เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า

บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า

บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า


บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เหอโส่วก็มาเคาะประตูห้องหลี่หยวน

"คำสั่งลงมาแล้วนะ"

น้ำเสียงของเหอโส่วเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อย ในมือถือม้วนเอกสารที่ประทับตราตระกูลหวังไว้

"มะรืนนี้ พวกเราต้องตามกองกำลังหลักเข้าไปในเทือกเขาหยวนเหิง"

หลี่หยวนรับเอกสารมากวาดสายตาดู

เนื้อหาไม่ยาวนัก...เบื้องบนจะดึงตัวสามหน่วยลาดตระเวนจากกองกำลังคุ้มกัน ไปตั้งเป็นกองกำลังผสมร่วมกับคนของตระกูลหวัง เพื่อเข้าไปกวาดล้างสัตว์อสูรในเขตชายป่าเทือกเขาหยวนเหิง โดยมีหัวหน้ากองกำลังคุ้มกันเป็นผู้นำทัพ และมีผู้ฝึกตนจากตระกูลหวังอีกสองคนร่วมขบวนไปด้วย

"หัวหน้ากองกำลังคุ้มกันนำทัพเองเลยรึ"

"อืม ระดับหลอมปราณขั้นเก้าเชียวนะ" เหอโส่วยืนพิงกรอบประตู กอดอกแน่น

"มีหัวหน้าหวังกับคนของตระกูลหวังอีกสองคนคุมทัพ เรื่องกำลังรบคงไม่ต้องห่วง พวกเราก็แค่ตามไปเป็นลูกมือเท่านั้นแหละ"

หลี่หยวนพับเอกสารเก็บให้เรียบร้อย

"แล้วพวกที่เข้าไปเมื่อคราวก่อนล่ะ เป็นไงบ้าง"

"กลับมาแล้ว บาดเจ็บไปสองคน แต่ก็ไม่สาหัสอะไร"

"พวกรอบก่อนแค่เข้าไปสอดแนมเฉยๆ ไม่ได้บุกเข้าไปลึกนัก ก็เลยไม่ค่อยเจอสัตว์อสูรเท่าไหร่"

เหอโส่วบิดคอคลายความเมื่อยล้า

"แล้วพวกเราล่ะ"

"ไม่รู้สิ ในเอกสารไม่ได้บอกรายละเอียดไว้"

เหอโส่วชะงักไปนิด ก่อนจะเสริมต่อ

"ช่วงสองวันนี้ไม่ต้องออกไปลาดตระเวนแล้ว เบื้องบนสั่งให้พวกที่ต้องไปปฏิบัติการพักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ในตลาด เจ้ามีอะไรขาดเหลือก็รีบไปจัดการหาซื้อซะให้เรียบร้อยภายในสองวันนี้ล่ะ"

พูดจบเหอโส่วก็เดินจากไป

หลี่หยวนปิดประตู แล้วกลับไปนั่งลงที่ขอบเตียง

เดินทางมะรืนนี้ เท่ากับว่าเขามีเวลาเตรียมตัวแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ ไม่ถึงสองวันเต็มด้วยซ้ำ

คงไม่ต้องสาธยายให้มากความถึงความอันตรายของเทือกเขาหยวนเหิง ต่อให้มีระดับหลอมปราณขั้นเก้ากับผู้ฝึกตนตระกูลหวังคอยคุ้มกะลาหัว แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าคนในหน่วยลาดตระเวนจะได้กลับมาครบสามสิบสองประการทุกคน

ระดับการฝึกฝนของเขาตอนนี้ติดแหง็กอยู่ที่ขีดสุดของระดับหลอมปราณขั้นสี่แล้ว อีกแค่อึดใจเดียวก็จะทะลวงสู่ขั้นห้าได้

ถ้าเกิดทะลวงด่านสำเร็จก่อนออกเดินทาง โอกาสรอดชีวิตก็จะมีมากขึ้นอีกโข

พลังวิญญาณเต็มเปี่ยมมานานแล้ว ความบริสุทธิ์ก็ถูกขัดเกลาจนถึงขีดสุด

การทะลวงด่านครั้งนี้จะไม่เหมือนตอนที่ทะลวงขึ้นขั้นสี่ เพราะตอนนี้หลี่หยวนมีคุณสมบัติ 'บีบอัดพลังวิญญาณ' เพิ่มเข้ามาช่วยอีกแรง รวมแล้วเขามีคุณสมบัติติดตัวที่ช่วยในการทะลวงด่านถึงสามอย่างเลยทีเดียว

บีบอัดพลังวิญญาณช่วยให้พลังวิญญาณมีความหนาแน่นเหนือกว่าคนระดับเดียวกัน เร่งความเร็วรอบโคจรช่วยปั่นความเร็วในการฝึกฝน และกรองพลังวิญญาณช่วยรีดเร้นให้พลังวิญญาณบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

แถมยังมีเสริมความแกร่งอวัยวะภายในคอยช่วยลดอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในตอนทะลวงด่านอีกด้วย...ระยะเวลาคูลดาวน์ของเคล็ดวิชาวัวเหล็กหมดพอดี หลี่หยวนจึงสวมเคล็ดวิชาวัวเหล็กกลับเข้าไปใหม่ แล้วถอดวิชาเลี้ยงปราณออก

ส่วนวิชารวบรวมปราณ หลี่หยวนยังไม่คิดจะใช้ เพราะตอนนี้เขายังแค่พอคุ้นเคยกับมันเฉยๆ ขืนใช้สุ่มสี่สุ่มห้าตอนทะลวงด่าน เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจะยุ่งเอา

แค่มีคุณสมบัติทั้งสามนี้คอยหนุนหลัง หลี่หยวนก็มั่นใจว่าจะทะลวงด่านได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งวิชารวบรวมปราณ

หลี่หยวนดึงสติกลับมา สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป

ยังไงก็ต้องฝึกซะก่อน

หลี่หยวนนั่งขัดสมาธิ เริ่มเดินพลังเคล็ดชักนำปราณ

พลังวิญญาณไหลบ่าเข้าสู่เส้นชีพจร บริสุทธิ์ดุจสายน้ำ โคจรไปอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่ครบรอบ พลังวิญญาณในจุดตันเถียนจะถูกขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเจือปนเล็กๆ น้อยๆ ที่หลงเหลืออยู่ค่อยๆ ถูกขัดเกลาจนมลายหายไป

ช่วงบ่าย หลี่หยวนออกไปทำธุระนอกตลาด

แวะไปที่หน่วยจัดการเพื่อลงบันทึกการลาดตระเวนและรับเงินอุดหนุน

จากนั้นก็แวะไปที่แผงของเฒ่าซุน เอาหญ้าหยกเขียวสองสามต้นกับเถาวัลย์รากแดงกำหนึ่งที่เก็บได้ระหว่างลาดตระเวนไปส่งให้

เฒ่าซุนรับซื้อสมุนไพรตามราคาตลาด แถมยังใจป้ำแถมโอสถปราณทมิฬมาให้อีกเม็ดนึงด้วย

กลับถึงที่พัก หลี่หยวนก็ไม่รอช้า กลืนโอสถปราณทมิฬลงคอทันที แล้วเริ่มฝึกฝนต่อ

ฤทธิ์ยาระเบิดออก กระแสความร้อนแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจร ปราณทมิฬกว่าครึ่งถูกคุณสมบัติกรองพลังวิญญาณสกัดกั้นไว้ ส่วนที่เหลือรอดไปได้ก็ถูกคุณสมบัติเสริมความแกร่งอวัยวะภายในจัดการจนอยู่หมัดตอนที่มันเคลื่อนผ่านอวัยวะภายใน

พลังวิญญาณในจุดตันเถียนเพิ่มขึ้นมาอีกนิดจากแรงกระตุ้นของฤทธิ์ยา

ตกดึก หลี่หยวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เดินพลังเคล็ดชักนำปราณ

พลังวิญญาณในจุดตันเถียนอัดแน่นจนหนักอึ้ง ราวกับฟองน้ำที่อุ้มน้ำไว้จนเต็มพิกัด ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้อีกแม้แต่นิดเดียว

คอขวดอยู่ตรงหน้านี้เอง เป็นเพียงม่านบางๆ กั้นอยู่

หลี่หยวนสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของมัน...เปราะบางกว่าตอนที่ทะลวงจากขั้นสามขึ้นขั้นสี่เสียอีก

สภาพร่างกายตอนนี้พร้อมสุดๆ เส้นชีพจรไม่อ่อนล้า อวัยวะภายในแข็งแรง ปราณโลหิตเต็มเปี่ยม พลังใจเต็มร้อย

ได้เวลาแล้ว

หลี่หยวนสูดหายใจลึก ปิดตาลง ปรับลมหายใจ

ผ่อนลมหายใจให้ช้าลง ราบเรียบ และสม่ำเสมอ รวบรวมจิตสำนึกทั้งหมดไปที่จุดตันเถียน

พลังวิญญาณที่อัดแน่นจนเต็มพิกัดสงบนิ่งอยู่ใจกลางจุดตันเถียน บริสุทธิ์และควบแน่น ความหนาแน่นเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด

คอขวดอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

หลี่หยวนขยับจิตสำนึก เดินพลังเคล็ดชักนำปราณ

พลังวิญญาณในจุดตันเถียนราวกับกำปั้นที่ถูกบีบแน่น พุ่งชนคอขวดอย่างแรง

วินาทีที่พลังวิญญาณกระแทกเข้ากับคอขวด หลี่หยวนก็สัมผัสได้ถึงเสียง 'แกรก' เบาๆ

ไม่ใช่เสียงที่ดังเข้าหู แต่เป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้จากภายใน

คอขวดแตกกระจายอย่างง่ายดายต่อหน้าพลังวิญญาณอันมหาศาล

เหมือนกับตอนที่ทะลวงขั้นสี่ คอขวดแทบจะไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย

ความหนาแน่นและแรงปะทะของพลังวิญญาณเหนือกว่าขีดจำกัดที่คอขวดจะรับไหว คอขวดที่บอบบางราวกับแผ่นน้ำแข็งถูกค้อนเหล็กทุบจนแหลกละเอียดในพริบตา

ในขณะเดียวกัน พลังวิญญาณจากภายนอกก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง

คุณสมบัติกรองพลังวิญญาณทำงานโดยอัตโนมัติ ขจัดสิ่งเจือปนทั้งหมดออกจากพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามา เหลือเพียงพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ไหลไปตามเส้นชีพจรเข้าสู่จุดตันเถียน คุณสมบัติเร่งความเร็วรอบโคจรกระตุ้นให้พลังวิญญาณหมุนวนอย่างรวดเร็ว ผสานพลังวิญญาณใหม่เข้ากับจุดตันเถียนด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

จุดตันเถียนขยายตัว ปริมาณพลังวิญญาณพุ่งทะยาน

ผ่านไปครู่ใหญ่ กระแสพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามาจึงค่อยๆ ชะลอตัวลง

พลังวิญญาณในจุดตันเถียนค่อยๆ สงบลงจากที่เคยปั่นป่วน กลายเป็นพลังที่หนักแน่นและมั่นคง ราวกับสระน้ำลึกที่สงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น

ปริมาณรวมของพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นจากก่อนทะลวงด่านเกือบครึ่งหนึ่ง

การโคจรพลังวิญญาณเต็มไปด้วยความหนักแน่นและทรงพลัง ความเร็วในการไหลเวียนของพลังวิญญาณในเส้นชีพจรเร็วกว่าตอนอยู่ขั้นสี่อย่างเห็นได้ชัด พลังวิญญาณแต่ละสายล้วนอัดแน่นและมีน้ำหนัก

หลี่หยวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ชุดผู้ตรวจการแนบลู่ไปกับลำตัว แต่คุณสมบัติร่างกายสะอาดสะอ้านกำลังค่อยๆ ขจัดคราบเหงื่อไคลออกไปทีละน้อย

เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยาวและสม่ำเสมอ หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงก็ค่อยๆ สงบลง

หน้าต่างระบบปรากฏขึ้น

【ระดับปัจจุบัน: หลอมปราณขั้นห้า】

หลอมปราณขั้นห้า

หลี่หยวนลองกำหมัดดู

วินาทีที่กำหมัดแน่น พลังวิญญาณก็ไหลเวียนเข้าสู่ข้อนิ้วและกระดูกข้อมืออย่างเป็นธรรมชาติ เต็มเปี่ยมและอัดแน่น

ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับขั้นสี่ นอกจากปริมาณพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นแล้ว ก็คือ 'ความรู้สึก' ของพลังวิญญาณ

พลังวิญญาณแต่ละสายหนักแน่นขึ้น หนาแน่นขึ้น และสั่งการได้ดั่งใจมากขึ้น

เพียงแค่มีความคิดที่จะดึงพลังวิญญาณ พลังวิญญาณก็จะพุ่งไปถึงปลายนิ้วในทันที การตอบสนองรวดเร็วกว่าเดิมมาก

หลี่หยวนลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย

กล้ามเนื้อและกระดูกไม่อ่อนล้า เส้นชีพจรไม่บอบช้ำ อวัยวะภายในแข็งแรงดี

การชะล้างอย่างรุนแรงของพลังวิญญาณระหว่างการทะลวงด่าน ภายใต้การปกป้องจากคุณสมบัติเสริมความแกร่งอวัยวะภายในและเกล็ดเกราะคุ้มกาย ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับร่างกายเลย

ท้องฟ้าข้างนอกยังไม่สว่าง ยังมีเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเช้า

หลี่หยวนกลับไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง แล้วเริ่มเดินพลังเคล็ดชักนำปราณต่อ

จุดตันเถียนเพิ่งจะขยายขนาด ยังมีพื้นที่ว่างอีกเหลือเฟือ การโคจรพลังทุกรอบสามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ พลังวิญญาณที่ไหลเข้าสู่เส้นชีพจรทั้งบริสุทธิ์และรวดเร็ว ก่อนจะไปรวมตัวกันอย่างหนักแน่นในจุดตันเถียน

คุณสมบัติบีบอัดพลังวิญญาณยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง พลังวิญญาณใหม่ทุกสายที่เข้ามาจะถูกบีบอัดให้แน่นขึ้นไปอีกระดับโดยอัตโนมัติ

ประสิทธิภาพในการฝึกฝนสูงกว่าตอนอยู่ขั้นสี่ไปอีกขั้น

จนกระทั่งฟ้าสาง หลี่หยวนถึงได้รั้งพลังกลับ

เขาผลักประตูไม้เปิดออก รับลมเย็นยามเช้า เสื้อผ้าบนตัวสะอาดเอี่ยมอ่อง

พรุ่งนี้ก็ถึงเวลาต้องออกเดินทางแล้ว

จบบทที่ บทที่ 39 หลอมปราณขั้นห้า

คัดลอกลิงก์แล้ว