เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้

บทที่ 2 พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้

บทที่ 2 พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้


บทที่ 2 พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้

“อวิ๋นเหนียง มันตื่นหรือยัง?”

อวิ๋นเหนียงได้ยินเสียงของจางเอ้อร์หนิวก็เผลอถอยกรูดไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ

ทว่าทันทีที่ขยับตัว ข้อมือกลับถูกฉินเลี่ยคว้าเอาไว้แน่น

“น้องฉิน...”

แววตาที่อวิ๋นเหนียงใช้มองฉินเลี่ยเต็มไปด้วยความเว้าวอน ทว่าฉินเลี่ยยังคงไม่ยอมปล่อยมือ

จางเอ้อร์หนิวผู้นี้ ไม่ใช่แค่ต้องการให้หลิวอวิ๋นเหนียงมาที่ห้องพักส่วนนอกเพื่อร่วมหลับนอนกับเขา เพื่อที่จะได้กุมโควตาตำแหน่งว่างของสำนักปราบปีศาจเอาไว้ในมือหรอกหรือ?

ถ้าเช่นนั้น ก็ให้มันได้เห็นกับตาว่าเมียตัวเองกำลังถูกเขาโอบกอดอยู่ในอ้อมแขน

ฉินเลี่ยเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า หากจางเอ้อร์หนิวเห็นภาพนี้เข้าจริงๆ ในใจของมันจะรู้สึกเจ็บปวดบ้างหรือไม่?

ประตูห้องพักส่วนนอกถูกผลักออก ฉินเลี่ยเห็นจางเอ้อร์หนิวนั่งอยู่บนรถเข็นไม้เก่าทันที โดยมีเด็กสองคนเดินตามหลังมาด้วย

ทันทีที่จางเอ้อร์หนิวเข้ามาในห้อง สายตาก็พุ่งตรงไปยังข้างเตียง

หลิวอวิ๋นเหนียงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงกายอยู่กับฉินเลี่ย ใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

"ท่านแม่ ท่านไปพิงตัวท่านอาฉินทำไมหรือเจ้าคะ?"

หู่จื่อเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองบนเตียงด้วยความไร้เดียงสา

"เด็กคนนี้ พูดจาเหลวไหลอะไร!"

ใบหน้าของหลิวอวิ๋นเหนียงซีดเผือดลงทันที

นางรีบสะบัดมือออกจากฉินเลี่ยแล้วถอยไปด้านข้าง ก้มหน้าไม่กล้าสบตาจางเอ้อร์หนิว

จางเอ้อร์หนิวในเวลานี้ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร เพียงแต่จ้องมองป้ายคำสั่งปราบปีศาจในมือของฉินเลี่ยด้วยสายตาว่างเปล่า

ฉินเลี่ยคาดว่าอีกเดี๋ยวจางเอ้อร์หนิวคงจะบันดาลโทสะและด่าทอออกมาเป็นแน่

"นึกว่าเจ้ายังไม่ตื่นเสียอีก ถ้าตื่นแล้วก็ทำธุระของพวกเจ้าต่อเถนะ"

"เสี่ยวเหอ หู่จื่อ พาพ่อกลับไปได้แล้ว พ่อเหนื่อย อยากพักผ่อน"

สิ่งที่เหนือความคาดหมายของฉินเลี่ยคือ จางเอ้อร์หนิวกลับยิ้มให้เขา และหลังจากพูดจบประโยคเหล่านั้น ก็พาลูกทั้งสองคนจากไป

ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ในห้องพักส่วนนอกเหลือเพียงฉินเลี่ยกับหลิวอวิ๋นเหนียงเท่านั้น

ฉินเลี่ยมองไปที่ประตูที่ถูกปิดลงอีกครั้งพลางขมวดคิ้ว

จางเอ้อร์หนิวผู้นี้อดทนได้เก่งจริงๆ

เห็นเมียตัวเองซบอยู่ในอ้อมอกชายอื่นกับตา แต่กลับกลืนความแค้นนี้ลงคอไปได้

คนประเภทนี้รับมือยากนัก

หลิวอวิ๋นเหนียงยืนอยู่ที่เดิม มือบิดชายเสื้อไปมาด้วยท่าทางทำอะไรไม่ถูก

ฉินเลี่ยในตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะสนใจนาง เขาหันไปมองตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าแทน

【ชื่อ: ฉินเลี่ย】

【ความแข็งแกร่งทางกายภาพ: 3】

【ความคล่องตัว: 3】

【จิตวิญญาณ: 6】

【แต้มคุณสมบัติ: 0】

【กฎ: สังหารปีศาจ จะได้รับแต้มคุณสมบัติ เพื่อนำไปเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพ ความคล่องตัว และจิตวิญญาณ】

ฉินเลี่ยจ้องมองแผงหน้าต่างตรงหน้าด้วยความมึนงง

ต้องสังหารปีศาจถึงจะได้แต้มคุณสมบัติ ไม่รู้ว่าปีศาจในโลกนี้จะแข็งแกร่งเพียงใด ร่างกายของเขาในตอนนี้จะรับมือไหวหรือไม่?

ทว่ายังไม่ทันได้คิดให้ละเอียด ก็มีข้อความแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมา

【ตรวจพบว่าผู้ใช้ได้เข้าไปพัวพันกับกรรมแห่งวงศ์ตระกูล】

【ระบบวงศ์ตระกูลลูกดกโชคลาภถูกปลดล็อกแล้ว】

【สามารถรับช่วงต่อวงศ์ตระกูล: เรือนตระกูลจาง】

【สถานะวงศ์ตระกูล: ทรุดโทรม, อดอยากหนาวเหน็บ, เป็นที่หมายปองของผู้อื่น】

【คำแนะนำ: หลังจากรับช่วงต่อวงศ์ตระกูล สามารถรับค่าวงศ์ตระกูลได้ผ่านการปกป้องคนในครอบครัว, การมีบุตรสืบสกุล, การแก้ไขวิกฤต และการสร้างฐานะให้มั่นคง】

【ค่าวงศ์ตระกูลสามารถแลกเปลี่ยนเป็นวิชาฝึกตน, วิทยายุทธ, ยาเม็ดวิเศษ, อาวุธ และอื่นๆ 】

ไม่นึกเลยว่าจะมีฟังก์ชันที่สองด้วย

เดิมทีจางเอ้อร์หนิวคิดจะใช้หลิวอวิ๋นเหนียงและการฝากฝังภรรยาให้ชายอื่นดูแลเพื่อแลกกับความช่วยเหลือมาผูกมัดเขาไว้ แต่ดูท่าแล้วตอนนี้กลับเป็นไปตามความต้องการของมันเสียอย่างนั้น

ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ก็ใช้เรือนตระกูลจางนี้ไปก่อนแล้วกัน

"ท่านอาฉิน เรื่องเมื่อครู่เป็นความผิดของข้าเอง"

"พี่จางของเจ้าเป็นคนสั่งให้ข้ามา ข้าเองก็ไม่เต็มใจ แต่ข้า... ข้าก็ไม่มีทางเลือก"

หลิวอวิ๋นเหนียงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นกะทันหัน ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขณะมองฉินเลี่ย

ฉินเลี่ยคิดถึงนิ้วทองคำของตนเอง แล้วหันไปมองหลิวอวิ๋นเหนียงที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสาร ในใจก็พลันเกิดความคิดขึ้นมา

"พี่สะใภ้ สภาพบ้านในตอนนี้เป็นแบบนี้ หู่จื่อกับเสี่ยวเหอยังเด็กนัก ท่านคนเดียวคงประคองไว้ไม่ไหวหรอก"

หลิวอวิ๋นเหนียงชะงักไปเล็กน้อย คงไม่คิดว่าเขาจะพูดเช่นนี้

"ข้ารู้ พวกท่านต้องการโควตาตำแหน่งว่างของสำนักปราบปีศาจ"

"ข้ารู้ด้วยว่าสามีของท่านคิดอะไรอยู่"

"แต่เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปอย่าได้พูดถึงอีก"

"ท่านมีบุญคุณช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้พวกท่านแม่ลูกทั้งสามคนต้องอดตายอย่างแน่นอน"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวอวิ๋นเหนียงก็เงยหน้าขึ้นทันที จ้องมองฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึง

เมื่อก่อนไม่ว่าใครจะทุบตีหรือด่าทออย่างไร เขาก็ทำได้เพียงก้มหน้ายิ้มรับ

แต่ฉินเลี่ยในตอนนี้ ทุกคำพูดและท่าทางกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ

นางรู้สึกขึ้นมาฉับพลันว่า ชายตรงหน้าผู้นี้สามารถช่วยนางประคองครอบครัวนี้ไว้ได้จริงๆ

"ท่านอาฉิน... ท่านเต็มใจจะช่วยพวกเราจริงๆ หรือ?"

หลิวอวิ๋นเหนียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เป็นท่านที่ลากข้ากลับมาจากกองหิมะ ช่วยชีวิตข้าไว้ บุญคุณนี้ข้าจดจำไว้"

อันที่จริง สำหรับบุญคุณช่วยชีวิตของหลิวอวิ๋นเหนียง ฉินเลี่ยถือว่าเป็นบุญคุณต่อตัวเขาเองด้วย

ตอนที่ร่างเดิมตายยังนอนจมกองหิมะอยู่ หากไม่ได้หลิวอวิ๋นเหนียงลากเขากลับมา ป่านนี้เขาที่เพิ่งข้ามภพมาคงถูกแช่แข็งตายไปอีกรอบแล้ว

หลังจากฟังคำพูดของฉินเลี่ย หลิวอวิ๋นเหนียงก็กัดริมฝีปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความละอายใจ

ครู่ต่อมา นางคล้ายตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จึงค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาฉินเลี่ยทีละก้าว

"ข้าเชื่อคำพูดของท่านที่ว่าจะไม่ปล่อยให้พวกเราแม่ลูกอดตาย"

"แต่ในยุคสมัยนี้ แค่คำพูดเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ"

"หากพรุ่งนี้ท่านได้เข้าสำนักปราบปีศาจจริงๆ วันข้างหน้าท่านจะยังดูแลพวกเราอยู่หรือไม่ ใครจะไปรู้"

ขณะพูด นิ้วมือของนางก็วางลงบนปกเสื้อ แล้วค่อยๆ ปลดกระดุมเม็ดแรกออก

"พี่สะใภ้ ท่านทำอะไร?"

ฉินเลี่ยกลืนน้ำลายอย่างประหม่า ทำตัวไม่ถูก

"พี่จางของเจ้าเห็นไปเมื่อครู่แล้ว"

"เรื่องนี้... คงอธิบายให้ชัดเจนไม่ได้อีกแล้ว"

"หากท่านไม่รังเกียจ ต่อไปข้าจะเชื่อฟังท่าน"

ในระหว่างที่พูด กระดุมเสื้อของนางก็ถูกปลดออกจนหมดสิ้น

เมื่อเสื้อนวมผ้าหยาบคลายออก รูปร่างอันอ้อนแอ้นของหลิวอวิ๋นเหนียงก็ถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น

เห็นดังนั้น ร่างกายของฉินเลี่ยก็แข็งทื่อ

เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน

หลิวอวิ๋นเหนียงในวัยยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดปี เป็นช่วงวัยที่สตรีมีเสน่ห์ที่สุด

ช่วงที่ผ่านมา นางยังคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด แม้กระทั่งการเช็ดตัวก็เป็นฝีมือของนางทั้งสิ้น

ฉินเลี่ยสัมผัสได้ว่าเศษเสี้ยวความคิดของร่างเดิมกำลังถูกขยายใหญ่ขึ้นในวินาทีนี้

เจ้าเด็กโง่นี่ คงเคยแอบชอบพี่สะใภ้ผู้อ่อนโยนคนนี้มาตลอดแน่ๆ

"พี่สะใภ้ อย่าเลย"

ฉินเลี่ยยื่นมือไปกดมือของหลิวอวิ๋นเหนียงที่กำลังจะเอื้อมไปด้านหลังเพื่อปลดเอี๊ยม

เขารู้ว่าหลิวอวิ๋นเหนียงไม่ใช่คนไร้ยางอาย เพียงแต่ถูกบีบคั้นให้ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาทางรอดให้ครอบครัว

เมื่อเห็นการกระทำของฉินเลี่ย ขอบตาของหลิวอวิ๋นเหนียงก็แดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง

"ท่านอาฉิน ข้ารู้ว่าข้าไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์"

"แต่ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าจะเอาอะไรมารั้งท่านไว้ได้ นอกจากร่างกายนี้"

"ข้าไม่ขออะไรมาก เพียงขอแค่ท่านอย่าปล่อยให้เด็กสองคนอดตายก็พอ"

หลังจากหลิวอวิ๋นเหนียงพูดจบประโยคนี้ ราวกับว่านางได้ทิ้งศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายไปจนหมดสิ้น

ไม่รอให้ฉินเลี่ยตอบรับ นิ้วมือของนางก็อ้อมไปด้านหลังแล้วกระตุกเบาๆ

จบบทที่ บทที่ 2 พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว