- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 20 ราชครูเสวี่ยหมานถูกสะท้อนกลับ, ภารกิจระบบ
บทที่ 20 ราชครูเสวี่ยหมานถูกสะท้อนกลับ, ภารกิจระบบ
บทที่ 20 ราชครูเสวี่ยหมานถูกสะท้อนกลับ, ภารกิจระบบ
บทที่ 20 ราชครูเสวี่ยหมานถูกสะท้อนกลับ, ภารกิจระบบ
ราชวงศ์เสวี่ยหมาน
พระราชวัง อุทยานหลวง
ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นในที่แห่งนี้ ล้วนเป็นของวิเศษแห่งฟ้าดินที่หาดูได้ยากยิ่งในโลกภายนอก แต่ในที่แห่งนี้กลับสามารถพบเห็นได้ทั่วไป
จักรพรรดิเสวี่ยหมานกำลังประทับอยู่ในศาลาพักร้อนภายในอุทยานหลวง เบื้องหน้าของพระองค์คือผู้อาวุโสร่างผอมแห้ง หน้าตาดูดุร้ายและเจ้าเล่ห์ผู้หนึ่ง...
ทั้งสองกำลังดวลหมากล้อมกันอยู่...
จักรพรรดิเสวี่ยหมานหยิบหมากสีดำขึ้นมาวางลงบนกระดาน พร้อมกับตรัสว่า "ราชครู! ตัวแปรนอกกฎเกณฑ์ที่ท่านกล่าวถึงนั้น มันคือสิ่งใดกันแน่ มีความเกี่ยวข้องอันใดกับราชวงศ์เสวี่ยหมานของข้าหรือไม่!"
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! ฝ่าบาท เหตุที่เรียกว่าตัวแปรนอกกฎเกณฑ์ นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกมันไม่สามารถคาดเดาได้ และไม่อาจคำนวณได้ หากสามารถรู้ตื้นลึกหนาบางของตัวแปรนอกกฎเกณฑ์ได้ เช่นนั้นพวกเขาก็คงไม่ถูกเรียกว่าตัวแปรนอกกฎเกณฑ์แล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ..."
ราชครูผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะอันบาดแก้วหู เขาหยิบหมากสีขาวขึ้นมาวางลงบนกระดาน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มอันแสนอัปลักษณ์บนใบหน้า
"ก็ถูกของท่าน! ตัวแปรนอกกฎเกณฑ์หากคาดเดาได้ก็คงไม่เรียกว่าตัวแปรนอกกฎเกณฑ์แล้ว! เช่นนั้นราชครูมีความเห็นเช่นไรกับการทำศึกระหว่างเสวี่ยหมานของข้ากับต้าฉินในครั้งนี้?"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามต่อไป
"ฝ่าบาท! โปรดรอสักครู่ ขอให้ข้าน้อยได้คำนวณดูสักหน่อย..."
ราชครูเก็บหมากในมือกลับคืนสู่โถใส่หมาก หลับตาลง สองมือประสานอิน ริมฝีปากพึมพำท่องคาถา...
จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็จ้องมองเขาอยู่เช่นนั้น รอคอยผลลัพธ์จากราชครูเสวี่ยหมาน
การทำศึกทุกครั้งก่อนหน้านี้ พระองค์ล้วนให้ราชครูเป็นผู้ทำนายให้ แม้จะไม่ได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงมากนัก ดังนั้น พระองค์จึงให้ความไว้วางใจในตัวราชครูเป็นอย่างมาก...
"พรวด~~"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จู่ๆ ราชครูเสวี่ยหมานก็ลืมตาขึ้น บนใบหน้าปรากฏความเจ็บปวดทรมาน เลือดสดๆ คำโตพุ่งกระฉอกออกมา รดลงบนกระดานหมากที่อยู่เบื้องหน้า สิ่งที่น่าประหลาดก็คือเลือดของเขากลับไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีทมิฬ...
"ราชครู!"
สีหน้าของจักรพรรดิเสวี่ยหมานเปลี่ยนไป ตรัสด้วยความร้อนรน
"เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดจึงถูกสวรรค์สะท้อนพลังกลับมาได้?"
ราชครูเสวี่ยหมานกล่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ไม่ ข้าไม่เชื่อ..."
ดวงตาของราชครูเสวี่ยหมานเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม เขาหลับตาลงและเริ่มทำการคำนวณอีกครั้ง...
จักรพรรดิเสวี่ยหมานอ้าปากค้าง อยากจะตรัสอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตรัสออกมา ได้แต่มองดูราชครูเสวี่ยหมานด้วยสีหน้าเป็นกังวล...
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ เหลียงโจวที่อยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ อิ๋งเฉินก็ตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน...
"ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว?"
อิ๋งเฉินพึมพำกับตนเอง เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับสายหนึ่งกำลังพยายามจะทำนายเรื่องราวของเขา เขาจึงสั่งให้ระบบทำการปกปิดตัวเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นกลับมาอีกแล้ว...
"ระบบ! ทำการปกปิดต่อไป!"
อิ๋งเฉินสั่งการในใจ
"ติ๊ง! ปกปิดสำเร็จ!"
เสียงของระบบดังขึ้นตามมา
เมื่อสัมผัสได้ว่าความรู้สึกประหลาดนั้นได้หายไปแล้ว อิ๋งเฉินก็วางใจ และเข้าสู่สภาวะการฝึกฝนอีกครั้ง
ภาพตัดกลับมาทางด้านเมืองหลวงเสวี่ยหมาน
"อ๊าก!"
ราชครูเสวี่ยหมานร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเป็นสายเลือดไหลอาบแก้ม ในขณะเดียวกัน ระดับการฝึกตนของเขาก็เริ่มถดถอยลงอย่างรวดเร็ว...
ขั้นฮว่าเสินระดับต้น, ขั้นหยวนอิงระดับสูงสุด, ขั้นหยวนอิงระดับปลาย, ขั้นหยวนอิงระดับกลาง จนกระทั่งถึงขั้นหยวนอิงระดับต้นจึงค่อยๆ หยุดลง ระดับพลังร่วงหล่นลงมาถึงหนึ่งขั้นใหญ่เต็มๆ...
"ระ... ระดับพลังของข้า?"
ราชครูเสวี่ยหมานยากที่จะยอมรับได้ ระดับพลังของตนเองถึงกับร่วงหล่นลงมามากถึงเพียงนี้ ไม่ใช่แค่ระดับพลังเท่านั้น แต่แม้แต่บนหยวนอิงของเขาก็ยังมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาด้วย...
"ราชครู ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานจับจ้องราชครูเสวี่ยหมานมาโดยตลอด ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ทำให้พระองค์ตกพระทัยจนแทบสิ้นสติเลยทีเดียว...
"ฝ่าบาท! กะ... การนำทัพออกศึกในครั้งนี้มีความน่าสะพรึงกลัวอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ข้าน้อยไม่อาจคำนวณออกมาได้..."
"เมื่อครู่นี้ตอนที่ข้าน้อยทำการคำนวณในครั้งแรก อีกฝ่ายเพียงแค่ลงโทษสถานเบาเท่านั้น แต่ข้าน้อยกลับไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ถึงกับริอาจจะทำการคำนวณเป็นครั้งที่สอง ถึงได้ส่งผลให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ระดับพลังจะลดฮวบลง ภายในเวลาหนึ่งร้อยปีนี้ ข้าน้อยก็คงไม่อาจลงมือทำสิ่งใดได้อีกแล้ว..."
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ บนใบหน้าของราชครูเสวี่ยหมานก็ปรากฏรอยยิ้มขื่นๆ เมื่อรอยยิ้มนี้ประกอบเข้ากับเลือดที่ไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของเขาแล้ว ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง......
"อะไรนะ?"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ต้าฉินแห่งนี้ถึงกับมีผู้สูงส่งระดับนี้อยู่ด้วยหรือ!"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานตรัสด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ฝ่าบาท โปรดระวังคำพูดด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
สีหน้าของราชครูเสวี่ยหมานเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขารีบเอ่ยปากเตือน
"บุคคลระดับนี้ สามารถสัมผัสได้ถึงที่นี่จากระยะทางไกลนับหมื่นลี้เลยหรือ!"
เมื่อจักรพรรดิเสวี่ยหมานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหวาดหวั่นเช่นกัน พระองค์หุบปากลงทันที การที่สามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งขั้นฮว่าเสินระดับพลังร่วงหล่นลงมาหนึ่งขั้นใหญ่จากระยะทางไกลนับหมื่นลี้ได้นั้น วิธีการเช่นนี้ช่างลึกลับเกินหยั่งถึง ไม่ใช่สิ่งที่พระองค์จะไปตอแยได้เลย...
"ข้าน้อยขอกล่าวเพียงเท่านี้ ฝ่าบาทจะยังคงส่งทัพออกศึกหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ..."
ราชครูเสวี่ยหมานลุกขึ้นยืน และเดินโซเซออกไปด้านนอก
"เด็กๆ ส่งราชครูกลับจวน!"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานสั่งการ
ขันทีนายหนึ่งเดินเข้ามา ประคองราชครูเสวี่ยหมาน และเดินมุ่งหน้าไปยังจวนของเขา
หลังจากที่ราชครูเสวี่ยหมานจากไปแล้ว จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็จ้องมองเค้าโครงกระดานหมากที่อยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
"เทียนอี!"
ครู่ต่อมา จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็ร้องเรียกเบาๆ
"ฝ่าบาท!"
เงาร่างในชุดคลุมสีทมิฬสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายจักรพรรดิเสวี่ยหมาน คุกเข่าข้างหนึ่งลงและกล่าวด้วยความเคารพ
"ทางด้านองค์ชายสามมีข่าวคราวอันใดหรือไม่?"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานตรัสถาม
"ตอนนี้ยังไม่มีข่าวใดๆ พ่ะย่ะค่ะ แต่ตามรายงานของสายลับตำหนักเสวี่ยหมานที่แฝงตัวอยู่ในเหลียงโจว องค์ชายสามและผู้อาวุโสเฉียนได้เดินทางมาถึงเมืองซั่วหยางเฉิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของเหลียงโจวแล้วพ่ะย่ะค่ะ..."
เทียนอีกล่าวด้วยความเคารพ
"อืม!"
จักรพรรดิเสวี่ยหมานพยักหน้า และตรัสว่า "สั่งให้เจ้าสามรีบลงมือโดยเร็ว! กองทัพของราชวงศ์รอไม่ไหวแล้ว! ทั้งราชวงศ์กำลังรอฟังข่าวจากเขาอยู่..."
"รับคำสั่ง!"
ท้ายที่สุดแล้ว จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็เลือกที่จะลงมือ นี่คือการตัดสินใจที่ผ่านการคิดทบทวนมาอย่างรอบคอบแล้ว เพราะหากราชวงศ์เสวี่ยหมานต้องการจะเลื่อนระดับขึ้นเป็นราชวงศ์ระดับจักรพรรดิ ก็ไม่อาจก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปได้ ราชวงศ์เสวี่ยหมานนั้นยากจนข้นแค้นเกินไป ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้พวกเขาเลื่อนระดับได้ และการจะเลื่อนระดับเป็นราชวงศ์ระดับจักรพรรดินั้น ไม่เพียงแต่มีความต้องการทางด้านประชากรเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการทางด้านอาณาเขตอีกด้วย...
ประชากรและดินแดนของต้าฉิน สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้พอดี พระองค์ไม่อยากจะยอมแพ้ไปง่ายๆ เช่นนี้...
นอกจากนี้ พระองค์ยังคงแอบมีความหวังอยู่ลึกๆ ว่าบางทีผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้นอาจจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันใดกับต้าฉินก็เป็นได้!
บางที ผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้นอาจจะแค่ผ่านมา และบังเอิญถูกราชครูคำนวณเจอเข้าพอดีก็ได้!
ยิ่งคิด จักรพรรดิเสวี่ยหมานก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ ราชวงศ์เสวี่ยหมานและต้าฉินทำสงครามกันมานับพันปีแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี พระองค์รู้ดีว่าต้าฉินไม่มีทางที่จะมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ดำรงอยู่ได้...
และแล้ว แววตาของจักรพรรดิเสวี่ยหมานก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และบ้าคลั่ง หากการออกศึกในครั้งนี้ไม่สำเร็จ ก็ขอตายเสียดีกว่า...
... ... ... ... ...
เหลียงโจว เมืองซั่วหยางเฉิง
ภายในห้องลับสำหรับฝึกฝนของอิ๋งเฉิน
อิ๋งเฉินค่อยๆ รั้งพลังกลับ นิมิตที่เกิดจากการฝึกฝนวิชาจักรพรรดิเทพบรรพกาลบนร่างกายก็ค่อยๆ เลือนหายไป...
เขาลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง ทั่วทั้งร่างก็เกิดเสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ
"ฟู่! สบายตัวจัง!"
อิ๋งเฉินพ่นลมหายใจออกมา และกล่าวขึ้น
เขารู้สึกได้ว่านับตั้งแต่บรรลุถึงขั้นหยวนอิงระดับปลาย ความเร็วในการฝึกฝนของตนเองก็เริ่มช้าลง ไม่สิ จะบอกว่าช้าก็คงไม่ได้ เพียงแต่พลังลมปราณที่ต้องการใช้ในการเลื่อนขั้นนั้นมันมหาศาลมากยิ่งขึ้นต่างหาก...
ด้วยความเร็วในการฝึกฝนของเขาในตอนนี้ หากต้องการจะฝึกฝนจนถึงขั้นหยวนอิงระดับสูงสุด เกรงว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง...
"ติ๊ง! ตรวจพบว่าศัตรูตัวฉกาจของต้าฉินกำลังเตรียมการบุกโจมตีด่านเจิ้นหมาน ขณะนี้ระบบขอส่งมอบภารกิจ วิกฤติด่านเจิ้นหมาน"
"รายละเอียดภารกิจ: เข้าช่วยเหลือด่านเจิ้นหมานในยามวิกฤต พร้อมทั้งขับไล่หรือทำลายล้างกองทัพของราชวงศ์เสวี่ยหมาน หากทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับรางวัลอย่างงาม (หมายเหตุ: ความคุ้มค่าของรางวัลในครั้งนี้ จะพิจารณาจากผลงานการทำภารกิจของโฮสต์)"
"หืม? ส่งมอบภารกิจแล้วงั้นหรือ?"
"ช่วยเหลือด่านเจิ้นหมาน? ตรงกับใจข้าพอดีเลย!"
อิ๋งเฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ตรวจสอบรายละเอียดของภารกิจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย และกล่าวขึ้น