- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- ตอนที่ 146 ยอดขายถล่มทลาย ! ราคาหุ้นพุ่งกระฉูด ทะลุแสนล้านดอลลาร์ !
ตอนที่ 146 ยอดขายถล่มทลาย ! ราคาหุ้นพุ่งกระฉูด ทะลุแสนล้านดอลลาร์ !
ตอนที่ 146 ยอดขายถล่มทลาย ! ราคาหุ้นพุ่งกระฉูด ทะลุแสนล้านดอลลาร์ !
ตอนที่ 146 ยอดขายถล่มทลาย ! ราคาหุ้นพุ่งกระฉูด ทะลุแสนล้านดอลลาร์ !
"สวัสดีค่ะท่านผู้ชมทุกท่าน ! "
"ดิฉัน เสี่ยวหราน ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์เซี่ยงไฮ้ ค่ะ ขณะนี้ดิฉันกำลังยืนอยู่บนถนนฮุยจิง ในเซี่ยงไฮ้ และที่อยู่เบื้องหน้าของดิฉันนี้ก็คือ ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของเจ๋อรัน เทคโนโลยี สาขาถนนฮุยจิงค่ะ"
"อย่างที่ทุกท่านเห็นนะคะ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ถึงเวลา 09:30 น. ดี แต่บริเวณด้านหน้าร้านของเจ๋อรัน เทคโนโลยี กลับมีผู้คนจำนวนมากมารอต่อคิวกันยาวเหยียดแล้วค่ะ"
"เดี๋ยวเสี่ยวหรานจะพาทุกท่านเข้าไปดูใกล้ ๆ กันนะคะ ว่าเกิดปรากฏการณ์อะไรขึ้น..."
นักข่าวสาวสวยรายงานสดใส่กล้อง ก่อนจะเดินนำตากล้องตรงเข้าไปหากลุ่มคนที่กำลังยืนต่อคิวอยู่
ก่อนหน้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์เซี่ยงไฮ้ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีคลื่นฝูงชนจำนวนมหาศาล ไปยืนต่อคิวรออยู่บริเวณหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายของเจ๋อรัน เทคโนโลยีหลายสาขาทั่วเมือง เพื่อรอซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่า พวกเขาจึงรีบส่งนักข่าวลงพื้นที่ทันที
โดยตั้งใจจะนำภาพข่าวและบทสัมภาษณ์นี้ ไปออกอากาศในรายการข่าวภาคเที่ยง
เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ณ เวลานี้ เจ๋อรัน เทคโนโลยี คือ 'องค์กรดาวรุ่งแห่งยุค' ที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองเซี่ยงไฮ้ และสมาร์ทโฟนซิงเย่าที่กำลังวางขายก็ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างล้นหลาม
การนำเสนอข่าวนี้ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนและโปรโมตบริษัทในท้องถิ่นแล้ว อีกนัยหนึ่งก็เป็นเพราะกระแสความร้อนแรงของสมาร์ทโฟนซิงเย่า เป็นที่ดึงดูดใจของผู้ชมอย่างแท้จริง
เพียงไม่นาน เสี่ยวหรานและตากล้องก็เดินมาถึงบริเวณด้านข้างของแถวที่ยาวเหยียด
เธอสุ่มเลือกชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนต่อคิวอยู่ แล้วเอ่ยถาม "สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าที่พวกคุณมายืนต่อคิวกันยาวขนาดนี้ มารอทำอะไรกันเหรอคะ ? "
ชายหนุ่มหันมามองเสี่ยวหราน เมื่อเห็นว่าเป็นนักข่าวสาวสวย เขาก็ส่งยิ้มให้แล้วตอบ "ก็ต้องมารอซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าสิครับ"
เสี่ยวหรานพยักหน้ารับ "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ! ขออนุญาตถามอีกนิดนะคะ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายมารอต่อคิวตั้งแต่ตอนไหนเหรอคะ ? "
ชายหนุ่มตอบตามตรง "ผมมาถึงที่นี่ประมาณ 08:40 น. ครับ แต่ตอนที่ผมมาถึง คิวข้างหน้าก็มีคนรออยู่เป็นร้อยคนแล้ว"
"ตอนแรกผมก็อุตส่าห์คิดว่าตัวเองมาเช้าแล้วนะ แต่ดันไปได้ยินคนอื่นคุยกันว่า มีหลายคนที่มารอต่อคิวกันตั้งแต่กลางดึกเลย..."
"จริงเหรอคะเนี่ย ! มารอคิวตั้งแต่กลางดึกเลยเหรอ ? ดูเหมือนว่าสมาร์ทโฟนซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยี จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจริง ๆ นะคะ..."
เสี่ยวหรานอุทานด้วยความทึ่ง
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ "แน่นอนสิครับ! ก่อนหน้านี้ผมก็เห็นกระแสพูดถึงมือถือรุ่นนี้ในเน็ตมาเยอะ ก็พอจะเดาได้แหละว่าพอวางขายแล้วต้องมีคนมาแห่ซื้อเพียบ"
"แต่ก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าคนจะเยอะมหาศาลขนาดนี้ ตอนที่ผมมาถึงแล้วเห็นคนต่อคิวกันเป็นขบวน ผมนี่แอบตกใจเลย"
หลังจากนั้น เสี่ยวหรานก็เดินไปสัมภาษณ์คนที่ยืนต่อคิวคนอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกสองสามคน
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เธอหันไปมองคิวที่ยาวเหยียดไปเรื่อย ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตากล้องที่มาด้วยกัน "ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบกลับไปตัดต่อข่าวที่สถานีนะ ฉันก็อยากจะไปต่อคิวซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าสักเครื่องเหมือนกัน"
ตากล้องก็พยักหน้าเห็นด้วยและพูดเสริม "นั่นสิครับ ใครจะไปคิดว่าสมาร์ทโฟนซิงเย่าของเจ๋อรัน เทคโนโลยีจะฮอตฮิตระเบิดระเบ้อขนาดนี้ ถึงขั้นมีคนยอมอดหลับอดนอนมาต่อคิวรอตั้งแต่กลางดึก นี่มันปรากฏการณ์ระดับบ้าคลั่งชัด ๆ ..."
"ใช่ค่ะ ! "
เสี่ยวหรานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายตั้งแต่วันแรกที่สมาร์ทโฟนซิงเย่าวางจำหน่ายนั้น ไม่เพียงแต่จะเหนือความคาดหมายของคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังสร้างความประหลาดใจให้กับทีมผู้บริหารของเจ๋อรัน เทคโนโลยี รวมถึงตัวหลี่เจ๋อเองด้วย
ไม่ใช่แค่ที่กรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เท่านั้น แต่รวมถึงเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้น กวางโจว หางโจว หนานจิง... และเมืองใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย แทบทุกสาขาของร้านตัวแทนจำหน่ายเจ๋อรัน เทคโนโลยี ล้วนมีคลื่นฝูงชนไปยืนรอต่อคิวแย่งซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่ากันอย่างล้นหลาม
จะมีก็แต่สาขาในเมืองรองหรือเมืองเล็ก ๆ เท่านั้นที่สถานการณ์อาจจะไม่ถึงขั้นวิกฤตหนัก
แต่ถึงกระนั้น ทันทีที่ร้านสาขาในเมืองเหล่านั้นเปิดทำการ ก็มีผู้คนจำนวนมากกรูเข้าไปในร้านจนแน่นขนัด และแน่นอนว่าเป้าหมายของเกือบทุกคนก็คือสมาร์ทโฟนซิงเย่านั่นเอง
ณ สำนักงานใหญ่ เจ๋อรัน เทคโนโลยี
ฉินไห่ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องทำงานของซุนถิง "คุณซุนครับ เมื่อกี้ร้านสาขาในหลาย ๆ เมืองโทรสายตรงเข้ามาเร่งรัดให้เราเติมสต็อกสินค้าด่วนเลยครับ ! โดยเฉพาะสาขาในเมืองใหญ่ ๆ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว... สต็อกที่ส่งไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ใกล้จะเกลี้ยงตู้แล้วครับ พวกเขาเร่งมาด่วนมากเลย"
เมื่อซุนถิงได้ยินรายงาน เธอก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับด้วยความตกตะลึง "จริงเหรอเนี่ย ? สาขาในเมืองระดับเทียร์ 1 เราอัดสต็อกไปให้สาขาละไม่ต่ำกว่าห้าร้อยเครื่องเลยนะ ! "
"นี่เพิ่งจะกี่โมงเอง ยังไม่ถึงสิบเอ็ดโมงด้วยซ้ำ ของจะหมดสต๊อกแล้วเหรอ ? "
ฉินไห่ยิ้มแหย ๆ "ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันครับ แต่มันคือเรื่องจริง ดูเหมือนว่าพวกเราจะประเมินกระแสความต้องการสมาร์ทโฟนซิงเย่าในตลาดต่ำเกินไปจริง ๆ "
ฉินไห่พูดเสริม "ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่ระดับเทียร์ 1 นะครับ สาขาในหัวเมืองระดับมณฑล อีกหลายแห่งก็โทรมาเร่งของเหมือนกัน"
"ถ้าเราไม่รีบเติมของล่ะก็ ไม่ทันพ้นเที่ยง สาขาส่วนใหญ่ในหัวเมืองมณฑลก็คงจะไม่มีของเหลือขายแล้วเหมือนกัน..."
ซุนถิงอ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "นี่มันจะบ้าคลั่งเกินไปแล้ว! สมาร์ทโฟนซิงเย่าของเราไม่ใช่ของราคาถูก ๆ นะ ราคาตั้งห้าพันกว่าหยวน ถือเป็นสินค้าระดับไฮเอนด์เลยนะ"
"สต๊อกลอตแรกที่เรากระจายไปยังสาขาทั่วประเทศ รวม ๆ แล้วก็มีตั้งกว่าแสนเครื่อง ! ถ้าเป็นไปตามที่รายงานมา สต๊อกในโกดังที่เราเหลืออยู่ประมาณห้าแสนเครื่อง มีหวังคงจะระเหยเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงอาทิตย์แน่ ๆ ! "
ก่อนหน้านี้ เจ๋อรัน เทคโนโลยี ได้ผลิตสมาร์ทโฟนซิงเย่าออกมาทั้งหมดราว ๆ หนึ่งล้านสองแสนกว่าเครื่อง
ในจำนวนนี้ ถูกแบ่งส่งไปยังตลาดอเมริกาถึงห้าแสนเครื่อง
ทำให้เหลือสต๊อกสำหรับตลาดในประเทศเพียงแค่เจ็ดแสนกว่าเครื่องเท่านั้น และในจำนวนนี้ ก็ต้องแบ่งโควตาให้กับแพลตฟอร์ม โก่วตงมอลล์ สำหรับจำหน่ายออนไลน์อีกหนึ่งแสนเครื่อง
เท่ากับว่ามีของเหลือกระจายให้ร้านสาขาทั่วประเทศเพียงแค่หกแสนกว่าเครื่องเท่านั้น
จากเดิมที่เคยประเมินกันไว้ว่า สต๊อกหกแสนกว่าเครื่องนี้น่าจะพอขายหล่อเลี้ยงตลาดไปได้สักครึ่งค่อนเดือน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน... มันช่างห่างไกลจากสิ่งที่ซุนถิงคาดการณ์ไว้ลิบลับ
ดังนั้น ซุนถิงจึงรีบสั่งการทันที "โอเค งั้นคุณรีบแจ้งให้ทางโกดังเตรียมแพ็กของส่งไปเติมสต๊อกให้สาขาที่ขาดของด่วนเลย โดยให้ยึดโควตาการส่งของตามจำนวนลอตแรกที่เคยส่งไป"
"เราต้องค่อย ๆ ทยอยปล่อยของนะ เพราะสต๊อกสำหรับช่องทางออฟไลน์ เราเหลืออยู่ในมือแค่ประมาณห้าแสนเครื่องเท่านั้น ขืนปล่อยตู้มเดียวหมด มีหวังไม่กี่วันเราคงไม่มีของเหลือให้ขายแล้ว"
ฉินไห่พยักหน้ารับคำ "ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้"
"อ้อ... แต่ว่าคุณซุนครับ คุณคิดว่าเราควรจะปรับลดเพดานการจำกัดสิทธิ์ซื้อหน้าสาขา ให้เหลือแค่ 'คนละหนึ่งเครื่อง' ดีไหมครับ ? ผมลองสอบถามสถานการณ์จากหลาย ๆ สาขาดูแล้ว ปรากฏว่ามีพวกพ่อค้าคนกลางไปป้วนเปี้ยนกว้านซื้อของเยอะมาก"
"แถมพวกมันยังไปตั้งโต๊ะรับซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าอยู่หน้าร้าน เสนอบวกกำไรให้สองสามร้อยหยวน เพื่อหลอกล่อให้ลูกค้าทั่วไปที่ตั้งใจจะมาซื้อไปใช้เองเครื่องเดียว ยอมกดโควตามาสองเครื่อง"
"แล้วเอาเครื่องที่เกินมาไปขายต่อให้พวกมัน..."
เมื่อได้ฟังรายงาน ซุนถิงก็ขมวดคิ้วแน่น
ตอนแรกที่เจ๋อรัน เทคโนโลยีตั้งเพดานจำกัดการซื้อไว้ที่คนละสองเครื่อง ก็เผื่อเอาไว้ว่าบางคนอาจจะมาซื้อเผื่อคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ หลายคนยังต้องไปทำงาน เลยอาจจะไม่สะดวกมาซื้อด้วยตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าความหวังดีนี้ จะกลายเป็นช่องโหว่ให้พวกแก๊งพ่อค้าคนกลางฉวยโอกาสเอาเปรียบไปเสียแล้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซุนถิงก็กล่าว "เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณหลินก่อน ถ้าเธอเห็นด้วย เราก็จะออกประกาศแจ้งไปยังทุกสาขาทันที ให้ปรับลดเพดานการจำกัดสิทธิ์ซื้อเหลือเพียง 'คนละ 1 เครื่อง' ! "
"ได้ครับ ! งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปจัดการเรื่องจัดส่งสินค้าให้ทางโกดังก่อนนะครับ..."
ฉินไห่รับคำสั่ง
"อืม!"
ทันทีที่ฉินไห่เดินออกไป ซุนถิงก็รีบเดินไปที่ห้องทำงานของหลินเยว่เพื่อหารือเรื่องนี้ทันที
เมื่อหลินเยว่ได้รับรายงานยอดขายและกระแสตอบรับอันถล่มทลายของสมาร์ทโฟนซิงเย่า เธอก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็อนุมัติข้อเสนอของซุนถิงทันที โดยให้ร้านสาขาทุกแห่งปรับลดเพดานการจำกัดการซื้อเหลือเพียงหนึ่งเครื่องต่อคน
เมื่อได้รับอนุมัติ ซุนถิงก็รีบสั่งการให้พนักงานติดต่อไปยังร้านสาขาทุกแห่งทันที เพื่อแจ้งนโยบายใหม่
ในขณะเดียวกัน ทางเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ได้ประกาศข่าวนี้ให้สาธารณชนรับทราบผ่านทางบัญชีเวยป๋อทางการของบริษัทด้วย
และเมื่อชาวเน็ตได้เห็นประกาศจากเจ๋อรัน เทคโนโลยี บนเวยป๋อ ที่ระบุว่าได้ปรับลดโควตาการซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าเหลือเพียงคนละหนึ่งเครื่อง โลกออนไลน์ก็ลุกเป็นไฟอีกครั้ง
"เชี่ยเอ๊ย ! สมาร์ทโฟนซิงเย่าเพิ่งจะวางขายวันนี้วันแรกเองนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงลดเพดานการซื้อเหลือคนละเครื่องซะล่ะ ? "
"โธ่เว้ย ! ตอนแรกฉันกะว่ารอเลิกงานแล้วจะแวะไปจัดมาสักสองเครื่อง เครื่องนึงใช้เอง อีกเครื่องให้เมีย พอมาประกาศหั่นโควตาเหลือคนละเครื่องแบบนี้ แบบนี้ก็แปลว่าฉันต้องลากเมียไปซื้อด้วยกันน่ะสิ ? "
พอเห็นคอมเมนต์นี้ ก็มีคนมาตอบกลับอย่างรวดเร็ว
"นี่เพื่อน ! นายยังแอบฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะไปซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าหลังเลิกงานอยู่อีกเหรอ ? ฉันว่านายคงเมากาวแล้วล่ะ ! "
"นายไม่ได้ดูรูปที่คนเขาแชร์กันว่อนเน็ตเหรอไง ? ร้านสาขาเจ๋อรัน เทคโนโลยีหลายที่น่ะ คนมาต่อคิวรอซื้อกันยาวเป็นกิโลเลยนะ"
"ฉันได้ยินข่าววงในมาว่า บางสาขาน่ะ ของเกลี้ยงสต๊อกไปเรียบร้อยแล้ว ขืนนายรอไปซื้อตอนเลิกงาน... ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ นู่นแหละ ถึงจะมีของหลุดมาถึงนาย ! "
"ส่วนฉันปลงแล้วล่ะ เดี๋ยวรอเที่ยงตรง จะลองเสี่ยงดวงเข้าไปกดแย่งซื้อในเว็บโก่วตงมอลล์ดู เผื่อฟลุ๊ค"
หลังจากนั้น ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
"ที่อื่นฉันไม่รู้นะ แต่ที่ปักกิ่งบ้านฉันเนี่ย ฉันได้ยินมาว่าร้านสาขาเจ๋อรัน เทคโนโลยีหลายที่น่ะ ของหมดเกลี้ยงตู้แล้ว ทำได้แค่ลงชื่อจองคิวไว้เฉย ๆ ส่วนของลอตใหม่จะมาเติมเมื่อไหร่นั้น พวกพนักงานในร้านก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน"
"โชคดีที่ฉันเคยมีประสบการณ์ตรงตอนที่ไปซื้อคอมพิวเตอร์เจ๋อรัน เทคโนโลยีคราวก่อน เลยเดาทางออกว่ามันต้องเกิดเหตุการณ์ของขาดตลาดแบบนี้แหง ๆ เมื่อเช้าฉันก็เลยรีบแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่แปดโมงเช้า ไปดักรอหน้าร้านสาขาที่ใกล้บ้านที่สุด ถึงได้สอยสมาร์ทโฟนซิงเย่ามานอนกอดได้ตั้งสองเครื่อง"
"ถ้าไปสายกว่านี้แค่นิดเดียวนะ รับรองชวดแน่ ๆ สมาร์ทโฟนซิงเย่านี่ฮอตฮิตกว่าที่ใคร ๆ คาดคิดไว้เยอะเลยนะ ฉันได้ยินมาว่ามีคนบ้าพลังถึงขั้นไปกางเต็นท์รอคิวกันตั้งแต่กลางดึกเลยด้วยซ้ำ"
คอมเมนต์ยาวเหยียดนี้ ไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นข้อความจากเฉินอันนั่นเอง
และทันทีที่คอมเมนต์ของเขาปรากฏขึ้น ก็มีคนรีบมาตอบกลับแทบจะในทันที
"นี่เพื่อน ! นายได้ตั้งสองเครื่องเลยเหรอ แบ่งให้ฉันสักเครื่องได้ไหม ? ฉันบวกกำไรให้สองร้อยหยวนเลย สนใจไหม ? "
เมื่อเฉินอันเห็นข้อความนี้ เขาก็ยิ้มมุมปากเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ฉันก็ใช้เองแค่เครื่องเดียวนั่นแหละครับ แต่ถ้าจะบวกให้แค่สองร้อยหยวน ฉันคงต้องขอผ่าน"
"เมื่อเช้าตอนเดินออกจากร้านเจ๋อรัน เทคโนโลยี มีพ่อค้าคนกลางมาดักรอเสนอราคารับซื้อให้ตั้งสามร้อยหยวน ฉันยังไม่ยอมปล่อยเลย"
"ถ้าใครสนใจอยากซื้อจริง ๆ ก็ส่งข้อความหลังไมค์มาคุยกันได้ครับ ถ้าราคาดีฉันก็อาจจะยอมปล่อยเครื่องที่เกินมาให้ แต่มีข้อแม้ว่า ฉันสะดวกนัดเจอและส่งมอบของกันต่อหน้าในกรุงปักกิ่งเท่านั้นนะครับ อ้อ ! เครื่องที่ฉันตั้งใจจะปล่อยเป็นรุ่น 8GB นะครับ..."
หลังจากที่เฉินอันโพสต์ข้อความนี้ออกไป ไม่นานกล่องข้อความของเขาก็แทบระเบิด มีคนส่งข้อความมาสอบถามราคาที่จะยอมปล่อยของอย่างล้นหลาม
และในท้ายที่สุด เฉินอันก็สามารถปิดดีล ปล่อยสมาร์ทโฟนซิงเย่ารุ่น 8GB ที่เขาซื้อมาเกินได้ในราคาที่บวกกำไรสูงถึงห้าร้อยหยวน !
แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้
ในขณะเดียวกัน ข่าวคราวเกี่ยวกับยอดขายที่ถล่มทลายจนเกิดปรากฏการณ์การต่อคิวแย่งซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าทั่วประเทศ ก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าทางฝั่ง โก่วตงมอลล์ ก็ได้รับรู้ข่าวสารนี้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ณ สำนักงานใหญ่ โก่วตงมอลล์
"คุณหลิวครับ อีกครึ่งชั่วโมงก็จะเที่ยงตรงแล้ว เราจะปล่อยโควตาสมาร์ทโฟนซิงเย่าทั้ง 100,000 เครื่องออกไปพร้อมกันรวดเดียวเลยหรือเปล่าครับ ? "
"ผมเห็นข่าวในเน็ต ดูเหมือนว่าร้านสาขาของเจ๋อรัน เทคโนโลยีในหลาย ๆ เมืองจะของหมดเกลี้ยงแล้ว ผมเลยคิดว่า... เราควรจะแบ่งปล่อยสินค้าออกไปเป็นลอต ๆ ดีไหมครับ ? "
"เพราะถ้าปล่อยของแค่ 100,000 เครื่องออกไปรวดเดียว มีหวังโดนกวาดเรียบภายในพริบตาแน่ ๆ ..."
พนักงานคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้องทำงานของหลิวเฉียงจื่อ (ต้าเฉียงจื่อ) เพื่อรายงานสถานการณ์และเสนอความคิดเห็น
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวเฉียงจื่อก็ชะงักไปเล็กน้อย "นี่ขนาดเพิ่งเริ่มวางขายวันแรก ร้านสาขาของเจ๋อรัน เทคโนโลยีหลายที่ก็ของหมดสต๊อกแล้วเหรอ ? มันจะฮอตฮิตอะไรขนาดนั้น..."
พูดจบ เขาก็รีบสั่งการทันที "โอเค งั้นคุณรีบไปบอกให้ทีมงานแก้จำนวนสต๊อกสมาร์ทโฟนซิงเย่าที่จะปล่อยขายตอนเที่ยงนี้ด่วนเลย"
"สำหรับวันนี้ ให้ปล่อยของออกไปแค่ 10,000 เครื่อง ก่อน ส่วนที่เหลือ... ค่อยมาปรับลดเพิ่มจำนวนที่จะปล่อยขายในแต่ละวันตามสถานการณ์อีกที"
"อย่าลืมสิ เจ๋อรัน เทคโนโลยีแบ่งโควตาให้เราขายแค่ 100,000 เครื่องเท่านั้น ดูจากยอดขายถล่มทลายทางฝั่งหน้าร้านของพวกเขาแล้ว... งานนี้ถ้าเราจะขอเติมของเพิ่ม น่าจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ และต่อให้ขอเติมได้ จำนวนเครื่องที่ได้มาก็คงจะไม่เยอะแน่ ๆ ..."
"รับทราบครับ คุณหลิว ! "
พนักงานคนนั้นรีบรับคำสั่งและเดินออกไปจัดการทันที
...
ซ่งเจี้ยนเฉิง นั่งจ้องเวลาที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ตาไม่กะพริบ
ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาพักเที่ยง แต่จิตใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทำงานอีกต่อไปแล้ว เพราะบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขากำลังเปิดหน้าเพจสินค้าสมาร์ทโฟนซิงเย่าบนเว็บไซต์โก่วตงมอลล์เอาไว้
เขาล็อกอินบัญชีเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่เวลาเที่ยงตรงเป๊ะปุ๊บ เขาก็จะรีบกดสั่งซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าปั๊บ เมื่อครู่นี้ เขาแอบอู้ดูข่าวในอินเทอร์เน็ตช่วงสั้น ๆ และได้รู้ความจริงอันน่าตกใจว่า สมาร์ทโฟนซิงเย่าที่วางขายตามร้านสาขานั้น ถูกเหมาจนเกลี้ยงตู้ไปหลายที่แล้ว ! ความกลัวว่าจะกดซื้อไม่ทันเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาจึงรีบเปิดหน้าเว็บโก่วตงมอลล์มารอท่าไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสนี้
ไม่นานนัก เข็มนาฬิกาก็บอกเวลาเที่ยงตรง
ทันทีที่เขากดรีเฟรชหน้าเพจและปุ่มสั่งซื้อปรากฏขึ้น ซ่งเจี้ยนเฉิงซึ่งเตรียมเอาเมาส์จ่อรอไว้อยู่แล้ว ก็คลิกปุ่มไปโดยสัญชาตญาณ
เมื่อหน้าต่างป๊อปอัปให้เลือกรุ่นปรากฏขึ้น เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบเลือกความจุ 8GB แล้วกดปุ่มยืนยันคำสั่งซื้อทันที
ทว่า ในขณะที่หน้าเว็บกำลังเปลี่ยนผ่านไปยังหน้าชำระเงิน กลับมีข้อความตัวเบ้อเริ่มปรากฏขึ้นมาว่า... 'ขออภัย สินค้าที่คุณต้องการสั่งซื้อ สินค้าหมด แล้ว'
ในชั่วพริบตานั้น ซ่งเจี้ยนเฉิงถึงกับหลุดสบถออกมาเสียงดังลั่น "เชี่ยเอ๊ย ! นี่กูอุตส่าห์เฝ้าหน้าจอกดสั่งซื้อตอนเวลาเป๊ะ ๆ แล้วนะ ผ่านไปไม่กี่วิ ของหมดเนี่ยนะ ? ? ? "
เขาไม่ยอมแพ้ รีบกดกลับไปที่หน้าสินค้าแล้วกดปุ่มรีเฟรชอีกครั้ง
และมันก็เป็นอย่างที่ข้อความแจ้งเตือนบอก... ปุ่มสั่งซื้อที่เคยสว่างวาบเมื่อครู่นี้ กลายเป็นสีเทาหม่น ไม่สามารถคลิกได้อีกต่อไป
ซ่งเจี้ยนเฉิงผู้ไม่เชื่อสายตาตัวเอง กดรีเฟรชซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...
"แม่มเอ๊ย ! นี่มันจะโอเวอร์เกินไปแล้วมั้ง ! ไอ้บ้าเอ๊ย โก่วตงมอลล์มันปล่อยของออกมากี่เครื่องกันแน่เนี่ย ทำไมผ่านไปแค่ไม่กี่วิ ของถึงโดนกวาดเรียบแบบนี้วะ ? "
ซ่งเจี้ยนเฉิงสบถด่าด้วยความหงุดหงิด
เสียงสบถของเขาดังพอที่จะเรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ เพื่อนร่วมงานคนนั้นรีบชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้ "เกิดอะไรขึ้นเหรอเหล่าซ่ง ? "
ซ่งเจี้ยนเฉิงทำหน้าเซ็งๆ พลางเหลือบมองหน้าจอที่ยังคงโชว์ข้อความ 'สินค้าหมด' อยู่ แล้วถอนหายใจยาว "ดูเอาเองสิ เมื่อกี้ฉันกะจะกดซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่า อุตส่าห์จ้องนาฬิกาพอกดปุ่มซื้อตอนเที่ยงตรงเป๊ะ ๆ แต่พอเว็บโหลดจะไปหน้าจ่ายเงิน... มันดันขึ้นว่าของหมดเฉยเลย ! นี่มันผ่านไปแค่กี่วินาทีเองเนี่ย บ้าชะมัด ! "
พอเพื่อนร่วมงานได้ฟังเหตุผล ก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "เอาจริงดิ... น...นี่มันจะบ้าเกินไปแล้ว ! มือถือราคาเครื่องละห้าพันกว่าหยวนนะเฟ้ย แต่ดันโดนกวาดเรียบภายในเวลาไม่กี่วิเนี่ยนะ ? "
ซ่งเจี้ยนเฉิงถอนหายใจอีกระลอก "ก็เออน่ะสิ ! ก่อนหน้านี้ฉันก็เพิ่งอ่านข่าวเจอว่าร้านสาขาหลาย ๆ ที่ ของหมดสต๊อกไปแล้วด้วย แม่งเอ๊ย ! ดูทรงแล้วสงสัยเย็นนี้เลิกงานแล้ว คงต้องถ่อไปดูตามร้านสาขาของเจ๋อรัน เทคโนโลยีล่ะมั้ง เผื่อจะฟลุ๊คมีของหลงเหลืออยู่บ้าง"
"แต่ก็อย่าตั้งความหวังไว้สูงเลย น่าจะแห้วแหง ๆ อย่างมากก็ทำได้แค่จองคิวไว้ก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะได้ของ..."
เพื่อนร่วมงานของเขาเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง "ไม่นึกเลยแฮะว่าสมาร์ทโฟนซิงเย่ามันจะฮอตฮิตได้ขนาดนี้ ! "
"นั่นน่ะสิ ใครจะไปคิด ! "
...
ชะตากรรมของซ่งเจี้ยนเฉิง ไม่ได้ต่างอะไรกับมนุษย์เงินเดือนอีกหลายแสนคนที่ฝากความหวังไว้กับการกดซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าผ่านโก่วตงมอลล์ แต่กลับต้องกินแห้วไปตาม ๆ กัน
ถึงแม้ว่าโควตา 10,000 เครื่องที่โก่วตงมอลล์ปล่อยออกมา จะไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยก็ตามที
แต่จากข้อมูลเชิงลึกในระบบหลังบ้าน ของโก่วตงมอลล์ ระบุชัดเจนว่า ทันทีที่สมาร์ทโฟนซิงเย่าปรากฏขึ้นบนหน้าเว็บ... มีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่าแสนคน กดปุ่ม 'ส่งคำสั่งซื้อ' แทบจะพร้อมเพรียงกันในเสี้ยววินาที !
ระยะห่างของเวลาที่แสนออเดอร์นี้หลั่งไหลเข้ามา... ไม่เกินสามวินาทีด้วยซ้ำ !
สำหรับคนที่เน็ตแอบกระตุกหรือคอมแอบค้างไปนิดเดียว... แค่กะพริบตาเวลาสามวินาทีนั้นก็สูญเปล่าไปแล้ว ดังนั้นกลุ่มคนที่กดซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าไม่ทัน จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเสียและสบถด่าออกมาด้วยความหงุดหงิดเหมือนกับซ่งเจี้ยนเฉิง...
"บอสหลิวครับ บอสหลิว ! สมาร์ทโฟนซิงเย่าลอต 10,000 เครื่องที่เราเพิ่งปล่อยขายเมื่อกี้... ถูกกวาดเรียบหมดแล้วครับ..."
ทันทีที่เห็นตัวเลขสินค้าในระบบหลังบ้านกลายเป็นศูนย์ พนักงานของโก่วตงมอลล์ก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานหลิวเฉียงจื่อทันที
เมื่อหลิวเฉียงจื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "ขายหมดไวขนาดนี้เลยเหรอ ? "
พนักงานคนนั้นพยักหน้าหงึกหงักอย่างเอาเป็นเอาตาย "ใช่ครับ ! ตามที่ระบบหลังบ้านบันทึกไว้ โควตา 10,000 เครื่อง ขายเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีด้วยซ้ำครับ ! "
"ซี้ด..."
หลิวเฉียงจื่อถึงกับสูดปากด้วยความตกตะลึง ก่อนจะอุทานออกมา "บ้าไปแล้ว ! นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ ! มือถือหมื่นเครื่อง โดนเหมาหมดเกลี้ยงในห้าวินาที..."
"แถมยังเป็นมือถือราคาเครื่องละห้าพันกว่าหยวนด้วยนะเฟ้ย ! "
หลังจากตั้งสติได้ หลิวเฉียงจื่อก็รีบออกคำสั่ง "คุณรีบไปขึ้นข้อความประกาศบนหน้าเว็บของสมาร์ทโฟนซิงเย่าเดี๋ยวนี้เลยนะ บอกลูกค้าว่า 'พรุ่งนี้เวลา 12:00 น. ตรง จะมีสินค้าลอตใหม่มาเติมอีก 10,000 เครื่อง ! '"
"รับทราบครับ บอสหลิว ! "
พนักงานคนนั้นรีบตอบรับและพุ่งตัวออกไปจัดการทันที
...
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง บรรดาคนที่พลาดหวังจากการกดแย่งซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าบนโก่วตงมอลล์ ก็แห่กันไประบายความอัดอั้นตันใจบนโลกออนไลน์
"เชี่ยเอ๊ย ! โก่วตงมอลล์แม่งทำแสบมาก ! กูอุตส่าห์เฝ้าหน้าจอก่อนเที่ยง พอถึงเวลาปุ๊บก็กดซื้อปั๊บ แต่พอกดตกลงปุ๊บ... แม่งขึ้นว่าของหมดเฉยเลย ! ไอ้บ้าเอ๊ย ! "
"ของฉันก็เหมือนกันเป๊ะ ! กดยืนยันปุ๊บ ระบบแจ้งว่าสินค้าหมดปั๊บ แม่งเอ๊ย โก่วตงมอลล์จงใจปั่นหัวพวกเราเล่นเปล่าวะ จะมีที่ไหนของเป็นหมื่นชิ้นขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วิ ! "
"ใครจะไปรู้ล่ะวะ ! "
"พวกแกยังถือว่าโชคดีนะ ที่อย่างน้อยก็ได้เข้าไปหน้ากดซื้อ ! เน็ตฉันดันกระตุกไปนิดเดียว หน้าเว็บยังโหลดไม่ทันเสร็จ... มันก็ขึ้นตัวแดงหราว่าสินค้าหมดแล้ว ! "
"คิกคิก ผู้น้อยไร้ความสามารถ แต่ดันกดรุ่น 16GB มาได้เครื่องนึงว่ะ ! เห็นระบบแจ้งเตือนว่าของน่าจะมาส่งพรุ่งนี้ล่ะ ! "
"ไอ้เวร ! ไอ้คอมเมนต์ข้างบนจงใจมาขิงใส่กันชัด ๆ ! แต่ยอมรับเลยว่าตอนนี้กูแม่งอิจฉาตาร้อนสุด ๆ ไปเลยว่ะ ! "
"พอเห็นมีคนกดสมาร์ทโฟนซิงเย่าได้ น้ำตาลูกผู้ชายของฉันมันก็ไหลออกมาเงียบ ๆ อยากจะรู้จริง ๆ ว่ะว่าโก่วตงมอลล์มันเอาของมาลงขายกี่เครื่อง ทำไมพริบตาเดียวถึงหายวับไปกับตาขนาดนี้ ! "
"เมื่อกี้ฉันลองทักไปถามแอดมินของโก่วตงมอลล์มาแล้ว เขาบอกว่าลอตแรกปล่อยออกมาหมื่นเครื่องถ้วน ! แล้วแอดมินยังบอกอีกนะว่า พรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง... จะมีมาเติมให้อีกหมื่นเครื่อง ! "
"เชี่ย ! ดุเดือดเกิ๊น ! หมื่นเครื่องนี่ไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ เลยนะ แต่ดันระเหยเกลี้ยงภายในไม่กี่วิเนี่ยนะ ? สมาร์ทโฟนซิงเย่ามันจะฮอตฮิตอะไรปานนั้นวะ ? "
"หืมมมม ? ไอ้คอมเมนต์ข้างบนมึงไปอยู่หลังเขามาเหรอ ถึงได้สงสัยในความฮอตของสมาร์ทโฟนซิงเย่า ? เอาจริงปะ หมื่นเครื่องอาจจะฟังดูเยอะ แต่ลองคิดดูสิว่าประชากรบ้านเรามีตั้งกี่ล้านคน ! แบ่งกันแค่นี้ จะไปพอยาไส้อะไรล่ะ ? "
"ใช่เลยว่ะ ! ลองคิดเล่น ๆ นะ ถ้าเอาหมื่นเครื่องมาหารเฉลี่ยให้ทุกเมืองทั่วประเทศ... จะตกเมืองละกี่เครื่องกันเชียว ? แถมวันนี้ยังเป็นวันทำงานอีก คนทำงานส่วนใหญ่ก็คงต้องพึ่งพาวิธีกดซื้อออนไลน์แบบนี้แหละ แถมยังมีพวกแก๊งพ่อค้าคนกลางมาร่วมวงแจมด้วยอีก..."
"เออ มันก็จริงแหละว่ะ แต่พอมานึกภาพที่ว่ามือถือหมื่นเครื่องหายวับไปในไม่กี่วิ มันก็ยังรู้สึกเหนือจริงอยู่ดี ! "
ต้องเข้าใจก่อนว่า ในยุคนี้ (ปี 2007) จำนวนผู้ใช้งานที่ซื้อของออนไลน์ ยังมีสัดส่วนน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับในอนาคต โดยส่วนใหญ่ก็กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้น
แถมการช้อปปิ้งออนไลน์ในยุคนี้ก็จำเป็นต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความสะดวกสบายของการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ ในยุคถัดไป
ดังนั้น การที่สินค้าหลักหมื่นชิ้นถูกกวาดเรียบภายในเวลาไม่กี่วินาที จึงถือเป็นปรากฏการณ์ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในสายตาของคนทั่วไป
ข่าวเรื่องโก่วตงมอลล์ขายสมาร์ทโฟนซิงเย่า 10,000 เครื่องหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาที แพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่งไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนหลายสำนักให้นำไปรายงานข่าว
ประกอบกับข่าวคราวเกี่ยวกับฝูงชนที่หลั่งไหลไปต่อคิวแย่งซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่าตามร้านตัวแทนจำหน่ายของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ในเมืองต่าง ๆ รวมถึงข่าวที่ว่าร้านสาขาหลายแห่งขายของจนหมดสต๊อกตั้งแต่ยังไม่ทันจะเที่ยง...
ข่าวสารเหล่านี้ ทำให้แม้แต่คนที่ไม่ได้มีความคิดจะเปลี่ยนมือถือ หรือคนที่งบไม่ถึงพอจะซื้อสมาร์ทโฟนซิงเย่า เมื่อได้เห็นภาพความบ้าคลั่งนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและทึ่งกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
และแน่นอนว่า... บรรดา 'บริษัทคู่แข่ง' ที่กำลังเฝ้าจับตามองสถานการณ์อยู่นั้น... เมื่อเห็นภาพนี้ก็ถึงกับหน้าซีดเผือด อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้เลยทีเดียว
"เชี่ย ! นี่มันบ้าไปแล้ว ! แค่ช่องทางออนไลน์ทางเดียวอย่างโก่วตงมอลล์ ก็ฟาดไปหมื่นเครื่องภายในไม่กี่วิ ? จะโหดไปไหนวะเนี่ย ! "
"มือถือพวกนี้มันแจกฟรีหรือยังไง ? ราคาเครื่องละตั้งห้าพันกว่าหยวนนะโว้ย ! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนเซี่ยของเรามันรวยล้นฟ้าขนาดนี้ ? "
"ใครจะไปรู้ล่ะวะ ! แต่ที่รู้แน่ ๆ เลยก็คือ... ตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอ อย่างที่สมาร์ทโฟนซิงเย่าทำออกมาเนี่ย มันคือ 'ขุมทองคำ' ขนาดมหึมาเลยล่ะ ! "
"จริงที่สุด ! ดูจากยอดขายที่ถล่มทลายตั้งแต่วันแรกที่วางขาย... ไม่สิ ! แค่ครึ่งวันแรก ก็ขายจนของขาดตลาดแล้ว ! กระแสแรงขนาดนี้ ดีไซน์หน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอจะต้องกลายเป็น 'มาตรฐานใหม่' ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในอนาคตชัวร์ป้าบ ! "
"พวกเราต้องรีบอัดฉีดงบ อัดฉีดคน ทุ่มสุดตัวเพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด ! ขืนชักช้า... อย่าว่าแต่ส่วนแบ่งการตลาดเลย แค่จะเอาชีวิตรอดในวงการนี้ก็ยังยากแล้ว ! "
...
ก่อนหน้านี้ หลังจากจบงานแถลงข่าวเปิดตัวสมาร์ทโฟนซิงเย่า แม้แบรนด์โทรศัพท์มือถือหลายค่ายจะตัดสินใจกระโดดลงมาร่วมวงพัฒนาสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสแล้วก็ตาม
แต่ลึก ๆ ในใจของหลาย ๆ คนก็ยังแฝงไปด้วยความลังเลและความกังวลอยู่บ้าง
เพราะไม่มีใครการันตีได้ว่า เมื่อสมาร์ทโฟนซิงเย่าออกวางจำหน่ายจริง กระแสตอบรับในตลาดจะเป็นอย่างไร
ทว่าในวินาทีนี้... เมื่อได้ประจักษ์กับยอดขายที่ถล่มทลายและกระแสความต้องการที่ล้นทะลักจนของขาดตลาดตั้งแต่ครึ่งวันแรก บรรดาแบรนด์มือถือเหล่านั้นก็ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป !
...บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่น จึงพากันตัดสินใจเพิ่มเม็ดเงินลงทุน เพื่อเดินหน้าวิจัยและพัฒนาสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มจอต่อไป
บ่ายสามโมงตรง
หลินเยว่รีบจ้ำอ้าวเข้ามาในห้องทำงานของหลี่เจ๋อ
ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจจนปิดไม่มิด ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา เธอก็โพล่งขึ้นทันที "ประธานหลี่คะ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยค่ะ ! สมาร์ทโฟนของเราขายดีจนบ้าคลั่งไปแล้ว ! "
หลี่เจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจทันทีว่าหลินเยว่หมายถึงอะไร จึงรีบถาม "ประธานหลิน สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ ? "
หลินเยว่หอบหายใจเล็กน้อย กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามข่มความตื่นเต้นในใจแล้วรายงาน "ประธานหลี่คะ รายงานล่าสุดที่เพิ่งส่งมาจากร้านสาขาทั่วประเทศแจ้งว่า สมาร์ทโฟนซิงเย่าในร้านสาขาส่วนใหญ่ขายหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ ! "
"และลอตแรกที่เรากระจายสินค้าให้สาขาทั่วประเทศไป มีสมาร์ทโฟนซิงเย่าประมาณหนึ่งแสนหกหมื่นกว่าเครื่อง..."
"นั่นหมายความว่า แค่วันนี้วันเดียว ยอดขายของสมาร์ทโฟนซิงเย่าก็พุ่งทะลุหนึ่งแสนหกหมื่นกว่าเครื่องไปแล้ว ! และนี่เป็นตัวเลขที่หยุดนิ่งเพราะว่าของหน้าร้านขายหมดสต๊อกด้วยนะคะ"
"ถ้าหากว่ามีสินค้าเพียงพอ ตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเลยค่ะ ! "
"นอกจากนี้ ลูกค้าในสาขาต่าง ๆ ยังจ่ายเงินมัดจำพรีออเดอร์ทิ้งไว้เยอะมาก จากสถิติคร่าว ๆ ยอดจองล่วงหน้าตอนนี้ทะลุสองแสนเครื่องไปแล้วค่ะ ! "
หลินเยว่หยุดไปนิด ก่อนจะพูดต่ออย่างตื่นเต้น "แถมฝั่งช่องทางออนไลน์ โก่วตงมอลล์ วันนี้ปล่อยของไปหนึ่งหมื่นเครื่อง ก็โดนกวาดเรียบภายในเวลาไม่กี่วินาที ! "
"สมาร์ทโฟนซิงเย่าของเราดังระเบิด ขายดีถล่มทลายไปแล้วจริง ๆ ค่ะ ! "
เมื่อได้ยินข้อมูลจากหลินเยว่ หลี่เจ๋อก็เผยรอยยิ้มยินดีออกมา "สมาร์ทโฟนซิงเย่าฮอตฮิตขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ? "
แต่จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว "ผมจำได้ว่าสต๊อกในประเทศของเรามีเหลือแค่เจ็ดแสนกว่าเครื่องเองไม่ใช่เหรอ ? "
"ใช่ค่ะ ในเจ็ดแสนกว่าเครื่องนี้ ต้องแบ่งโควตาหนึ่งแสนเครื่องให้ช่องทางออนไลน์อย่างโก่วตงมอลล์ด้วย จริง ๆ แล้วของที่จะส่งไปเติมหน้าร้านได้ มีรวม ๆ แค่หกแสนกว่าเครื่องเท่านั้นค่ะ"
หลินเยว่กล่าวเสริม "เมื่อสักครู่ดิฉันสั่งให้คนไปแจ้งทางโรงงานให้เร่งกำลังการผลิตแบบด่วนจี๋แล้วค่ะ แต่กำลังการผลิตคงไม่สามารถพุ่งพรวดขึ้นมาได้ในทันที"
"ดังนั้น เราต้องควบคุมปริมาณการจัดส่งสินค้าให้แต่ละสาขา ไม่อย่างนั้นถ้าส่งสต๊อกทั้งหมดไปให้รวดเดียว คาดว่าหลังจากนี้อีกยาว เราจะไม่มีของเหลือให้ขายเลยค่ะ ! "
หลี่เจ๋อตอบ "ตกลง เรื่องนี้ประธานหลินตัดสินใจได้เลย ส่วนเรื่องกำลังการผลิต ก็กำชับให้โรงงานพยายามเร่งสปีดเพิ่มขึ้นมาให้ได้มากที่สุด"
"ยังไงซะ เราก็ยังต้องส่งของไปให้ตลาดอเมริกา แล้วหลังจากนี้ก็ต้องบุกตลาดฝั่งยุโรปอีก ยังไงก็ต้องเตรียมสินค้าเอาไว้ลอตใหญ่อีกลอตครับ"
"รับทราบค่ะ ! " หลินเยว่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงประมาณห้าโมงเย็น สมาร์ทโฟนซิงเย่าในร้านสาขาทั่วประเทศของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ก็ถูกจำหน่ายออกไปจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ในสาขาเมืองรองหรือเมืองเล็ก ๆ ก็เช่นกัน
หากไม่นับรวมเครื่องเดโมที่วางโชว์อยู่ เรียกได้ว่าทุกสาขาไม่มีเครื่องเหลือเลยแม้แต่เครื่องเดียว ทุกเครื่องถูกแย่งซื้อไปจนหมดเกลี้ยง !
พอตกค่ำ สมาร์ทโฟนซิงเย่า (RS) ก็เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอเมริกา
สถานการณ์ทางฝั่งอเมริกาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ประเทศเซี่ยเลย แม้จะไม่ได้มีคนมาต่อคิวกันยาวเป็นกิโลตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ลูกค้าที่เข้ามาซื้อก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
สมาร์ทโฟนจำนวนห้าแสนเครื่องที่ขนส่งไปยังอเมริกานั้น ในช่วงแรกถูกกระจายไปยังช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ เพียงแค่แสนกว่าเครื่องเท่านั้น
แต่ทว่า... ทางฝั่งอเมริกาก็ขายของแสนกว่าเครื่องนี้หมดเกลี้ยงภายในวันแรกเช่นกัน ! บรรดาตัวแทนจำหน่ายต่างพากันสายตรงมาเร่งให้เจ๋อรัน เทคโนโลยีส่งของเพิ่มด่วน
การที่สมาร์ทโฟนซิงเย่าขายหมดจนขาดตลาดตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย ทั้งในประเทศเซี่ยและอเมริกา... นี่เป็นข่าวดีระดับมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย !
และมันก็ส่งผลให้ราคาหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งอีกระลอก !
ย้อนกลับไปตอนที่จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวที่อเมริกา ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นมารอบหนึ่งแล้ว จากหุ้นละ 576 ดอลลาร์ ดีดขึ้นมาแตะที่ 653 ดอลลาร์ !
และในช่วงเวลาที่ผ่านมา ราคาหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีก็แกว่งตัวอย่างมีเสถียรภาพอยู่ที่ประมาณ 660 ถึง 670 ดอลลาร์
แต่ในตอนนี้ เมื่อสมาร์ทโฟนซิงเย่าวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ยอดขายที่ถล่มทลายจนของขาดตลาดทั้งในเซี่ยและอเมริกา กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นชั้นดี ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งกระฉูดในวันเดียวถึง 23% !
ต้องเข้าใจก่อนว่า ในวันเปิดตลาดที่อเมริกาวันที่ 12 มิถุนายน ราคาหุ้นก็อยู่ที่ 667.3 ดอลลาร์ต่อหุ้นอยู่แล้ว
ด้วยราคาหุ้นที่สูงขนาดนี้ การที่มันดีดตัวขึ้นถึง 23% ภายในวันเดียว นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดพีกที่สุดของราคาหุ้นในวันนั้น พุ่งทะลุ 828 ดอลลาร์ ต่อหุ้น ! ก่อนจะปรับตัวลดลงมาเล็กน้อยตอนปิดตลาด โดยไปหยุดอยู่ที่ 821 ดอลลาร์ ต่อหุ้น !
การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาหุ้นในระลอกนี้ ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด ของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ทะลวงผ่านด่าน 'หนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ' ไปแตะอยู่ที่ระดับประมาณ 'หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ' ได้สำเร็จ !
แต่นี่... เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ในช่วงหลายวันถัดมา สมาร์ทโฟนซิงเย่ายังคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทุกครั้งที่มีการเติมสต๊อกเข้าสาขา ก็มักจะถูกแย่งซื้อจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว... ราคาหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีก็เหมือนกับม้าป่าที่หลุดจากบังเหียน พุ่งทะยานทะลุเพดานอย่างบ้าคลั่ง !
ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ก็บวกเพิ่มไปอีกกว่า 30% !
สิ่งนี้ดันให้มูลค่าตลาดของเจ๋อรัน เทคโนโลยีกระโดดรวดเดียวไปถึง 'หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ' !
และราคาต่อหุ้นพุ่งไปแตะที่ 1,068 ดอลลาร์ !
แม้จะผ่านช่วงสัปดาห์แรกของการวางจำหน่ายไปแล้ว แต่ราคาหุ้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะร่วงตกลงมาเลย แม้จะไม่ได้พุ่งแรงแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วงแรก แต่ก็ยังคงบวกเพิ่มขึ้นทีละนิดอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ...
การพุ่งกระฉูดของราคาหุ้นในครั้งนี้ ทำให้บรรดาสถาบันการลงทุนและนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ต่างฟันกำไรกันเละเทะ
แน่นอนว่าผู้ที่รับทรัพย์ไปมหาศาลที่สุด ก็ย่อมต้องเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อย่างหลี่เจ๋อ, IDG, Shanghai Kechuang... เป็นต้น
นอกจากนี้ บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเจ๋อรัน เทคโนโลยี ที่ถือหุ้นพนักงาน ต่างก็มีมูลค่าทรัพย์สินพุ่งกระฉูดตาม ๆ กันไปถ้วนหน้า
อย่างเช่น หลินเยว่ เธอถือหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีอยู่ 1.5% เมื่อคำนวณจากมูลค่าตลาดของบริษัทที่ทะลุหนึ่งแสนหกหมื่นล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หุ้นในมือของเธอจะมีมูลค่าสูงถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ !
ซึ่งเทียบเท่ากับเงินมากกว่า 18,000 ล้านหยวน !
ปัจจุบัน อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนกับดอลลาร์อยู่ที่ประมาณ 7.6 ต่อ 1 ซึ่งแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อนหน้านี้
นอกจากหลินเยว่แล้ว อย่างซุนถิงที่ถือหุ้นอยู่ 0.5% มูลค่าทรัพย์สินของเธอก็พุ่งทะยานไปแตะระดับ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ !
รวมถึงสวี่ไข่, จางตงเซิง, จ้าวเฉิง... และผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ที่ถือหุ้นอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ละคนล้วนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหลักหลายร้อยล้านดอลลาร์ทั้งสิ้น !
และที่สำคัญ ผู้บริหารเหล่านี้แทบจะไม่เคยเทขายหุ้นในมือเพื่อทำกำไรเลยมาตั้งแต่แรก
ในตอนนี้ ราคาหุ้นของเจ๋อรัน เทคโนโลยีที่ทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ภายในบริษัทมีมหาเศรษฐีระดับ 'พันล้าน' ผุดขึ้นมาหลายคนในชั่วข้ามคืน ! (แน่นอนว่าคำว่าระดับพันล้านนี้ นับจากหน่วยสกุลเงินหยวน)
ไม่ต้องพูดถึงพวกผู้บริหารระดับสูงที่ได้โบนัสเป็นหุ้นพนักงานหรอก... แค่บรรดาพนักงานธรรมดาที่เคยซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อนที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และกอดหุ้นนั้นเอาไว้แน่นโดยไม่ได้เทขายทำกำไร ก็กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านและเศรษฐีสิบล้านกันนับไม่ถ้วน !
ทั้งที่พนักงานหลายคนในกลุ่มนี้ เป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนแค่เดือนละไม่กี่พัน หรืออย่างมากก็แค่หลักหมื่นหยวนเท่านั้น !
แต่ทว่า หุ้นชุดแรกของเจ๋อรัน เทคโนโลยีที่อยู่ในมือของพวกเขานั้น ตอนนี้มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านและสิบล้านหยวนไปแล้วจริง ๆ !
ถ้าหวังพึ่งแค่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว กว่าพวกเขาจะหาเงินได้มากขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี หรืออาจจะหลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ !
แต่ในตอนนี้ พวกเขากลับได้รับอานิสงส์และผลพลอยได้จากการเติบโตของบริษัท จนทำให้แต่ละคนมีทรัพย์สินพุ่งขึ้นไปแตะระดับเศรษฐีเงินล้านและเศรษฐีสิบล้านกันถ้วนหน้า !
ด้วยเหตุนี้ พนักงานจำนวนมากจึงรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณหลี่เจ๋อจากใจจริง
และยิ่งทำให้พวกเขามีความรู้สึกผูกพัน จงรักภักดี และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเจ๋อรัน เทคโนโลยี ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก
แต่ในทางกลับกัน ก็มีพนักงานอีกไม่น้อยที่ชิงเทขายทำกำไร หุ้นชุดแรกในมือไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่ง ณ เวลานี้... พวกเขากำลังรู้สึกเสียดายจนแทบจะบ้าตาย ! ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาเทขายหุ้นไปนั้น เต็มที่ก็ได้เงินกลับมาแค่แสนกว่าหยวน หรืออย่างเก่งก็แค่หลักแสนปลาย ๆ ถึงล้านหยวนนิด ๆ เท่านั้น
แต่ดูตอนนี้สิ !
ถ้าพวกเขาไม่รีบใจร้อนเทขายหุ้นพวกนั้นไปเสียก่อน มูลค่าของมันในตอนนี้จะพุ่งสูงถึงหลายล้าน หรืออาจจะทะลุหลักสิบล้านหยวนไปแล้ว !
ส่วนต่างที่มหาศาลขนาดนี้... แค่คิดก็ทำเอาพวกเขาเจ็บปวดเสียดายไปถึงตับไตไส้พุงเลยทีเดียว
แต่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเทขายหุ้นในตอนนั้นมันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกเอง จะไปโทษใครก็ไม่ได้...