- หน้าแรก
- แหกคุกนรกหมายเลขศูนย์หวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง
- บทที่ 11 - ผู้กุมชะตาชีวิต!
บทที่ 11 - ผู้กุมชะตาชีวิต!
บทที่ 11 - ผู้กุมชะตาชีวิต!
"คุณหลิน เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม"
ชายร่างกำยำผู้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยนามว่าหลิวหย่งยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย เขากวาดสายตามองดูสถานที่เกิดเหตุก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
เขาคืออดีตทหารหน่วยรบพิเศษผู้มีฝีมือปราดเปรียวและว่องไว เมื่อประเมินจากร่องรอยความเสียหายในที่เกิดเหตุแล้ว ฝีมือของอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"หัวหน้าหลิว ไอ้หมอนี่มันมาก่อเรื่อง รีบจับตัวมันไว้เร็วเข้า!"
หลินฮ่าวเทียนแผดเสียงคำราม
"คุณหลินวางใจได้เลยครับ"
หลิวหย่งพยักหน้ารับพร้อมกับก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
เขามองไปที่ต้วนหลิงเซียว
"คุณผู้ชาย คุณมาก่อความวุ่นวายในร้านเสินหนงฟางซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบของเรา ทางที่ดีคุณยอมมอบตัวแต่โดยดีจะดีกว่า อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย!"
"พวกเราได้ติดต่อไปยังสถานีตำรวจเมืองเจียงหนานแล้ว อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเดินทางมาถึง"
ระหว่างที่พูดหลิวหย่งก็เกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
ประสบการณ์การเป็นทหารหน่วยรบพิเศษมาหลายปีบอกเขาว่าต้วนหลิงเซียวคือบุคคลที่อันตรายอย่างยิ่งยวด!
เผลอๆ อาจจะอันตรายยิ่งกว่าพวกอาชญากรข้ามชาติที่ถูกหมายจับเสียอีก!
หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่
จึงต้องรับมืออย่างระมัดระวังให้มากที่สุด!
"นี่คือกฎของร้านเสินหนงฟางพวกแกอย่างนั้นเหรอ พวกแกตีฉันได้ แต่ฉันไม่มีสิทธิ์สู้กลับอย่างนั้นสิ"
แววตาของต้วนหลิงเซียวเย็นชาปานน้ำแข็ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
จริงอยู่ที่ร้านเสินหนงฟางมีอิทธิพลมาก แต่หากทำตัวกร่างและเอาแต่ใจขนาดนี้ ก็คงไม่มีลูกค้าคนไหนอยากจะมาหาเรื่องใส่ตัวที่นี่หรอก
"หึ แกมาก่อเรื่องในร้านเสินหนงฟางแล้วยังมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ หัวหน้าหลิว ไม่ต้องไปเสียเวลาพูดกับมัน จัดการมันเลย!"
หลินฮ่าวเทียนเอ่ยด้วยสีหน้ามืดทะมึน
"บัดซบเอ๊ย ไอ้โง่เอ๊ย!"
สีหน้าของหลิวหย่งดูย่ำแย่ลงทันที
เขารู้สึกเอือมระอากับไอ้โง่ที่ไม่รู้จักใช้สมองอย่างหลินฮ่าวเทียนจริงๆ
ยังไม่ทันรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของอีกฝ่ายก็สั่งให้ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
แต่เขาเป็นแค่หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง จึงต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น
อีกอย่างพวกเขามีกันตั้งหลายสิบคน ต่อให้อีกฝ่ายจะเก่งกาจแค่ไหนก็คงทำอะไรไม่ได้มากหรอก
"ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลัง งั้นก็อย่าหาว่าพวกเราโหดร้ายก็แล้วกัน!"
"ลงมือ!"
หลิวหย่งแค่นเสียงเย็นชาพร้อมกับโบกมือสั่งการ
ชั่วพริบตานั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายสิบคนก็ถือกระบองเหล็กพุ่งกรูกันเข้ามาทันที
"ไสหัวไป!"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว
"อะไรนะ"
"แกไล่พวกเรางั้นเหรอ"
"ไอ้หนู ที่นี่คือร้านเสินหนงฟาง ไม่ใช่สถานที่ที่แกจะมาทำตัวกร่างได้ตามใจชอบนะ!"
เหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยพากันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย การได้ทำงานที่นี่แม้จะเป็นแค่พนักงานรักษาความปลอดภัย แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหยิ่งผยองและชอบทำตัววางอำนาจบาตรใหญ่ไปด้วย
"รนหาที่ตาย!"
ต้วนหลิงเซียวเคลื่อนไหวร่างกายราวกับมังกรแหวกว่าย ความเร็วของเขาพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
ตูม!
โครม!
ปัง!
พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายสิบคนถูกซัดกระเด็นลอยละลิ่วไปพร้อมๆ กัน
ใบหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
หากแขนไม่หักก็ต้องเข่าแตกกันทุกคน
"ไอ้เด็กเวร บังอาจนักนะ!"
เมื่อหลิวหย่งเห็นเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที เขาสบถด่าเสียงดังก่อนจะพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแล้วปล่อยหมัดซัดเข้าที่ศีรษะของต้วนหลิงเซียวอย่างสุดแรง
เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย การที่ลูกน้องถูกซัดจนหมอบในพริบตาแบบนี้ ถือเป็นการหยามเกียรติเขาอย่างรุนแรง
หากไม่จัดการขั้นเด็ดขาด วันข้างหน้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ปัง!
ต้วนหลิงเซียวเอื้อมมือออกไปคว้าหมัดของหลิวหย่งเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ
หมัดที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นอ่อนยวบยาบเมื่ออยู่ในมือของต้วนหลิงเซียว
กร๊อบ!
หลิวหย่งเบิกตากว้างพร้อมกับร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
เส้นเอ็นบริเวณข้อมือฉีกขาดจนเผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลน
เลือดสดๆ หยดไหลลงมาเป็นสาย
"อ๊าก!"
หลิวหย่งทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
แม้ข้อมือจะเจ็บปวดเจียนตาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวยิ่งกว่าก็คือ ในเสี้ยววินาทีที่ปะทะกันเมื่อครู่นี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ลูกเจี๊ยบตัวน้อยที่กำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายกระหายเลือด!
มันเป็นความรู้สึกที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน!
ราวกับว่าเขาพร้อมจะถูกต้วนหลิงเซียวขยี้ให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ!
"ไอ้เด็กเวรนี่!"
สีหน้าของหลินฮ่าวเทียนแปรเปลี่ยนไปในทันที
เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งหน่วยหมดสภาพไปได้!
ช่างน่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!
ไอ้หมอนี่มันโผล่มาจากไหนกันแน่
"พ่อหนุ่ม นายทำเกินไปแล้วนะ"
ในขณะนั้นเอง ชายชราในชุดถังจวงที่เดินตามหลังหลินฮ่าวเทียนมาเมื่อครู่นี้ก็หรี่ตาลง เขามองต้วนหลิงเซียวด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเย็นชาก่อนจะเอ่ยปากอย่างเรียบเฉย
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับเอามือไพล่หลัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยซ่อนเร้นความเย็นเยียบเอาไว้ ท่าทางดูน่าเกรงขามราวกับเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
"ผู้อาวุโสหาน!"
หลินฮ่าวเทียนมีสีหน้าดีใจจนเนื้อเต้น
เขารู้ดีว่าครั้งนี้ไอ้เด็กเวรนั่นต้องตายแน่!
ต่อให้มันจะเก่งกาจหรืออวดดีแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสหาน มันก็หนีความตายไม่พ้น!
ผู้อาวุโสหานคือยอดฝีมือของตระกูลหลิน เขาคอยจัดการเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนให้ตระกูลมาอย่างมากมาย จึงได้รับความเคารพยกย่องจากคนในตระกูลเป็นอย่างมาก
สาเหตุที่ผู้อาวุโสหานคอยติดตามเขาก็เป็นเพราะตระกูลตั้งใจจะปั้นให้เขาเป็นผู้สืบทอดรุ่นต่อไป
ทว่าตัวหลินฮ่าวเทียนเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปสั่งการผู้อาวุโสหานโดยตรง
ผู้อาวุโสหานจะยอมลงมือก็ต่อเมื่อเขาตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น
"ทำเกินไปงั้นเหรอ ฉันไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลยนะ!"
ต้วนหลิงเซียวส่ายหน้าเบาๆ
เมื่อครู่นี้เขาก็แค่หักซี่โครง หักกระดูกสันจมูกและขากรรไกรของหลินฮ่าวเทียนไปไม่กี่ท่อนเท่านั้น ในสายตาของเขา นี่ถือเป็นการลงโทษที่เบามากแล้ว
"ไอ้หนู อย่าคิดว่าเรียนวิชามวยมานิดหน่อยแล้วจะทำตัวหยิ่งผยองไม่เห็นหัวใครได้ตามใจชอบนะ ในสายตาของข้า แกมันก็แค่ลิงกังที่ชอบกระโดดโลดเต้นไปมาเท่านั้นแหละ"
แม้ชายชราในชุดถังจวงจะมีใบหน้าเหี่ยวย่น แต่กลับมีน้ำเสียงหนักแน่นและแฝงไปด้วยพลังอันเปี่ยมล้น
ดวงตาที่ฝ้าฟางบัดนี้กลับสาดประกายคมกริบราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พร้อมจะทิ่มแทงศัตรูให้ทะลุ!
เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน!
"ผู้อาวุโสหาน ไว้ชีวิตมันก่อนนะ ฉันจะค่อยๆ ทรมานมันให้ตายอย่างช้าๆ!"
หลินฮ่าวเทียนไม่สนความเจ็บปวดที่หน้าอกและเลือดที่ไหลซึมออกมาจากมุมปาก
เขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อตะโกนสุดเสียง
"ไอ้หนู แกดันไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่องเข้าเสียแล้ว งั้นก็จงเตรียมตัวรอรับความตายได้เลย! ในเมื่อคุณชายของข้าต้องการจะทรมานแกให้ตายอย่างช้าๆ ก็คงต้องโทษที่ดวงของแกมันซวยเองแหละ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะแกไม่รู้จักเจียมตัว!"
ผู้อาวุโสหานพยักหน้ารับด้วยน้ำเสียงมืดทะมึน
"หนวกหูชะมัด!"
ต้วนหลิงเซียวฟาดฝ่ามือออกไปทันที
"ไอ้เด็กอวดดี แกช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียเลย! วันนี้ข้าจะทำให้แกได้รู้ซึ้งว่าการไม่เจียมตัวและการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงมันเป็นอย่างไร!"
ผู้อาวุโสหานส่ายหน้า น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือกราวกับเกล็ดน้ำแข็งที่ถาโถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า
ร่างของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายลมจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ในพริบตาต่อมาเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าต้วนหลิงเซียว ฝ่ามือทั้งสองข้างแบออก พลังปราณหมุนวนอย่างรุนแรงก่อนจะฟาดเข้าที่หน้าอกของต้วนหลิงเซียวอย่างจัง
"ไสหัวไป!"
ต้วนหลิงเซียวฟาดฝ่ามือสวนกลับไปทันที!
ปัง!
ทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน ร่างของผู้อาวุโสหานก็กระเด็นลอยละลิ่วออกไปในทันที
แถมยังมีเลือดสดๆ พุ่งกระเซ็นออกมาระหว่างทางด้วย!
ร่างของเขาวาดเป็นเส้นโค้งพาราโบลาอย่างสวยงามและหมดจด
ในขณะที่ต้วนหลิงเซียวยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง!
เพียงแค่ปะทะกันกระบวนท่าเดียว ผู้อาวุโสหานก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ!
ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดราวกับป่าช้า เงียบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกพื้น
ทุกคนต่างจ้องมองต้วนหลิงเซียวด้วยความตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อสายตา
หลินฮ่าวเทียนเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาและตื่นตระหนกสุดขีด
หวังเต๋อฟาและอวี๋เหมิงเหมิงรีบเอามือปิดปากแน่น ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
"เป็นไปได้อย่างไร ข้าฝึกฝนวิชาฝ่ามือทรายเหล็กมานานหลายสิบปี ทำไมแกถึงได้รับมือได้อย่างง่ายดายขนาดนี้"
"แกเป็นใครกันแน่"
สมองของผู้อาวุโสหานขาวโพลนไปหมด สติสัมปชัญญะสับสนวุ่นวาย ไม่อยากจะเชื่อภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เขาคือบอดี้การ์ดส่วนตัวที่ตระกูลหลินส่งมาคอยคุ้มครองหลินฮ่าวเทียนโดยเฉพาะ เมื่อหลายปีก่อนเขาเคยสร้างชื่อเสียงในยุทธภพไว้ไม่น้อย พลังฝีมือของเขาก้าวขึ้นสู่ระดับเหลืองขั้นสูงสุดมานานแล้ว อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับนภาได้สำเร็จ
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าต้วนหลิงเซียว เขากลับกลายเป็นแค่เศษสวะที่ไร้ค่า ไม่มีทางสู้ได้เลยแม้แต่น้อย
ที่สำคัญก็คือ อีกฝ่ายยังดูอายุน้อยอยู่เลย!
พลังฝีมือระดับนี้มันช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
"ฉันเป็นใครอย่างนั้นเหรอ"
"ฉันก็คือคนที่กุมชะตาชีวิตของแกเอาไว้อย่างไรเล่า!"
ต้วนหลิงเซียวขยับตัววูบเดียวก็ไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสหาน ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงบนหัวของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
น้ำเสียงของเขาดังกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบที่พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆ ดุจดังอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมากลางวงกรรณของทุกคน
เส้นผมสีดอกเลาของผู้อาวุโสหานยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงราวกับรังนก
ดวงตาที่เคยสาดประกายบัดนี้กลับหม่นหมองไร้แวว ความสง่างามและความภาคภูมิใจที่สั่งสมมานานหลายสิบปีพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีในชั่วพริบตา!
"พรวด!"
ร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก แถมยังต้องมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้อีก
ผู้อาวุโสหานโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า เขากระอักเลือดคำโตออกมา
ร่างนอนหมอบกระแตอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
"หลินฮ่าวเทียน ดูเหมือนว่ารากฐานของตระกูลหลินแกจะไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้นะ!"
ต้วนหลิงเซียวเบนสายตาไปมองหลินฮ่าวเทียนพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ตึกตัก!
ตึกตัก!
แววตาของหลินฮ่าวเทียนสั่นระริก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
แม้ว่าต้วนหลิงเซียวจะมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในสายตาของหลินฮ่าวเทียน เขาช่างน่าสะพรึงกลัวไม่ต่างอะไรกับเทพมารเลยทีเดียว
"แก แกจะทำอะไร"
หลินฮ่าวเทียนรู้สึกหวาดกลัวจนจับใจ กล้ามเนื้อและกระดูกทั่วร่างสั่นสะท้านจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบราวกับสายธนูที่ถูกง้างจนสุด
"วางใจเถอะ ฉันไม่ฆ่าแกหรอก"
ต้วนหลิงเซียวเอ่ย
หลินฮ่าวเทียนเพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็ได้ยินต้วนหลิงเซียวพูดต่อว่า
"ทำแบบนั้นมันสบายเกินไปสำหรับแก"
สิ้นเสียงคำพูด
เข็มเงินหลายเล่มในมือของต้วนหลิงเซียวก็พุ่งทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกายของหลินฮ่าวเทียนในทันที
ในฐานะที่เคยเป็นทหารมาก่อน สิ่งที่ต้วนหลิงเซียวเกลียดที่สุดก็คือการเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา!
เขาเข้าร่วมกองทัพก็เพื่อปกป้องความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชน!
การที่เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกวานจวินโหวได้นั้น ในสายตาของใครหลายคนอาจจะมองว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่ามันคือเส้นทางสายมรณะที่ต้องเหยียบย่ำบนกองซากศพนับไม่ถ้วน
บนเส้นทางสายนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงที่สุด!
ดังนั้นหากหลินฮ่าวเทียนเป็นแค่พวกชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ธรรมดาๆ เขาก็อาจจะแค่หัวเราะแล้วปล่อยผ่านไป
แต่หมอนี่ทั้งๆ ที่รู้ว่าเซียวเมิ่งเสวี่ยคือน้องสาวของเซียวหลงหู่ ก็ยังกล้าเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยาม
ต้วนหลิงเซียวไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!
เข็มมารเก้าอิมนี่แหละคือจุดจบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนประเภทนี้
"อ๊ากกก!"
ทันทีที่เข็มมารเก้าอิมแผลงฤทธิ์ หลินฮ่าวเทียนและหวังเต๋อฟาก็แผดเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที
ต้วนหลิงเซียวควบคุมระดับความรุนแรงของเข็มมารเก้าอิมเอาไว้
เข็มมารเก้าอิมจะเข้าไปทำลายเส้นลมปราณของพวกมัน ส่งผลให้พวกมันต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังต้องสูญเสียความเป็นชายไปตลอดกาล!
กลายเป็นพวกไร้สมรรถภาพอย่างสมบูรณ์!
ต้วนหลิงเซียวมองออกว่าทั้งหลินฮ่าวเทียนและหวังเต๋อฟาต่างก็เป็นพวกมักมากในกามและบ้าผู้หญิง
การทำลายความเป็นชายของพวกมัน ถือเป็นการทรมานที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการฆ่าให้ตายเสียอีก!
นอกเหนือจากสองคนนี้แล้ว ต้วนหลิงเซียวก็เบนสายตาไปมองอวี๋เหมิงเหมิง
ผู้หญิงคนนี้น่าขยะแขยงยิ่งกว่าหวังเต๋อฟาเสียอีก
ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมของเซียวเมิ่งเสวี่ย การที่ไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าก็แย่พอแล้ว แต่เธอกลับยิ่งเติมเชื้อไฟและซ้ำเติมเซียวเมิ่งเสวี่ยอย่างหนักหน่วง!
นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของต้วนหลิงเซียว ร่างของอวี๋เหมิงเหมิงก็สั่นสะท้าน เธอเตรียมจะเอ่ยปากพูด
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้น
"อวี๋เหมิงเหมิง นังแพศยาตัวแสบ ไสหัวมานี่เดี๋ยวนี้!"
ชายหนุ่มรูปร่างท้วมวัยสามสิบต้นๆ ในชุดสูทแบรนด์เนมเดินก้าวเข้ามา เขาสาดสายตาดุดันและมุ่งตรงไปยังอวี๋เหมิงเหมิง
ทันทีที่เห็นผู้มาเยือน สีหน้าของอวี๋เหมิงเหมิงก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"สวีคุนเยว่!"
[จบแล้ว]