- หน้าแรก
- ทะลวงวิถีเซียน ข้าล็อกคุณสมบัติไอเทมถาวรได้
- บทที่ 2 กองกำลังคุ้มกัน
บทที่ 2 กองกำลังคุ้มกัน
บทที่ 2 กองกำลังคุ้มกัน
บทที่ 2 กองกำลังคุ้มกัน
ยามเย็น ตอนหลี่หยวนกลับมาถึงที่พัก หางตาเขาเหลือบไปเห็นกระดานประกาศบนกำแพง ฝีเท้าก็พลันชะงักกึก
บนกระดานมีป้ายประกาศแผ่นใหม่แปะอยู่ รอยหมึกยังดูสดใหม่ ชัดเจนว่าเพิ่งเอามาติดวันนี้
เนื้อหาบนประกาศคือรายชื่อสับเปลี่ยนเวรกองกำลังคุ้มกันของตลาด
สายตาหลี่หยวนกวาดมองรายชื่อพวกนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปสะดุดกึกอยู่ตรงบรรทัดที่สาม
หลี่หยวน หลอมปราณขั้นสาม เริ่มสับเปลี่ยนเวรคุ้มกันตั้งแต่วันที่หนึ่งเดือนหน้า เป็นเวลาหนึ่งเดือน
เห็นแบบนี้ หัวใจของเขาก็หล่นวูบ
กองกำลังคุ้มกัน นั่นมันไม่ใช่ที่ที่น่าไปเลยสักนิด
ตระกูลหวังตั้งกองกำลังขึ้นมาสองหน่วยในตลาดชิงเหอ หน่วยแรกคือกองกำลังคุ้มกัน ส่วนอีกหน่วยก็คือกองตรวจการที่เขาทำอยู่นี่แหละ
หน้าที่ของทั้งสองหน่วยแบ่งแยกกันชัดเจน
กองตรวจการรับผิดชอบเรื่องจิปาถะภายในตลาด พูดง่ายๆ ก็คือพวกวิ่งเต้นทำสารพัดเรื่องหยุมหยิม แต่ข้อดีคือมันปลอดภัย
แต่กองกำลังคุ้มกันนั่นคนละเรื่อง
ตลาดชิงเหอตั้งอยู่รอบนอกเทือกเขาหยวนเหิง มุ่งหน้าไปทางตะวันตกสักร้อยลี้ก็เป็นเขตเทือกเขาหยวนเหิงแล้ว ที่นั่นมีพวกสัตว์อสูรเพ่นพ่านกันให้ควั่ก
ถึงเขตแดนรอบนอกจะไม่ค่อยมีสัตว์อสูรมากนัก แต่มันก็ชอบมาด้อมๆ มองๆ แถวตลาดอยู่บ่อยๆ ถึงตอนนั้นก็เป็นหน้าที่ของกองกำลังคุ้มกันที่ต้องออกโรงจัดการ
นอกจากสัตว์อสูรแล้ว ยังมีพวกที่อันตรายยิ่งกว่า นั่นคือพวกผู้ฝึกตนสายปล้นชิง
เทือกเขาหยวนเหิงทอดยาวหลายพันลี้ ในเขามีทั้งสายแร่ สมุนไพรวิญญาณ แล้วก็สัตว์อสูรสารพัดชนิด ดึงดูดพวกผู้ฝึกตนอิสระให้แห่กันมาหาเลี้ยงชีพ
แน่นอนว่าพวกผู้ฝึกตนที่ถนัดเรื่องปล้นชิงชาวบ้านก็ย่อมแห่ตามกันมาด้วย
แถมพวกสายปล้นชิงหลายคนก็คือผู้ฝึกตนอิสระที่รับจ๊อบเสริม ปกติก็ทำตัวใสซื่อไม่มีพิษมีภัย แต่พอสบโอกาสก็พร้อมจะฆ่าคนชิงสมบัติได้ทุกเมื่อ
กองกำลังคุ้มกันก็คือหน่วยที่ต้องคอยลาดตระเวนรอบตลาด ขับไล่สัตว์อสูร แล้วก็คอยข่มขวัญพวกสายปล้นชิงพวกนี้นี่แหละ
เบี้ยหวัดรายเดือนของกองกำลังคุ้มกันคือหินวิญญาณสิบก้อน มากกว่าผู้ตรวจการที่ได้แค่สามก้อนถึงสามเท่าตัว แถมยังได้โควตาโอสถแต่ละเดือนมากกว่าด้วย แต่ความเสี่ยงมันก็พุ่งปรี๊ดตามไปด้วยเหมือนกัน
มีคนในกองกำลังคุ้มกันตั้งเท่าไหร่ที่ต้องมาตายตอนออกลาดตระเวน ถ้าดวงซวยหน่อยก็แทบจะหาซากไม่เจอ
ไอ้ระบบสับเปลี่ยนเวรนี่ ก็คือสิ่งที่ตระกูลหวังตั้งขึ้นมากันเหนียว กลัวว่าคนในกองกำลังคุ้มกันจะไม่พอนั่นแหละ
ทุกๆ เดือนจะมีการสุ่มเกณฑ์พวกผู้ตรวจการไปสมทบในกองกำลังคุ้มกัน เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
ช่วงที่สับเปลี่ยนเวร งานหลักก็ต้องพักไว้ก่อน ส่วนเบี้ยหวัดก็รับตามเรตของกองกำลังคุ้มกันไป
เจ้าของร่างเดิมเคยโดนเกณฑ์ไปสับเปลี่ยนเวรมาแล้วสี่ครั้ง สามครั้งแรกก็แค่ใจหายใจคว่ำ ส่วนอีกครั้งได้แผลถลอกปอกเปิกกลับมา
แต่ในสี่ครั้งนั้น เขาเคยเห็นผู้ฝึกตนในหน่วยคุ้มกันตายคาตาไปตั้งสองคน
หลี่หยวนยืนอยู่หน้ากระดานประกาศ สีหน้ายังคงนิ่งเฉย แต่ในใจกลับกำลังคิดคำนวณอย่างหนัก
กว่าจะถึงวันที่หนึ่งเดือนหน้า ก็เหลือเวลาอีกแค่สิบสองวัน
สิบสองวันนี้ เขาจะทำบ้าอะไรได้บ้าง
หลี่หยวนไม่อยากไปอยู่กองกำลังคุ้มกันอยู่แล้ว ตอนนี้เขามีหน้าต่างสวมใส่อุปกรณ์ อนาคตยังอีกยาวไกล ไม่คุ้มหรอกที่จะเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อหินวิญญาณแค่สิบก้อน
แต่ถ้าทะลวงขึ้นไปถึงหลอมปราณขั้นสี่ได้ล่ะก็ สถานการณ์จะพลิกเป็นคนละเรื่องเลย
หลอมปราณขั้นสี่ถือว่าก้าวเข้าสู่หลอมปราณช่วงกลางแล้ว เว้นแต่ว่ากองกำลังคุ้มกันจะขาดคนหนักมากหรือมีเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ ไม่งั้นก็ไม่มีทางโดนบังคับเกณฑ์ตัวไปหรอก
แต่ปัญหาคือ ร่างนี้มันติดแหง็กอยู่ตรงคอขวดหลอมปราณขั้นสามมาเกือบสองปีแล้ว แถมก่อนหน้านี้เพิ่งจะซดยาหวังทะลวงขั้นแต่ดันล้มเหลวไม่เป็นท่า จะให้ทะลวงขั้นในเวลาสั้นๆ แบบนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
นอกเสียจากว่าจะมีตัวช่วยจากภายนอก
ความคิดของหลี่หยวนเบนเข็มไปที่ระบบทันที
【คุณสมบัติ: กรองพลังวิญญาณ】
ผลลัพธ์ของคุณสมบัติคือความเร็วการฝึกฝนเพิ่มขึ้นสามส่วน และคัดกรองสิ่งเจือปนออกอัตโนมัติ
ถึงจะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนและยกกระดับคุณภาพพลังวิญญาณได้ก็เถอะ แต่มันยังไม่พอหรอกถ้าคิดจะทะลวงขั้น เขาต้องหาคุณสมบัติอื่นมาเสริม
ถ้ามีเวลาสักเดือนให้เขาค่อยๆ สั่งสมพลัง หลี่หยวนก็มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะทะลวงขั้นได้แน่ แต่ตอนนี้เวลาของเขาเหลือแค่สิบสองวันเท่านั้น
สถานการณ์ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดคือ หลังจากทำให้คุณสมบัติกรองพลังวิญญาณแสดงผลแบบถาวรได้แล้ว นอกจากจะได้ช่องสวมใส่เพิ่มมาอีกช่อง ไอ้ช่องเดิมที่ใช้อยู่มันก็จะว่างลงด้วย คราวนี้เขาก็จะสามารถสวมใส่ไอเทมอื่นเพื่อรับคุณสมบัติใหม่ๆ ได้
ถ้าหาคุณสมบัติที่ช่วยในการทะลวงขั้นได้สักหนึ่งหรือสองอย่าง แล้วเอามาบวกกับไอ้กรองพลังวิญญาณที่มีอยู่...
แต่ประเด็นคือ นอกจากหินวิญญาณก้อนนั้นแล้ว เขายังหาไอเทมชิ้นอื่นที่ใส่ได้ไม่เจอเลย แถมไอเทมที่จะใส่ได้มันก็ต้องเป็นของตัวเขาเองด้วย แล้วตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาก็มีหินวิญญาณอยู่แค่ก้อนเดียวถ้วน
ถึงอีกไม่กี่วันจะถึงเวลาแจกเบี้ยหวัดรายเดือน แต่รวมๆ แล้วก็คงได้หินวิญญาณแค่สี่ก้อน ไม่น่าจะพอยาไส้หรอก
แถมการฝึกฝนให้ครบหนึ่งร้อยรอบโคจรมันก็ไม่ได้ใช้เวลาน้อยๆ เลย พอทำให้เป็นแบบถาวรได้แล้ว ก็คงเหลือเวลาให้เขาทะลวงขั้นอีกแค่สองสามวันเท่านั้น
หลี่หยวนสูดหายใจลึก ข่มความว้าวุ่นในใจลง ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ
ข้าวของในบ้านไม้ก็ไม่ค่อยมีอะไร นอกจากเตียงไม้ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ แล้วก็เบาะรองนั่ง ก็เหลือแค่พวกของจุกจิกที่กองสุมอยู่ตรงมุมห้อง
ไอ้พวกของจุกจิกนี่ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ หลี่หยวนได้ความทรงจำมาด้วย ย่อมรู้ดีว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง
ใต้ตู้เสื้อผ้ามีกระบี่อาคมบิ่นๆ ซุกอยู่เล่มหนึ่ง เป็นของที่เจ้าของร่างเดิมยอมควักหินวิญญาณไม่กี่ก้อนไปสอยมาจากตลาดเมื่อหลายปีก่อน ตอนแรกก็กะจะเอามาซ่อมใช้ แต่ดันเพิ่งรู้ว่าค่าซ่อมมันแพงหูฉี่กว่าซื้อใหม่ซะอีก ก็เลยปล่อยทิ้งฝุ่นเกาะมาจนถึงตอนนี้
หลี่หยวนย่อตัวลงไปหยิบกระบี่อาคมเล่มนั้นออกมา
ตัวกระบี่ยาวประมาณสามฉื่อ ตรงคมกระบี่มีรอยบิ่นเห็นได้ชัด ลวดลายบนตัวกระบี่ก็ดูหม่นหมอง ชัดเจนเลยว่าพลังวิญญาณรั่วไหลไปบานเบอะแล้ว
เขากำด้ามกระบี่แน่น รอคอยปฏิกิริยาจากระบบ
เงียบกริบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีตัวหนังสืออะไรโผล่มาสักตัว
"ว่าแล้วเชียว ของพังๆ มันใส่ไม่ได้จริงๆ ด้วย"
หลี่หยวนเดาไว้ก่อนแล้ว ตอนที่ใส่หินวิญญาณ ไอ้คำว่าแบบสมบูรณ์ที่โชว์หราอยู่ก็พอจะบอกใบ้ได้แล้วว่ามันหมายความว่าไง
เขาเอากระบี่ไปเก็บไว้ที่เดิม แล้วก็เริ่มรื้อค้นข้าวของในบ้านต่อ
นอกจากกระบี่เล่มนี้แล้ว ของชิ้นเดียวที่พอจะใส่ได้ ก็คงมีแต่ยันต์ทำความสะอาดไม่กี่แผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะนี่แหละ
ไอ้เจ้านี่คือของที่เจ้าของร่างเดิมเพิ่งไปเหมาจากเฒ่าจางมาเมื่อวันก่อน ยันต์ทำความสะอาดหนึ่งโหลมีสิบสองแผ่น สิบโหลก็แค่ครึ่งก้อนหินวิญญาณ เน้นขายเอาปริมาณล้วนๆ
สรรพคุณก็งั้นๆ ช่วยปัดฝุ่นไล่ยุง ทำให้ตัวไม่เปื้อนฝุ่นกับยุงไม่กัดไปได้พักหนึ่ง ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการฝึกฝนเลยสักนิด ซื้อมาเพื่อความสะดวกสบายล้วนๆ
หลี่หยวนหยิบยันต์ทำความสะอาดขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ตัวอักษรโปร่งแสงที่คุ้นตาก็เด้งขึ้นมาทันที
【ตรวจพบสิ่งของที่สามารถสวมใส่ได้: ยันต์ทำความสะอาด】
【ตัวอย่างคุณสมบัติ: ร่างกายสะอาดสะอ้าน —— ร่างกายไม่เปื้อนฝุ่นง่าย สามารถขับไล่ยุงและแมลงได้】
【ตัวอย่างเงื่อนไขแสดงผลถาวร: เรียนรู้วิชาอาคม —— วิชาทำความสะอาด】
【ช่องสวมใส่เต็มแล้ว ต้องการสับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่หรือไม่?】
【อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่: หินวิญญาณระดับต่ำ】
【หลังจากสับเปลี่ยนจะสูญเสียคุณสมบัติ: กรองพลังวิญญาณ】
【หมายเหตุ: หลังจากถอดอุปกรณ์เดิมออก ความคืบหน้าการแสดงผลถาวรจะยังคงอยู่ แต่อุปกรณ์ประเภทเดียวกันต้องรอสิบสองชั่วยามถึงจะสวมใส่ใหม่ได้】
หลี่หยวนเลือกยกเลิกทันที
นอกจากยันต์ทำความสะอาดแผ่นนี้แล้ว ในบ้านก็ไม่มีของชิ้นอื่นให้ใส่ได้อีกเลย ของมีค่าโดนร่างเดิมเอาไปเลหลังขายทิ้งหมดแล้ว
"เหมือนจะยังมีอีกวิธีนะ สวมใส่ยันต์ทำความสะอาดไปก่อน พอทำให้เป็นแบบถาวรได้ปุ๊บ ก็จะได้ช่องสวมใส่เพิ่มมาอีกช่อง จากนั้นค่อยไปหาคุณสมบัติที่ช่วยทะลวงขั้นมาใส่บวกกับไอ้กรองพลังวิญญาณที่มีอยู่ แบบนี้โอกาสทะลวงขั้นผ่านก็มีไม่น้อยเลย"
แต่มันติดปัญหาอยู่อย่าง เขาดันใช้ไอ้วิชาทำความสะอาดไม่เป็นเนี่ยสิ
ถึงวิชาทำความสะอาดจะเป็นหนึ่งในวิชาพื้นฐานที่พวกผู้ฝึกตนใช้กันเกลื่อนเมือง แต่มันก็ต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้อยู่ดี
หลี่หยวนวางยันต์ทำความสะอาดในมือลง แล้วเริ่มใช้ความคิด
วิชาทำความสะอาดราคาไม่แพงก็จริง แต่ก็ต้องใช้หินวิญญาณตั้งหลายก้อนไปขอเรียนจากผู้ฝึกตนคนอื่น แถมกว่าจะฝึกจนเป็นก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ทั้งสองวิธีต่างก็ต้องออกไปหาคุณสมบัติใหม่มาเสริมทั้งคู่ จะพึ่งแค่กรองพลังวิญญาณอย่างเดียว โอกาสทะลวงขั้นก็ริบหรี่ แถมแต่ละวิธีก็มีข้อเสียของมันเองด้วย
คิดมากไปก็ป่วยการ จัดการเรื่องตรงหน้าก่อนดีกว่า เวลาสิบสองวัน เป้าหมายแรกคือยกระดับพลังฝึกฝน ทางที่ดีที่สุดคือต้องทำให้คุณสมบัติกรองพลังวิญญาณเป็นแบบถาวรให้ได้ซะก่อน
หลี่หยวนแค่คิด หน้าต่างระบบก็โผล่ขึ้นมา
【กรองพลังวิญญาณ】
【ความคืบหน้าแสดงผลถาวร: 1/100】
เขาปิดหน้าต่างระบบลง เดินกลับเข้าไปในบ้านไม้โดยไม่รอช้า ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มเดินพลังเคล็ดชักนำปราณทันที
พลังวิญญาณจากทั่วทุกสารทิศพวยพุ่งเข้ามา พอผ่านชั้นกรองที่มองไม่เห็น มันก็กลายเป็นพลังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรตรงเข้าสู่จุดตันเถียน
หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมทะลวงขั้นล้มเหลว ระดับพลังก็ถดถอยลงไปนิดหน่อย เพราะงั้นที่หลี่หยวนมานั่งฝึกอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำไปเพื่อให้ครบเงื่อนไขของระบบอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสั่งสมพลังขึ้นมาใหม่ด้วย
ยิ่งหลี่หยวนดำดิ่งสู่การฝึกฝนมากเท่าไหร่ ท้องฟ้าเบื้องนอกก็ยิ่งมืดมิดลงทุกที ในบ้านไม้เงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขาเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน หลี่หยวนก็ลืมตาขึ้น พลางพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่
【ความคืบหน้าแสดงผลถาวร: 6/100】
ห้ารอบโคจร เขาสัมผัสได้ถึงความคืบหน้าในการฝึกฝน สีหน้าก็เต็มไปด้วยความดีใจ
พลังวิญญาณที่ถูกกรองมาแล้ว สร้างแรงกดดันให้เส้นชีพจรน้อยกว่าที่เขาคิดไว้โขเลย
ดูท่าแล้ว กว่าคุณสมบัตินี้จะแสดงผลถาวรได้ อาจจะใช้เวลาน้อยกว่าที่เขาคาดไว้ซะอีก