- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 12 - ยิงเป่ากบาล!
บทที่ 12 - ยิงเป่ากบาล!
บทที่ 12 - ยิงเป่ากบาล!
สวีคุนเยว่จ้องมองอวี๋เหมิงเหมิงเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เขาก้าวเข้าไปหาพร้อมกับตบหน้าอวี๋เหมิงเหมิงฉาดใหญ่
เพียะ!
บนใบหน้าที่บวมเป่งราวกับหัวหมูของอวี๋เหมิงเหมิงปรากฏรอยนิ้วมือห้านิ้วอย่างชัดเจน
"นังสารเลว แกบอกว่าจะรักฉันตลอดชีวิต แต่พอผลาญเงินฉันจนหมดแกก็ชิ่งหนีไปเลยนะ!"
เพียะ!
เขาตบหน้าเธออีกฉาด
อวี๋เหมิงเหมิงหน้าเขียวปัด
"แกมันนังแพศยาชัดๆ บัดซบเอ๊ย ฉันยอมหย่าขาดจากเมียแล้วยกสมบัติให้เขาหมดตัว แต่แกกลับไปซบอกไอ้ผู้รับเหมาอ้วนฉุนี่แทน ทำไมแกถึงได้ร่านขนาดนี้"
สวีคุนเยว่ตะคอกด้วยความแค้น
ใบหน้าของอวี๋เหมิงเหมิงซีดเผือด
สวีคุนเยว่คนนี้ก็คือเถ้าแก่ที่เธอเคยเกาะกินมาก่อน เขามีฐานะค่อนข้างดี
ทว่าเขามีครอบครัวแล้ว แต่อวี๋เหมิงเหมิงก็ไม่สนใจ เธอใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนจนสามารถอ่อยเขาได้สำเร็จ
หลังจากร่วมหลับนอนกันไม่กี่ครั้ง สวีคุนเยว่ก็หลงเสน่ห์เธอจนโงหัวไม่ขึ้น
ถึงขนาดยอมหย่ากับภรรยาเพื่อมาครองคู่กับอวี๋เหมิงเหมิงตลอดชีวิต
แต่เมื่ออวี๋เหมิงเหมิงรู้ว่าเขาหย่าโดยไม่เหลือทรัพย์สินติดตัวมาเลย เธอก็สะบัดก้นหนีไปทันทีโดยไม่มีความเยื่อใยเลยแม้แต่น้อย
ส่งผลให้สวีคุนเยว่ต้องสูญเสียทั้งเงินและผู้หญิงไป
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สวีคุนเยว่คอยตามสืบและสะกดรอยตามอวี๋เหมิงเหมิงมาโดยตลอด
และวันนี้เขาก็สบโอกาสเสียที
เพียะ เพียะ เพียะ!
สวีคุนเยว่ลงมืออย่างไม่ปรานี เขาระบายความโกรธแค้นที่สะสมมาหลายวันออกไปจนหมดสิ้น
ความรุนแรงในการลงไม้ลงมือครั้งนี้ หนักหน่วงยิ่งกว่าตอนที่พวกเขาสวิงสวายกันบนเตียงเสียอีก
"ไว้ ไว้ชีวิตฉันเถอะ พี่สวี ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันใช้เงินพี่ก็จริง แต่พี่ก็ได้นอนกับฉันแล้ว ถือว่าหายกันเถอะนะ ... "
อวี๋เหมิงเหมิงกรีดร้องขอความเมตตา
ปกติแล้วหากมีหวังเต๋อฟาคอยหนุนหลัง สวีคุนเยว่ก็คงไม่กล้าทำตัวกร่างแบบนี้
แต่ตอนนี้หวังเต๋อฟาถูกต้วนหลิงเซียวซัดจนเละเป็นโจ๊ก
สภาพเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม เอาตัวเองยังไม่รอดเลย จะมาปกป้องเธอได้อย่างไร
"หายกันกับผีสิ นังโสเภณีข้างถนน แกถูกผู้ชายเอามาไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว ฉันมันหน้ามืดตามัวเองที่ดันไปหลงรักผู้หญิงร่านๆ อย่างแก"
"แกจะหลอกเอาเงินฉันไปฉันไม่ว่า แต่แกไม่ควรมาหลอกความรู้สึกของฉัน นังแพศยาเอ๊ย!"
สวีคุนเยว่ตะคอกด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียมพร้อมกับจิกหัวอวี๋เหมิงเหมิงกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงหลายต่อหลายครั้ง
"อ๊ากกก!"
อวี๋เหมิงเหมิงแผดเสียงร้องลั่น หน้าผากของเธอถูกกระแทกจนแตกเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดอาบเต็มหน้า
ในขณะนั้นเอง เธอก็เบนสายตาไปมองเซียวเมิ่งเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วตะโกนสุดเสียงว่า
"เมิ่งเสวี่ย ช่วยฉันด้วย ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ ขอร้องล่ะ ช่วยฉันที ... "
แม้ว่าเซียวเมิ่งเสวี่ยจะไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเชือดไก่ ทว่าต้วนหลิงเซียวที่ยืนอยู่ข้างเธอนั้นเป็นถึงยอดฝีมือ!
หากเขายื่นมือเข้ามาช่วย สวีคุนเยว่ย่อมไม่กล้าหืออย่างแน่นอน
สวีคุนเยว่เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที เมื่อครู่นี้เขาแอบซุ่มอยู่ในกลุ่มคนและได้เห็นความโหดเหี้ยมของต้วนหลิงเซียวกับตา
หากอวี๋เหมิงเหมิงนังแพศยานี่ได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย วันนี้ความแค้นของเขาก็คงไม่ได้รับการชำระแน่!
"หึ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว แกทำตัวเองแท้ๆ จะไปโทษใครได้"
เซียวเมิ่งเสวี่ยส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยด้วยแววตาเย็นชา
แม้ว่าเธอจะเป็นคนจิตใจดี แต่เธอก็เข้าใจกฎแห่งกรรมเป็นอย่างดี กรรมนั้นติดจรวด แค่รอเวลาทำงานเท่านั้น
อีกอย่างหากเมื่อครู่นี้อวี๋เหมิงเหมิงไม่จงใจมาหาเรื่อง ต้วนหลิงเซียวก็คงไม่ต้องมาเผชิญกับคำครหาและการดูถูกเหยียดหยามมากมายขนาดนี้
การที่เธอไม่พุ่งเข้าไปตบหน้าอวี๋เหมิงเหมิงสักสองสามฉาดก็ถือว่าปรานีมากแล้ว จะให้เธอเสนอตัวเข้าไปช่วยได้อย่างไร
"ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เมิ่งเสวี่ยเติบโตขึ้นมากทีเดียว"
ต้วนหลิงเซียวแอบพยักหน้าในใจด้วยความพึงพอใจ
หากเป็นเมื่อห้าปีก่อน เซียวเมิ่งเสวี่ยคงมีนิสัยไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เธอคงจะทนดูไม่ได้แน่ๆ
แต่เซียวเมิ่งเสวี่ยในตอนนี้กลับสามารถแยกแยะบุญคุณและความแค้นได้อย่างชัดเจน
ความเมตตาที่มีสติย่อมมีค่ามากกว่าความเมตตาที่มืดบอด
ความเมตตาที่มืดบอดนั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่าความมุ่งร้ายโดยตรงเสียอีก แถมยังสร้างความเสียหายได้มากกว่าด้วย
"นังร่าน แกยังกล้ามาหลอกฉันอีกเหรอ แกคิดว่าใครๆ เขาก็อยากจะช่วยผู้หญิงสำส่อนอย่างแกหรือไง"
สวีคุนเยว่ลงมืออย่างไม่ปรานี เขาเพิ่มแรงตบให้หนักขึ้น ฟาดฝ่ามือลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ใบหน้าที่เหวอะหวะอยู่แล้วของอวี๋เหมิงเหมิงดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
เพียงไม่นาน ใบหน้าของเธอก็ถูกตบจนแทบจะเสียโฉม
อาการบาดเจ็บสาหัสมาก ต่อให้รีบไปโรงพยาบาลตอนนี้ก็ยากที่จะรักษาให้หายได้
เว้นเสียแต่ว่าจะมีปรมาจารย์แพทย์ผู้ยิ่งใหญ่มาลงมือรักษาให้ด้วยตัวเอง
"ฮ่าๆๆ สะใจชะมัด นังแพศยา แกหลอกทั้งเงินและหลอกทั้งความรู้สึกของฉัน ครึ่งชีวิตที่เหลือของแกก็จงกลายเป็นยัยอัปลักษณ์ไปซะเถอะ!"
สวีคุนเยว่ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ตึก ตึก ตึก!
ในขณะนั้นเอง กลุ่มคนในชุดเครื่องแบบก็เดินตบเท้าเข้ามาจากทางประตูใหญ่ของร้านเสินหนงฟาง
"เจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว!"
ทุกคนหันไปมองที่ประตู ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่างกำยำกว่าสิบคนกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างอาจหาญ
ผู้นำกลุ่มคือหลี่ตงหมิง ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเจียงหนาน เขาสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตร รูปร่างกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แววตาที่กวาดมองไปรอบๆ สาดประกายอันตรายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้ต้องดำรงตำแหน่งระดับสูงมาอย่างยาวนาน รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรงโดยไม่รู้ตัว
"ผู้บัญชาการหลี่ ท่านมาแล้ว ดีเหลือเกิน ดีจริงๆ!"
"ไอ้หมอนี่มันเป็นพวกอันธพาล มันทำร้ายคนอื่นตามใจชอบ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลย คนแบบนี้ต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม!"
"ท่านรีบจับตัวมันไว้เร็วเข้า!"
หลินฮ่าวเทียนแผดเสียงตะโกนอย่างดุดัน
เขาล้วงเอายาสมานแผลสูตรพิเศษของร้านเสินหนงฟางออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วกลืนลงคอ อาการบาดเจ็บจึงทุเลาลงไปบ้าง
ทว่าความสามารถในการเป็นชายของเขากลับไม่อาจฟื้นฟูได้อีกต่อไป!
พลังปราณของเข็มมารเก้าอิมเปรียบเสมือนใบมีดอันคมกริบที่เข้าไปปั่นป่วนจนจุดยุทธศาสตร์ของเขาเละเป็นโจ๊ก
ต่อให้มีหญิงงามล่มเมืองอย่างเตียวเสี้ยนหรือไซซีมายืนเปลื้องผ้าอยู่ตรงหน้า เขาก็คงไม่มีอารมณ์ร่วมเลยแม้แต่น้อย!
เขาเกลียดชังต้วนหลิงเซียวเข้ากระดูกดำ!
อยากจะสับมันให้แหลกเป็นหมื่นๆ ชิ้น!
ตอนนี้เมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาออกหน้าให้ หลินฮ่าวเทียนก็กลับมายืดอกได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง!
ยิ่งการที่ผู้บัญชาการตำรวจอย่างหลี่ตงหมิงเดินทางมาด้วยตัวเอง ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก
บารมีของเขาช่างยิ่งใหญ่จริงๆ!
ขนาดหลี่ตงหมิงยังต้องมาด้วยตัวเองเลย!
ครั้งนี้ถือว่ารอดตัวแล้ว!
เขาจะต้องจับตัวต้วนหลิงเซียวมาลงโทษให้จงได้ จากนั้นก็จะทรมานมันอย่างสาหัส ทรมานจนกว่าเขาจะพอใจ!
ทว่า
หลังจากหลินฮ่าวเทียนตะโกนจบ เขาก็ต้องชะงักไป
เพราะเขาสังเกตเห็นว่าหลี่ตงหมิงยืนนิ่งไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย!
ไม่สิ!
หากจะพูดให้ถูกก็คือ
หลี่ตงหมิงกำลังจ้องมองไปที่นิ้วหัวแม่มือขวาของต้วนหลิงเซียวเขม็ง ดวงตาของเขาฉายแววเหลือเชื่อออกมาอย่างปิดไม่มิด!
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายอันกำยำล่ำสันสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรของเขากลับสั่นสะท้านขึ้นมาเสียอย่างนั้น!
แววตาของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ขัดกับสถานะของตัวเองอย่างสิ้นเชิง ... นั่นคือความยำเกรง!
บนนิ้วหัวแม่มือของต้วนหลิงเซียวมีแหวนหยกสวมอยู่วงหนึ่ง!
ตัวแหวนทำมาจากหยกขาวบริสุทธิ์
บนนั้นสลักลวดลายมังกรดำที่กำลังอ้าปากคำรามอย่างดุดัน
ต้วนหลิงเซียวมีสีหน้าเรียบเฉย
ทว่าเขากลับลอบสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหลี่ตงหมิงอย่างชัดเจน
แหวนวงนี้มีชื่อว่า 'แหวนจักรพรรดิมังกร'
มันคือแหวนที่อาจารย์คนโฉดอันดับสี่มอบให้กับเขา โดยบอกว่าสมัยก่อนตอนที่เขายังท่องยุทธภพ เขาได้ก่อตั้งองค์กรที่มีชื่อว่า 'วังมังกร' ขึ้นมา
และแหวนวงนี้ก็คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นผู้นำขององค์กร
"ดูเหมือนว่าอาจารย์คนโฉดอันดับสี่จะไม่ได้โกหกแฮะ แหวนจักรพรรดิมังกรที่เขาให้มา ขนาดพวกตำรวจยังรู้จักเลย!"
ต้วนหลิงเซียวหรี่ตาลงพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ในใจ
อาจารย์คนโฉดทั้งเจ็ดในคุกหมายเลขศูนย์ต่างก็มีจุดเด่นและความสามารถที่แตกต่างกันไป
แต่ละคนล้วนมีที่มาที่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น!
เพียงแต่ต้วนหลิงเซียวไม่เคยเอ่ยปากถามในรายละเอียด และอาจารย์ทั้งเจ็ดก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเช่นกัน
ทว่าต้วนหลิงเซียวรู้ดีว่าอาจารย์ทั้งเจ็ดคนนั้นไม่มีใครธรรมดาเลยสักคน!
อีกทั้งอาจารย์ทั้งเจ็ดก็ดูเหมือนจะมีความลับอันยิ่งใหญ่ร่วมกันอยู่ จึงได้มาเก็บตัวซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกหมายเลขศูนย์ ...
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะซับซ้อนกว่าที่คิดแฮะ!
ตอนแรกเขาก็ไม่ได้สนใจผู้บัญชาการตำรวจคนนี้หรอก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายรู้จักแหวนจักรพรรดิมังกร นั่นก็หมายความว่าเป็นพวกเดียวกัน
แบบนี้ก็คงช่วยลดปัญหาจุกจิกไปได้เยอะเลย
"ผู้บัญชาการหลี่ ท่านเป็นอะไรไป รีบจับไอ้สวะนี่เร็วเข้าสิ!"
หลินฮ่าวเทียนชะงักไปก่อนจะเอ่ยเร่งเร้า
เขาเป็นถึงผู้จัดการร้านเสินหนงฟาง หลี่ตงหมิงก็ต้องไว้หน้าเขาอยู่บ้างล่ะน่า
กริ๊ก!
ในพริบตาต่อมา
หลี่ตงหมิงก็ชักปืนพกออกมาจากเอว ลำกล้องสีดำทะมึนสาดประกายเงางามชวนให้หวาดผวา
ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงก็คือ ปากกระบอกปืนของหลี่ตงหมิงไม่ได้เล็งไปที่ต้วนหลิงเซียว
แต่กลับเล็งตรงไปที่หน้าผากของหลินฮ่าวเทียนต่างหาก!
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง
พวกเขากะพริบตาปริบๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้บัญชาการตำรวจจะชักปืนจ่อหัวหลินฮ่าวเทียน!
บ้าไปแล้ว!
"นี่ ผู้บัญชาการหลี่ ท่าน ... ท่านกำลังจะทำอะไร"
"รีบวางปืนลงเถอะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ!"
น้ำเสียงของหลินฮ่าวเทียนสั่นเครือ ฟันกระทบกันดังกึกๆ
ทว่า
หลี่ตงหมิงกลับยืนกรานอย่างหนักแน่น
สายตาของเขาดุดันถึงขีดสุด
รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
"หลี่ตงหมิง แกจะทำอะไร ที่นี่คือร้านเสินหนงฟาง ไม่ใช่สถานีตำรวจของแกนะ แกกล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ที่นี่งั้นเหรอ"
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้น
ปรากฏร่างของชายชราในชุดจงซานสีดำกำลังก้าวเดินลงมาจากชั้นสองอย่างช้าๆ
ชายชรามีสีหน้ามืดครึ้ม เขากวาดสายตามองหลินฮ่าวเทียนแวบหนึ่งก่อนจะสบถด่าเสียงต่ำว่า "ไอ้ลูกไม่เอาถ่าน วันๆ เอาแต่สร้างเรื่องให้ฉันต้องมาคอยตามเช็ดตามล้าง!"
"พ่อ!"
หลินฮ่าวเทียนมีสีหน้าดีใจจนเนื้อเต้น ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา!
ชายชราคนนี้มีชื่อว่า หลินเจิ้นหนาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานร้านเสินหนงฟาง
สาเหตุที่หลินฮ่าวเทียนกล้าทำตัวกร่างและไม่เกรงกลัวใคร ก็เป็นเพราะมีบารมีของพ่อนี่แหละคอยหนุนหลัง!
ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาความกล้ามาจากไหนกัน
ทว่าใครจะไปคิดล่ะว่าวันนี้เขาจะต้องมาเจอดีเข้าให้!
แต่ก็ ... โชคดีไป!
พ่อมาได้ทันเวลาพอดี!
"พ่อ พ่อต้องแก้แค้นให้ผมนะ ไอ้หมอนี่มันถีบผมกระเด็นจากตรงนู้นมาถึงตรงนี้เลย!"
หลินฮ่าวเทียนร้องไห้คร่ำครวญราวกับเด็กน้อย
"ไอ้โง่เอ๊ย รอให้เรื่องนี้จบก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทีหลัง!"
หลินเจิ้นหนานส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ
จากนั้นเขาก็เบนสายตาไปมองหลี่ตงหมิง
"ผู้บัญชาการหลี่ ที่นี่คือร้านเสินหนงฟาง ฉันว่าท่านเอาปืนมาจ่อกันแบบนี้ มันคงจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะ"
สายตาของหลินเจิ้นหนานดุดันราวกับอสรพิษ เขาเอามือไพล่หลังพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"โอ้ แล้วท่านรองประธานหลินมีความเห็นว่าอย่างไรล่ะ"
หลี่ตงหมิงหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด ฉันก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ทางร้านเสินหนงฟางของเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไอ้เด็กนี่ต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด"
"ผู้บัญชาการหลี่คงจะไม่คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับร้านเสินหนงฟางเพียงเพราะไอ้เด็กเหลือขอคนนี้หรอกนะ ฉันเชื่อว่าผู้บัญชาการหลี่คงจะเลือกตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด"
น้ำเสียงของหลินเจิ้นหนานแฝงไปด้วยความมืดทะมึน
"ไม่เกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ"
เปลือกตาของหลี่ตงหมิงกระตุกวูบ แววตาของเขาสาดประกายเย็นเยียบ
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่น
กระสุนพุ่งทะยานออกจากรังเพลิงในมือของเขา!
ฉึก!
กระสุนเจาะทะลุหน้าผากของหลินฮ่าวเทียนอย่างแม่นยำ
เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นบานสะพรั่งราวกับดอกไม้ไฟ
[จบแล้ว]