- หน้าแรก
- ทะลวงวิถีเซียน ข้าล็อกคุณสมบัติไอเทมถาวรได้
- บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า
บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า
บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า
บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เหอโส่วก็มาเคาะประตูห้องหลี่หยวน
"คำสั่งลงมาแล้วนะ"
น้ำเสียงของเหอโส่วเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อย ในมือถือม้วนเอกสารที่ประทับตราตระกูลหวังไว้
"มะรืนนี้ พวกเราต้องตามกองกำลังหลักเข้าไปในเทือกเขาหยวนเหิง"
หลี่หยวนรับเอกสารมากวาดสายตาดู
เนื้อหาไม่ยาวนัก...เบื้องบนจะดึงตัวสามหน่วยลาดตระเวนจากกองกำลังคุ้มกัน ไปตั้งเป็นกองกำลังผสมร่วมกับคนของตระกูลหวัง เพื่อเข้าไปกวาดล้างสัตว์อสูรในเขตชายป่าเทือกเขาหยวนเหิง โดยมีหัวหน้ากองกำลังคุ้มกันเป็นผู้นำทัพ และมีผู้ฝึกตนจากตระกูลหวังอีกสองคนร่วมขบวนไปด้วย
"หัวหน้ากองกำลังคุ้มกันนำทัพเองเลยรึ"
"อืม ระดับหลอมปราณขั้นเก้าเชียวนะ" เหอโส่วยืนพิงกรอบประตู กอดอกแน่น
"มีหัวหน้าหวังกับคนของตระกูลหวังอีกสองคนคุมทัพ เรื่องกำลังรบคงไม่ต้องห่วง พวกเราก็แค่ตามไปเป็นลูกมือเท่านั้นแหละ"
หลี่หยวนพับเอกสารเก็บให้เรียบร้อย
"แล้วพวกที่เข้าไปเมื่อคราวก่อนล่ะ เป็นไงบ้าง"
"กลับมาแล้ว บาดเจ็บไปสองคน แต่ก็ไม่สาหัสอะไร"
"พวกรอบก่อนแค่เข้าไปสอดแนมเฉยๆ ไม่ได้บุกเข้าไปลึกนัก ก็เลยไม่ค่อยเจอสัตว์อสูรเท่าไหร่"
เหอโส่วบิดคอคลายความเมื่อยล้า
"แล้วพวกเราล่ะ"
"ไม่รู้สิ ในเอกสารไม่ได้บอกรายละเอียดไว้"
เหอโส่วชะงักไปนิด ก่อนจะเสริมต่อ
"ช่วงสองวันนี้ไม่ต้องออกไปลาดตระเวนแล้ว เบื้องบนสั่งให้พวกที่ต้องไปปฏิบัติการพักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ในตลาด เจ้ามีอะไรขาดเหลือก็รีบไปจัดการหาซื้อซะให้เรียบร้อยภายในสองวันนี้ล่ะ"
พูดจบเหอโส่วก็เดินจากไป
หลี่หยวนปิดประตู แล้วกลับไปนั่งลงที่ขอบเตียง
เดินทางมะรืนนี้ เท่ากับว่าเขามีเวลาเตรียมตัวแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ ไม่ถึงสองวันเต็มด้วยซ้ำ
คงไม่ต้องสาธยายให้มากความถึงความอันตรายของเทือกเขาหยวนเหิง ต่อให้มีระดับหลอมปราณขั้นเก้ากับผู้ฝึกตนตระกูลหวังคอยคุ้มกะลาหัว แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าคนในหน่วยลาดตระเวนจะได้กลับมาครบสามสิบสองประการทุกคน
ระดับการฝึกฝนของเขาตอนนี้ติดแหง็กอยู่ที่ขีดสุดของระดับหลอมปราณขั้นสี่แล้ว อีกแค่อึดใจเดียวก็จะทะลวงสู่ขั้นห้าได้
ถ้าเกิดทะลวงด่านสำเร็จก่อนออกเดินทาง โอกาสรอดชีวิตก็จะมีมากขึ้นอีกโข
พลังวิญญาณเต็มเปี่ยมมานานแล้ว ความบริสุทธิ์ก็ถูกขัดเกลาจนถึงขีดสุด
การทะลวงด่านครั้งนี้จะไม่เหมือนตอนที่ทะลวงขึ้นขั้นสี่ เพราะตอนนี้หลี่หยวนมีคุณสมบัติ 'บีบอัดพลังวิญญาณ' เพิ่มเข้ามาช่วยอีกแรง รวมแล้วเขามีคุณสมบัติติดตัวที่ช่วยในการทะลวงด่านถึงสามอย่างเลยทีเดียว
บีบอัดพลังวิญญาณช่วยให้พลังวิญญาณมีความหนาแน่นเหนือกว่าคนระดับเดียวกัน เร่งความเร็วรอบโคจรช่วยปั่นความเร็วในการฝึกฝน และกรองพลังวิญญาณช่วยรีดเร้นให้พลังวิญญาณบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
แถมยังมีเสริมความแกร่งอวัยวะภายในคอยช่วยลดอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในตอนทะลวงด่านอีกด้วย...ระยะเวลาคูลดาวน์ของเคล็ดวิชาวัวเหล็กหมดพอดี หลี่หยวนจึงสวมเคล็ดวิชาวัวเหล็กกลับเข้าไปใหม่ แล้วถอดวิชาเลี้ยงปราณออก
ส่วนวิชารวบรวมปราณ หลี่หยวนยังไม่คิดจะใช้ เพราะตอนนี้เขายังแค่พอคุ้นเคยกับมันเฉยๆ ขืนใช้สุ่มสี่สุ่มห้าตอนทะลวงด่าน เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจะยุ่งเอา
แค่มีคุณสมบัติทั้งสามนี้คอยหนุนหลัง หลี่หยวนก็มั่นใจว่าจะทะลวงด่านได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งวิชารวบรวมปราณ
หลี่หยวนดึงสติกลับมา สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
ยังไงก็ต้องฝึกซะก่อน
หลี่หยวนนั่งขัดสมาธิ เริ่มเดินพลังเคล็ดชักนำปราณ
พลังวิญญาณไหลบ่าเข้าสู่เส้นชีพจร บริสุทธิ์ดุจสายน้ำ โคจรไปอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่ครบรอบ พลังวิญญาณในจุดตันเถียนจะถูกขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเจือปนเล็กๆ น้อยๆ ที่หลงเหลืออยู่ค่อยๆ ถูกขัดเกลาจนมลายหายไป
ช่วงบ่าย หลี่หยวนออกไปทำธุระนอกตลาด
แวะไปที่หน่วยจัดการเพื่อลงบันทึกการลาดตระเวนและรับเงินอุดหนุน
จากนั้นก็แวะไปที่แผงของเฒ่าซุน เอาหญ้าหยกเขียวสองสามต้นกับเถาวัลย์รากแดงกำหนึ่งที่เก็บได้ระหว่างลาดตระเวนไปส่งให้
เฒ่าซุนรับซื้อสมุนไพรตามราคาตลาด แถมยังใจป้ำแถมโอสถปราณทมิฬมาให้อีกเม็ดนึงด้วย
กลับถึงที่พัก หลี่หยวนก็ไม่รอช้า กลืนโอสถปราณทมิฬลงคอทันที แล้วเริ่มฝึกฝนต่อ
ฤทธิ์ยาระเบิดออก กระแสความร้อนแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจร ปราณทมิฬกว่าครึ่งถูกคุณสมบัติกรองพลังวิญญาณสกัดกั้นไว้ ส่วนที่เหลือรอดไปได้ก็ถูกคุณสมบัติเสริมความแกร่งอวัยวะภายในจัดการจนอยู่หมัดตอนที่มันเคลื่อนผ่านอวัยวะภายใน
พลังวิญญาณในจุดตันเถียนเพิ่มขึ้นมาอีกนิดจากแรงกระตุ้นของฤทธิ์ยา
ตกดึก หลี่หยวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เดินพลังเคล็ดชักนำปราณ
พลังวิญญาณในจุดตันเถียนอัดแน่นจนหนักอึ้ง ราวกับฟองน้ำที่อุ้มน้ำไว้จนเต็มพิกัด ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้อีกแม้แต่นิดเดียว
คอขวดอยู่ตรงหน้านี้เอง เป็นเพียงม่านบางๆ กั้นอยู่
หลี่หยวนสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของมัน...เปราะบางกว่าตอนที่ทะลวงจากขั้นสามขึ้นขั้นสี่เสียอีก
สภาพร่างกายตอนนี้พร้อมสุดๆ เส้นชีพจรไม่อ่อนล้า อวัยวะภายในแข็งแรง ปราณโลหิตเต็มเปี่ยม พลังใจเต็มร้อย
ได้เวลาแล้ว
หลี่หยวนสูดหายใจลึก ปิดตาลง ปรับลมหายใจ
ผ่อนลมหายใจให้ช้าลง ราบเรียบ และสม่ำเสมอ รวบรวมจิตสำนึกทั้งหมดไปที่จุดตันเถียน
พลังวิญญาณที่อัดแน่นจนเต็มพิกัดสงบนิ่งอยู่ใจกลางจุดตันเถียน บริสุทธิ์และควบแน่น ความหนาแน่นเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด
คอขวดอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
หลี่หยวนขยับจิตสำนึก เดินพลังเคล็ดชักนำปราณ
พลังวิญญาณในจุดตันเถียนราวกับกำปั้นที่ถูกบีบแน่น พุ่งชนคอขวดอย่างแรง
วินาทีที่พลังวิญญาณกระแทกเข้ากับคอขวด หลี่หยวนก็สัมผัสได้ถึงเสียง 'แกรก' เบาๆ
ไม่ใช่เสียงที่ดังเข้าหู แต่เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้จากภายใน
คอขวดแตกกระจายอย่างง่ายดายต่อหน้าพลังวิญญาณอันมหาศาล
เหมือนกับตอนที่ทะลวงขั้นสี่ คอขวดแทบจะไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย
ความหนาแน่นและแรงปะทะของพลังวิญญาณเหนือกว่าขีดจำกัดที่คอขวดจะรับไหว คอขวดที่บอบบางราวกับแผ่นน้ำแข็งถูกค้อนเหล็กทุบจนแหลกละเอียดในพริบตา
ในขณะเดียวกัน พลังวิญญาณจากภายนอกก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
คุณสมบัติกรองพลังวิญญาณทำงานโดยอัตโนมัติ ขจัดสิ่งเจือปนทั้งหมดออกจากพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามา เหลือเพียงพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ไหลไปตามเส้นชีพจรเข้าสู่จุดตันเถียน คุณสมบัติเร่งความเร็วรอบโคจรกระตุ้นให้พลังวิญญาณหมุนวนอย่างรวดเร็ว ผสานพลังวิญญาณใหม่เข้ากับจุดตันเถียนด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
จุดตันเถียนขยายตัว ปริมาณพลังวิญญาณพุ่งทะยาน
ผ่านไปครู่ใหญ่ กระแสพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามาจึงค่อยๆ ชะลอตัวลง
พลังวิญญาณในจุดตันเถียนค่อยๆ สงบลงจากที่เคยปั่นป่วน กลายเป็นพลังที่หนักแน่นและมั่นคง ราวกับสระน้ำลึกที่สงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
ปริมาณรวมของพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นจากก่อนทะลวงด่านเกือบครึ่งหนึ่ง
การโคจรพลังวิญญาณเต็มไปด้วยความหนักแน่นและทรงพลัง ความเร็วในการไหลเวียนของพลังวิญญาณในเส้นชีพจรเร็วกว่าตอนอยู่ขั้นสี่อย่างเห็นได้ชัด พลังวิญญาณแต่ละสายล้วนอัดแน่นและมีน้ำหนัก
หลี่หยวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ชุดผู้ตรวจการแนบลู่ไปกับลำตัว แต่คุณสมบัติร่างกายสะอาดสะอ้านกำลังค่อยๆ ขจัดคราบเหงื่อไคลออกไปทีละน้อย
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยาวและสม่ำเสมอ หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงก็ค่อยๆ สงบลง
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้น
【ระดับปัจจุบัน: หลอมปราณขั้นห้า】
หลอมปราณขั้นห้า
หลี่หยวนลองกำหมัดดู
วินาทีที่กำหมัดแน่น พลังวิญญาณก็ไหลเวียนเข้าสู่ข้อนิ้วและกระดูกข้อมืออย่างเป็นธรรมชาติ เต็มเปี่ยมและอัดแน่น
ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับขั้นสี่ นอกจากปริมาณพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นแล้ว ก็คือ 'ความรู้สึก' ของพลังวิญญาณ
พลังวิญญาณแต่ละสายหนักแน่นขึ้น หนาแน่นขึ้น และสั่งการได้ดั่งใจมากขึ้น
เพียงแค่มีความคิดที่จะดึงพลังวิญญาณ พลังวิญญาณก็จะพุ่งไปถึงปลายนิ้วในทันที การตอบสนองรวดเร็วกว่าเดิมมาก
หลี่หยวนลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย
กล้ามเนื้อและกระดูกไม่อ่อนล้า เส้นชีพจรไม่บอบช้ำ อวัยวะภายในแข็งแรงดี
การชะล้างอย่างรุนแรงของพลังวิญญาณระหว่างการทะลวงด่าน ภายใต้การปกป้องจากคุณสมบัติเสริมความแกร่งอวัยวะภายในและเกล็ดเกราะคุ้มกาย ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับร่างกายเลย
ท้องฟ้าข้างนอกยังไม่สว่าง ยังมีเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเช้า
หลี่หยวนกลับไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง แล้วเริ่มเดินพลังเคล็ดชักนำปราณต่อ
จุดตันเถียนเพิ่งจะขยายขนาด ยังมีพื้นที่ว่างอีกเหลือเฟือ การโคจรพลังทุกรอบสามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ พลังวิญญาณที่ไหลเข้าสู่เส้นชีพจรทั้งบริสุทธิ์และรวดเร็ว ก่อนจะไปรวมตัวกันอย่างหนักแน่นในจุดตันเถียน
คุณสมบัติบีบอัดพลังวิญญาณยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง พลังวิญญาณใหม่ทุกสายที่เข้ามาจะถูกบีบอัดให้แน่นขึ้นไปอีกระดับโดยอัตโนมัติ
ประสิทธิภาพในการฝึกฝนสูงกว่าตอนอยู่ขั้นสี่ไปอีกขั้น
จนกระทั่งฟ้าสาง หลี่หยวนถึงได้รั้งพลังกลับ
เขาผลักประตูไม้เปิดออก รับลมเย็นยามเช้า เสื้อผ้าบนตัวสะอาดเอี่ยมอ่อง
พรุ่งนี้ก็ถึงเวลาต้องออกเดินทางแล้ว