั่งเมนูเด็ดและเมนูซ่อนเร้นที่เป็นของดีประจำร้านไปไม่กี่อย่าง
"พี่หลิงเซียวจำได้ด้วยว่าหนูชอบกินไก่ผัดพริกที่สุด!" เซียวเมิ่งเสวี่ยรู้สึกหวานล้ำอยู่ในใจ
ร้านอาหารหูหนานแห่งนี้ขายดีมากและเสิร์ฟไว แต่ก็ไม่ใช่เมนูอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง
ไม่นานอาหารก็เต็มโต๊ะ ทั้งสองถือข้าวและคีบกับข้าวทานอย่างเอร็ดอร่อย
"รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะเลย!" ต้วนหลิงเซียวหัวเราะพรางเลียริมฝีปากด้วยความประทับใจ
"จริงด้วยค่ะ หนูก็ไม่ได้กินข้าวอย่างมีความสุขแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน!" เซียวเมิ่งเสวี่ยหัวเราะจนตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
"หลังจากนี้ทุกมื้อ พี่จะพาหนูไปกินเอง" ต้วนหลิงเซียวนึกถึงภาพตอนที่เซียวเมิ่งเสวี่ยถูกตระกูลลู่ใช้โซ่ล่ามไว้กับเสาไม้แล้วก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ เขารีบคีบไก่ผัดพริกชิ้นใหญ่ใส่ในชามของหญิงสาว
"อื้อ หนูแค่ได้อยู่กับพี่หลิงเซียว ไม่ว่าจะกินอะไรหนูก็มีความสุขค่ะ ต่อให้ต้องกินข้าวกับผักดองทุกวันหนูก็ว่ามันอร่อย!" เซียวเมิ่งเสวี่ยคีบไก่ผัดพริกเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทานเผ็ดมานานเลยทำให้เหงื่อซึม เธอแลบลิ้นเล็กๆ ออกมาพ่นลมหายใจถี่ๆ ดูน่าเอ็นดูเหลือเกิน
"พี่ไม่ยอมให้หนูต้องกินข้าวกับผักดองทุกวันหรอก!" ต้วนหลิงเซียวหัวเราะเบาๆ ทั้งคู่ทานอาหารอย่างมีความสุขและพูดคุยกันอย่างออกรส เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว เนื่องจากต้วนหลิงเซียวไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนในวีแชทและบัตรธนาคาร เซียวเมิ่งเสวี่ยจึงเป็นคนอาสาสแกนจ่ายเงินเอง
ขณะที่ทั้งสองกำลังลุกขึ้นจะกลับ ทันใดนั้น ตึกสามชั้นก็มีคนเดินลงมาจากบันได
คนผู้นั้นตรงดิ่งมาที่โต๊ะของทั้งสองและหยุดยืนค้ำหัวพวกเขา
หญิงสาววัยสามสิบเศษปรากฏกายขึ้น
ช่วงบนสวมชุดนักเรียนญี่ปุ่นแบบเซ็กซี่ เผยให้เห็นร่องอกที่ชัดเจนจนน่าตื่นตา
ช่วงล่างสวมถุงน่องลูกไม้สีดำสวมทับด้วยกระโปรงสั้นรัดรูป และสวมรองเท้าส้นสูงสีแดง ริมฝีปากสีแดงสดพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นระยะ
หญิงสาวดีดบุหรี่มวนเล็กในมือ ดูเหมือนจะดื่มมาบ้างแล้ว สายตาของเธอพร่าเลือนจ้องมองไปที่... ต้วนหลิงเซียว
"มีอะไรหรือเปล่า?" ต้วนหลิงเซียวไม่อยากให้มื้อเย็นมื้อแรกหลังออกจากคุกของเขากับเซียวเมิ่งเสวี่ยต้องมาเสียบรรยากาศเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"หนุ่มน้อย ดูดีใช้ได้เลยนี่!" หญิงสาวเอ่ยชมก่อน สายตาเหมือนงูที่เลื้อยไปทั่วเรือนร่างของต้วนหลิงเซียว เธอกลืนน้ำลายลงคอดังอึกด้วยความกระหาย
กล้ามเนื้อที่ชัดเจนของต้วนหลิงเซียวทำเอาหญิงสาวหิวโหยขึ้นมาทันที
จากนั้นสายตาของเธอก็เลื่อนไปมองเซียวเมิ่งเสวี่ยที่ยืนงงอยู่ข้างๆ
"ดูจากสไตล์การแต่งตัวแล้วต้องเป็นคุณหนูตระกูลดังแน่ๆ เลย พ่อหนุ่มนี่เธอเลี้ยงไว้สินะ? เดือนละเท่าไหร่ล่ะ ฉันให้สิบเท่าเลย ปล่อยเขามาให้ฉันเถอะ!" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงถือดีและท่าทางที่หนักแน่น
เธอผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วน แต่ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาและหล่อเหลาอย่างต้วนหลิงเซียวกลับพบเจอได้ยากมาก ดังนั้นเธอจึงอยากพาตัวเขาไปไว้บนเตียงของเธอเสียเหลือเกิน
ยิ่งไปกว่านั้นจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ เธอเห็นว่าเสื้อผ้าของเซียวเมิ่งเสวี่ยเป็นแบรนด์เนมราคาสูง ในขณะที่ต้วนหลิงเซียวแต่งตัวเรียบง่ายกว่ามาก
ถ้าทั้งคู่เป็นแฟนกันความต่างของฐานะคงไม่มากขนาดนี้
บวกกับที่ผู้หญิงเป็นคนจ่ายค่าข้าว!
ตามประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ ต้วนหลิงเซียวก็คือแมงดาตัวจริงนั่นแหละ!
ในเมื่อเป็นแบบนั้นเธอก็ต้องคว้ามาให้ได้ และคืนนี้แหละจะเป็นคืนที่แสนเร่าร้อนของเธอ!
เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด เซียวเมิ่งเสวี่ยก็อึ้งไปเลย ต้วนหลิงเซียวเองก็ตัวแข็งทื่อ
เขาคิดว่าอีกฝ่ายหาเรื่องหรือมีธุระอย่างอื่น
แต่คิดจนหัวแตกก็ไม่นึกว่าผู้หญิงคนนี้จะอยาก "เลี้ยงดู" เขา!?
"เป็นอะไรไป หรือว่าเงินน้อยไป? เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้ไปเลยห้าแสน เอาเขามาแลกกับฉัน เดี๋ยวเราค่อยแลกช่องทางติดต่อกัน พรุ่งนี้ฉันจะหานักกีฬาชายจากมหาวิทยาลัยมาให้เธอเล่นสนุกสักสองสามคนเป็นไง?" เมื่อเห็นทั้งคู่ไม่พูดอะไร หญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก
"อุ๊บ..." เซียวเมิ่งเสวี่ยหันไปมองต้วนหลิงเซียวแล้วก็อดขำออกมาไม่ได้ เธอไม่คิดเลยว่าพี่หลิงเซียวจะมาเจอเรื่องแบบนี้
"ขำอะไร? เราพวกเดียวกัน กินผู้ชายเหมือนกัน ใครจะสูงส่งกว่าใคร!" หญิงสาวขมวดคิ้วมองไปทางต้วนหลิงเซียว "หนุ่มหล่อ ว่าไงถ้าเธอเต็มใจไปกับฉัน คืนนี้ท่าเรือของฉันจะให้เรือรบลำยักษ์ของเธอได้จอดเทียบท่า คลื่นลมในท่าเรือของฉันมันแรงมากนะจะบอกให้!"
คำพูดของหญิงสาวนั้นร่านเกินบรรยาย
จนถึงขั้นว่าร่านจนเกินพอดีเลยด้วยซ้ำ
ขนาดต้วนหลิงเซียวยังรับมือไม่ไหว
นี่เบอร์หนึ่งของสถานบริการที่ทำงานมาสิบปีจะมาทำตัวหยาบโลนขนาดนี้เลยหรือ?
ต้วนหลิงเซียวขมวดคิ้วแล้วจูงมือเซียวเมิ่งเสวี่ยลุกขึ้น
"ขอโทษที หลีกทางด้วย!"
เขารู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ ไม่คิดเลยว่ากินข้าวอยู่ดีๆ จะมาเจอหญิงรวยที่ชอบเล่นแผลงๆ อย่างที่เป็นข่าว
"อะไรนะ จะปฏิเสธฉัน? หรือว่าเงินน้อยไป? เดือนละสามหมื่นห้าหมื่น? ไม่พอจะเอาแสน หรือแสนห้าก็ได้ เดี๋ยวแม่จัดราคาตลาดที่สูงที่สุดให้เลย!"
"รู้จักกาลเทศะหน่อยพ่อหนุ่ม อย่าให้มันมากเกินไป ราคานี้ก็คุ้มแล้วนะ!" หญิงสาวขวางหน้าต้วนหลิงเซียวพลางกล่าวเสียงเย็น
"ไสหัวไป!"
ต้วนหลิงเซียวขมวดคิ้วเริ่มจะหมดความอดทน
แต่หญิงสาวกลับแสดงท่าทางดื้อดึงและจะพุ่งเข้าใส่จริงๆ!
ต้วนหลิงเซียวหลบหลีก ตั้งใจจะผลักผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปแล้วพาเซียวเมิ่งเสวี่ยรีบกลับ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมอามานี่ที่สวมนาฬิกาลองจินส์บนข้อมือก็เดินลงมาจากบันไดชั้นสาม เขาเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงขมวดคิ้วเล็กน้อยพรางรีบเดินตรงมาทางนี้
"เจ้าเมิ่งหรู แกมันทำให้ตระกูลเสียหน้าจริงๆ ถึงขนาดต้องมาหาผู้ชายถึงที่นี่เลยหรือไง!?"
[จบแล้ว]